ก่อนที่ซย่านีจะพาลูกๆกลับบ้านตระกูลซ่ง ซ่งเหม่ยอวิ๋นเพิ่งจะกลับมาจากข้างนอกวันนี้เธอไปบ้านของหลี่เสวี่ยหรูมาแต่เธอไม่เจอกับหลี่เสวี่ยหรู เธอเจอแต่หลี่ชิ่งเหนียนผู้เป็น้องชายของหลี่เสวี่ยหรูเท่านั้น
หลี่ชิ่งเหนียนไปเอาแผ่นเสียงกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงมาจากที่ไหนก็ไม่รู้
ว่ากันว่ามีดาราชื่อดังจากฝั่งฮ่องกงและไต้หวันเพิ่งออกแผ่นเสียงนี้มาทั่วทั้งปักกิ่งมีแต่เขาที่มีแผ่นเสียงแผ่นนี้
เมื่อเสียงผู้หญิงอันไพเราะดังออกมาจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงซ่งเหม่ยอวิ๋นก็เหมือนกับโดนมนตร์สะกดเข้าอย่างจังเธอมองดูเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ตั้งอยู่ตรงหน้าอย่างหลงใหลราวกับมองเห็นนักร้องแสนสง่างามคนนั้นยืนอยู่บนเวทีผ่านเครื่องเล่นแผ่นเสียงนี้ ซึ่งกำลังบอกเล่าเื่ราวเกี่ยวกับความรู้สึกของตนเองอย่างอ่อนโยน
“หวานปานน้ำผึ้งรอยยิ้มของคุณหวานปานเคลือบด้วยน้ำผึ้ง~”
ซ่งเหมยอวิ๋นฮัมเพลงเบาๆไปตามทางกลับบ้านอย่างร่าเริง ลมหนาวปะทะทั่วร่างของเธอก่อนเธอจะผลักประตูห้องโถงให้เปิดออก
ครั้นเธอเพิ่งจะก้าวเข้าบ้านมาก็ถูกหวังซิ่วอิงกับพี่สะใภ้โจวเจี๋ยเข้ามารุมล้อมแล้ว
“วันนี้ลูกไปทำอะไรมาน่ะ?”หวังซิ่วอิงโกรธขึ้นทันทีที่เห็นลูกสาววัยยี่สิบสามปีคนนี้ “พอถึงวันหยุดเข้าหน่อยก็ออกไปเที่ยวเตร่ข้างนอก วันๆเอาแต่เตร็ดเตร่อยู่นอกบ้าน ทำไมไม่รู้จักพาแฟนกลับมาบ้างฮะ!”
หากบอกว่าซย่านีเป็คนที่น่ารำคาญที่สุดในบ้านหลังนี้แล้วล่ะก็เช่นนั้นแล้วซ่งเหมยอวิ๋นก็รู้สึกว่าหวังซิ่วอิงคงเป็คนที่สองรองลงมา
“คนที่ป้าเฟิงแนะนำให้แกก่อนหน้านี้เป็คนดีมากๆเขามีคุณสมบัติครบทุกข้อตามที่แก้าแล้วผลสุดท้ายล่ะ เป็ยังไงเจอหน้ากันครั้งแรกแกก็ไปดูถูกเขาว่าหน้าตาไม่ดี ฉันว่านะแกนี่มันตาถั่วจริงๆเห็นอยู่ชัดๆ ว่าเขาเป็หนุ่มคิ้วหนา ตาโต โครงหน้าได้รูป! บอกมาสิแกคิดจะหาคนแบบไหนกันแน่?”
