ชู้ลับประธานร้าย

    บทที่ 20 หาทางรอด

                รายการอาหารที่ธเนศชอบถูกส่งมาให้พรรษาทางโทรศัพท์มือถือ เธอก้มลงอ่านแล้วทำหน้ามุ่ย แทนพงษ์ที่นั่งอยู่ถัดไปจึงชะโงกหน้ามาดู

                “มีอะไรพีช?”

                “พี่แทน วันนี้พีชต้องออกไปตอนบ่ายสามนะ ต้องแวะซื้อของไปทำอาหารให้คุณเนศ”

                “ทำอาหาร? ทำไมต้องทำด้วยล่ะ?”

                “ก็....”

                “พูดมา อย่าคิดจะปิดพี่”

                “พีชรับเงินเข้ามาอีกหนึ่งล้าน เขาเลยขอให้พีชไปเร็วขึ้นสองชั่วโมง ไปทำอาหารและก็ทานข้าวกับเขาด้วย”

                “ว่าล่ะ...หน้าตาพีชดูมีลับลมคมใน ก็สมควรล่ะนะ ได้มาตั้งสองล้าน” สีหน้าของพี่ชายคล้ายจะโมโหนิดๆ

            “พี่แทน อย่าโกรธพีชเลยนะ พืชกะว่าจะบอกพี่แทนอยู่ แต่ก็กลัว...กลัวพี่แทนจะว่าพีชโลภมาก ก็พี่แทนว่าเขาเป็๲คนไม่ยอมเสียเปรียบใคร พีชไปเอาเงินเขามาอีกเพราะกลัวว่าโปรเจกของวินเนอร์จะเริ่มช้า”

            “พี่ไม่โกรธที่เธอไปเอาเงินเขามา แต่พี่โกรธที่เธอบอกพี่ช้า มา...เล่าซะดีๆ ทำไมเขาถึงให้เงินมาอีกตั้งล้าน?” สายตาของพี่ชายดูวิบวับ “พีชทำอีท่าไหน?”

            “ท่าไหน? พี่แทน พูดซะน่าเกลียด” คนถูกถามหน้าแดงก่ำ

            “ทำไม? มันมีท่าพิสดารรึไง? ที่พี่ถามนี่หมายถึงเธอไปออดอ้อนเขาแบบไหน? หรือว่าเขาถูกใจถึงให้มา? แน่ะ! หน้าแดงแบบนี้มีพิรุธ นะเรา”

            “ทีแรกพีชก็ขอยืมเขาค่ะ แต่...” เมื่อนึกถึงสิ่งที่เธอต้องทำให้เขาพอใจ พรรษาก็รู้สึกเหมือนหน้ากำลังร้อนคล้ายถูกลวก

            “แต่อะไร? เล่าเร็วๆ สิ พี่อยากรู้”

            “พี่แทน....”

            “ทำไม? อย่าบอกนะว่าเขาให้ทำเ๹ื่๪๫อย่างว่าให้ถูกใจแล้วยกให้เลย”

            พรรษาทำตาโตแล้วพยักหน้ารับ “อือ”

            แทนพงษ์ยกมือปิดปากกลั้นหัวเราะอย่างมีจริต พรรษายกมือตีแขนพี่ชายเพี้ยะหนึ่ง ปกติต่อหน้าผู้อื่น แทนพงษ์จะรักษามาดแมนเอาไว้เสมอ ยกเว้นกับพรรษาที่รู้ตื้นลึกหนาบางกันดี

            “พี่แทน อย่ามาขำพีชนะ พีชทำเพื่อครอบครัว”

            “ก็ได้ๆ ไม่หัวเราะก็ได้ แหมนะ ได้มาเป็๞ล้าน ท่าคงไม่ธรรมดา”

            “บ่ายนี้ พีชคงไม่อยู่จนแสนรักตื่น พี่แทนอธิบายแทนพีชด้วยก็แล้วกัน พีชต้องรีบไปซื้อของ เตรียมไปทำอาหารให้เขาทาน”

            “ไม่เป็๞ไร พีชไปเถอะ ทางนี้พี่จะดูแลแสนรักเอง”

            พีชตั้งใจจะเก็บรถสปอร์ตของธเนศเอาไว้ใช้ในกรุงเทพฯ เวลาที่เธอกลับราชบุรีก็ยังกลับรถของตนเองพร้อมกันกับพี่ชายและลูกสาวตัวน้อย ถ้าเกิดเธอเอารถราคาแพงของเขาไปใช้ให้คนแถวบ้านเห็นกลัวว่าจะเกิดปัญหาตามมา

             

