ตอนที่13 เถียนมี่มี่
หลีอี้เฉินรู้สึกประหลาดใจมากขึ้นที่พบว่านักเรียนเสิ่นลี่อิงใช้วิธีแก้โจทย์เหมือนกับหลักการที่เขาสอนไปก่อนหน้าได้อย่างแม่นยำทำให้เขาคิดอย่างมีความสุขว่า
‘โอ้โฮ!ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะใช้หลักการของฉันได้แม่นยำขนาดนี้น้อยคนนักที่จะจดจำได้รวดเร็วในเวลาสั้น ๆ หากเธอมีพร์ในการจดจำมากขนาดนี้น่าเอาไปทดลองฝึกกับกองกำลังพิเศษเสียจริง’
หลีอี้เฉินคิดอย่างคาดหวังทั้งนี้ภาพลักษณ์ภายนอกของเขานั้นผู้คนอาจคิดว่าเขาเป็เด็กเนิร์ดที่สนใจเฉพาะเื่คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีเท่านั้น
กระนั้นเขาเป็หนึ่งในสมาชิกคนสำคัญของกองกำลังพิเศษแห่งกองทัพโดยมีหน้าที่หลักในการเฝ้าระวังและตรวจสอบผู้บุกรุกเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนอกเหนือจากบทบาทหน้าที่การเป็ครูในโรงเรียนเล็ก ๆ แห่งนี้
เขาพบว่าทักษะการเรียนรู้และจดจำของนักเรียนหญิงคนสวยได้สร้างความประหลาดใจให้กับเขาเป็อย่างมาก
“ดีมากนักเรียนเสิ่นเธอสามารถแก้โจทย์ได้ตามหลักการที่ครูเพิ่งสอนไป นับว่ามีความทรงจำที่ดีทักษะภาษาอังกฤษของเธอก็ดีขึ้นไม่ใช่หรือ?สนใจที่จะอ่านหนังสือเล่มนั้นดูไหม?”
เขาไม่คาดคิดว่าทักษะเรียนรู้ของนักเรียนเสิ่นจะรวดเร็วแม่นยำตรงกับคำกล่าวของครูหลายคนในห้องพักครู
ก่อนหน้านี้เขาไม่คิดสนใจกระทั่งให้เห็นทักษะของเธอประจักษ์ตาจึงอยากทดลองให้นักเรียนหญิงได้อ่านตำราเล่มหนาบนโต๊ะซึ่งเขารับรู้ทักษะภาษาอังกฤษที่ดีขึ้นของเธอจากครูซ่งจวนมาแล้ว
เสิ่นลี่อิงตาโตเป็ประกายทันทีเมื่อได้ยินคำกล่าวของครูหลีเธออยากเปิดอ่านตำราที่ครูมีท่าทางหวงแหนสักครั้งเพราะคิดว่าอาจมีเนื้อหาขั้นสูงที่เธอสามารถเรียนรู้ได้จึงตอบรับคำถามเชิญชวนจากครูอย่างยินดีว่า
“จริงหรือคะครูหลี? หนูอยากอ่านอยู่ค่ะถ้าครูไม่ว่าอะไร.....หนูว่าจะขอยืมอ่านสักหนึ่งสัปดาห์”
เสิ่นลี่อิงคิดว่าระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์น่าจะเพียงพอในการอ่านตำราภาษาอังกฤษเล่มหนาได้หมดเล่มโดยเธอจำเป็ต้องจัดสรรเวลาให้ดีเพื่อทำงานอย่างอื่นด้วย จึงจำเป็ต้องใช้เวลาในการอ่านนานสักเล็กน้อย
“เอาสิ!.....ครูกำลังเรียนรู้เื่อื่นอยู่พอดีเธอเอาไปอ่านเลยก็ได้ สัปดาห์หน้าค่อยเอามาคืน”
หลีอี้เฉินแสดงความมีน้ำใจต่อเสิ่นลี่อิงโดยตรงทั้งนี้เนื้อหาในหนังสือเล่มหนามีข้อความที่สามารถเข้าร่วมกลุ่มแชตลับของกำลังพิเศษได้เขาหวังว่านักเรียนสาวจะอ่านพบแล้วเข้าร่วมกลุ่มเพื่อทดสอบทักษะของเธอต่อไป
เพื่อนนักเรียนห้องห้าต่างให้ความสนใจในทักษะทางคอมพิวเตอร์ของเสิ่นลี่อิงเป็จำนวนมากเพราะไม่คาดคิดว่าทักษะนี้เธอจะเก่งกาจเช่นกันโดยเป็ความเก่งกาจที่เกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น
กระทั่งหมดเวลาเรียนวิชาสารสนเทศจากครูหลีอี้เฉินนักเรียนห้องห้าย้ายที่เรียนไปห้องข้างกันเพื่อเรียนรู้วิชาดนตรีจากครูหลินซูฉีผู้เป็แฟนสาวของครูพละหนุ่มที่ชื่อเจียงตัน
..........
