ว่าที่ฮูหยินโจร
หลินอีอีก้มหน้าก้มตาเดินตามโจรไปเรื่อยๆเขาพานางเดินอยู่สองชั่วยามขึ้นเขาลงห้วยจนนางไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในสถานที่ใดรู้แค่ว่าโจรถ่อยกำลังเดินทางกลับูเากลืนิญญา สถานที่น่าอกสั่นขวัญหายคือชื่อเรียกน่ากลัวของูเาลูกนี้ที่ปรากฏอยู่ในนิยายของนางที่หลินอีอีตั้งขึ้นมาแบบมั่วซั่ว
การตั้งชื่อสถานที่ที่เป็แหล่งมั่วสุมของคนเถื่อนในยุทธภพมันก็ต้องตั้งให้น่ากลัวหน่อยใช่ไหมเล่าแต่อย่างน้อยชื่อนี้ก็ไม่ถือว่าตั้งอย่างส่งเดชไปเสียทีเดียวเพราะว่าหมู่บ้านโจรอยู่บนเนินเขาสูงสุดของูเากลืนิญญาเนินเขาลูกนั้นมีชัยภูมิที่เหมาะสมกับการตั้งซ่องโจรเป็ที่สุดมีทางเข้าออกเพียงทางเดียวส่วนด้านหลังเป็หน้าผาสูงชันที่มีแม่น้ำสีเขียวชื่อว่าแม่น้ำกลืนิญญาไหลคดเคี้ยวผ่านูเาไปยังเมืองต่างๆ ของแคว้นตงจิ้น
หากมีมนุษย์ธรรมดาตกลงไปก็รับรองได้ว่าิญญาของคนคนนั้นต้องถูกแม่น้ำสีเขียวดูดกลืนไปจนหมดไม่เหลือแน่เห็นหรือไม่ว่านางก็ใช้สมองเหมือนกันนะ ถึงจะเป็นิยายที่เขียนขึ้นมาเฉพาะกิจโดยมีจุดประสงค์แค่ให้ตัวละครมาโบ๊ะบ๊ะกัน แต่มันก็ต้องมีเหตุผลรองรับใช่ไหมเล่าไม่ใช่แค่ตั้งชื่อไปส่งเดชเสียทีเดียว
และหากว่าจะมีใครเดินทะเล่อทะล่าจนตกหน้าผาตายหลินอีอีภาวนาว่า คนโง่คนนั้นขออย่าให้เป็ตัวนางก็แล้วกัน
เขาพานางเดินบุกป่ามาถึงสองชั่วยามโดยไม่ได้หยุดพักพาขึ้นเขาลงห้วยบุกฝ่าดงไม้น้อยใหญ่ ผู้หญิงคนนี้ก้มหน้าก้มตาเดินตามมาเงียบๆถึงจะมีท่าทางทุลักทุเลไปบ้างแต่ก็ถือได้ว่านางมีความอดทนต่อความยากลำบากในการเดินบุกป่าไม่น้อยเลยทีเดียวต่างจากตอนแรกที่เขาคิดไว้มากนัก
นางก้มหน้าก้มตาเดินเงียบเชียบติดตามหลังของเขามาไม่ห่างไม่มีเสียงบ่นโอดครวญ และไม่ห่วงเื่ความสกปรกหรือบ่นจู้จี้เื่ความลำบากเขาไม่หยุดพักนางก็ไม่ร้องขอหยุด ยังคงก้มหน้าก้มตาเดินตามมาเงียบๆมีแค่บาง่ที่ต้องลงเนินเขา หรือไต่ขึ้นเนินที่ค่อนข้างชันนางจึงส่งเสียงขอความช่วยเหลือจากเขา
หลิวเย่ว์ชื่นชอบสตรีแบบนี้มากหญิงสาวในเมืองส่วนใหญ่ที่เขารู้จักมักจะเหมือนกันไปหมด คือเป็พวกชอบใส่หน้ากากเข้าหากันตีสองหน้าเสแสร้งและจอมปลอมเป็พวกปากอย่างใจอย่าง เห็นได้ชัดว่ามีเจตนาไม่ดี แต่ก็ยังวางท่าทีสูงส่งเสแสร้งเป็ผู้ดีจอมปลอม
เขาชอบแกล้งผู้หญิงพวกนั้นนักด้วยการวางท่าเป็คนถ่อยเถื่อน ทำให้สตรีสูงส่งในเมืองหลวงไม่ค่อยอยากเข้ามาวุ่นวายกับเขาเท่าไหร่นัก
ส่วนคนงามข้างหลังนอกจากท่าทีเหินห่างกับหวาดระแวงเหมือนหนูกลัวแมวที่แสดงออกต่อเขานอกนั้นนางก็วางตัวปกติเป็ธรรมชาติ สั่งให้กินก็กินบอกให้นอนก็นอนทำตัวว่าง่ายยิ่งนัก ที่สำคัญคือความอดทนไม่จุกจิกวุ่นวายหรือเอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญ
นับว่าคิดไม่ผิดที่เอาตัวนางมาด้วยความจริงเขาจะปล่อยนางไว้ที่หมู่บ้านใดหมู่บ้านหนึ่งก็ได้ไม่จำเป็ต้องพานางกลับไปด้วยป่าในเขตอำเภอถงหลินเขารู้จักเกือบทุกซอกทุกมุมสามารถพานางไปทิ้งไว้ในหมู่บ้านสักแห่งหนึ่งชั่วคราวแต่เขาก็ไม่ทำแบบนั้นเพราะไม่ไว้ใจมู่หรงเต๋อ
ไอ้หมอนั่นพาทหารเข้ามาก่อกวนชายแดนแคว้นตงจิ้นไม่รู้ว่ามีหมู่บ้านกี่แห่งที่ถูกมันรังควานไปแล้วหากพาแม่สาวคนนี้ไปฝากไว้ที่นั่นถ้ามู่หรงเต๋อบังเอิญผ่านเข้ามาผู้หญิงสวยขนาดนี้มู่หรงเต๋อคงไม่ปล่อยให้หนีไปเฉยๆ แน่
