“เสียง หอนของสุนัขป่านั้นฟังดูลึกลับน่าพิศวงชวนหลงไหล แต่ในขณะเดียวกันมันก็ฟังดูน่าหวาดหวั่นอย่างถึงที่สุด เมื่อเสียงใสเย็นะเืขานรับกันเป็สาย ราวกับว่าพวกสุนัขป่าเป็ศิลปินร่ายลำนำ ที่กำลังประสานเสียงขับขานบทเพลงของเหล่านักล่า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามพ้นสนธยาที่ช่างมืดมน จนมองเห็นเส้นทางได้ไม่ถนัดนัก กอปรกับบรรยากาศโดยรอบที่เยียบเย็นหลังพายุฝนเช่นนี้ ก็ยิ่งเร้าให้ทุกสิ่งมีชีวิตที่สัญจรผ่านป่า ต่างต้องหวาดผวาขาสั่นระริก
พระจันทร์มืดดับไปในราตรีนี้ เช่นเดียวกับชีวิตมากมายที่ดับสิ้นลงในทิวาก่อนหน้า แต่เดียนากับวิคการ์ยังคงมีลมหายใจอยู่ แม้จะค่อย ๆ แ่ลงเรื่อย ๆ จากความเหนื่อยล้าและหิวโหย เด็กทั้งคู่กำลังเตร็ดเตร่ไร้ที่พึ่งพิงอยู่บนถนนเปียกแฉะที่ตัดฝ่าดงแมกไม้ รอยเท้าขวาซ้ายยังคงดำเนินไปในทิศที่ดวงตะวันจะโผล่ขึ้นมาเหนือขอบฟ้าในอรุณใหม่
“ข้ากลัว วิคการ์” เดียนากล่าวเสียงสั่น
“ข้าก็กลัว” วิคการ์ยอมรับจากก้นบึ้ง “แต่ความกลัวนี่แหละที่ทำให้เรายังมีชีวิตอยู่” เขาพูดเสียงเย็นราวกับมีหยาดน้ำฝนหยดหนึ่งตกค้างอยู่บนลิ้นของเขา “พ่อกับแม่ของเรากลัวมาตลอดว่าสักวันไฟาจะลามมาถึงมัดพัดเดิล เพราะอย่างนั้นพวกท่านจึงบีบคั้นให้เราสาบานอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ว่าเมื่อมันเกิดขึ้น ให้เราหลบซ่อนตัวอยู่ตรงนั้นและห้ามออกมาอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกท่านก็ตาม” เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ขณะค่อย ๆ เอียงศีรษะอย่างครุ่นคิด พลางขยับตัวช้าลงเพราะััได้ลาง ๆ ถึงความผิดปกติบางอย่างที่ดูเหมือนกำลังจะเข้ามาใกล้ แต่แล้วเขาก็ย่างเท้าต่อไปพร้อมกับเสียงกอหญ้าที่ยวบลงเป็จังหวะ
“ทุกคนกลัวกันหมด...ข้าจำได้” เดียนาพูดเสียงหนัก “แต่ในขณะที่คนอื่น ๆ กลัว แล้วได้แต่ทำใจยอมรับมัน พ่อกับแม่ของเรากลับเตรียมตัวเตรียมใจเพื่อรับมือเมื่อมันมาถึง แม้ว่าท้ายที่สุดแล้วพวกท่านเองก็ต้องจากไปอยู่ดี แต่นั่นก็ยังเพียงพอให้พวกเรามีโอกาสได้อยู่ต่อ แม้ว่าอาจจะแค่่สั้น ๆ ก็เถอะ” เธอพูดเสียงเศร้า ริมฝีปากเม้มเรียบ
“นานพอที่ข้าจะได้กลับมาเชือดคอพวกมันแน่” แววตาของวิคการ์แข็งกร้าวอย่างน่าใ “พระาามูทัน แห่งริเวอร์เมดัน กับคนของมัน” เขาพูดเสียงทุ้มสั่นในลำคอ
“ถ้าเราปีนขึ้นไปนอนบนต้นไม้สักต้นที่สูงพอ พวกหมาป่าจะล่าเราไม่ได้ใช่ไหม” เดียนาถาม