เสิ่นลี่อิงพบว่าครูหลินซูฉีเตรียมผีผาไว้ให้นักเรียนได้เรียนรู้โดยมีผีผาที่เป็เครื่องดนตรีชนิดสายมากถึงสิบคัน
นักเรียนต้องจับกลุ่มเพื่อเรียนผีผากันคันละสามถึงสี่คน
ทั้งนี้เสิ่นลี่อิงอยู่กลุ่มเดียวกับกงเจียหลิงและนักเรียนหญิงจากห้องสี่ที่มาใหม่ชื่อสือหนิงอ้าย เป็นักเรียนหญิงไว้ผมสั้นท่าทางขี้อาย
ครูหลินซูฉีสอนวิธีเล่นผีผาด้วยมือสองข้างอย่างใจเย็นโดยนักเรียนห้องห้าหลายคนที่ได้รับอิทธิพลจากเสิ่นลี่อิงต่างพากันตั้งใจเรียนรู้และสอบถามครูเมื่อไม่เข้าใจ
ครูหลินรู้สึกสบายใจมากขึ้นที่พบว่านักเรียนห้องห้ามีพฤติกรรมการเรียนรู้ที่ดีเหมือนกับนักเรียนเก่งห้องหนึ่ง
“เอาละ.....พวกเธอลองดีดเส้นเสียงของผีผาลองดูไม่จำเป็ต้องเล่นเป็เพลงหรอก แค่หัดใช้มือสองข้างให้ถูกต้องรู้จักวิธีการวางนิ้วดีดสายให้มีเสียงตาม้าก็พอแล้ว ทดลองทำทุกคนเลยนะนี่เป็เครื่องดนตรีที่ประเทศภาคภูมิใจ รวมทั้งอยากให้นักเรียนได้เรียนรู้ไว้ด้วย”
หลังจากครูหลินสอนวิชาการไปได้สักพักครูเปิดโอกาสให้นักเรียนแต่ละคนทดลองฝึกเพื่อให้จัดวางท่าทางให้ถูกต้องเหมาะสมและคุ้นเคยเสียก่อนโดยยังไม่ได้กดดันให้นักเรียนต้องดีดสายจนออกมาเป็บทเพลงแต่อย่างใด
“เข้าใจแล้วค่ะ/ครับ”นักเรียนต่างขานรับคำแนะนำจากครูหลินด้วยความเข้าใจ
เสิ่นลี่อิงเปิดโอกาสให้เพื่อนสองคนในกลุ่มได้ทดลองดีดผีผาไปก่อนเธอกำลังนึกทบทวนบทเพลงหนึ่งที่เคยได้ยินในอดีตและได้กลายเป็หนึ่งในบทเพลงแห่งตำนานของเติ้งลี่จวินจึงอยากทดลองดีดเพลงเถียนมี่มี่ออกมา
เมื่อเพื่อนทั้งสองคนทดลองวางท่าทางและดีดสายผีผาจนเข้าใจแล้วโดยทั้งคู่ยังไม่สามารถดีดออกมาเป็บทเพลงได้จึงส่งต่อให้เสิ่นลี่อิงได้ทดลองฝึกบ้าง
“ลองสิอิงเอ๋อร์จะดีดผีผาออกมาเป็เพลงคงยากน่าดูเลย”
กงเจียหลิงยื่นผีผาให้กับเสิ่นลี่อิงพลางทำหน้ามุ่ยที่ตนคงไม่สามารถใช้ผีผาดีดออกมาเป็บทเพลงที่ไพเราะได้
เสิ่นลี่อิงยิ้มอย่างเข้าใจเพื่อนสาวเธอไม่ได้ว่ากล่าวอะไรแต่หยิบผีผาวางบนหน้าตักของตนเองก่อนเริ่มดีดสายบรรเลงเพลงที่เธอตั้งใจไว้โดยไม่ได้สนใจรอบข้าง
ครูหลินซูฉีและเพื่อนนักเรียนห้องห้าคนอื่นที่กำลังฝึกฝนอยู่พลันหยุดชะงักการฝึกฝนจากเสียงเพลงที่เสิ่นลี่อิงกำลังดีดอยู่ด้วยความตกตะลึง