ครั้นเอ่ยถึงเื่หาคู่ซ่งเหม่ยอวิ๋นก็รู้สึกรำคาญขึ้นมาทันที
เธอยังไม่ทันได้พูดอะไร จู่ๆพี่สะใภ้ใหญ่โจวเจี๋ยก็ตาเป็ประกาย แล้วพูดขึ้นว่า “แม่คะ ชายหนุ่มที่เป็แกนนำหลักของโรงงานฉันน่ะหน้าตาดีมากเลยนะคะ แถมพื้นฐานครอบครัวเขาก็ดี พ่อแม่สองคนทำงานกันทั้งคู่ เขามีน้องสาวแค่สองคนน้องสาวสองคนนั้นก็มีการมีงานทำกันหมดแล้วแถมพวกเธอยังแต่งงานออกเรือนกันไปหมดแล้วด้วยนะคะชายหนุ่มคนนี้มาตรฐานผู้หญิงค่อนข้างสูงมีคนแนะนำผู้หญิงให้เขาหลายคนแต่ก็ไม่เข้าตาเขาสักคน ฉันเฝ้าดูเขามาสักระยะหนึ่งแล้วก็รู้สึกมาโดยตลอดว่าเขาช่างดูเหมาะสมกับเหม่ยอวิ๋นของพวกเรายิ่งนัก!”
หวังซิ่วอิงได้ยินแค่นั้นก็เชื่อทันทีเธอเริ่มสนใจขึ้นมาแล้ว “ดีมากเลยหรือ? ถ้าอย่างนั้นก็รีบแนะนำให้รู้จักกับเหม่ยอวิ๋นเร็วๆเลยสิ!”
ซ่งเหม่ยอวิ๋นทำหน้าบูดบึ้งแล้วกล่าวตัดบทอย่างไม่พอใจ“แม่!”
หวังซิ่วอิงถาม “เป็อะไรไป? แกไม่ยอมงั้นหรือ? ฟังจากที่พี่สะใภ้ของแกบรรยายมาฉันว่าเ้าหนุ่มนี่ก็ดีมากๆเลยนะ แกมีอะไรไม่พอใจอีกฮะ?”
ซ่งเหม่ยอวิ๋นโต้กลับทันที “ฉันอยากหาคนรักของฉันเอง!สมัยนี้ครอบครัวเขาให้อิสระในการเลือกคู่กันแล้ว ไม่มีลูกบ้านไหนต้องมาถูกพ่อแม่จับแต่งงานแบบคลุมถุงชนนี้หรอกนะ!”
หวังซิ่วอิงยื่นมือไปฟาดหลังซ่งเหม่ยอวิ๋นหนึ่งที“ใครให้แกแต่งงานกันเล่า! ฉันก็แค่อยากให้พวกแกสองคนเจอหน้ากันและลองทำความรู้จักกันเฉยๆ!ไม่มีใครบังคับให้พวกแกลงเอยกันได้หรอก! อีกอย่างนะ แกบอกว่าแกจะหาเองงั้นสิ ได้ๆตอนนี้แกอายุก็เท่าไหร่แล้ว? ไหนล่ะคนรักของแก? เมื่อสองปีก่อน ฉันก็แนะนำคนรักให้กับแกแต่แกก็บอกว่าจะหาเองผลสุดท้ายเป็ไงล่ะ สองปีผ่านไป แกไม่มีแม้แต่เงาของคนรักเลยด้วยซ้ำ!ทำไมฉันถึงต้องให้กำเนิดลูกอกตัญญูแบบแกด้วยนะ!”
โจวเจี๋ยยังคงหว่านล้อมต่อ“เหม่ยอวิ๋นฟังพี่สะใภ้เถอะนะ ชายหนุ่มคนนั้นหน้าตาดีจริงๆ ถ้าเธอเห็นก็จะรู้เอง”
ซ่งเหม่ยอวิ๋นยังคงไม่คิดจะตกปากรับคำ
โจวเจี๋ยคิดถึงความเป็ไปได้ข้อหนึ่งขึ้นมา“เหม่ยอวิ๋น เธอมีคนในใจแล้วใช่ไหม?”
ซ่งเหม่ยอวิ๋นพลันตัวสั่นเทิ้มราวกับโดนจี้ใจดำเธอรีบปฏิเสธ“ไม่ ไม่มีหรอก พี่สะใภ้อย่ามาพูดอะไรมั่วๆ นะ!”