“ใช่ แต่หมีสีน้ำตาลคงจะเต็มใจทำแทนพวกมัน” วิคการ์สวน “เราต้องหาที่พักที่ดีกว่านั้น ข้าจำได้ว่าตอนออกมาล่าสัตว์กับพ่อ เราพบป้อมร้างของชาวแลงเกิลอยู่ไม่ไกลข้างหน้านั่น ที่นั่นน่าจะปลอดภัยพอให้นอนพักสักคืนหนึ่ง”
หยาดน้ำค้างบนใบสนร่วงแปะลงบนเปลือกตาของเดียนา เธอไม่เห็นแม้เงาของป้อมร้างที่วิคการ์พูดถึง ความรวดร้าวหวนคืนมาสู่ช่องอกของเด็กหญิงเมื่อได้เห็นภาพที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า มันคือกองเถ้าถ่าน มีเพียงกองเถ้าถ่าน กองเถ้าถ่านแบบเดียวกับหมู่บ้านที่เธอเพิ่งจากมา คนสารเลวพวกนั้นเกิดมาเพียงเพื่อฆ่าและเผาหรืออย่างไร เดียนาคิด
เสียงหอนกราวของสุนัขป่าที่หายไปทำให้เด็กทั้งคู่ร้อนรนด้วยตื่นตระหนก นักล่าที่ประกาศตัวไม่น่ากลัวเท่านักล่าที่ซ่อนตัวอย่างเงียบงันอยู่ในเงามืด หยาดเหงื่อไหลซึมจนชุดสีครามเปรอะโคลนของวิคการ์เปียกชุ่มเป็หย่อม ๆ ขึ้นอีกครั้ง ขณะที่เดียนาก็เริ่มปากขาวซีดจนใกล้จะกลมกลืนกับชุดสีเทาอ่อนที่เธอสวม เด็กทั้งคู่กำลังหิวโหย เหนื่อยล้า และบอบช้ำทางจิตใจจนถึงที่สุด
“เ้าอาจพูดถูก เดียนา ต้นไม้ใหญ่สักต้นอาจเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้” วิคการ์กล่าว
“หรือไม่ก็กระท่อมของข้า” เสียงหญิงแก่ ๆ ที่ฟังดูมีเลศนัยดังโพล่งออกมาจากหลังต้นบีชใหญ่ที่แผ่พุ่มกว้าง เด็กทั้งคู่ต่างสะดุ้งโหยงก่อนหมุนตัวผลุงไปทางต้นเสียง “ไม่ต้องกลัวไปหรอกเด็กน้อย ข้าแค่มาตรวจดูกับดักแทนสามีที่อาการปวดหัวเข่ากำเริบจนเดินไม่ไหว แล้วบังเอิญพบพวกเ้าเข้าพอดี”
“ป้าลองกาลาหรือ” เดียนาถามเสียงสูงอย่างประหลาดใจ เมื่อเห็น
ลาง ๆ ว่าเ้าของเสียงพูดคือหญิงชราหลังค่อมคนหนึ่ง ที่กำลังเดินลอดกิ่งไม้ออกมาจากเงามืดทางด้านหลังพร้อมกับตะเกียงเล็ก ๆ ขณะที่อีกมือหนึ่งหิ้วหูกระต่ายสีขาวตัวโตมาด้วย
“เปล่าหรอก สาวน้อย” เสียงตอบคำถามเย็นยืดอย่างน่าขนลุก “ข้าไลลา เ้าคงจะสับสนกับน้องสาวข้ากระมัง”
“น้องสาวหรือ” วิคการ์ถามด้วยท่าทีไม่ไว้วางใจ
“แน่นอน ถ้าเ้าหมายถึงนางหญิงบ้าที่ชอบเลี้ยงหมาไว้ล่าหนูในทุ่งนาน่ะ” ไลลายิ้มอย่างมีเลศนัย “ใช่สินะ” เธอกล่าวต่อเมื่อเห็นเดียนากับวิคการ์มีสีหน้าตกตะลึง “ว่าแต่เด็กจากมัดพัดเดิลอย่างพวกเ้ามาทำอะไรกันในป่าสามสายยามดึกกันล่ะ”
“วันนี้หมู่บ้านของพวกเราถูกกองทัพของพระาามูทันเข้าโจมตี” เด็กหญิงพูดอย่างกระอักกระอ่วน ขณะที่หญิงชราปั้นสีหน้าแปลกใจ “เสียใจด้วยไลลา คนอื่น ๆ ....”
