เฝิงหลิน บุตรสาวคนเดียวของตระกูลเฝิง นั่งอยู่หน้าโต๊ะในห้องอักษรที่เงียบสงบ แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านหน้าต่างไม้ฉลุลาย เผยให้เห็นฝุ่นละอองที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ เธอกำลังตั้งใจคัดลอกตำราโบราณตามคำสั่งของ เฝิงซือเฉิง ผู้เป็พ่อเลี้ยง
วันนี้เป็วันที่เฝิงซือเฉิงจะมาสอนการเขียนอักษรให้กับเธอเป็การส่วนตัว เฝิงหลินรู้สึกตื่นเต้นปนประหม่า เพราะโดยปกติแล้วพ่อเลี้ยงของเธอจะไม่ค่อยมีเวลาให้ความสนใจเธอมากนัก แต่วันนี้เขาบอกว่าจะมาสอนเธอเองโดยตรง หัวใจเล็กๆ ของเธอเต้นแรงด้วยความคาดหวังที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับพ่อเลี้ยงที่เธอเคารพรักมาตลอด
เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางเดิน เฝิงหลินรีบนั่งตัวตรง จัดท่าทางให้เรียบร้อย เมื่อเฝิงซือเฉิงเดินเข้ามาในห้อง บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไปทันที กลิ่นหอมของไม้จันทน์และอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้เฝิงหลินรู้สึกประหม่าเล็กน้อย ร่างสูงใหญ่ของเขาในชุดผ้าไหมสีเข้มดูสง่างามและน่าเกรงขาม
"บุตรสาวของข้า วันนี้เราจะมาเรียนรู้การเขียนอักษรแบบใหม่กัน" เฝิงซือเฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยอำนาจ เขาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะ สายตาของเขาเลื่อนไปมาบนใบหน้าของเฝิงหลินอย่างช้าๆ ราวกับกำลังศึกษาผลงานศิลปะชิ้นหนึ่ง
เฝิงซือเฉิงนั่งลงข้างๆ เธอ เขาเริ่มบทเรียนด้วยการสอนการวางพู่กันที่ถูกต้อง แต่การััของเขากลับไม่เหมือนการสอนทั่วไป เขาใช้มือที่แข็งแกร่งของเขาโอบรอบมือเล็กๆ ของเธอ พู่กันถูกจับไว้แน่นระหว่างนิ้วของพวกเขา ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาส่งผ่านไปยังิัของเฝิงหลิน ทำให้เธอรู้สึกถึงพลังงานที่แผ่ออกมาจากร่างกายของพ่อเลี้ยง
"การจับพู่กันต้องแน่นแต่ไม่ตึง" เฝิงซือเฉิงอธิบายขณะที่นิ้วของเขาปรับท่าทางของนิ้วเฝิงหลินอย่างละเอียด การััของเขาอ่อนโยนแต่มั่นคง นิ้วยาวของเขาเลื่อนไปตามนิ้วเล็กๆ ของเธอ ปรับแต่งท่าทางให้ถูกต้อง เฝิงหลินรู้สึกถึงความหยาบกร้านเล็กน้อยของฝ่ามือที่แสดงถึงการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้มายาวนาน
เฝิงซือเฉิงโน้มตัวเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดต้นคอของเธอ "บุตรสาวของข้า เ้าต้องผ่อนคลาย พู่กันต้องเป็ส่วนหนึ่งของเ้า" เสียงทุ้มต่ำของเขากระซิบอยู่ข้างหู ลมหายใจของเขาทำให้ขนเล็กๆ บนต้นคอของเฝิงหลินปลิวไหว
เฝิงหลินรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของเธอ เธอพยายามที่จะมีสมาธิกับการเขียน แต่การััที่ยาวนานและแแ่ของเขากลับทำให้หัวใจของเธอเต้นรัว เธอสามารถรู้สึกถึงความแข็งแกร่งของแผงอกเขาที่อยู่ข้างหลังเธอ กลิ่นหอมของไม้จันทน์ผสมกับกลิ่นธรรมชาติของผู้ชายทำให้เธอรู้สึกมึนงง
