บทที่ 3 ติ๊ง! จิ้งจอกเฟนเนกส่งคำขอให้คุณรับเลี้ยง
เฉียวซู่หรี่ตาสำรวจดูอาการาเ็ของเ้าเฟนเนกน้อยในอ้อมแขนอย่างละเอียด
เ้าตัวเล็กก็ว่านอนสอนง่าย แต่เฉียวซู่กลับรู้สึกได้ว่าร่างกายเล็กกะทัดรัดของมันกำลังสั่นอยู่เบา ๆ
แต่เดิมสุนัขจิ้งจอกก็เป็สัตว์ประเภทที่อ่อนไหวง่าย จิ้งจอกเฟนเนกก็ไม่ต่างกัน
แม้ว่าในชาติที่แล้วตนจะเรียนเกี่ยวกับการป้องกัน และควบคุมทะเลทราย ได้พบเห็นสายพันธุ์สัตว์ที่มีเฉพาะในทะเลทรายอยู่มาก
แต่นี่นับเป็ครั้งแรกที่เขาได้พบสิ่งมีชีวิตน่ารักอย่างเ้าจิ้งจอกเฟนเนก
เพราะว่าชาติที่แล้ว จิ้งจอกเฟนเนกเป็สายพันธุ์ที่มีเฉพาะในทะเลทรายซาฮารา ทะเลทรายที่ประเทศอื่นนั้นไม่มีให้พบเห็น
แต่ในโลกคู่ขนานนี้ สายพันธุ์สัตว์ในจีนมีความหลากหลายมากขึ้น สัตว์หลายชนิดที่ชาติก่อนไม่มีปรากฏในทะเลทรายของจีน ก็ต่างมาปรากฏให้เห็นในที่แห่งนี้
แม้จะอยากรู้จักสัตว์น่ารักชนิดนี้มากขนาดไหน แต่เขาจำเป็ต้องช่วยเ้าตัวน้อยรักษาาแนี้เสียก่อน
เฉียวซู่สะพายปืนลูกซองไว้บนหลัง กอดเ้าจิ้งจอกเฟนเนกน้อยไว้ในอ้อมแขนแล้วเดินเข้าไปในศูนย์ควบคุมที่ทรุดโทรม อุปกรณ์ และกระเป๋าเดินทางของเขาล้วนอยู่ที่นั่น รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ด้วย
หลังจากค้นเจอกล่องยาฉุกเฉิน เฉียวซู่ก็พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกับเ้าเฟนเนกน้อย
“เดี๋ยวฉันจะพันแผลให้แก แกต้องทนหน่อยนะ”
เ้าเฟนเนกน้อยไม่ได้ส่งเสียงตอบอะไร มันเพียงมองเขาด้วยดวงตากลมโตที่คลอน้ำแวววาว
ดู ๆ แล้วค่อนข้างเชื่อง แถมยังเข้าใจภาษาคนอีก ไม่ได้ดุร้ายหรือก้าวร้าวแต่อย่างใด
เฉียวซู่ใจอ่อนยวบ เขาหยิบแอลกอฮอล์ ผ้าพันแผล และยารักษาแผลมาวางไว้ด้านข้าง
ภายใต้การติดตามของผู้คนหลายพันคนในห้องไลฟ์สด เฉียวซู่พันแผลของเ้าเฟนเนกน้อยด้วยความรวดเร็ว
บางทีอาจเป็เพราะพลานุภาพของอาวุธนักล่าเถื่อนนั่นมีไม่มาก หรืออาจเป็เพราะร่างกายที่เล็กกระจ้อยร่อยของเ้าตัวน้อย าแจึงไม่ได้ร้ายแรงนัก อย่างน้อยก็ไม่ได้ร้ายแรงถึงกระดูก
เ้าตัวน้อยนับว่าโชคดีมาก ๆ ะุนั่นเฉียดผ่านอวัยวะสำคัญและกระดูกของมันอย่างหวุดหวิด
เฉียวซู่ยังใส่ใจมัดผ้าพันแผลเป็รูปโบให้เ้าตัวน้อยอีกด้วย
[ติ๊ง! โฮสต์ช่วยเหลือจิ้งจอกเฟนเนก ได้รับกรีนพอยต์ 1,500 แต้ม]
[ติ๊ง! ครั้งแรกที่ได้รับกรีนพอยต์ ได้รับรางวัลเป็ ‘แพ็กเกจของขวัญสำหรับผู้พิทักษ์ทะเลทรายมือใหม่’ หนึ่งชุด ได้รับการบันทึกไว้ในคลังระบบแล้ว สามารถเรียกใช้ได้ตลอดเวลา]
[ติ๊ง! จิ้งจอกเฟนเนกได้ส่งคำขอให้คุณรับเลี้ยง ยอมรับหรือไม่]
คำขอรับเลี้ยง?
