หญิงสาวในชุดอาภรณ์สวยสง่าแบบที่เขาคุ้นตาตอนนี้กลับยืนสงบเสงี่ยมเรียบร้อยจนแทบมองไม่ออกว่าเป็คนเดียวกันแสงเงินหลังชนฝาเหมือนกำลังจนมุมในขณะที่นาชาญก็รักษาระยะห่างไม่เดินเข้าไปใกล้เธอเช่นกันแสงเงินนิ่งเงียบใช้ความคิดกับคำพูดที่นาชาญกล่าวกับเธอเมื่อครู่ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดังทั้งสีหน้าและท่าทางของเธอกลับมามั่นใจอีกครั้ง
“รักษาพวกเขาแล้วข้าจะได้อะไรหรือหากรักษาพวกเขาได้ท่านก็เอาชีวิตข้าอยู่ดีไม่ใช่หรือ”
“ผมแค่จะกักขังคุณเอาไว้ในภพภูมิของคนธรรพ์ไม่ให้ข้ามไปยังภพภูมิอื่นได้เท่านั้น”
“หากกักขังข้าไว้ในภพภูมิของคนธรรพ์แล้วข้าจะนำยารักษาไปมอบให้คนพวกนั้นได้อย่างไรกัน ท่านลองคิดดูหน่อยเถอะ”น้ำเสียงของเธอเริ่มอ่อนลงก้ำกึ่งขอร้อง “หากท่านปล่อยข้าไปข้าจะนำยารักษาไปให้ทุกคนโดยเริ่มจากท่านก่อน และจะไม่ยุ่งกับหมู่บ้านแห่งนี้อีก”
“แล้วถ้าผมไม่ตกลงล่ะ”
“งั้นท่านก็เอาชีวิตข้าไปได้เลยแต่ข้าจะปล่อยให้คนที่ดื่มยาผีบอกทุกคนกลายเป็ศพเดินได้”น้ำเสียงของเธอห้วนและเด็ดขาดซึ่งนาชาญแอบหวั่นไหวอยู่ในใจ
“แล้วถ้าคุณไม่รักษาคำพูดล่ะ”
“ถ้าอยากรักษาพวกเขาท่านก็คงไม่มีทางเลือกนอกจากเชื่อข้า”นางมองดูเขาด้วยแววตาที่อ่อนช้อยแต่เต็มไปด้วยเล่ห์กล “ถ้าข้าไม่รักษาคำพูดจริงครั้งหน้าเมื่อท่านพบข้าเมื่อไร จะเอาชีวิตข้าเลยก็ได้ ข้าจะไม่ขัดขืนเลย”
นาชาญแอบรำคาญกับคำพูดเ้าเล่ห์ของเธอหากมีครั้งที่สองจริงๆเธอก็คงหาทางเอาตัวรอดได้อีกแต่เขาก็ไม่สามารถเอาชีวิตของคนในหมู่บ้านไปเสี่ยงได้ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจ
“ผมขอดูยารักษาที่ว่าได้มั้ย”
แสงเงินดึงถุงผ้าที่แขวนอยู่กับเข็มขัดเงินคาดเอวออกมาแล้วเปิดถุงเธอหยิบขวดแก้วใสใส่ยาเม็ดลูกกลอนเต็มขวดออกมาเปิดฝาก่อนหยิบยาเม็ดหนึ่งเดินเข้าไปยื่นให้นาชาญเขารับมาใส่ปากกลืนลงคอทันที นาชาญไม่รู้สึกถึงความเป็พิษจากยาเม็ดนี้แต่จะรักษาฤทธิ์ยาผีบอกได้หรือไม่นั้นต้องรอดูผลอีกสองวันเขาคว้ามือเธอทั้งที่ยังกำขวดยาอยู่ก่อนบีบแน่น
“ถ้าอีกสองวันผมไม่หายล่ะก็อย่าคิดว่าคุณจะหนีพ้นนะ”
แสงเงินใช้มืออีกข้างหนึ่งกุมมือเขาอย่างอ่อนโยนพลางกล่าวช้าๆด้วยน้ำเสียงหวาน “ข้าไม่หนีท่านหรอกและจะนำยานี้ไปแจกจ่ายชาวบ้านที่ดื่มยาผีบอกอย่างแน่นอน พวกคนธรรพ์ไม่พูดโกหกหรอก”