"ข้าคิดว่าการสอนแบบนี้อาจจะไม่เหมาะสม" เฝิงซือเฉิงกล่าวขณะที่ค่อยๆ ปล่อยมือของเธอ "เ้ามานั่งตรงนี้สิ" เขาชี้ไปที่ตักของเขาเองด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน "แบบนี้ข้าจะได้ควบคุมการเคลื่อนไหวของเ้าได้ดีขึ้น และเ้าจะได้รู้สึกปลอดภัยมากขึ้น"
เฝิงหลินลังเลเล็กน้อย เธอรู้สึกถึงความร้อนที่ลุกขึ้นมาที่แก้ม แต่เมื่อเห็นสายตาที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรักของพ่อเลี้ยง เธอจึงค่อยๆ ลุกขึ้นและเดินไปนั่งบนตักของเขา เฝิงซือเฉิงใช้แขนข้างหนึ่งโอบรอบเอวเล็กๆ ของเธอเพื่อพยุงให้นั่งมั่นคง ขณะที่มืออีกข้างจับมือของเธอถือพู่กัน
ทันทีที่เฝิงหลินนั่งลงบนตักของเขา เธอรู้สึกถึงความแข็งแกร่งของต้นขาเขา ผ้าไหมของเสื้อผ้าทำให้เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นและความมั่นคงของร่างกายเขาใต้ผ้า เฝิงซือเฉิงปรับท่านั่งเล็กน้อย ทำให้เฝิงหลินรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวใต้ตัวเธอ
"แบบนี้ดีกว่า ข้าจะได้ควบคุมการเคลื่อนไหวของเ้าได้ดีขึ้น" เขาอธิบายขณะที่เริ่มโยกตัวเบาๆ เหมือนกำลังกล่อมเด็ก การเคลื่อนไหวที่อ่อนโยนนี้ทำให้เฝิงหลินรู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัย แต่ในขณะเดียวกันก็เริ่มรู้สึกถึงการเสียดสีเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างร่างกายของพวกเขา
เฝิงซือเฉิงเริ่มใช้ปลายนิ้วของเขาลูบไล้ไปตามข้อมือของเฝิงหลินอย่างแ่เบา "การเขียนอักษรต้องใช้ความนุ่มนวลของข้อมือ" เขาอธิบายขณะที่นิ้วของเขาเลื่อนขึ้นไปตามแขนของเธออย่างช้าๆ ราวกับกำลังสำรวจงานศิลปะ การััของเขาทำให้เฝิงหลินรู้สึกเสียวซ่าไปทั่วร่างกาย
การโยกตัวของเฝิงซือเฉิงยังคงดำเนินต่อไปอย่างช้าๆ และเป็จังหวะ เฝิงหลินเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งที่แข็งขึ้นเรื่อยๆ ใต้ตัวเธอ แต่เธอไม่เข้าใจว่านั่นคืออะไร เธอคิดว่าอาจจะเป็เพียงการปรับท่านั่งของพ่อเลี้ยง เฝิงซือเฉิงสังเกตเห็นความสับสนในสายตาของเธอและยิ้มอย่างอ่อนโยน
"อย่าคิดมาก บุตรสาว มีสมาธิกับการเขียนเท่านั้น" เขากระซิบขณะที่เพิ่มความแรงในการโยกตัวเล็กน้อย การเคลื่อนไหวที่ช้าและเป็จังหวะทำให้เกิดการเสียดสีที่อ่อนโยนแต่ต่อเนื่อง เฝิงหลินรู้สึกถึงความรู้สึกแปลกๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นในร่างกายของเธอ ความรู้สึกที่เธอไม่เคยประสบมาก่อน
การโยกตัวของเฝิงซือเฉิงเริ่มมีจังหวะที่ชัดเจนขึ้น ท่อนเนื้อของเขาที่แข็งขึ้นเรื่อยๆ เสียดสีกับร่องรักของเฝิงหลินผ่านผ้าบางๆ ของเสื้อผ้า การเคลื่อนไหวที่อ่อนโยนแต่ต่อเนื่องนี้ทำให้เฝิงหลินรู้สึกถึงความรู้สึกแปลกใหม่ที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย เธอไม่เข้าใจว่าทำไมร่างกายของเธอถึงตอบสนองต่อการััแบบนี้