            ธนียาตามพี่ชายเข้ามาในเมืองหลวง๰่๥๹เย็นวันศุกร์ หญิงสาวที่เคยใช้ชีวิตเฉิดฉายใน๰่๥๹ที่บิดายังไม่สร้างหนี้มหาศาลก้อนนั้น กลายเป็๲คนที่ต้องหลบตาเพื่อนฝูงที่อยู่ในเมืองหลวง กลับไปซ่อนตัว ทำงานอยู่ในฟาร์มที่ราชบุรี ถึงตอนนี้ข่าวนั้นจะซาลงไปมากแล้ว แต่เธอก็ไม่อาจจะกลับมาใช้ชีวิตสนุกสนานในเมืองศิวิไลซ์ได้อีกเพราะ...ไม่มีเงิน

            “พี่นนท์ แนนขอไปดื่มร้านหรูๆ สักคืนได้ไหม?”

            “ได้สิ คราวนี้เราเอามาตั้งสี่ชิ้น ดีนะ ที่คุณพ่อไม่ได้สังเกต ตู้นั้นเป็๲ตู้ใหญ่ พี่เลือกเอาของที่อยู่ข้างในออกมา”

            “สมแล้วที่เป็๞พี่ของแนน ฉลาดจริงๆ”

            เช้าวันต่อมา ธนนท์เรียกพินิจเพื่อนที่เคยพาเขาไปขายกล่องไม้ฝังมุกให้ออกมาหา เมื่อเห็นของสี่ชิ้น พินิจก็แสดงความตื่นเต้นอย่างออกนอกหน้า

            “นนท์ อย่าบอกนะว่านี่เป็๞ของสะสมของคุณย่ามึง ทำไมมีเยอะนักวะ?” พินิจรู้เ๹ื่๪๫คดีและหนี้สินที่ครอบครัวของธนนท์มี เมื่อเห็นเพื่อนขนของในบ้านออกมาขายเขาก็ไม่ได้นึกแปลกใจ

            “กูบอกแล้วว่าคุณย่ากูสะสมของเก่าเอาไว้เยอะ มึงอย่าซักเลยน่า รีบพากูไปขายเถอะ กูอยากได้เงินเร็วๆ”

            ครั้งนี้ธนนท์ได้เงินก้อนใหญ่กว่าเดิมมาก พอเห็นเงินเข้าบัญชีเขาก็นั่งคำนวณในใจ กดโอนไปตัดจ่ายหนี้บัตรเครดิตที่ค้างไว้สองใบ

            “เกือบแล้ว นี่ถ้ากูไม่พบวิธีหาเงินแบบนี้ซะก่อน มีหวังได้ขึ้นโรงขึ้นศาลแน่ โดนไปทั้งสองบัตรเลยนะมึง”

            พินิจส่ายหัวเบาๆ “เอาน่า มึงก็ตัดจ่ายเขาไปซะสิ อย่างน้อยก็ชะลอไปได้พักใหญ่ เงินก้อนนี้มึงไม่ต้องแบ่งใครก็สบายเลยสิ”

            “ไม่ได้ๆ กูมีน้องที่ต้องแบ่ง ให้มันบ้าง มันก็ใกล้จะแย่แล้วเหมือนกัน”

            “มึงนี่รักน้องดีจริง”

            “กูมีน้องคนเดียวนะ ตอนนี้น้องกูรออยู่ที่ห้าง กูโอนเงินให้ก็คงจะไปช้อปปิ้งเพลินเลยล่ะ ค่ำๆ มึงต้องหาทางแนะนำน้องกูให้รู้จักกับราเชนทร์ด้วยล่ะ ถ้าสองคนนั้นคลิกกันล่ะก็ มึงเตรียมตัวสบายได้เลย กูไม่ลืมบุญคุณมึงแน่”

            “เออๆ กูจะหาวิธีให้” พินิจพยักหน้าหงึกหงัก

            พินิจรู้จักธนนท์เพราะได้พบปะพูดคุยกันในร้านเหล้าอยู่หลายหน พินิจเองก็เป็๲ลูกเศรษฐีตกยากเหมือนกัน ธุรกิจครอบครัวของเขาล้มใน๰่๥๹วิกฤตเศรษฐกิจต่อเนื่องกับการระบาดของโรคโควิด

            “ของเก่าบ้านปู่มึงหมดหรือยัง?” ธนนท์ขมวดคิ้ว เพราะเขาเห็นพินิจเล่าว่าเอาของเก่ามาขายที่ร้านมิ่งขวัญบ่อยๆ จนรู้ว่าเ๯้าของคือราเชนทร์

            “ยัง ยังพอมีเหลือ แต่คงอีกไม่นาน”

            “แล้วมึงคิดจะทำยังไงต่อไป?”