หลิวเย่ว์มองดวงอาทิตย์ที่ขึ้นมาเกือบจะตรงศีรษะเดินอีกครึ่งชั่วยามก็จะถึงทางเข้าหมู่บ้านโจรเขาหันหลังกลับไปมองคนที่อยู่ข้างหลัง เห็นนางกำลังใช้หลังมือปาดเหงื่อบนหน้าผาก หลิวเย่ว์จึงตัดสินใจหยุดพัก
“เอาล่ะ ข้าจะหยุดพักกินอาหารตรงนี่สักสองเค่อ”
เขาพูดแล้วก็เดินเข้าไปนั่งลงบนก้อนหินเตี้ยใต้ร่มไม้ต้นหนึ่งแล้วปลดถุงหนังใส่น้ำชาข้างเอวขึ้นมาดื่มหลายอึก
หลินอีอีเดินตามมาเงียบๆหาที่นั่งที่อยู่ห่างจากโจรผมหยิกสักเล็กน้อย สถานการณ์แบบนี้หากเว้นระยะห่างไว้หน่อยก็รู้สึกอุ่นใจดี
“ดื่มสิ เ้ากระหายน้ำมิใช่หรือ”เขาพูดแล้วก็ยื่นถุงหนังใส่น้ำชาที่เพิ่งจะยกกรอกปากไปครึ่งถุงส่งมาทางหลินอีอีนางจึงเดินกระมิดกระเมี้ยนเข้าไปรับถุงหนังใส่น้ำจากมือของเขา
หลินอีอียกถุงใส่น้ำกรอกเข้าปากด้วยท่าทางเป็ธรรมชาติโดยปราศจากอาการรังเกียจน้ำชาสีเหลืองแก่ขมมากแต่เมื่อดื่มเข้าไปสักพักหนึ่งรสขมจัดของน้ำชาก็เปลี่ยนเป็ชุ่มคอทำให้ความทรมานจากอาการกระหายน้ำดีขึ้นมาก
หลิวเย่ว์แอบมองหญิงงามอยู่เงียบๆแล้วก็แกล้งทำท่าว่าไม่สนใจนาง เขาหยิบก้อนดินสีดำเกรียมในห่อผ้าขึ้นมาบิออกแล้วก็จัดการอาหารมื้อแรกของตัวเองด้วยท่าทางที่หลินอีอีคิดว่าเหมือนหมูกำลังสวาปามอาหารรสเลิศบนโต๊ะจัดเลี้ยงของฮ่องเต้ใช่แล้วต้องท่ากินอย่างนี้สิถึงจะสมกับเป็โจรป่า หลินอีอีคิดในใจ
แต่เมื่อโจรถ่อยไม่ได้สนใจนางหลินอีอีจึงใช้นิ้วมือน่ารักชวนมองแก้ห่อผ้าใส่เสบียงของตนเองออกบ้างหยิบไข่นกย่างกับหัวกลอยป่าที่โจรส่งให้เมื่อเช้าขึ้นมากัดกินอย่างหิวกระหาย
พอกินอาหารเสร็จโจรถ่อยก็บงการให้นางออกเดินทางต่อ แต่คราวนี้เขากลับทำในสิ่งที่หลินอีอีไม่เข้าใจนั่นก็คือหยิบเชือกที่ใช้มัดเหยื่อที่ล่ามาได้เมื่อวาน จัดการมัดมือสองข้างของหลินอีอี
หลินอีอีใช้ดวงตากลมโตจ้องมองโจรป่าตาแป๋วสลับกับมองเชือกที่ยังมีคราบเืของกระต่ายกับนกป่าติดอยู่นางลังเลใจว่าควรจะร้องแล้วดิ้นรนขัดขืนสักหน่อยดีไหมแต่พอนึกถึงลูกถีบเมื่อวานกับสภาพของต้นไม้ที่หักโค่นลงมา หลินอีอีก็ตัดสินใจว่า 'ไม่ร้อง' แล้วปล่อยให้โจรถ่อยมัดมือสองข้างของนางเหมือนมัดกีบหมูที่กำลังเตรียมเอาเข้าโรงเชือด
“ตรงนี้เข้าเขตหมู่บ้านโจรในหุบเขากลืนิญญาแล้ว เดินไปอีก2เค่อก็จะเจอทางขึ้นเขาที่ตรงนั้นมีค่ายของผู้คุมกฎตั้งอยู่หากเข้าไปในเขตของข้า เ้าจะทำหน้าหวาดกลัวร้องไห้หรือดิ้นรนสักนิดหน่อยก็ย่อมทำได้แต่อย่าทำหน้าไร้อารมณ์จ้องข้าตาแป๋วแบบนี้ทำให้ข้ารู้สึกเหมือนตัวเองไม่สมกับเป็โจรป่าเอาเสียเลย”
เขาพูดยิ้มๆกับนาง หลินอีอีฟังแล้วก็หน้าเจื่อน นั่นสินะนางแสดงออกตามสบายเกินไปหรือไม่หลินอีอีจึงก้มหน้าผงกหัวรับคำ
“เ้าค่ะนายท่าน” ท่าทางว่าง่ายของนางทำเอาโจรป่าทำหน้าแปลกพิกล
พอเขามัดนางเสร็จก็หันหลังออกเดินโดยจูงหลินอีอีไปตามทางมุ่งหน้าไปยังทางขึ้นเขาสู่หมู่บ้านโจรสถานที่ซ่องสุมกำลังขนาดใหญ่ของโจรป่าในนิยายที่อยู่ในหุบเขากลืนิญญา
รังโจรบนูเาลูกนี้มีสมาชิกเกือบหนึ่งพันคนหลินอีอีเขียนบทให้โจรถ่อยสายลับของแคว้นซีเหยียนแทรกซึมเข้ามาอยู่ในรังโจรในฐานะหัวหน้าระดับสูงคนหนึ่งของโจรป่ากลุ่มนี้