เขามองไปยังเฟนเนกน้อยในอ้อมแขนโดยไม่รู้ตัว
“งี้ด ๆ”
ร่างสีเหลืองอ่อนของเ้าเฟนเนกกำลังขยับขยุกขยิกเบา ๆ ในอ้อมแขนของเฉียวซู่ ดวงตากลมโตนิ่งมองดูตัวเองไม่ไหวติง หางนั่นแกว่งไปมาอย่างกระสับกระส่าย
เฉียวซู่มองไปที่ดวงตากลมโตวาวน้ำ และถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
คงไม่อาจกล่าวว่าฮ่องเต้โจว*[1] ที่ในตอนนั้นไม่สามารถหักห้ามใจตนได้ เพราะไม่ว่าจะเป็สุนัขจิ้งจอกสายพันธุ์ไหน ไอ้ความสามารถในการโปรยเสน่ห์นั่นก็มีอยู่เต็มปรอทมาั้แ่เกิดเสมอ
พอเห็นฉากนี้แล้ว ใจของเหล่าผู้ชมในห้องไลฟ์ก็ถูกหลอมละลายจนสิ้น
[ถ้าถามฉันละก็... เ้าของไลฟ์เก็บเ้าตัวเล็กไว้เถอะ จิ้งจอกตัวเล็กแค่นี้ตัวเดียวท่ามกลางทะเลทราย ยังไงก็ไม่มีทางอยู่รอดได้หรอก]
[เ้าตัวเล็กน่ารักจัง ถ้าเ้าของไลฟ์รับเลี้ยงมัน ฉันจะส่งของขวัญให้คุณ!]
[เ้าของไลฟ์คือผู้พิทักษ์ทะเลทรายใช่ไหม? ผู้พิทักษ์ทะเลทรายเลี้ยงจิ้งจอกเฟนเนกน้อยก็ดูเหมาะสมดีนี่]
เฉียวซู่มองดูหน้าต่างคอมเมนต์ตรงหน้า ยิ้มอย่างขมขื่น
“จิ้งจอกเฟนเนกเป็สัตว์สังคมชั้นสูง เ้าตัวน้อยต้องอาศัยอยู่กับครอบครัวของมันแน่ ๆ ถ้าผมเก็บมันไว้ หากพ่อแม่ของมันหาลูกไม่เจออาจจะเป็กังวลเอาได้...”