ครูหลินตาโตเป็ประกายด้วยความตื่นเต้นยินดีพลางปราดเข้ามายืนอยู่ข้างเก้าอี้ของเสิ่นลี่อิงจากนั้นครูหลินเปิดปากร้องเพลงเถียนมี่มี่อย่างอดไม่ได้ เมื่อได้ยินเสียงดนตรีจากผีผาดีดออกมาเป็บทเพลงสมบูรณ์อย่างนี้
บรรยากาศการเรียนในห้องดนตรีพลันเต็มไปด้วยความรู้สึกอบอวลด้วยความรักแม้แต่ครูหลีอี้เฉินที่กำลังเตรียมงานสอนสำหรับนักเรียนในวันถัดไปเขาเดินมาดูห้องสอนดนตรีที่อยู่ข้างห้องสารสนเทศด้วยความสนใจ
“โอ้! นักเรียนเสิ่นทำให้ฉันประหลาดใจอีกแล้ว”
หลีอี้เฉินอุทานด้วยความตื่นเต้นยินดีเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพวีดิทัศน์เพื่อส่งเข้าในกลุ่มแชตลับให้เพื่อนและหัวหน้าได้เห็นทักษะนักเรียนคนหนึ่งซึ่งเขากำลังคาดหวังทักษะพิเศษของเด็กสาวอยู่
เมื่อเสิ่นลี่อิงดีดผีผาจบลงพร้อมกับเสียงเพลงครูหลินสิ้นสุดลงในเวลาไล่เลี่ยกันนักเรียนห้องห้ายังอึ้งตะลึงอยู่
หลีอี้เฉินส่งคลิปที่เขาเพิ่งบันทึกเข้ากลุ่มแชตลับทันทีพร้อมด้วยข้อความสั้น ๆ แนบไปพร้อมด้วยว่า
“นักเรียนที่อาจสร้างความประหลาดใจให้กับกลุ่มสตาร์”
พลันมีเสียงปรบมือจากหูเฉาเหว่ยดังขึ้นเมื่อเขาได้สติก่อนเพื่อนคนอื่นเขาไม่คาดคิดว่าเสิ่นลี่อิงจะสร้างความประหลาดใจให้กับเขาครั้งแล้วครั้งเล่าจนอยากรู้ว่าพรุ่งนี้เธอจะมีเื่ใดให้เขาประหลาดใจอีกบ้าง
“เก่งมากนักเรียนเสิ่นเธอทำให้ครูนึกถึงเมื่อครั้งเรียนอยู่ในมหาลัยเลย”
ครูหลินซูฉีเอ่ยชมเสิ่นลี่อิงจากใจจริงพลางกล่าวถึงความหลังเมื่อครั้งที่ตนเรียนอยู่มหาวิทยาลัย ซึ่งครั้งนั้นเธอและเพื่อนเล่นดนตรีพร้อมกับร้องเพลงเถียนมี่มี่ร่วมกันจึงทำให้นึกถึงบรรยากาศเก่า ๆ สมัยเป็นักศึกษา
ครูหลินปล่อยนักเรียนเมื่อหมดเวลาเรียนโดยไม่ได้มีการบ้านใดเป็พิเศษเนื่องจากวิชาดนตรีเป็วิชาเสริมที่นักเรียนไม่จำเป็ต้องสอบแต่เป็การเรียนรู้ที่จำเป็ฉะนั้นนักเรียนจำเป็ต้องมีโอกาสได้เรียนรู้ตามหลักเกณฑ์จากทางกระทรวง
ศึกษาธิการ
ต่อไปเป็วิชาอิสระที่นักเรียนแต่ละคนต่างแยกย้ายไปอ่านหนังสือหรือทำความเข้าใจในการบ้านที่ได้เรียนรู้
ส่วนเสิ่นลี่อิงไปหามุมสงบในห้องสมุดเพื่ออ่านหนังสือเล่มหนาที่เพิ่งได้มาจากครูหลีอี้เฉิน
มีนักเรียนบางคนออกจากโรงเรียนเพื่อไปกินขนมหรือทำกิจกรรมอื่นภายนอกได้เป็การผ่อนคลายไปในตัว
อย่างไรก็ตามเสิ่นลี่อิงไม่รู้ตัวเลยว่าเธอกำลังทำให้กลุ่มแชตสตาร์เกิดความโกลาหลจากผลงานแก้โจทย์ยากของหลีอี้เฉิน
และการเล่นบทเพลงเถียนมี่มี่ด้วยผีผา