โจรป่าในหุบเขากลืนิญญาขึ้นชื่อเื่ความโหดร้ายเริ่มแรกซ่องโจรแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นด้วยการรวมตัวของคนถ่อยในยุทธภพพวกมันก่อกรรมทำเข็ญไว้ไม่น้อย ปล้นฆ่าข่มขืนวางเพลิงพอนานวันเข้าหุบเขากลืนิญญาก็กลายเป็ที่กบดานของโจรกลุ่มใหญ่พวกมันไม่เกรงกลัวกฎหมาย ประกอบกับได้เ้าเมืองที่มีนิสัยชั่วช้ารับสินบนจากโจรูเาซ่องโจรในหุบเขากลืนิญญาจึงสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวเมืองผิงอันจนทั่ว
ฮ่องเต้ได้รับทราบการมีอยู่ของโจรูเากลุ่มใหญ่เมื่อสองปีก่อนหลังจากได้รับฎีกาที่ขุนนางท้องถิ่นคนหนึ่งเสี่ยงชีวิตนำฎีกาเข้าเมืองหลวงทูลเกล้าฯขึ้นถวายด้วยตัวเองฮ่องเต้พิโรธหนักจึงมีพระบัญชาให้นำทหารจากเมืองหลวงไปจัดการปราบปรามโจรกลุ่มนี้
แต่การบุกเข้าหุบเขากลืนิญญาเป็เื่ยากเพราะความที่ไม่คุ้นเคยกับสถานที่รวมถึงการทำงานของขุนนางกังฉินที่คอยส่งข่าวให้โจรชั่วรู้ตัวทหารของทางการล้อมปราบโจรูเาพวกนี้ทีไรก็ต้องพ่ายแพ้กลับมาทุกทีร้อนถึงผิงจ้งโหวพระนัดดาของฮ่องเต้ต้องนำทหารมาปราบโจรกลุ่มนี้ด้วยตัวเอง
อีกไม่กี่วันขบวนเกี้ยวเ้าสาวขององค์หญิงจิ้นหลิงจะเสด็จไปเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับรัชทายาทแคว้นซีเหยียนผิงจ้งโหวจึงรีบนำกำลังทหารหลวงเดินทางมาที่เมืองผิงอันแผนการแทรกซึมเข้ามาอยู่ในรังโจรก็เป็ส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่ผิงจ้งโหววางไว้
หลิวเย่ว์เข้ามาอยู่ในรังโจรได้หนึ่งปีกว่าโดยใช้อุบายอันชาญฉลาดช่วยเหลือหัวหน้าโจรให้รอดจากการถูกทหารของผิงจ้งโหวล้อมจับจากนั้นเขาก็ใช้เวลาเพียงหนึ่งปีไต่เต้าจากตำแหน่งโจรตัวเล็กจนขึ้นมาเป็รองหัวหน้าอันดับหนึ่ง โดยมีรองอันดับสองเป็คู่แข่งตัวสำคัญ
“เฮ้ย! ขึ้นไปบอกข้างบนเร็วเข้า รองหัวหน้าหลิวกลับมาแล้วแถมยังพาผู้หญิงมาด้วยอีกคน”
เสียงของโจรเถื่อนที่ทำหน้าที่เป็องครักษ์ดูแลทางขึ้นูเาะโสั่งลูกน้องในป้อมให้รีบไปแจ้งการมาถึงของรองหัวหน้าหลิวให้เบื้องบนรับทราบ
“ผู้หญิง! โอ้จริงหรือนี่รองหัวหน้าหลิวจับผู้หญิงกลับมาได้ด้วยเหรอดีเลยข้าจะรีบไปแจ้งข่าวดีให้หัวหน้าทั้งหลายรู้”ลูกน้องอีกคนออกอาการลิงโลดเมื่อได้ยินคำว่า 'ผู้หญิง'จากปากของเพื่อนองครักษ์
ในค่ายโจรผู้หญิงที่ถูกจับตัวมาได้จะถือเป็สมบัติของส่วนรวมหากพวกนางได้รับเลือกจากหัวหน้าโจรระดับบนให้เป็นางบำเรอส่วนตัวผู้หญิงเหล่านี้จะถูกส่งตัวไปอยู่ตามกระท่อมของหัวหน้าแต่ละคนส่วนคนที่ไม่ได้ถูกเลือกก็จะกลายเป็นางบำเรอของพี่น้องโจรทุกคนในค่ายพวกนางจะถูกเลี้ยงไว้ในโรงเรือนที่คล้ายกับหอคณิกาในเมือง ที่ปลูกอยู่บนเนินดอกท้อเอาไว้ให้พวกโจรใช้เงินซื้อตัวพวกนางไปบำเรอกาม
เนื่องจากผู้หญิงที่ถูกจับมาได้มีน้อยแต่สมาชิกโจรมีมากเกือบหนึ่งพันคน่แรกสตรีเ่าั้ขาดใจตายหลังจากถูกจับมาได้ไม่กี่วันถ้าไม่ถูกข่มขืนจนตายก็ป่วยตาย
รองหัวหน้าหลิวกับรองหัวหน้าเนี่ยจึงเสนอกฎเื่โรงคณิกาขึ้นในค่ายโจรเพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องในค่ายได้เชยชมพวกผู้หญิงที่ตกเป็เชลยกันอย่างเท่าเทียม
หัวหน้าใหญ่ก็เห็นดีกับความคิดนี้พวกผู้ชายไม่ต้องฆ่ากันตายเพื่อจะได้แย่งกันขึ้นคร่อมสตรีคนเดียวกันส่วนผู้หญิงก็ไม่ต้องตาย (เร็วเกินไปนัก) เพราะถูกบุรุษกลัดมันเหล่านี้ขึ้นคร่อม
ในอดีตมีสตรีที่ตกเป็เชลยมากมายพบจุดจบน่าอนาถใจเพราะถูกข่มขืนจากผู้ชายหลายร้อยคนในวันเดียวหลังจากที่พวกนางตายแล้วศพของพวกนางก็ถูกโยนทิ้งลงไปตรงหน้าผาเป็ที่น่าอเนจอนาถนัก