“ตายหมดสินะ” หญิงชราพูดขัดจังหวะ “ใจหายแฮะที่ได้ยินว่านางประสาทกินนั่นไม่อยู่แล้ว โอ๊ะโอ คือ...ข้ากับน้องสาวไม่ค่อยจะลงรอยกันสักเท่าไรน่ะ เพราะอย่างนั้นข้ากับสามีจึงแยกตัวออกมาอยู่ที่นี่กันตามลำพัง ที่กระท่อมเล็ก ๆ ริมบึงทางนั้น” เธอชี้ไปทางพงหญ้ารกทึบ
“ท่านเคยอยู่ที่มัดพัดเดิลหรือ” วิคการ์ถาม
“ใช่ แน่นอนว่าต้องเป็ก่อนพวกเ้าเกิด ใครกันที่เป็เ้าของเด็กน้อยน่ารักสองคนนี้” เธอใช้สายตาที่น่าขนลุกกรีดใส่เดียนากับวิคการ์ พลางยื่นใบหน้าที่น่าขยะแขยงเข้าไปใกล้เด็กทั้งคู่
“ขอโทษที่ลืมแนะนำตัว” เดียนากล่าว “ข้าเดียนา นี่พี่ชายข้าวิคการ์
แดเนียลกับแคทเทรียคือพ่อกับแม่ของเรา ท่านรู้จักพวกเขาไหม” เดียนาถามอย่างกระตือรือร้น
“อา ใช่ ๆ พวกเ้าทั้งคู่หน้าเหมือนเด็กหนุ่มสาวคู่นั้นไม่ผิดเพี้ยนเลย ทำไมข้าถึงนึกไม่ออกแต่แรกนะ” เธอทำสีหน้าผิดหวัง “พ่อแม่ของพวกเ้าเป็เด็กดีใช้ได้เชียวล่ะ ถ้าข้าจำไม่ผิดนะ โอ้! ขออภัย ข้าจะพูดว่าข้าเสียใจกับพวกเ้าด้วย เดียนา วิคการ์ การสูญเสียมักมาเยือนแบบไม่ทันตั้งตัวเสมอ โลกมันก็โหดร้ายแบบนี้แหละ”
“มนุษย์ต่างหากที่โหดร้าย” วิคการ์กระชากเสียง
“ขอบคุณนะ ไลลา” เดียนาตอบอย่างจริงใจ
“ถ้าอย่างนั้นพวกเ้าไม่มีที่ให้ไปแล้วสินะ ข้าอยู่กับตาแก่ริกเคอร์แค่สองคน ยังพอมีที่ว่างเหลืออยู่บ้างหากว่าพวกเ้าสนใจจะ...”