ราวกับััได้ถึงความชั่งใจของเฉียวซู่ เ้าเฟนเนกน้อยในอ้อมแขนของเขาก็ยืดตัวขึ้นในทันที มันใช้ลิ้นเปียกของมันเลียไปที่คางของเขา
เฉียวซู่ใจอ่อนยวบอีกครั้ง
“แต่ว่าในทะเลทรายแห่งนี้มันอันตรายเกินไป แถมยังมีนักล่าเถื่อนอยู่ข้างนอกนั่นอีก ผมเองก็คงไม่สามารถปล่อยให้เ้าตัวเล็กกลับบ้านเองคนเดียวได้…”
เฉียวซู่แต่เดิมก็เป็คนเด็ดเดี่ยว คิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจทันที “ช่างเถอะ ในเมื่อได้พบกันแล้วก็นับว่าเป็โชคชะตา จะปล่อยไปเลยไม่สนใจก็ไม่ได้”
“ใน่ก่อนที่าแของเ้าตัวน้อยจะหายดี ผมก็จะรับเลี้ยงมันไปสักพักก่อน หลังจากนั้นค่อยตามหาครอบครัวมันอีกทีแล้วกัน!”
พูดจบเฉียวซู่ก็ยิ้ม และชั่งน้ำหนักเ้าเฟนเนกน้อยในอ้อมแขนดู
“เ้าตัวเล็ก หลังจากนี้เราคงต้องอยู่ด้วยกันแล้ว ฝากเนื้อฝากตัวด้วยล่ะ”
“งี้ด ๆ”
ราวกับเฟนเนกน้อยััได้ถึงความใจดีของเฉียวซู่ มันตอบรับด้วยเสียงร้องที่มีความสุขไปหนึ่งที
เสียงร้องแบบเด็กน้อยที่ดูเหมือนจะพกกลิ่นน้ำนมหอม ความสามารถในการโปรยเสน่ห์ตามธรรมชาติของลูกสุนัขจิ้งจอก ทำให้ผู้ชมในห้องไลฟ์สดตกอยู่ในห้วงภวังค์ครู่หนึ่ง
[อ.ฉ.ต.ล. (อาฉันตายละ)...]
[มองกี่ครั้งก็ยังน่ารักกก!]
[ฉันติดตามแล้ว ั้แ่นี้เป็ต้นไปฉันจะสิงอยู่ในห้องไลฟ์สดนี้แหละ]
[คำไหนคำนั้น หากเ้าของไลฟ์รับเลี้ยงเ้าจิ้งจอกน้อย ฉันก็จะให้รางวัลแก่คุณ]
[หัวหน้าเผ่าก็อตซิลล่า] ส่งสุดยอดจรวดมาแล้ว!
“ขอบคุณของขวัญจากหัวหน้าเผ่าก็อตซิลล่า แต่พี่ชายไม่จำเป็ต้องส่งอีกแล้ว ถึงแม้จะไม่มีของขวัญ ผมก็ยังมีหน้าที่ปกป้องสัตว์ป่าจากการคุกคามของพวกนักล่าเถื่อนอยู่”
เฉียวซู่ขอบคุณสำหรับเหล่าของขวัญเสร็จ ก็ดึงสายตากลับมาสำรวจเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน
ก่อนหน้านี้มัวยุ่งอยู่กับการทำแผลให้เ้าเฟนเนกน้อย จึงไม่ทันได้สนใจสภาพแวดล้อมภายในศูนย์
“ตอนนี้พอลองมองดูดี ๆ บ้านหลังนี้รกสุด ๆ”
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผู้พิทักษ์ทะเลทรายคนก่อนเป็ยังไงกันแน่ ภายในศูนย์ถึงเต็มไปด้วยพวกขยะและขวดต่าง ๆ แม้แต่บนเตียงนั่นก็เต็มไปด้วยฝุ่น
เฟอร์นิเจอร์ในศูนย์ก็น้อยมาก มีเพียงเตียงหนึ่งหลัง โต๊ะหนึ่งตัว และพวกกล่องเก็บของสองสามใบ
ด้านข้างบ้านยังแยกออกมาสองห้อง เป็ส่วนห้องครัว และห้องน้ำ เื่สุขอนามัยก็ไม่น่าชมเช่นกัน
ดูท่าพอผู้พิทักษ์ทะเลทรายคนก่อนมาถึงที่นี่แล้ว เขาก็ใช้ชีวิตอยู่รอดไปวัน ๆ โดยสมบูรณ์
เฉียวซู่ที่เป็พวกรักสะอาดอยู่นิด ๆ มองว่าสภาพแวดล้อมนั้นสามารถทุกข์ทนอัตคัดได้ แต่จะรกหรือสกปรกเกินไปไม่ได้
เขาหยิบผ้าห่มสะอาดออกมาจากกระเป๋าเดินทางของตัวเองแล้วปูลงบนเตียง วางเฟนเนกน้อยไว้บนนั้น พูดย้ำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เ้าตัวน้อย ฉันต้องทำความสะอาด แกต้องเป็เด็กดี ไม่วิ่งเพ่นพ่าน โอเคไหม?”