ั้แ่รองหัวหน้าหลิวมาอยู่ที่นี่ค่ายโจรแห่งนี้ก็ไม่เกิดเื่น่าเศร้าใจแบบนั้นอีกเลยชาวบ้านที่อยู่ตามหมู่บ้านที่แม่น้ำกลืนิญญาไหลผ่าน ก็ไม่ได้พบกับศพของสตรีผู้เคราะห์ร้ายลอยตามแม่น้ำกลืนิญญามาอีกเลย
“รองหัวหน้าหลิว”
เสียงะโทักทายราวกับเสียงตะคอกดังออกมาจากป้อมไม้ไผ่เป็เสียงของหัวหน้าองครักษ์โจรที่ะโทักทายกับรองหัวหน้าหลิว
“หัวหน้าองครักษ์หม่า” หลิวเย่ว์ตะคอกกลับ ด้วยน้ำเสียงและสำเนียงการพูดที่ถูกดัดให้แปร่งหูมันฟังดูเหมือนว่าชายคนนี้เป็คนกักขฬะอย่างไรก็ไม่รู้ หลินอีอีคิด
หลิวเย่ว์หันหลังกลับไปทำหน้าถมึงทึงตะคอกเสียงดุร้ายใส่เชลยสาวที่จับมาได้พร้อมทั้งเงื้อมือขึ้นทำท่าจะฟาดลงมาบนใบหน้าของหลินอีอีนางจึงยกสองแขนขึ้นกุมศีรษะใกลัวลนลาน
หลิวเย่ว์ฉุดกระชากลากถูหลินอีอีให้เดินตามตนเหมือนกับกำลังลากวัวไม่ใช่โจรที่มีท่าทางเป็มิตรและน้ำเสียงปกติที่แสดงออกต่อนางเหมือนเมื่อตอนที่อยู่ในป่าด้วยกัน
หลินอีอีรู้โดยทันทีว่าหายนะของนางอยู่ตรงเบื้องหน้านี่เองถ้าไม่รู้ว่าเป็อุบายที่โจรถ่อยแสร้งทำ นางคงใจนตายไปแล้วเป็แน่เมื่อต้องตกมาอยู่ในค่ายโจรแห่งนี้
เนื้อหาในนิยาย่ที่ถูกโจรในค่ายย่ำยีทำให้หลินอีอีหวาดกลัวจนตัวสั่นโดยไม่ต้องเสแสร้งให้เสียเวลานางก้มหน้าต่ำ ล้มลุกคลุกคลานตามแรงฉุดกระชากของหลิวเย่ว์หัวหน้าองครักษ์โจรหัวเราะเสียงดังชอบใจกับฉากตรงหน้าราวกับกำลังดูละครหลังข่าว
“อะไรกัน รองหัวหน้าหลิวไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผาเอาเสียเลยเดี๋ยวนางคนนี้ก็ช้ำในตายหรอก”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ตอนอยู่ในป่านางนี่ก็เกือบตายมาแล้วหนหนึ่งเพราะน้องชายของข้าเฮ้ออยู่กลางป่าข้ายังกินไม่หนำใจเลย ข้าจะเอานางคนนี้ไปเป็นางบำเรอส่วนตัวที่กระท่อมถ้ากินเบื่อเมื่อไหร่ค่อยยกให้เรือนดอกท้อทีหลัง”
“นายท่านเ้าขาเมตตาด้วย โอ้ว อ๊า อู่ย ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าไปล่ะทนแทบไม่ไหวแล้ว”
“โอ้ อย่าหักโหมล่ะรองหัวหน้าหลิวถนอมเอวด้วย ฮ่าฮ่าฮ่า”
หลิวเย่ว์พูดตอบหัวหน้าองครักษ์แล้วแกล้งบีบเสียงพูดให้แหลมสูงเลียนแบบเสียงร้องของสตรี พูดจาลามกสัปดนโต้ตอบกับหัวหน้าองครักษ์โจรอย่างสนุกสนาน คำพูดของผู้ชายหยาบเถื่อนทั้งคู่ทำให้หลินอีอีต้องก้มหน้าตัวสั่นเพราะความหวาดกลัว
โชคดีก่อนมาถึงที่นี่หลิวเย่ว์หยิบฝุ่นดินขึ้นมาป้ายไปตามใบหน้ากับเสื้อผ้าของนางจนดูมอมแมมไปหมดเขาใช้มือขยี้ผมที่หลินอีอีอุตส่าห์จัดทรงสวยงามจนฟูยุ่งเหยิง
นางก้มหน้าให้ต่ำที่สุดเดินร้องไห้กระซิกตามรองหัวหน้าหลิวที่ตะคอกเสียงต่ำทักทายกับพี่น้องโจรในค่ายที่กำลังเดินผ่านไปผ่านมาด้วยความเป็กันเอง
หลิวเย่ว์ทั้งลากทั้งจูงหลินอีอีที่มีสภาพมอมแมมจนดูแทบไม่ได้ขึ้นมาจนถึงเนินเฮยหลง เนินเขาสูงสุดของค่ายโจรเฮยอั่น (ค่ายรัตติกาล)
หุบเขากลืนิญญามีอาณาบริเวณกว้างขวางมีเนินเขาหลายลูกสูงต่ำลดหลั่นกันไปเนินเขาสูงสุดมีชื่อเรียกว่าเนินเฮยหลง (ัดำ)เป็ที่อยู่ของหัวหน้าโจรระดับสูง
เนินเขาลูกเตี้ยรองลงมาเป็ของโจรระดับหัวหน้าและรองหัวหน้าหน่วยของแต่ละหน่วยงานในค่ายโจรเนินเขาลูกเตี้ยเป็ของเหล่าสมุนโจรจับจองพื้นที่ปลูกกระท่อมอยู่อาศัยหอคณิกาอยู่บนเนินลูกหนึ่งที่ชื่อเนินดอกท้อซึ่งอยู่ตรงกึ่งกลางของค่ายโจรูเาลูกนี้
