ในสายตาของนางซูผู้เป็นมารดาแล้วอิงเจี่ยเป็นผู้หญิงขี้เหร่ อายุใกล้จะยี่สิบแล้วแต่ยังไม่มีใครมาสู่ขอ ส่วนอิงเจี่ยก็เป็นผู้หญิงที่มีความคิดเป็นของตัวเอง นางเป็นคนแน่วแน่ รู้ว่าตนเองต้องการอะไร ด้วยความที่นางอายุมากขึ้นเรื่อยๆ นางย่อมวิตกกังวลถึงการแต่งงานเช่นกัน
“เอาละๆ ไปกินเนื้อด้วยกันนะ อิงเจี่ยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เล่อเล่อ แล้วไปบ้านลุงด้วยกัน “นางซูเหลือบมองแล้วออกคำสั่งลูกสาวที่ยังนั่งมึนงงอยู่
อิงเจี่ยเหม่อลอยอยู่ชั่วครู่ นางไม่ได้ยินที่นางูสั่ง
“อิงเจี่ย..เจ้าใจลอยคิดถึงผู้ชายเสเพลคนนั้นอีกแล้วหรือ?”
นางซูไม่เคยดุด่าลูกสาว อิงเจี่ยหน้าเสีย “ท่านแม่”
“เจ้านั่งทำอะไรอยู่ รีบไปล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าให้น้องของเจ้า เร็วเข้า!!” นางซูโกรธมากขึ้น นางเอ็ดลูกสาวพร้อมกับสบถ “ไม่ได้เรื่อง!!”
มือของอิงเจี่ยที่ซ่อนอยู่ภายใต้แขนเสื้อกำแน่น หลังจากเห็นอิงเจี่ยพาเล่อเล่อไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนางจึงหันไปสั่งหวังต้าซานให้เปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย
“ข้าก็ต้องเปลี่ยนด้วยหรือ?” หวังต้าซานถามนางซูที่ดูวุ่นวายอยู่ด้านข้าง นางซูหยิบปิ่นสีเงินมาปักผมที่เกล้าไว้ อย่างบรรจง “เจ้าทำให้ครอบครัวพี่ชายต้องขุ่นเคือง ก็ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ วันนี้เป็นวันรวมญาติด้วย ขนมที่ยังไม่ได้กินก็ถือไปด้วย..จะไปมือเปล่าไม่ได้”
“จะดีหรือ?” หวังต้าซานลังเล
“เจ้ามีของที่ดีกว่านี้จะเอาไปให้เขาหรือเล่า?” นางซุปรายตามองสามี หวังต้าซานเป็นคนจัดการเรื่องใบกู้เงินปลอมไป เขาควรจะรู้ดีกว่าใคร ของว่าที่เป็นขนมอบสองชิ้นนั้นถูกนางซูเก็บเอาไว้เพื่อจะกินเอง
“ก็ได้ ทำตามที่เจ้าว่า”
“ข้าจะไปดูเด็กๆ ว่า เจ้าไปเก็บของเถอะ”
“ได้เช่นนั้นไปเจอกันที่หน้าประตู” ว่าแล้วนางซูก็รีบออกไปทันที
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วธูปครอบครัวของหวังต้าซานก็เตรียมพร้อมที่จะออกเดินทางไปบ้านพี่ชายของเขาเนื่องจากเป็นเทศกาล โดยที่โจวเถาเถาไม่ได้รู้เรื่องนี้ด้วยเลย
“แต่ไปแบบนี้มันจะดีหรือ..พี่ชายกับพี่สะใภ้ข้าจะว่าอย่างไรกันบ้าง? คราวที่แล้วก็เป็นเพราะเจ้าให้ข้าไปทวงหนี้” หวังต้าซานออกอาการลังเล
นางซูโมโหเมื่อเห็นอาการลังเลของสามี นางเหลือบมองเขาแล้วพูดจาประชดประชันขึ้นมาทันที
“ถ้าเจ้าไม่อยากไป..ก็ไม่ต้องไป บ้านเราก็ไม่ต้องกินเนื้อกัน เจ้าก็อย่ามาบ่นว่าข้าไม่มีเนื้อให้เจ้ากิน โอกาสที่จะได้กินเนื้อมารออยู่ข้างหน้าแล้ว เจ้าไม่เต็มใจก็ไม่ต้องไป” หวังต้าซานหัวเราะเอาใจนางซู “ข้ารู้ๆ เจ้ากับข้าเป็นครอบครัวเดียวกัน ข้าไม่มีเจตนาเป็นอย่างอื่น เจ้าอย่าโกรธไปเลยนะ”
“เจ้าเห็นข้าเป็นคนแก่ได้หรือ? ข้าแต่งงานเข้าตระกูลหวังตั้งหลายปี คลอดลูกชายตัวอ้วนใหญ่ให้ตระกูลหวังของเจ้าได้มีทายาทสืบสกุล แต่เจ้าดูสิ!! บ้านพี่ชายพี่สะใภ้เจ้ามีลูกชายบ้างไหม? มีแค่นังแม่ม่ายหวังคนเดียวเท่านั้น!!” นางซูพูดอย่างเหยียดหยาม การมีลูกชายสืบสกุลนับว่าเป็นโชคลาภของนางที่ทำให้นางมีปากเสียงในตระกูลหวังได้
หวังต้าซานพยักหน้า “เจ้าพูดได้ถูกต้องแล้ว”
“ถ้าเช่นนั้นก็ไม่ต้องอาย รีบไปเถอะก่อนจะมืดค่ำ” นางซูยังไม่หายโมโห
ในตอนนี้เอง เถี่ยจู้คนในหมู่บ้านเดินผ่านาเห็นครอบครัวของหวังต้าซานจึงได้เข้ามาทักทาย “ท่านลุง! จะไปไหนกัน?”