หลังจากเฟนเนกน้อยถูกเฉียวซู่วางลงบนผ้าห่ม มันก็ขดตัวเป็ลูกบอลขนสีเหลืองอ่อนในทันที เฉียวซู่อดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไปลูบมันอีกที
หลังจากจัดการเ้าตัวเล็กแล้ว เฉียวซู่ก็จัดบ้านให้เรียบร้อยด้วยความรวดเร็ว
ขณะที่ทำความสะอาดอยู่ เฉียวซู่ก็บอกกับผู้ชมว่า “ในวันแรกของการทำงาน แม้ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ แต่สิ่งแรกที่ต้องจัดการก่อนคือเื่ความปลอดภัย”
“ในทะเลทรายอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืนนั้นแตกต่างกันมาก โดยอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 30-50 องศาเซลเซียส กลางวันร้อนแผดเผาอย่างกับฤดูร้อน กลางคืนก็หนาวเหน็บเฉกเช่นฤดูหนาว”
“ผมต้องรีบสักหน่อย เพื่อให้รับรองได้ว่าคืนนี้จะสามารถพักผ่อน และผิงไฟไปด้วยได้ แบบนี้จึงคู่ควรแก่ความท้าทายที่ต้องเผชิญในอนาคต”
“ทะเลทรายที่ดูอ้างว้าง ความจริงแล้วเป็สถานที่ที่เต็มไปด้วยสิ่งน่าอัศจรรย์ต่าง ๆ มากมาย พวกคุณเคยเห็นทะเลทรายสีแดงที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและหิมะไหม?”
ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดย่อมไม่เชื่อ
[ไม่เชื่ออะ]
[มีหิมะตกในทะเลทราย? ฉันไม่ค่อยได้อ่านหนังสือ เ้าของไลฟ์อย่าหลอกฉันนะ]
[ที่ทะเลทรายไม่ใช่ว่าร้อนมากเหรอ? แถมแห้งมากด้วย ถึงตอนกลางคืนจะหนาวมาก แต่ก็ไม่น่ามีหิมะตกได้นะ?]
[ปกติคนที่ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเก้าปี เขาก็ไม่พูดอะไรแบบนี้นี่]
[ถ้าเกิดว่าหิมะตกในทะเลทรายจริง ฉันจะไลฟ์สดกินโอลีโอ้สามกิโลกรัม!]
เฉียวซู่มองไปที่หน้าต่างคอมเมนต์ตรงหน้า เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “พี่ชายท่านนี้ โปรดอย่าหลอกขายอาหารและเครื่องดื่มในไลฟ์สดของผมได้ไหม?”
“ตราบใดที่พวกคุณยังติดตามไลฟ์สดของผม คุณก็มีโอกาสได้เห็นภาพความน่าอัศจรรย์ของหิมะที่ตกในทะเลทรายอย่างแน่นอน”
[1] ฮ่องเต้โจว คือกษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ซาง ที่ได้รับต๋าจี่ ซึ่งว่ากันว่าเป็จิ้งจอกเก้าหางจำแลงกายมาเป็พระสนม อันเป็ต้นเหตุให้ราชวงศ์ล่มสลาย