ในค่ายเฮยอั่นโจรทุกคนสามารถแต่งงานมีภรรยาได้หากว่าตอนที่ออกไปปล้นฆ่าวางเพลิงที่ไหนโจรในค่ายจับสตรีที่ต้องใจกลับมาได้แล้วอยากแต่งงานอยู่กินกับพวกนางเ่าั้ก็ได้รับอนุญาตให้เลี้ยงดูพวกนางไว้เป็สมาชิกในค่ายโจรสตรีที่ผ่านการยอมรับจากค่ายโจรจะไม่ถือว่าเป็สมบัติของเหล่าพี่น้อง ยกเว้นว่าสามีของพวกนางจะขายภรรยาไปไว้ที่เรือนดอกท้อด้วยข้อหาพยายามหลบหนีออกจากค่าย
แต่ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีกรณีขายภรรยามากเท่าไหร่นักส่วนใหญ่พวกผู้หญิงที่ใจกล้าหลบหนี พวกนางไปแล้วก็มักจะไม่ค่อยถูกจับตัวกลับมาเพราะความรักในรูปแบบของโจรพวกนั้น สามีของพวกนางก็มักจะปล่อยให้เมียของตัวเองหนีไปมากกว่าที่จะไปตามจับตัวกลับมายกเว้นบางคนที่รู้สึกโกรธแค้นมากที่ถูกภรรยาของตนทอดทิ้ง
ถึงจะเป็โจรแต่ก็รู้จักความรักชายหญิงเช่นกันโจรถ่อยก็มีวิธีแสดงความรักในแบบของโจรถ่อยนั่นก็คือการจับตัวพวกนางมาเป็เ้าสาวเหมือนกับที่หลิวเย่ว์จับหลินอีอีกลับมาที่ค่ายเขาเที่ยวป่าวประกาศกับใครต่อใครว่าจะแต่งเชลยสาวที่จับมาได้เป็ภรรยาของตนถ้าหากว่าเขาอารมณ์ดี
'ไอ้บ้าเอ๊ยโจรถ่อยบัดซบ'
'เดี๋ยวก็ขู่ว่าจะจับข้าเป็นางบำเรอเดี๋ยวก็ตะคอกว่าจะขายข้าเข้าหอคณิกาบนเนินดอกท้อ พักหนึ่งก็บอกว่าเปลี่ยนใจแล้วจะแต่งข้าเป็ฮูหยินช่างเป็โจรป่าที่อารมณ์แปรปรวนยิ่งนัก'
หลินอีอีก่นด่าอย่างดุเดือดในใจบางครั้งนางก็อดสงสัยไม่ได้ว่า นางออกแบบตัวละครปัญญาอ่อนแบบนี้มาได้อย่างไร
นิยายของคนอื่นนางเอกของเื่มักจะทะลุมิติเข้าไปแล้วมีฐานะประหนึ่งเ้าแม่หนี่ว์ฮวาก็ไม่ปานเป็เหมือนเทพผู้สร้างที่ให้กำเนิดตัวละครเหล่านี้ขึ้นมาแต่ไหงหลินอีอีถึงกลายเป็เชลยของโจรถ่อย
แต่ว่า...โอ้ตัวบัดซบเอ๊ย!นางลืมไปเลยว่าตัวเองเขียนนิยายโป๊ จึงถูก์ลงโทษให้มาอยู่ในนิยายเื่นี้จนได้มาเจอตัวละครสุดเพี้ยนอย่างหมอนี่เข้าให้
ได้พบกันมาสองวันนางรู้แค่ว่าเขาคือโจรถ่อยในนิยายโบ๊ะบ๊ะที่นางเขียน ในนิยายโจรถ่อยไม่มีชื่อแซ่หลินอีอีในนิยายก็ไม่เคยเรียกชื่อของโจรถ่อยเลยสักคำ
แต่เมื่อตอนที่ขึ้นมาบนูเาองครักษ์โจรเรียกเขาว่า 'รองหัวหน้าหลิว' เมื่อครู่ที่ผ่านมาโจรในค่ายก็เรียกเขาด้วยคำเรียกขานเดียวกัน หลินอีอีจึงเดาว่าโจรถ่อยใช้แซ่หลิวแต่ไม่รู้ว่าแซ่หลิวเป็แซ่แท้จริงของเ้าตัวหรือเปล่า
เชื้อพระวงศ์ของแคว้นตงจิ้นใช้แซ่จิ้นราชนิกุลแคว้นต้าเอี้ยนใช้แซ่มู่หรง แคว้นซีเหยียนใช้แซ่หลิวแซ่ของโจรถ่อยจะใช่ตัวอักษรเดียวกับหลิวของซีเหยียนหรือไม่ เื่นี้นางก็สุดที่จะรู้
หลินอีอีถูกลากมาที่กระท่อมหลังหนึ่งบนเนินเฮยหลงเนินเขาชื่อน่าเกรงขามที่นางตั้งไว้มั่วซั่วอีกนั่นเอง
“เข้าไปรออยู่ที่นี่ ห้ามออกไปไหนถ้ายังอยากมีชิ้นส่วนเหลือครบ”
รองหัวหน้าหลิวแก้เชือกที่พันธนาการมือของนางออกเขาตะคอกเสียงต่ำข่มขู่หลินอีอี ก่อนจะเปิดประตูกระท่อมโยนร่างของนางล้มก้นกระแทกพื้นเสียงดังโครม!
กิริยาของเขาแตกต่างจากคำว่ารักหยกถนอมบุปผาโดยสิ้นเชิงก้นของหลินอีอีกระแทกกับพื้นแข็งๆ ในกระท่อมเจ็บจนน้ำตาแทบเล็ดนางได้แต่กัดฟันอย่างเคียดแค้น ตัดพ้ออยู่ในใจว่าโจรถ่อยผู้นี้ตีบทแตกเกินไปหรือไม่
นางยกมือขึ้นเช็ดน้ำตารีบลุกขึ้นจากพื้นเดินตัวลีบไปนั่งซุกอยู่ตรงมุมหนึ่งของกระท่อมโดยใช้หีบใส่ของใบใหญ่เป็ที่กำบังความปลอดภัย
“รองหัวหน้าหลิว กลับมาแล้วหรือขอรับ”เสียงพูดของผู้ชายหนุ่มกว่าดังขึ้นทักทายโจรแซ่หลิวที่หน้าประตูโจรถ่อยหลิวจึงกระแทกประตูกระท่อมปิดเสียงดัง
“ปึง!”