เฝิงหลินรู้สึกถึงความรู้สึกแปลกใหม่ที่แล่นพล่านไปทั่วร่างกายของเธอ เธอไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน ความอบอุ่นและความปลอดภัยที่เธอรู้สึกเมื่ออยู่ในอ้อมแขนของพ่อเลี้ยงทำให้เธอไม่อยากขยับไปไหน แต่การเสียดสีที่เกิดขึ้นทำให้เธอรู้สึกถึงความรู้สึกที่แปลกประหลาดและไม่เข้าใจ
การโยกตัวของเฝิงซือเฉิงเปลี่ยนจังหวะเล็กน้อย กลายเป็การเคลื่อนไหวที่ช้าแต่มีความแรงมากขึ้น เขาเริ่มส่ายเอวเล็กน้อยในการเคลื่อนไหว ท่อนเนื้อที่แข็งของเขาเสียดสีกับร่องรักของเฝิงหลินอย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอรู้สึกถึงความรู้สึกที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เธอเริ่มรู้สึกถึงความร้อนที่ลุกขึ้นมาที่ใบหน้า และลมหายใจที่เริ่มเร็วขึ้น
"เ้ามีสมาธิไม่พอ" เฝิงซือเฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน แต่แฝงไปด้วยอำนาจ เขาใช้มืออีกข้างโอบรอบไหล่ของเธอ และดึงเธอเข้ามาใกล้จนร่างกายของเธอแนบชิดกับแผงอกที่แข็งแกร่งของเขา การเคลื่อนไหวนี้ทำให้เฝิงหลินรู้สึกถึงสิ่งที่แข็งขึ้นใต้ตัวเธอชัดเจนขึ้น
การโยกตัวเบาๆ ของเฝิงซือเฉิงยังคงดำเนินต่อไป เขาเริ่มบดเอวเล็กน้อยในการเคลื่อนไหว จังหวะที่สม่ำเสมอและอ่อนโยนทำให้เฝิงหลินรู้สึกเหมือนกำลังถูกกล่อม เธอเริ่มรู้สึกง่วงนอนเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในร่างกายของเธอ ความรู้สึกที่ทำให้เธอ้าบางสิ่งที่เธอไม่เข้าใจ
เธอรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย เมื่อการเสียดสีระหว่างท่อนเนื้อของเฝิงซือเฉิงกับร่องรักของเธอเพิ่มความรุนแรงขึ้น เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากจุดที่พวกเขาัักัน เฝิงหลินเริ่มรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของตัวเอง เธอรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกำลังปลุกขึ้นภายในตัวเธอ
เฝิงซือเฉิงสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในการหายใจของเฝิงหลิน เขายิ้มอย่างพอใจและเพิ่มความแรงในการโยกตัวเล็กน้อย การเคลื่อนไหวของเขาเริ่มมีการส่ายเอวและบดเอวมากขึ้น "บุตรสาวของข้าเก่งมาก" เขาชมเมื่อเห็นว่าเฝิงหลินเขียนอักษรได้สวยขึ้น แม้ว่าจริงๆ แล้วเธอจะเขียนได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เพราะไม่สามารถมีสมาธิได้
การโยกตัวที่ต่อเนื่องทำให้ท่อนเนื้อของเฝิงซือเฉิงเสียดสีกับร่องรักของเฝิงหลินอย่างสม่ำเสมอ เขาเริ่มเร่งจังหวะเล็กน้อย เธอรู้สึกถึงความรู้สึกที่แปลกใหม่และไม่เข้าใจ เฝิงหลินเริ่มรู้สึกถึงความตึงเครียดที่ก่อตัวขึ้นในร่างกายของเธอ เธอเริ่มเบียดเอวเล็กน้อยตามจังหวะการโยกตัวของพ่อเลี้ยง โดยไม่รู้ตัวว่าเธอกำลังทำอะไร