มีข้อความแจ้งเตือนในกลุ่มแชตเป็ระยะแทบไม่เว้นว่างโดยหลีอี้เฉินยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจที่ทำให้กลุ่มแชตกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหลังจากก๊วนัดำแยกย้ายไปทำงานที่แต่ละคนชอบเมื่อปลดประจำการแล้ว
“พระเ้า! เด็กคนนั้นเล่นเพลงโปรดของฉันด้วยเป็เด็กที่ดีดผีผาได้ไพเราะที่สุดเท่าที่ได้ยินมาเลย”
ถังเหอตี้ชายหนุ่มอารมณ์ดีผู้เป็ครูฝึกสุนัขในโรงเรียนฝึกสุนัขของครอบครัวเขาอุทานด้วยความประหลาดใจ
“โอ้โฮ! เด็กคนนี้จะมาแทนที่เสี่ยวเฉินหรือเปล่า? เก่งขนาดแก้โจทย์ที่เสี่ยวเฉินออกแบบได้ไม่ธรรมดานะนี่”
จ้าวลี่หงชายหนุ่มใส่แว่นเป็คนเรียนเก่ง ตอนนี้ทำงานเป็ศัลยแพทย์ในโรงพยาบาลประชาชนเมืองหลวง
“ดูเก่งดีนะ”หานหลาง ชายผู้เ็าเหมือนกัปตันทีมัดำส่งข้อความสั้น ๆ เวลานี้เขาทำงานเป็พ่อครัว
“ดูดี”เหลียงฟาหยางพิมพ์ข้อความสั้น ๆ เขาเก่งกาจด้านการต่อสู้และใช้มีด ปัจจุบันทำงานที่ฟาร์มส่วนตัว
“ดีดผีผาได้ไพเราะโน้ตไม่เพี้ยนเลย นับว่าหายากในเด็กรุ่นใหม่ น่าสนใจเสียจริง”
ติงเจี๋ยชายหนุ่มอารมณ์ศิลปินปัจจุบันทำงานเป็อาจารย์สอนศิลปะในมหาวิทยาลัยชิงหวา
อย่างไรก็ตามบรรยาการสนทนาในกลุ่มวีแชตสตาร์พลันเงียบลงทันทีเมื่อมีข้อความสั้นๆ จากกัปตันทีมส่งเข้ามาว่า
“ว่างหรือ?” หยางจุ้นสงสัยที่จู่ ๆ หลีอี้เฉินส่งคลิปวีดิทัศน์เข้ามาในกลุ่มแชตสตาร์
เขารู้สึกแปลกใจอยู่บ้างที่พบว่ามีเด็กนักเรียนหญิงหน้าตาสวยน่ารักคนหนึ่งมีความสามารถหลากหลายทั้งทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ที่สามารถแก้โจทย์ของลูกน้องได้รวดเร็วยังมีเื่การเล่นดนตรีโบราณได้ไพเราะอีก
ถึงอย่างนั้นเขาไม่อยากให้กลุ่มแชตที่ตั้งขึ้นเพื่อสนทนาเื่งานโดยเฉพาะจะกลายเป็การสื่อสารในด้านบันเทิงจนเกินไปจึงต้องออกมาปรามไว้ด้วยความแปลกใจ
ทั้งนี้ทีมัดำจากกองกำลังพิเศษเป็หนึ่งในทีมที่ทางกองทัพไม่อยากให้แต่ละคนปลดประจำการด้วยซ้ำไปเนื่องจากทักษะและฝีมือการต่อสู้ของแต่ละคนที่สามารถเอาชนะกองทัพต่างประเทศได้สร้างความน่าเกรงขามให้กับประเทศเป็
อย่างมาก
ในที่สุดหยางจุ้นผู้เป็กัปตันทีมจึงเสนอเงื่อนไขที่จะช่วยเหลืองานของกองทัพเป็การลับแต่ไม่กลับเข้าไปทำงานประจำกับทางกองกำลังพิเศษอีก มีเพียงหลีอี้เฉินเท่านั้นที่รับรู้เหตุการปฏิเสธอย่างแข็งขันของหัวหน้า