ปิดกั้นหลินอีอีให้หลุดออกจากสายตาของผู้ที่มาใหม่แล้วก็ยืนสนทนากับคนผู้นั้นหลายประโยค
นางเงี่ยหูฟังบทสนทนาของผู้ชายทั้งสองคนที่มาใหม่ดูเหมือนว่าจะมีสถานะเป็ลูกกระจ๊อก เป็คนรับใช้ของเขา
“ข้ากลับมาแล้ว ฉุดผู้หญิงติดมือกลับมาด้วยคนหนึ่งข้าตั้งใจจะแต่งกับนางคืนนี้อ้อหยุนซิงเ้ามาก็ดีแล้วไปที่เรือนดอกท้อขอชุดแดงกับผ้าแดงคลุมหน้าเ้าสาวมาให้ข้าหน่อยตอนกลับจากประชุมข้าจะจัดพิธิแต่งงานกับแม่นั่น”
เขาพูดกับลูกน้องของตัวเองด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยทั้งยังสั่งให้คนที่ชื่อหยุนซิงไปหาซื้อสุรากับอาหารแกล้มเหล้ามาจากบ้านของฮูหยินโจรที่ขายสุรากับอาหารตรงเนินด้านล่าง
“หา! รองหัวหน้าหลิวจะแต่งงานหรือขอรับ”น้ำเสียงของหยุนซิงเต็มไปด้วยความตกตะลึงราวกับคาดไม่ถึงว่าจะได้ยินคำนี้จากปากของหัวหน้าหลิว
ั้แ่มาอยู่ที่ค่ายเฮยอั่นหยุนซิงไม่เคยเห็นรองหัวหน้าหลิวยุ่งกับผู้หญิงมาก่อนตอนที่ออกไปปล้นฆ่าวางเพลิงหากจับผู้หญิงมาได้ก็มักจะส่งให้เป็นางบำเรอของหัวหน้าคนอื่นอีกทั้งตัวเขายังไม่เคยไปใช้บริการที่เรือนดอกท้อทั้งที่ตัวเองเป็คนเสนอให้ตั้งโรงเลี้ยงดูเชลยหญิงพวกนั้นขึ้นมาเองกับมือจนหลายคนสงสัยว่า หัวหน้าหลิวผู้ดุดันอาจมีรสนิยมเป็รักร่วมเพศ
แต่ครั้งนี้ไหงอยากแต่งงานกับเชลยที่จับมาเสียได้หยุนซิงเกิดความสงสัยใคร่รู้อยากเห็นหน้าว่าที่เ้าสาวของรองหัวหน้าหลิวว่าจะมีหน้าตาอย่างไร
“ทำไมคนอย่างข้าจะมีเมียบ้างไม่ได้หรือไง”รองหัวหน้าหลิวถลึงตาดุร้ายใส่ลูกน้องหยุนซิงจึงทำหน้าเจื่อนหัวเราะเสียงดังแหะแหะ
“เปล่าขอรับๆ ข้าก็แค่ถามไปอย่างนั้นเองเดี๋ยวข้าจะไปจัดเตรียมสุรากับของกินแกล้มเหล้าแล้วก็ชุดเ้าสาวมาให้ว่าที่ฮูหยินนะขอรับ”
“ฮึ่ย! รีบไปเซ่”เขาพูดกระโชกโฮกฮากใช้สำเนียงเหน่อของเขาะโไล่หลังเด็กหนุ่มไปติดๆ
หยุนซิงแผ่นแนบจากไปในใจกำลังคิดว่าต้องไปป่าวประกาศให้รู้กันให้ทั่วค่ายว่ารองหัวหน้าหลิวผู้ดุดันกำลังจะมีเมียนี่ไม่ได้เรียกว่าดวงตะวันขึ้นทางทิศตะวันตกหรอกหรือ
พอหยุนซิงไปแล้วโจรแซ่หลิวก็ะโเสียงดังฮึกเหิม แล้วเดินยืดอกไปที่เรือนหลังบนสุดบนเนินเฮยหลงที่นั่นคือเรือนของหัวหน้าใหญ่ผู้ก่อตั้งค่ายโจรเฮยอั่นแห่งนี้
ในห้องโถงของเรือนที่สวยที่สุดบนยอดเนินเฮยหลงคือห้องประชุมของหัวหน้าค่ายโจรูเา ที่ชื่อว่ากังเถี่ยเหริน
ในห้องประชุมกังเถี่ยเหรินนั่งวางก้ามอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักที่ตั้งอยู่ติดผนังห้องที่ตกแต่งด้วยม่านผ้าไหมแดงทอสลับด้วยลวดลายสีทองมีสาวงามในชุดนุ่งน้อยห่มน้อยคอยพัดวีอยู่ทางด้านซ้ายขวาถัดไปไม่ไกลเป็ที่ปรึกษาของหัวหน้าโจรและทำหน้าที่เป็ผู้ช่วยคอยให้คำแนะนำปรึกษา
ในห้องโถงมีเก้าอี้ตั้งเรียงรายอยู่สองแถวแถวละสิบตัวเก้าอี้สองแถวมีชายหนุ่มบ้าง แก่บ้างอายุแตกต่างกัยไปนั่งอยู่เกือบครบเหลือเก้าอี้เพียงตัวเดียวที่ยังว่างอยู่ก็คือที่นั่งของรองหัวหน้าหลิว
โจรทั้ง19คนนั่งหันหน้าเข้าหากันกำลังถกเถียงกันเกี่ยวกับเื่ความเคลื่อนไหวของราชสำนักกับข่าวที่เพิ่งได้รับมาในไม่กี่วันนี้
“หัวหน้าหน่วยแร้งดำพูดมาเป็ความจริงหรือ? เกี้ยวเ้าสาวขององค์หญิงจิ้นหลิงกำลังจะเดินทางผ่านอำเภอถงหลิน”หัวหน้าหน่วยเสือดำทะยานเอ่ยถามถึงข่าวที่เพิ่งได้รับมาจากเ้าเมืองผิงอัน