เขาค่อยๆ โน้มหน้าลงมาและจูบแก้มของเธออย่างอ่อนโยน "นี่คือรางวัลสำหรับลูกสาวที่เก่ง" ริมฝีปากอ่อนของเขาแตะแก้มของเฝิงหลินนานกว่าที่ควรจะเป็ เฝิงหลินรู้สึกถึงความอบอุ่นและความชื้นเล็กน้อยจากริมฝีปากของเขา การัันี้ทำให้เธอรู้สึกเสียวซ่าไปทั่วร่างกาย
เฝิงหลินรู้สึกถึงความอบอุ่นและความแข็งแกร่งของร่างกายเขา เธอพยายามที่จะขยับตัวออกเพราะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของตัวเอง แต่เฝิงซือเฉิงกลับกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น "อย่าขยับเลย บุตรสาว เราต้องฝึกให้เ้านั่งนิ่งๆ ได้"
การโยกตัวของเฝิงซือเฉิงเปลี่ยนจังหวะเล็กน้อย กลายเป็การเคลื่อนไหวที่ช้าและเป็จังหวะมากขึ้น เขาเริ่มดึงจังหวะช้าลงแล้วเร่งขึ้นอย่างเป็จังหวะ เฝิงหลินรู้สึกถึงการเสียดสีที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่แข็งใต้ตัวเธอดูเหมือนจะแข็งขึ้นและใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายแต่ก็แปลกใจที่ไม่อยากให้มันหยุด เธอเริ่มโยกตัวเล็กน้อยตามจังหวะ โดยไม่รู้ตัวว่าเธอกำลังช่วยเพิ่มการเสียดสี
ท่อนเนื้อของเฝิงซือเฉิงเสียดสีกับร่องรักของเฝิงหลินผ่านผ้าบางๆ อย่างต่อเนื่อง การเคลื่อนไหวที่ช้าแต่มีจังหวะทำให้เธอรู้สึกถึงความรู้สึกที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เฝิงหลินเริ่มรู้สึกถึงความร้อนที่ลุกขึ้นมาที่ใบหน้า ลมหายใจของเธอเริ่มหอบเร็วขึ้น และเธอเริ่มส่วยเอวเล็กน้อยตามจังหวะการเคลื่อนไหว
"เ้าต้องเรียนรู้ที่จะมีสมาธิแม้ในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย" เฝิงซือเฉิงกระซิบข้างหูของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาทำให้เฝิงหลินรู้สึกเสียวซ่าเล็กน้อย เขาเริ่มใช้ปลายจมูกของเขาถูไปตามต้นคอของเฝิงหลินอย่างแ่เบา
"กลิ่นของเ้าหอมเหมือนดอกไผ่" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำ ขณะที่ริมฝีปากของเขาแตะต้นคอของเธอเบาๆ การััที่อ่อนโยนนี้ทำให้เฝิงหลินรู้สึกเสียวซ่าไปทั่วร่างกาย เธอไม่เข้าใจว่าทำไมร่างกายของเธอถึงตอบสนองต่อการััของพ่อเลี้ยงแบบนี้ เธอเริ่มโยกขึ้นลงเล็กน้อยตามจังหวะการเคลื่อนไหวของเขา
การโยกตัวของเฝิงซือเฉิงเพิ่มความแรงขึ้นเล็กน้อย เขาเริ่มส่ายเอวและบดเอวในการเคลื่อนไหว ท่อนเนื้อของเขาเสียดสีกับร่องรักของเฝิงหลินอย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอรู้สึกถึงความรู้สึกที่แปลกใหม่และไม่เข้าใจ เฝิงหลินรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ลมหายใจของเธอเริ่มหอบเร็วขึ้น และเธอเริ่มเบียดเอวและส่วยตัวตามจังหวะการเคลื่อนไหว
เฝิงหลินรู้สึกตัวสั่นเล็กน้อย ความรู้สึกที่แปลกใหม่นี้ทำให้เธอไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากร่างกายของพ่อเลี้ยง และการโยกตัวที่อ่อนโยนทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยแต่ก็สับสนในขณะเดียวกัน การเสียดสีที่เกิดขึ้นทำให้เธอรู้สึกถึงความรู้สึกที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน เธอเริ่มโยกขึ้นลงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