“เรากำลังจะไปแดนหมู่เกาะกัน” วิคการ์ขัดอย่างรู้ทัน
“ในป่าสามสายขึ้นชื่อเื่หมาป่าที่ดุร้ายยิ่งนัก” หญิงชราพูดแกมข่มขู่ “ทหารของพระาามูทันถูกพวกมันลากไปกินนับสิบคนตอนที่พวกนั้นมาพักแรมอยู่ในป้อมนี้ พวกเ้าคงไม่อยากจะลงเอยเช่นนั้นหรอก ใช่ไหม อีกอย่าง...คืนนี้เรามีกระต่าย” เธอยื่นเ้าตัวสีขาวที่ตายแล้วออกมากระทันหันจนเกือบชนหน้าของวิคการ์ “ไปพักเอาแรงที่กระท่อมข้าสักคืนหนึ่งก็ไม่แย่ไปกว่าการนอนค้างแรมกับพวกหมาป่าหรอก...จริงไหม”
“มันก็ไม่แน่หรอก” วิคการ์พูดห้วน ๆ
มนุษย์ หรือ หมาป่า เดียนาคิด คำพูดของวิคการ์ทำให้เดียนารู้สึกสับสน เพราะเธอรู้จักหมาป่าแค่ในเื่เล่าเท่านั้น เดียนาหรือแม้แต่วิคการ์ต่างไม่เคยเผชิญหน้ากับความโเี้ของหมาป่าด้วยตาตัวเอง แต่กับมนุษย์แล้ว เป็ที่ประจักษ์ว่าพวกเขาสามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่พวกเขา้า
“เ้าคิดว่าไง เดียนา” วิคการ์กระซิบถาม
“เราเหนื่อย และ หิว” เดียนากระซิบตอบอย่างไม่มั่นใจ “ข้าแทบจะไม่เหลือแรงเดินต่อแล้ว และข้าก็ไม่อยากถูกหมาป่า หรือหมี คาบไปตอนหลับด้วย อีกอย่างไลลาเป็พี่สาวของป้าลองกาลาที่แสนใจดีคนนั้น แม้ว่าพวกนางจะทะเลาะกัน แต่ข้าคิดว่านางคงไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรหรอก บางทีเราควรจะยังเชื่อใจมนุษย์มากกว่าหมาป่า เถอะน่าวิคการ์” เธอทำสายตาอ้อนวอน
“ถ้านางหรือสามีของนางทำอะไรที่ดูไม่น่าไว้วางใจขึ้นมาเมื่อไร”
วิคการ์กล่าวอย่างจริงจัง “สิ่งที่เราจะทำคือ วิ่ง ให้เร็วที่สุด คนแก่ไม่เร็วไปกว่าเราแน่ถ้าเราได้กินกระต่ายนั่นจนอิ่มท้อง โดยเฉพาะคนแก่ที่คนหนึ่งหลังค่อม คนหนึ่งเข่าเสื่อมเช่นนี้” วิคการ์เงียบไปอึดใจหนึ่ง “หรือไม่ก็ฆ่าพวกเขาเสีย...หากว่ามันจำเป็ต้องฆ่า” เด็กชายกระซิบอย่างหนักแน่น เดียนาพยักหน้ารับอย่างฝืดฝืน
“ตกลง เราจะไปค้างแรมที่กระท่อมของท่าน ขอบคุณสำหรับคำเชิญ ไลลา”
“ไม่ต้องเป็ทางการนักหรอกเ้าหนู พวกเราต่างก็คนกันเองทั้งนั้น” รอยยิ้มของหญิงชราดูลึกลับพิกล
เดียนาเดินเกาะติดวิคการ์ไปในแสงสว่างจากตะเกียงของหญิงชราที่เดินคุดคู้พลางส่ายไปมา ผ่านดงต้นกกรกชัฏในยามราตรีที่มีทางเดินแคบ ๆ ให้เดินผ่านได้ทีละคนเท่านั้น เสียงกกแตกเป๊าะเมื่อเดียนาย่ำเหยียบลงลำต้นเปราะบาง และเสียงร้องของพวกสัตว์เล็กที่อยู่ในบึงดังอึงอลจนเริ่มกระตุ้นความฉุนเฉียวในตัวเดียนา ก่อนที่แสงสีเดียวกับเส้นผมของเธอจากกองไฟเล็ก ๆ จะกระพริบเข้ามาในดวงตาสีฟ้าอันน่าชื่นชม