“ไม่ผิดแน่ สายสืบของเรารับสารมาจากมือของเ้าเมืองโดยตรงราชสำนักกำลังจะส่งองค์หญิงไปอภิเษกเชื่อมสัมพันธไมตรีกับแคว้นซีเหยียนขบวนส่งตัวองค์หญิงเจาะจงให้ใช้เส้นทางนี้โดยเฉพาะ ข้าคิดว่านี่ไม่ใช่เื่ดีเลย”หัวหน้าหน่วยพยัคฆ์ดำช่วยพูดยืนยันอีกเสียง
“ก็ปล้นมันเสียเลยสิถือเป็บุญหล่นทับพวกเราแล้วจะได้มีเมียเป็องค์หญิงฮ่าฮ่าฮ่า”เสียงแหบต่ำดังมาจากปากของหัวหน้าหน่วยกิเลนดำผู้มีปากหนาตาโปนคิ้วดกใบหน้าเหลี่ยมและมีกลิ่นอายชั่วร้ายแผ่กระจายออกมาั้แ่หัวจรดเท้า
“พูดอะไรปัญญาอ่อนสิ้นดีอยากเป็ศัตรูกับราชสำนักหรืออย่างไรถึงกล้าฉุดองค์หญิงว่าที่ชายารัชทายาทซีเหยียนหากเป็อย่างนั้นฮ่องเต้ได้ยกทัพเป็แสนคนบุกขึ้นมาถล่มูเาลูกนี้แน่”
ชายหนุ่มรูปงามเ้าสำอางถือพัดขาวในเครื่องแต่งกายสีดำพูดตอบหัวหน้าหน่วยกิเลนผู้ซึ่งมีบุคลิกตรงข้ามกับชายหนุ่มอย่างสิ้นเชิงเขาคือหัวหน้าหน่วยกระเรียนดำรับหน้าที่เป็กุนซือวางแผนการปล้นฆ่าให้ค่ายโจรเฮยอั่น
“เฮ่ย เ้ามันก็ดีแต่พูดจาโง่เขลาไปวันๆ ไม่รู้อะไรเสียแล้วหากไม่ใช้กำลังแย่งชิงมาแล้วจะเป็โจรไปทำไม” หัวหน้าหน่วยกิเลนยังไม่ยอมแพ้
“เ้ามันก็ดีแต่ใช้กำลัง หัดใช้สมองเสียบ้าง”หัวหน้าหน่วยกระเรียนดำหุบพัดกับฝ่ามือใช้วาจาเยาะเย้ยถากถางบุรุษที่นั่งอยู่ด้านข้างจนหวิดจะวางมวยกันในห้องประชุมเสียแล้ว
“พูดจาสามหาว!” หัวหน้าหน่วยกิเลนกำหมัดทะลึงพรวดขึ้นจากเก้าอี้นั่ง ซึ่งหัวหน้าหน่วยกระเรียนดำก็ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้เช่นกันทั้งสองคนแสดงท่าทางว่าพร้อมมากที่จะะโเข้าห้ำหั่นกัน ร้อนถึงคนด้านข้างต้องช่วยกันรั้งชายทั้งสองไว้
“หยุดทะเลาะกันเสียที! กินข้าวหม้อเดียวกันแท้ๆ กัดกันยังกับสุนัข”กังเถี่ยเหรินนั่งฟังลูกน้องของตนทุ่มเถียงกันจนอดรนทนไม่ไหวตวาดเสียงดังยุติการวางมวยของสมาชิกในห้องโถงชายทั้งสองคนจึงยุติการวิวาทแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ของตนแต่ยังไม่วายแสดงอาการฮึดฮัดแยกเขี้ยวใส่กัน
“แต่ข้าว่าความคิดของหัวหน้ากิเลนดำไม่เลวเลยหากข่าวลือเื่ที่มู่หรงเต๋อบุกเข้ามาก่อกวนชายแดนเป็ความจริงข้าขอเสนอให้พวกเราปล้นขบวนส่งตัวเ้าสาวดีกว่าเราเพียงแค่ปล้นเอาสินเ้าสาวมาเท่านั้นแล้วปล่อยตัวองค์หญิงกลับไปจากนั้นก็แค่ปัดความรับผิดชอบไปให้มู่ หรงเต๋อเสียก็หมดเื่”
รองหัวหน้าอันดับสองของกังเถี่ยเหรินเสนอความคิดขึ้นมาแต่หัวหน้าหน่วยอินทรีย์ดำพูดค้าน
“ข้าไม่เห็นด้วย พวกเราอย่ายุ่งเกี่ยวกับราชสำนักเป็ดีที่สุดไม่ว่าจะเป็ฝีมือใครหากมีคนแตะต้ององค์หญิงจิ้นหลิงย่อมต้องเผชิญกับไฟโทสะของฮ่องเต้เป็แน่ถึงคราวนั้นค่ายเฮยอั่นของเราอาจถึงคราวล่มสลายก็เป็ได้”
เขาเป็คนที่สุขุมที่สุดในกลุ่มโจรระดับหัวหน้าทั้งหมดจึงพูดห้ามปรามเด็ดขาด
“แต่ข้าเห็นด้วยกับรองหัวหน้าเนี่ย”
“แต่ถ้าข่าวเื่มู่หรงเต๋อเป็ข่าวลวงเล่า”
“ไว้รอให้รองหัวหน้าหลิวกลับมาก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกทีดีไหม”
ในห้องประชุมเกิดการถกเถียงกันอีกครั้งแล้วเสียงพูดสำเนียงแปร่งปนเหน่อ ก็ดังขึ้นมาตรงทางเข้าห้องโถง
“ข่าวเื่มู่หรงเต๋อบุกรุกชายแดนเป็เื่จริงข้าออกไปดักซุ่มดูอยู่เจ็ดวันจึงได้รีบกลับมาบอกให้พวกเรารู้”