"ข้าจะสอนเ้าให้เขียนอักษรที่ยากขึ้น" เฝิงซือเฉิงกล่าวขณะที่มือของเขาเลื่อนไปจับมือของเฝิงหลินแน่นขึ้น "แต่เ้าต้องมีสมาธิมากกว่านี้" การโยกตัวของเขาเพิ่มความแรงขึ้นเล็กน้อย เขาเริ่มเร่งจังหวะแล้วดึงจังหวะช้าลงอย่างเป็ระบบ ทำให้การเสียดสีชัดเจนขึ้น
เขาเริ่มเขียนอักษรที่ซับซ้อนมากขึ้น มือของเขาครอบคลุมมือของเฝิงหลินทั้งหมด การเคลื่อนไหวของพู่กันเป็ไปอย่างช้าๆ และเป็จังหวะ เฝิงหลินพยายามที่จะจดจ่อกับการเขียน แต่การััที่ใกล้ชิดและการโยกตัวที่ต่อเนื่องทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่ในความฝัน เธอเริ่มโยกขึ้นลงและเบียดเอวตามจังหวะ
ท่อนเนื้อของเฝิงซือเฉิงเสียดสีกับร่องรักของเฝิงหลินอย่างต่อเนื่อง การเคลื่อนไหวที่ช้าแต่มีจังหวะทำให้เธอรู้สึกถึงความรู้สึกที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เฝิงหลินรู้สึกถึงความร้อนที่ลุกขึ้นมาที่ใบหน้า ลมหายใจของเธอเริ่มหอบเร็วขึ้น และเธอเริ่มส่งเสียงครางเบาๆ โดยไม่รู้ตัว เธอรู้สึกเหมือนร่างกายของเธอกำลังเรียกร้องบางสิ่งที่เธอไม่เข้าใจ
"บุตรสาวของข้าช่างฉลาด" เฝิงซือเฉิงกระซิบขณะที่เขาเริ่มใช้ริมฝีปากของเขาแตะใบหูของเฝิงหลินเบาๆ "แต่เ้าต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมตัวเองให้ได้" เขาใช้ปลายลิ้นของเขาเลียขอบหูของเธออย่างแ่เบา
เฝิงหลินรู้สึกถึงความรู้สึกที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การเสียดสีที่เกิดขึ้นจากการโยกตัวทำให้เธอรู้สึกถึงความรู้สึกที่แปลกใหม่และไม่เข้าใจ เธอรู้สึกเหมือนมีไฟลุกไหม้อยู่ในร่างกายของเธอ และการััของพ่อเลี้ยงทำให้ไฟนั้นลุกโชนขึ้นเรื่อยๆ เฝิงหลินเริ่มโยกขึ้นลงและเบียดเอวตามจังหวะมากขึ้น เสียงครางเบาๆ เริ่มหลุดออกมาจากริมฝีปากของเธอ
"เ้าเริ่มเข้าใจแล้วใช่ไหม บุตรสาว" เฝิงซือเฉิงกระซิบขณะที่เขาใช้ฟันของเขาแทะใบหูของเฝิงหลินเบาๆ "นี่คือบทเรียนที่สำคัญที่สุดที่เ้าต้องเรียนรู้"
การโยกตัวของเขาเพิ่มความแรงขึ้นอีก เขาเริ่มเร่งจังหวะอย่างต่อเนื่อง เฝิงหลินรู้สึกถึงสิ่งที่แข็งและใหญ่ใต้ตัวเธอเคลื่อนไหวไปมา ทำให้เกิดการเสียดสีที่ทำให้เธอรู้สึกถึงความรู้สึกที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน เธอรู้สึกเหมือนร่างกายของเธอกำลังเรียกร้องบางสิ่งที่เธอไม่เข้าใจ เฝิงหลินเริ่มโยกขึ้นลงและเบียดเอวตามจังหวะอย่างต่อเนื่อง เสียงครางเบาๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากของเธอบ่อยขึ้น