ทันทีที่สิ้นคำพูดของแสงเงินนาชาญก็ดึงสติกลับมายังโลกแห่งความเป็จริงเขาลืมตาตื่นขึ้นบนเตียงในห้องนอน ร่างกายรู้สึกเบาขึ้นแล้วต่างจากตอนที่ยังไม่ได้ทำพิธีรับขันธ์ปอดหายเจ็บทำให้การหายใจกลับมาเป็ปกติและหัวใจเต้นช้าลงเป็จังหวะเหมือนเดิมพอจะลุกขึ้นจากเตียงสายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับร่างเงาของคนสองคนที่ยืนอยู่ตรงประตูห้องนอนลุงเซียวเคาะประตูในขณะที่เอวาเดินตามเข้ามา ลุงเซียวถามขึ้นยังเป็กังวลอยู่นิดหน่อย
“เป็ยังไงบ้างหายดีเหมือนเดิมแล้วหรือเปล่า”
“ครับ”นาชาญตอบรับ “แล้วพิธีกรรมเสร็จเรียบร้อยแล้วหรือครับ”
“เพื่อนเอ็งช่วยลุงเอาของในพานไปเก็บขึ้นหิ้งที่เดิมในห้องพระเมื่อครู่นี้ไม่ต้องกังวลแล้ว” ลุงเซียวกล่าวพลางดึงแขนของนาชาญมาตรวจดูกล้ามเนื้อและิั“ยาผีบอกเหมือนจะไม่ออกฤทธิ์นะ ไม่มีร่างกายส่วนไหนบ่งบอกว่าทำงานเกินขีดจำกัดแต่ลุงไม่แน่ใจว่าเป็เพราะพิธีรับขันธ์หรือเปล่าถึงทำให้ร่างกายเอ็งไม่ตอบสนองกับของแสลง”
“ที่จริงผมได้คุยกับแสงเงินในนิมิตแล้วเธอยอมมอบยารักษาให้และจะช่วยคนในหมู่บ้านที่ดื่มยาผีบอกด้วย”
“อย่าบอกนะว่าแลกกับให้ปล่อยเธอไปน่ะ”เอวาแทรกขึ้นพลางหลี่ตามองนาชาญ “โดนเขาหลอกมาอีกแล้วใช่มั้ย”
นาชาญนิ่งเงียบรู้สึกเหมือนถูกจี้ใจดำก่อนกล่าวเบาๆ “ไม่งั้นแสงเงินจะปล่อยให้ชาวบ้านตาย แล้วจะให้ทำยังไง”
“แล้วถ้ายาที่ให้ไม่ใช่ยารักษาล่ะนายได้ตายก่อนคนแรกเลยนะ” เอวากล่าวอย่างมีน้ำโห“ถ้าเธอยอมเจรจาด้วยแบบนี้แสดงว่านายได้เปรียบเธออยู่ แล้วไปยอมง่ายๆ ได้ยังไง”
ลุงเซียวหัวเราะเบาๆพลางแตะไหล่นาชาญอย่างเห็นใจ “ผีนางไม้มีข้อดีอยู่อย่างหนึ่งมันไม่ชอบการโกหกและจะไม่พูดโกหก เพราะงั้นไม่ต้องห่วงว่ามันจะผิดคำพูด”
เอวารู้สึกคลายกังวลลงบ้าง“ค่อยยังชั่วหน่อยค่ะ คิดว่ายารักษาก็ไม่ได้แถมยังปล่อยตัวการไปแล้วเสียอีก”
“อย่าไปโทษนาชาญนักเลยถ้าไม่คิดถึงชีวิตของชาวบ้านส่วนใหญ่ทั้งที่ตนเองเป็ผู้เข้าพิธีรับขันธ์ผีฟ้าแล้วตัวมันเองอาจเป็ฝ่ายถูกลงโทษอย่างหนักก็ได้” ลุงเซียวกล่าวยิ้มๆ“เพราะนิสัยแบบนี้พิธีถึงได้ราบรื่นทั้งที่มันไม่ใช่ผู้สืบเชื้อสายของผู้มีวิชาไง”
“แล้วนาชาญเคยถูกลงโทษบ้างมั้ยคะ”
“นั่นสินะลองถามมันดูสิ ลุงไปช่วยป้าหลินในครัวดีกว่า พวกเธอคุยกันต่อก็แล้วกันนะ”พูดจบลุงเซียวก็เดินออกจากห้องไปปล่อยให้สองคนอยู่ด้วยกัน
เอวาลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียงนาชาญก่อนจะกล่าวด้วยความสงสัย“แล้วตกลงว่านายเคยถูกลงโทษบ้างมั้ย”
“เคยแต่ไม่ใช่เื่ใหญ่” นาชาญตอบทันใดเพราะไม่ใช่เื่ที่ต้องปิดบัง“เป็เื่เล็กๆ น้อยๆ แค่คิดอะไรไม่ดีก็จะโดนแบบนั้นกลับมาตลอด เหมือนกรรมตามสนองแบบทันตาเห็น”