นางซูรีบตอบ” พวกข้าจะไปบ้านลุงรองของเจ้า”
หวังต้าซานทักทายกลับอย่างยิ้มแย้ม “พวกเจ้าไปไหนมาหรือ?”
เถี่ยจู้ชี้มือไปทางภรรยาที่ยืนอยู่ข้างๆ เขา กล่าวตอบว่า
“” ข้าเพิ่งพาภรรยากลับไปเยี่ยมบ้านเดิมของนาง”
เถี่ยจู้ ผู้นี้ได้ว่าเป็นญาติห่างๆ ของตระกูล เขาเป็นคนพูดเก่งเพิ่งแต่งงานเมื่อปลายปีที่ผ่านมา คู่แต่งงานใหม่จึงมักจะเหน็ดเหนื่อยกับการไปมาหาสู่กับบ้านเดิมของภรรยาเป็นธรรมดา หวังต้าซานเข้าใจเรื่องนี้ดี “
ใช่แล้ว ..เป็นญาติพี่น้องกันก็ต้องไปมาหาสู่กันให้มากกว่าปรกติจะได้สนิทสนมรักใคร่กัน” ทั้งสองคนพูดคุยกันอยู่สักพักใหญ่จึงได้แยกย้ายจากกันไป หลังแยกจากครอบครัวหวังแล้ว ภรรยาของเถี่ยจู้จึงถามขึ้นมาว่า “ท่านลุงผู้นี้ของท่านเป็นคนของตระกูลไหนกัน ทำไมข้าจึงไม่เคยเห็น?”
เถี่ยจู้ตอบภรรยาอย่างไม่ใส่ใจ “ก็แค่ญาติห่างๆ เท่านั้นแหละ”
“ข้าเห็นว่าท่านพูดจาดีกับเขา คิดว่าเป็นญาติสนิทที่ข้าไม่เคยพบเห็นเสียอีก “ภรรยาของเถี่ยจู้พึมพำ
เถี่ยจู้ยิ้ม “คนในหมู่บ้านเดียวกัน เจอหน้าก็ต้องทักทายกันเป็นธรรมดา”
“พวกเขาจะไปไหนกันหรือ?”
“ก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้พาเจ้าไปบ้านท่านลุงหวังหรอกหรือ? เขาเป็นน้องชายของท่านลุงหวัง ธรรมดาไม่ได้ไปมาหาสู่กันหรอก ครั้งนี้คงจะไปหาของดีๆ กินกันมากกว่า”
เถี่ยจู้มองออกถึงเจตนาของบ้านหวังต้าซาน
“ไปหาของดีกินหรือ?” ภรรยาของเถี่ยจู้ทวนคำ เมื่อเห็นผู้คนอื่นเดินเข้ามาใกล้ๆ เถี่ยจู้จึงสงบปากสงบคำลง แล้วรีบยิ้มทักทาย
นางซูไม่ค่อยพอใจที่สามีหยุดทักทายผู้อื่นนานเกินไป
“พูดอะไรกัน..นานนัก!!”
“คนหมู่บ้านเดียวกันทั้งนั้น ข้าเองก็มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับเขา ทำไมจะทักทายกับเขาสักคำสองคำไม่ได้หรือ!! “
หวังต้าซานรีบแก้ตัว หากนางซูกลับรู้จักสามีของนางดี
“ข้าเห็นเจ้าแอบมองภรรยาของเถี่ยจู้ตั้งหลายหน คิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเจ้าคิดอะไรในหัว หยุดคิดเลยนะ ถ้ายังไม่อยากตายเร็วนัก!!”
“เจ้าพูดอะไร!! เห็นข้าเป็นคนอย่างไรหรือ? นั่นภรรยาเถี่ยจู้ ข้าจะไปคิดถึงภรรยาคนอื่นได้อย่างไร?”
ต่อให้หวังต้าซานมีความคิดแบบนั้นจริงเขาก็ไม่มีความกล้ากับนางซูหรอก!!
นางซูเชิดหน้าขึ้น เม้มริมฝีปากแน่น นางก่นด่าพึมพำมาตลอดทาง จนถึงบ้านของพี่ชาย “พี่ชาย!! เปิดประตูหน่อย!! “
หวังต้าซานตะโกนเสียงดังที่หน้าประตูบ้าน นางหลิวได้ยินเสียงเรียกจึงถามไปว่า “นั่นใคร?”
“พี่ชาย พี่สะใภ้ ข้าเองหวังต้าซาน เปิดประตูให้หน่อย”
นางหลิวงุนงง หวังต้าซานมาทำไมกัน พ่อหวังนอนไม่สบายอยู่ตั้งนานไม่เคยเห็นเขาจะเคยมาเยี่ยมเยียนเลย
ตอนนี้พ่อหวังใกล้จะหายแล้ว ทำไมถึงได้มาหา? หรือจะมาเอาเงินเหมือนครั้งก่อนอีก!!
************