“โอ้ รองหัวหน้าหลิวกลับมาแล้ว”
“ว่าอย่างไรบ้างหลิวเย่ว์” วหน้าโจระโร้องถาม
ทำให้สมาชิกในห้องโถงถามไถ่กันเสียงดังแซงแซ่หลิวเย่ว์เดินก้าวอาดๆ เข้ามาในห้องโถงยกมือแสดงความคำนับแก่กังเถี่ยเหรินด้วยท่าทีนอบน้อมก่อนที่จะเดินวางท่าไปยังเก้าอี้ของตนที่อยู่ตรงหัวแถวท่าทางอวดเบ่งของเขาทำให้รองหัวหน้าเนี่ยที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ถัดไปมองด้วยสายตาชิงชังอย่างไม่ปิดบัง
“เล่ามาได้ความว่าอย่างไรบ้างหลิวเย่ว์”กังเถี่ยเหรินเป็เพียงคนเดียวในค่ายที่เรียกชื่อแซ่เต็มยศของลูกน้องแต่ละคนได้
“มู่หรงเต๋อพาทหารเข้ามาก่อกวนชายแดนข้าเห็นมากับตาตัวเองพวกมันทั้งหมดมีอยู่ราวสามพันคนเป็ทหารม้าทั้งหมดติดอาวุธครบมือคอยปล้นสะดมก่อกวนหมู่บ้านในเขตชายแดนขอรับ ข้าเห็นมันพาทหารเข้ามาที่เขตถงหลินเมื่อสองวันก่อนจึงรีบกลับมารายงานให้พวกเรารู้ทันที”
สิ้นเสียงพูดรายงานของริงหัวหน้าหลิวสมาชิกในห้องโถงก็หันไปจับกลุ่มพูดคุยกัน แล้วก็เป็รองหัวหน้าเนี่ยที่พูดเื่ปล้นขบวนเ้าสาวอีกครั้ง
“ในเมื่อมันเข้ามาจริงเช่นนั้นก็ปัดความผิดไปให้มันเสียเลยสิ” เขาพูดยุแต่กลับถูกรองหัวหน้าหลิวพูดสวนกลับทันที
“ในหัวของเ้ามีสมองมาด้วยหรือเปล่า ถึงได้แนะนำอะไรปัญญาอ่อนแบบนี้ไม่ว่าอย่างไรก็แตะต้ององค์หญิงจิ้นหลิงไม่ได้เ้าอยากให้สามแคว้นรบกันหรือไงถึงตอนนั้นโจรอย่างพวกเราก็จะถูกเด็ดหัวไปด้วย”
“เ้าว่าใครปัญญาอ่อนพูดให้มันดีๆ นะ”รองหัวหน้าเนี่ยสติแตกลุกพรวดขึ้นชี้หน้าด่ารองหัวหน้าหลิว
“ก็ด่าเ้านะสิไอ้ปัญญาอ่อนเนี่ยอู๋ซวง คนบ้าอะไรชื่อยังกะผู้หญิง”
“หน็อย ยังกับชื่อของเ้าเหมาะสมกับชายชาตรีอย่างนั้นแหละจันทร์เอ๋ยดวงจันทร์กลางฟ้า ถุย! ชื่อของเ้าเหมือนอิสตรีเสียยิ่งกว่าข้าอีก”
“อ้าวไอ้ปากเสีย พูดจาสาวหาวแบบนี้ลองกินหมัดข้าหน่อยเป็อย่างไร”
“พลั่ก” เสียงหมัดของหลิวเยว์กระแทกลงบนใบหน้าซีกหนึ่งของเนี่ยอู๋ซวง ทำเอาชายหนุ่มมึนงงไปหลายพริบตาเพราะหมัดจากหมัดของเขา
หลิวเย่ว์เจ็บใจนักที่ถูกตอบโต้กลับด้วยถ้อยคำแบบเดียวกันเื่ชื่อเป็ปมในใจของเขาไม่แพ้กับชื่อของเนี่ยอู๋ซวงที่แปลว่าดวงจันทร์กระจ่าง เพราะตอนตั้งท้องมารดาอยากได้ลูกสาวจึงเตรียมชื่อตัวอักษรเย่ว์ที่หมายถึงดวงจันทร์เอาไว้ให้
ตอนที่เนี่ยอู๋ซวงบังอาจแตะต้องปมนี้เขาก็ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้แล้วง้างหมัดต่อยรองหัวหน้าเนี่ยทันทีจนหน้าสั่น
จากนั้นชายหนุ่มหุ่นล่ำทั้งสองคนก็กระโจนเข้าใส่กันทำเอาห้องประชุมเกิดโกลาหลวุ่นวายขึ้นมาทันที
กังเถี่ยเหรินโมโหจนหนวดกระดิกร้องตะเบ็งเสียงด่าให้ทุกคนหยุด
“หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้ข้าบอกให้หยุด”
ความโกลาหลในห้องประชุมจึงหยุดชะงักลงชั่วขณะนางบำเรอสองคนข้างกายของหัวหน้าโจรใกลัวจนตัวสั่น
“องครักษ์ ลากไอ้ปัญญาอ่อนสองตัวนี่ไปโบยคนละห้าสิบไม้โบยเสร็จค่อยลากมันกลับเข้ามาประชุมต่อ”
“ปฏิบัติ!”
กังเถี่ยเหรินแหกปากแล้วองครักษ์ก็กรูกันเข้ามาลากตัวรองหัวหน้าอันดับหนึ่งกับรองอันดับสองชายทั้งสองคนที่เป็ไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด ออกไปโบยหน้าห้องโถงคนละห้าสิบไม้