“พวกทำชั่วไม่ขึ้นสินะ”เอวาแอบหัวเราะเบาๆ ก่อนนึกถึงข่าวหมู่บ้านที่เชียงใหม่ “ทำให้นึกถึงปลายฟ้าเลยฉันลองถามมูลนิธิดูแล้วเห็นว่าปลายฟ้ากับลุงอินทร์เฟือนย้ายไปอยู่ที่นั่นจริงๆด้วย”
“กรณีของปลายฟ้าไม่ใช่ผีฟ้าแต่เป็ผีบรรพบุรุษบางทีเธออาจจะกำลังถูกลงโทษอยู่ก็ได้”
“มูลนิธิบอกว่าให้พวกเราไปช่วยตรวจสอบต่อได้เลยแต่ต้องส่งรายงานเื่ที่เชียงรายก่อนนะ”
“แล้วต้องกลับกรุงเทพก่อนมั้ย”
“ไม่ต้องให้เช่ารถจากที่นี่ขับไปเชียงใหม่ได้เลยเพราะใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง”เอวาตอบพลางเปิดโทรศัพท์เพื่อตรวจสอบแผนที่จีพีเอสเมื่อแน่ใจว่าข้อมูลถูกต้องเธอก็ปิดโทรศัพท์ก่อนถามนาชาญ“แล้วนายจะเขียนรายงานเื่นี้ให้คุณเอ็มม่าว่ายังไงล่ะ”
“คงอธิบายเป็เื่ของยาที่คล้ายสารเสพติดรูปแบบหนึ่งที่ทำให้เกิดภาพหลอนและร่างกายทำงานเกินขีดจำกัดจนกล้ามเนื้อส่วนต่างๆเสียหายทรุดโทรมอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่ศพเดินได้อย่างที่เข้าใจกัน”
“แล้วเื่ยาผีบอกล่ะถ้ารายงานว่าคล้ายสารเสพติดเดี๋ยวก็โดนแจ้งไปที่หน่วยงานตำรวจหรอกอีกอย่างยาผีบอกที่เป็หลักฐานก็ไม่เหลือแล้วด้วย”
“งั้นก็ต้องอธิบายว่าชาวบ้านไปพบสมุนไพรแปลกๆในป่าเข้าเลยเก็บมากินพอกินแล้วร่างกายมีพละกำลังมากก็เลยเอามาบอกต่อกันโดยไม่รู้ถึงโทษของมันแบบนี้น่าจะสมเหตุสมผลนะ”
เอวาหลี่ตาคาดไม่ถึงในความไหลลื่นของนาชาญเธอกล่าวกับเขา “นายเป็คนยังไงกันแน่เนี่ย ฉันบอกตรงๆว่าฉันแยกไม่ออกแล้วว่าอันไหนกันแน่ที่เป็ความจริง”
นาชาญเพียงแต่ตอบเสียงเรียบ“ในโลกนี้อย่าว่าแต่เื่เหนือธรรมชาติเลยแม้แต่ความจริงที่เกิดจากการกระทำของคนก็ถูกเล่าจนบิดเบือนเพื่อประโยชน์บางอย่างเื่แค่นี้เทียบไม่ติดหรอก”
“ก็นั่นสินะ”เอวาได้แต่พยักหน้าเห็นด้วยบางทีถ้ามนุษย์รู้ว่าเื่เหนือธรรมชาติแบบนี้มีจริงอาจจะมีความละอายต่อบาปมากขึ้นก็ได้
สองวันให้หลังอาการของนาชาญหายเป็ปกติแล้ว่เช้านาชาญจึงตามลุงเซียวเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อตรวจอาการของคนที่ดื่มยาผีบอกคนอื่นๆ คนที่ยังอยู่ในระยะอาการแรกๆ อย่างหลางหายเป็ปกติแต่สภาพร่างกายทรุดโทรมลงเนื่องจากฝืนใช้กล้ามเนื้อมากเกินไปแต่คนที่อาการเข้าสู่ระยะสุดท้ายแล้วอย่างเผิงนั้นเสียชีวิตในทันทีแสดงให้เห็นว่าฤทธิ์ยาผีบอกถูกถอนออกไปหมดแล้วในขณะเดียวกันเอวาโทรหาครอบครัวของผู้ป่วยที่หมู่บ้านซอมพอเพื่อแจ้งว่าจะเข้าไปตรวจสอบตามที่ได้รับคำร้องมาจากมูลนิธิซึ่งครอบครัวของผู้ป่วยสะดวกที่จะให้เข้าไป