“ว่าไงที่รัก ได้อะไรมาบ้างล่ะ” ชายชราเคราดกสีเทาที่มีิัเหี่ยวย่น และหัวล้านครึ่งหนึ่งพูดเสียงปะแล่ม
“กระต่ายน่ะ แล้วก็เด็กพวกนี้ด้วย เดียนากับวิคการ์ ลูก ๆ ของแดเนียลกับแคทเทรียจากมัดพัดเดิล เ้าจำพวกเขาได้ไหม ริกเคอร์”
“แน่นอน หนุ่มสาวสองคนนั้น” ชายชราตอบพลางเดินลากขาเข้ามาหาเดียนากับวิคการ์ “ใช่ พวกเขาเป็คู่ที่น่ารักมาก ๆ คนดี...คนดีทั้งคู่เลย...ดูเด็ก ๆ พวกนี้สิที่รัก” เขาหันไปสบตาภรรยาด้วยั์ตาสีดำที่ฉายแววประหลาด “พวกเขาช่างเหมือนพ่อกับแม่ของพวกเขาเหลือเกิน”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น” ไลลากล่าว
“ว่าแต่พวกเ้ามาทำอะไรกันที่นี่” ริกเคอร์ถาม
“ที่รัก ลองกาลาตายแล้ว” ไลลาพูดแทรกก่อนที่เด็กทั้งคู่จะทันได้ตอบคำถาม “มัดพัดเดิลถูกโจมตี ทุกคนตายหมด พ่อกับแม่ของพวกเขาก็ด้วย”
“โอ ข้าเสียใจด้วยจริง ๆ ที่รัก อา พวกเ้าด้วยเด็ก ๆ ของแดเนียลกับแคทเทรีย” เขายิ้มเล็ก ๆ อย่างพิลึกพิกล
“ข้าไม่เป็ไรหรอกที่รัก” หญิงชราพูดเสียงอ่อน ขณะที่เดียนากับ
วิคการ์กล่าวขอบคุณอย่างมีมารยาท
“เ้าคิดว่าในนั้นมีอะไรอยู่วิคการ์” เดียนากระซิบถามอย่างประหลาดใจ หลังจากที่เห็นโรงนาที่มีขนาดใหญ่กว่ากระท่อมของไลลากับริกเคอร์ถึงหนึ่งเท่าตัว มันถูกสร้างขึ้นอย่างหยาบ ๆ ด้วยเศษไม้ แต่ตอกปิดทุกช่องทุกรูไว้อย่างมิดชิดราวกับมันไม่มีประตูทางเข้า
“ไม่รู้สิ” วิคการ์แสดงสีหน้าครุ่นคิด “อาจจะเป็สัตว์เลี้ยงของพวกเขา ป้าลองกาลารักเ้าแซ็กมาก บางทีพี่สาวของนางก็อาจจะเลี้ยงหมาดุสักตัวสองตัวไว้ล่าสัตว์เช่นกัน”
“ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่ควรไปยุ่งกับที่นั่น” เดียนากล่าว
“แค่กินและนอนให้เต็มอิ่มในคืนนี้ แล้วพรุ่งนี้เราจะออกเดินทางต่อแต่เช้าตรู่” เด็กชายมีสีหน้าที่ดูกังวลใจ
เดียนาผล็อยหลับไปหลังจากกินกระต่ายย่างชิ้นใหญ่จนอิ่มท้อง ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ากดทับกายเธอให้สงบลง แม้ว่าจิตใจจะยังคงบอบช้ำและสับสน เด็กหญิงสะดุ้งตื่นขึ้นมาร้องไห้ครั้งหนึ่งเมื่อชั่วโมงก่อน แต่ยังดีที่มีวิคการ์ซึ่งนอนอยู่บนพื้นกกสกปรกข้าง ๆ คอยปลอบใจ และนี่เป็อีกครั้งหนึ่งที่เธอสะดุ้งตื่นขึ้น แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความเศร้า แต่เป็เพราะ เสียงหอนของสุนัขป่า ที่ขยับเข้ามาใกล้อย่างน่าขนลุก