ท่อนเนื้อของเฝิงซือเฉิงเสียดสีกับร่องรักของเฝิงหลินอย่างต่อเนื่อง การเคลื่อนไหวที่ช้าแต่มีจังหวะทำให้เธอรู้สึกถึงความรู้สึกที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เขาเริ่มเร่งจังหวะเพื่อพาเฝิงหลินไปสู่จุดสุดยอด เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกพาไปสู่จุดที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน เฝิงหลินโยกขึ้นลงและเบียดเอวตามจังหวะ เสียงครางเบาๆ หลุดออกมาอย่างต่อเนื่อง
ความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นในร่างกายของเฝิงหลินเพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกพาไปสู่จุดที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน ร่างกายของเธอเริ่มตึงเครียดขึ้น ลมหายใจของเธอหอบเร็วขึ้น และเธอรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย การเสียดสีที่ต่อเนื่องทำให้เธอรู้สึกถึงความรู้สึกที่แปลกใหม่และไม่เข้าใจ
เฝิงซือเฉิงสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของเฝิงหลิน เขาเร่งจังหวะการโยกตัวขึ้นเล็กน้อย ท่อนเนื้อของเขาเสียดสีกับร่องรักของเธออย่างต่อเนื่อง เฝิงหลินรู้สึกถึงความรู้สึกที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เธอเริ่มโยกขึ้นลงและเบียดเอวตามจังหวะอย่างรุนแรงขึ้น เสียงครางเบาๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากของเธอบ่อยขึ้น
ทันใดนั้น ความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นในร่างกายของเฝิงหลินก็ถึงจุดสุดยอด เธอรู้สึกถึงความรู้สึกที่ะเิออกมาจากภายในร่างกายของเธอ ร่างกายของเธอกระตุกเกร็งขึ้น เธอส่งเสียงครางเบาๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัว และรู้สึกถึงความชื้นที่ซึมออกมาใต้กระโปรงของเธอ เฝิงหลินไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเธอ แต่เธอรู้สึกถึงความรู้สึกที่แปลกใหม่และไม่เคยประสบมาก่อน
เฝิงหลินเงยหน้าขึ้นมองพ่อเลี้ยง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและความหวั่นไหว เฝิงซือเฉิงมองตอบด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาที่ซ่อนเร้น เขาใช้ปลายนิ้วของเขาลูบไล้ไปตามแก้มของเธออย่างแ่เบา
"เ้าช่างงดงามเหลือเกิน บุตรสาวของข้า" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและเย้ายวน
เฝิงหลินไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ เธอทำได้เพียงพยักหน้าอย่างช้าๆ เฝิงซือเฉิงยิ้มอย่างพอใจ และเริ่มบทเรียนที่ล้ำเส้นมากขึ้น
เฝิงซือเฉิงค่อยๆ ปล่อยเฝิงหลินออกอย่างช้าๆ เขามองเข้าไปในดวงตาของเธออีกครั้ง "วันนี้พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้เราจะมาต่อกัน"
เฝิงหลินพยักหน้าอย่างช้าๆ เธอรีบเก็บข้าวของและเดินออกจากห้องอักษรด้วยหัวใจที่เต้นรัว เธอรู้สึกถึงความสับสนและความหวั่นไหวที่เกิดขึ้นในใจของเธอ เธอไม่เข้าใจว่าความรู้สึกนี้คืออะไร แต่เธอรู้ดีว่าเธอไม่สามารถปฏิเสธความรู้สึกนี้ได้