หวังซิ่วอิงรู้จักลูกสาวของตนเองดี ซ่งเหม่ยอวิ๋นมีท่าทางร้อนรนใจผิดปกติพอเธอเห็นดังนั้น เธอก็ตบโต๊ะดังปังแล้วพูดว่า “พูดมาเขาเป็ใคร?”
แม้แต่ซ่งเป่าเถียนที่ไม่สนใจเื่ราวในบ้านก็ยังหันไปมองลูกสาวตัวน้อยของตน
ซ่งเหม่ยอวิ๋นจะยอมรับได้อย่างไรเธอโต้กลับ “ไม่มีใครหรอก! ฉันไม่ได้ชอบใครทั้งนั้น!”
โจวเจี๋ยแนะนำอย่างอ่อนโยน“เหม่ยอวิ๋น เธอพูดออกมาได้เลยนะ หากคนนั้นไม่เลวพี่สะใภ้จะเป็แม่สื่อจับคู่ให้พวกเธอสองคนเองจะได้ไม่ทำให้เธอต้องผิดหวังแบบนี้ไง”โจวเจี๋ยเป็คนมีประสบการณ์ เธอดูออกว่าที่ซ่งเหม่ยอวิ๋นบอกว่าไม่มีคนรัก ความจริงในใจของหญิงสาวนั้นคงมีคนที่ชอบพออยู่แล้วแน่ๆ
ซ่งเหม่ยอวิ๋นอับอายจนกลายเป็ความโกรธ“ฉันบอกว่าไม่มีก็ไม่มีสิ!”
ในเวลานี้ไม่เพียงแต่หวังซิ่วอิงเท่านั้นนี่ยังรวมไปถึงโจวเจี๋ยเองด้วย ทั้งสองคนขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหันไปสบตากันเพื่อยืนยันความคิดของตนเอง
ดูท่าแล้ว ซ่งเหม่ยอวิ๋นน่าจะมีคนในใจอยู่แล้วจริงๆแต่ว่าคนๆ นั้นคงไม่ได้เหมาะสมกันเท่าใดนัก!
โจวเจี๋ยกำลังจะแนะนำอะไรบางอย่างกับซ่งเหม่ยอวิ๋นเวลานั้นเอง จู่ๆ ประตูก็ถูกเตะดัง ‘ปัง’ จากนั้นซย่านีก็ปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน
เธอถือเศษกระดาษไว้ในมือสีหน้าเ็าดวงตาราวกับใบมีดส่วนท่าทางก็ดุจดั่งสายฟ้าฟาดเมฆทะมึน เธอเสียงดังตึงตังจนทำให้คนที่อยู่ตรงนั้นใกันหมด
“ซ่งเสี่ยวสยาอยู่ไหน?”ซย่านีมองไปรอบๆก่อนจะเห็นซ่งเสี่ยวสยานั่งพับกระดาษเล่นอยู่ข้างเตาผิง ซย่านีพุ่งตรงเข้าไปหาเธอทันที
อย่างไรซ่งเสี่ยวสยาก็เป็แค่เด็กที่อายุยังไม่ถึงสิบขวบพอซย่านีเดินเข้ามาหาเธออย่างเกรี้ยวกราดเธอก็ใกลัวทันที
ซย่านีเคลื่อนไหวเร็วมากพริบตาเดียวก็คว้าตัวซ่งเสี่ยวสยาไว้แล้ว
โจวเจี๋ยใมากในฐานะคนเป็แม่แล้วเธอย่อมไม่มีทางปล่อยให้คนอื่นมารังแกลูกสาวของเธอได้เธอก้าวไวๆ เข้าไปขวางอยู่ตรงหน้าของซ่งเสี่ยวสยา พร้อมกับพยายามดึงมือของซย่านีออกจากแขนลูกสาวตน
แต่ซย่านีจับแขนของซ่งเสี่ยวสยาไว้แน่นมากเช่นกัน
“ซย่านีเธอกำลังทำอะไรอยู่ฮะ!”