            “กูคงจะไปช่วยลูกพี่กูดูแลเล้าจน์สักพัก”

            เล้าจน์ที่พินิจหมายถึงข้างในมีบ่อนหรูซ่อนไว้ให้เศรษฐีได้เล่น คนที่จะเข้าไปได้ต้องเป็๞สมาชิกแล้วเท่านั้น และอีกส่วนมีพนักงานคอยดูแลเว็บไซต์พนันออนไลน์มูลค่าหลายร้อยล้าน

            “คนที่มึงเคยเล่าน่ะเหรอ?” ธนนท์จำได้ว่าเมื่อเดือนที่แล้ว พินิจเล่าเ๱ื่๵๹เฮียสองเศรษฐีหนุ่มเ๽้าของเล้าจน์หรูสองแห่งในย่านที่ดินแพงลิบให้เขาฟัง

            “เออ ตอนนี้เฮียแกกำลังขาขึ้น เพิ่งซื้อคฤหาสน์ร้อยล้านด้วยเงินสด เงินดีจนกู๻๷ใ๯ นี่ขนาดจ่ายส่วยเดือนละไม่น้อย”

            ธนนท์ฟังแล้วตาโต “แบ็คแกคงจะใหญ่มากสิ”

            “ก็คนมีสีระดับบนทั้งนั้นล่ะ เงินนะมึง ใครไม่ชอบ?”

            “ก็จริง ถ้ามึงไปทำแล้วดี ดึงกูไปด้วยก็แล้วกัน ขืนรับเงินเดือนที่ฟาร์มต่อไปกูคงต้องฝึกกินหญ้าไปพร้อมกับวัวแล้วล่ะ”

            พินิจฟังแล้วก็หัวเราะ เขาได้ยินเงินเดือนของธนนท์ทีแรกก็ถึงกับ๻๷ใ๯ที่ช่างน้อยนิด “ได้ กูจะไปเริ่มงานสัปดาห์หน้านี่ล่ะ คอยฟังข่าวก็แล้วกัน”

            “ดีๆ เดี๋ยวคืนนี้กูเลี้ยงมึงเอง เต็มที่ไปเลยเพื่อน”

     

                ธนียาได้รับเงินโอนจากพี่ชายก็ยิ้มกว้าง เธอรีบพุ่งไปยังร้านเสื้อผ้าแบรนด์โปรดที่ห่างหายไปนาน กวาดซื้อมาสี่ห้าชุด จากนั้นก็รีบกดหาร้านกระเป๋าแบรนด์เนมมือสอง

                “ในที่สุด ฉันก็จะได้ใช้กระเป๋ายี่ห้อเดิมแล้ว”

                ๻ั้๹แ๻่บิดาของเธอเกิดคดีความ การเงินในครอบครัวทรุดลง เธอที่เคยได้รับเงินอุดหนุนรายเดือนจากบิดาเดือนละหลายหมื่นบาทก็ไม่มีเงินจะใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเหมือนแต่ก่อน ต้องลาออกจากบริษัทเดิม หนีหน้าสังคมเมืองหลวงกลับไปอยู่ฟาร์มแสนรักพร้อมกับพี่ชาย

                นานวันเข้า เงินเดือนน้อยนิดที่ได้รับก็ไม่พอใช้ จนต้องนำกระเป๋าแบรนด์เนมราคาสูงไปขายต่อ เหลือไว้เพียงใบเดียวพอได้ถือไม่อายคนอื่น

                ‘ของเก่าคุณย่ายังเหลืออีกสองตู้ น่าจะพยุงชีวิตไปได้อีกนาน’

                ธนียาไม่กล้าเสี่ยงซื้อกระเป๋ามือหนึ่งเพราะกลัวเงินจะหมด เธอยังอยากจะไปดูแสงสีในร้านหรูหรา หากไปซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมมือสองที่สภาพดีหน่อยก็น่าจะแก้ขัดไปได้ ตอนนี้บัตรเครดิตของเธอวงเงินยังเกินอยู่ เธอต้องแบ่งเงินส่วนนี้ไปตัดจ่ายด้วย

                “ตกลงรับไหมคะ?” พนักงานมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความหวัง ดูจากเสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้งตัวแล้ว น่าจะมีเงินซื้อได้

                “เอาใบนี้ล่ะ” เธอชี้ไปที่กระเป๋าแบรนด์สุดฮิตในหมู่สาวออฟฟิศ ที่ราคาเกินเงินเดือนอยู่หลายเท่า

                ธนียาตัดใจเอาแบรนด์ที่ราคากลางๆ คืนนี้เธอจะต้องดูดี สะดุดตาหนุ่มฐานะดีสักคนเพื่อจะได้หลุดพ้นจากความยากลำบาก ในเมื่อวัลลภเปย์เธอไม่ได้ เธอก็ต้องหาผู้ชายคนใหม่...เท่านั้นเอง

     

     ****************