จันทร์กระซิบคลื่น

    บทที่ 11: สัญญาริมทะเล

    ๰่๥๹ปิดเทอมยาวจากมหาวิทยาลัยเป็๲เวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการพักผ่อนหลังจากหลายเดือนที่ต้องรับมือกับการเรียน กิจกรรมคณะ และงานพิเศษ ทุกคนพร้อมที่จะเปลี่ยนบรรยากาศกันบ้าง


    ระหว่างไปเดตสบายๆ กับพี่นิว เธอพูดถึงว่า๻้๵๹๠า๱ที่จะไปเที่ยวทะเล


                “เราไปกันเถอะ”เธอพูด ดวงตาเปล่งประกายเหมือนเด็ก มันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับท่าทางที่เป็๞ผู้ใหญ่ของเธอจนพีทอดยิ้มไม่ได้


                “ตกลง” พีทตอบ เพราะไม่สามารถปฏิเสธสายตาของเธอได้


    ขณะที่เธอเริ่มวางแผนทริปอย่างละเอียดจะไปที่ไหน ต้องเตรียมอะไร และจะทำอะไรบ้าง จิตใจของพีทก็ล่องลอยไปยังความทรงจำเก่าความทรงจำที่ทั้งเหงาและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน


    ตอนที่เขายังเป็๞เด็กพีทเคยนั่งคนเดียวบนชายหาดที่ดูเหมือนจะทอดยาวไปไม่มีที่สิ้นสุดดวงอาทิตย์ส่องแสงแรงกล้า ผู้คนรอบตัวหัวเราะและเล่นกันอย่างสนุกสนาน แต่เขากลับรู้สึกเหมือนเป็๞คนที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลกความเวิ้งว้างของทะเลสะท้อนความว่างเปล่าในใจเขา พีทหวังให้ทรายกลืนเขาลงไปเพื่อพาหนีจากแสงสว่างที่ยิ่งทำให้ความมืดในตัวเขาเด่นชัดขึ้น


    แล้วเธอก็ปรากฏตัว


                “สวัสดี ทำไมนั่งคนเดียวล่ะ? ไม่มีเพื่อนเหรอ?”


    เสียงของเธอตัดผ่านความโดดเดี่ยวของพีทเหมือนแสงอาทิตย์แรกที่ลอดผ่านก้อนเมฆเธอเป็๞เด็กผู้หญิงที่มีอายุไล่เลี่ยกันกับพีท รอยยิ้มของเธอสว่างไสวแข่งกับดวงอาทิตย์ เธอเต็มไปด้วยพลังที่ทำให้พีทนึกถึงมีนา และทันใดนั้น พีทก็รู้ตัวว่าทำไมมีนาถึงทำให้เขาประหม่าในตอนแรกเธอทำให้นึกถึงเด็กผู้หญิงคนนี้นั้นเอง


    เธอคว้ามือพีทดึงเขาออกจากเงามืด โดยไม่รับฟังคำปฏิเสธ “ตอนนี้นายต้องมาเล่นกับฉันแล้ว”เธอประกาศพร้อมรอยยิ้ม เธอแนะนำให้เขารู้จักพ่อของเธอที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ และบอกว่าพีทเป็๞เพื่อนใหม่ของเธอ


    วันนั้นเธอไม่ปล่อยให้พีทจมอยู่ในความคิดของตัวเอง เธอลากเขาเข้าสู่โลกของเธอ โลกที่เต็มไปด้วยเปลือกหอยและปราสาททรายเสียงหัวเราะของเธอดึงเขาออกจากความมืดในจิตใจ


    จนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดินชายหาดถูกย้อมด้วยสีส้ม เธอยืนอยู่ตรงนั้น อาบด้วยแสงอ่อน ๆ ใบหน้าของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขมันเป็๞๰่๭๫เวลาที่พีทรู้สึกถึงบางอย่างที่ตอนนั้นยังไม่เข้าใจดี ความชอบที่ไร้เดียงสา


                “สัญญานะว่านายจะมาที่นี่พรุ่งนี้”เธอพูดก่อนจะวิ่งหายไป


    คืนนั้น พีทแทบไม่ได้นอนเพราะรอยยิ้มของเธอวนเวียนอยู่ในความคิดของเขา


    วันถัดมา ทั้งสองใช้เวลาหลายชั่วโมงเก็บเปลือกหอยและเล่าเ๹ื่๪๫ราวพ่อของเธอเล่าให้เราฟังถึงนิทานเกี่ยวกับเปลือกหอยทะเล: “ถ้าเรากระซิบข้อความลงไปในเปลือกหอยและทิ้งไว้ที่ชายหาดคนที่เราตั้งใจส่งข้อความถึงจะได้ยินมันในความฝัน”


    ทั้งคู่ต่างเลือกเปลือกหอยคนละอันและกระซิบข้อความของตัวเองข้อความของพีทนั้นเรียบง่ายแต่มาจากใจของเขา: “ขอบคุณ”


    วันถัดมา พีทกลับไปที่จุดที่พวกเขานัดพบกันด้วยความตื่นเต้นแต่เธอกลับไม่มา เขารอ แต่เธอไม่ปรากฏตัว เปลือกหอยยังคงอยู่ที่นั่น มีของเธอกับของพ่อเธอหลงเหลืออยู่แต่ของพีทหายไป เขาหวังว่าเธอจะเอามันไป เขาเก็บเปลือกหอยของเธอไว้เป็๞สิ่งเตือนใจถึงการเชื่อมโยงอันแสนสั้นแต่มีความหมาย


    จนถึงทุกวันนี้ทุกครั้งที่เห็นพระอาทิตย์ตกดิน พีทยังนึกถึงเธอ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และแสงสว่างของเธอ

     

                “ได้ยินฉันไหม?” เสียงของนิวย้ำขึ้นทำให้พีทกลับสู่โลกปัจจุบัน


                “ขอโทษนะ เมื่อกี้เธอพูดอะไร?” พีทถามอย่างเขินๆ


                เธอกลอกตา แต่ยังคงยิ้มอยู่ “นายชอบเหม่อจังเลย”

     

    เย็นวันนั้น พีทตัดสินใจชวนเพื่อนๆ มาร่วมทริปด้วยกัน มันดูเป็๲ไอเดียที่สมบูรณ์แบบ โอกาสให้ทุกคนได้พักผ่อนและสนุกด้วยกัน


                “เอาดิ! ไปแน่นอน” เบสเป็๲คนแรกที่ตอบกลับเขาส่งข้อความกลับมาแทบจะทันทีที่เห็นข้อความของพีท


    อันนาและน้ำก็ตื่นเต้นไม่แพ้กันอันนาถึงกับเริ่มลิสต์กิจกรรมที่ต้องทำและร้านอาหารที่ต้องไป


    พีทก็เช่นกันเขาไม่สามารถหยุดความตื่นเต้นได้ ทริปนี้ไม่ใช่แค่เ๹ื่๪๫ของการพักผ่อนที่ทะเลแต่มันคือการสารสัมพันธ์กับคนที่สำคัญในชีวิตของเขา