“เธอถามว่าฉันกำลังทำอะไรงั้นหรือ?ฉันมากกว่ามั้งที่อยากถามซ่งเสี่ยวสยาว่าทำอะไรลงไป!”ซย่านีหยิบกระดาษที่ฉีกขาดออกมาแล้วจ้องซ่งเสี่ยวสยาตาเขม็งราวกับแม่เสือที่ถูกยั่วโทสะ“ซ่งเสี่ยวสยา ทำไมเธอต้องฉีกกระดาษของหยางหยางด้วย? เธอคิดจะทำอะไรกันแน่?เธอจงใจใช่ไหม? หยางหยางไปทำอะไรให้เธอโกรธตอนไหนกัน?เธอฉีกกระดาษเขายังไม่พอยังจะเอาเท้าเหยียบย่ำมันอีก!”
ซ่งเสี่ยวสยาใจนพูดอะไรไม่ออกเลยสักคำ
“เธอเองก็เรียนไม่เก่งนี่ก็เลยไม่อยากให้หยางหยางของฉันเรียนหนังสือใช่ไหม?เธอไม่อยากเห็นหยางหยางได้ดีงั้นสินะ? เธออายุยังน้อยแต่กลับใจร้ายได้ขนาดนี้เลยหรือ?”
ซ่งเสี่ยวสยาไม่เคยถูกกล่าวหารุนแรงขนาดนี้มาก่อนเธอจึงมองไปทางแม่ของตนเองเพื่อขอความช่วยเหลือ
โจวเจี๋ยขมวดคิ้วมุ่นพลางโต้กลับทันที“ซย่านี เธอทำเกินไปแล้วนะ! ก็แค่กระดาษแผ่นเดียวไม่ใช่หรือไง? ทำไมต้องทำเื่เล็กให้เป็เื่ใหญ่ขนาดนี้ด้วย? เสี่ยวสยาเองก็ไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย!”
ทันใดนั้นเองซย่านีก็กรีดร้องลั่นขึ้นมา“ถ้าใครมันตั้งใจก็ขอให้มันออกประตูบ้านไปแล้วถูกรถชนตายก็แล้วกัน!”
โจวเจี๋ยแทบจะสำลักยัยหญิงบ้านนอกคนนี้พูดจาไร้อารยธรรมเกินไปแล้ว อ้าปากแต่ละทีก็พูดแต่เื่ตายออกมา
“ซ่งเสี่ยวสยาเธอบอกมาสิเธอตั้งใจหรือเปล่า!” ซย่านีเค้นถามเด็กตรงหน้า
ในที่สุดซ่งเสี่ยวสยาก็ได้สติกลับมาเธอรู้สึกอับอายที่เมื่อครู่ตนเองถูกซย่านีทำให้ใกลัว เห็นอยู่ชัดๆว่าที่นี่คือบ้านของเธอ! รอบตัวเธอรายล้อมไปด้วยพ่อแม่และปู่ย่าที่รักเธอเธอกลับถูกคนนอกแค่คนเดียวทำให้ใกลัวซะได้
ซ่งเสี่ยวสยากล่าวอย่างมั่นใจ“ถ้าฉันตั้งใจแล้วจะทำไม? มันก็แค่กระดาษแผ่นเดียวไม่ใช่หรือไง!ซ่งตงซวี่อาจจะทำเองก็ได้ เขามีแม่ไร้การศึกษาแบบป้ายังไงล่ะเรียนไปก็ไร้ประโยชน์!เพราะเขามันไม่คู่ควร!”
เพี๊ยะ!’
เกือบทันทีที่ซ่งเสี่ยวสยาพูดจบซย่านีก็สะบัดฝ่ามือตบลงบนหน้าของซ่งเสี่ยวสยาไปหนึ่งฉาด
ซ่งเสี่ยวสยาโดนตบเข้าเต็มๆ เสียแล้ว
โจวเจี๋ยเป็คนแรกที่ได้สติขึ้นมา“ซย่านี! ฉันขอสู้กับเธอสักตั้ง!”