ตลอดสามวันที่ผ่านมาสตูดิโอซ้อมเต้นของตึก JH แทบไม่เคยเงียบเหงาเสียงดนตรีบีทหนักหน่วงดังก้องสะท้อนกับผนังกระจกซ้ำแล้วซ้ำเล่า มิ้น มินอาและซูยอนต่างทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างหนักเพื่อทำความเข้าใจกับเนื้อร้องที่ร้อนแรงและท่าเต้นที่เน้นความยืดหยุ่นของสรีระ
มิ้นเริ่มคุ้นชินกับไลน์เต้นที่ต้องใช้สะโพกและแผ่นหลังมากขึ้นแม้ในใจจะยังรู้สึกขัดเขิน ของท่าทางเ่าั้แต่ความปรารถนาที่จะเดบิวต์ก็คอยค้ำคอเธอไว้ส่วนมินอาก็เคี่ยวเข็ญการใช้เสียงจนแทบไร้ที่ติและซูยอนก็รัวแร็ปได้ดุดันจนครูฝึกยังเอ่ยชม
จนกระทั่งเช้าวันที่สาม...วันนัดหมายลองชุด
รถตู้สีดำฟิล์มมืดสนิทมารับพวกเธอั้แ่ไก่โห่รถแล่นทะยานผ่านการจราจรที่วุ่นวายมาหยุดลงที่หน้าตึกที่ดูเงียบสงบและเป็ส่วนตัว ลิฟต์พาพวกเธอขึ้นมายังชั้นบนสุด
ประตูเปิดออกเผยให้เห็นโถงกว้างที่ถูกตกแต่งอย่างหราผนังห้องบุด้วยกำมะหยี่สีแดงเข้ม ตัดกับราวแขวนเสื้อสีทองอร่ามที่มีชุดรูปร่างประหลาดตาแขวนอยู่ภายใต้ถุงคลุมพลาสติกใส
จินฮยอกนั่งรออยู่บนโซฟาหนังตัวยาวในท่าทางผ่อนคลายมือหนึ่งถือแก้วกาแฟส่งกลิ่นหอมกรุ่นแววตาคมกริบที่ซ่อนอยู่หลังแก้วนั้นจ้องมองการมาถึงของสาวๆด้วยรอยยิ้มที่เดาไม่ออก
"มากันแล้วเหรอ...พักผ่อนกันพอไหม?"
จินฮยอกเอ่ยถามพลางวางแก้วกาแฟลง
"วันนี้เป็วันสำคัญทีมสไตลิสต์เลือกชุดคอนเซปต์ไว้ให้พวกเธอหมดแล้วใครที่เปลี่ยนชุดเสร็จก่อนก็ทยอยออกไปที่สตูดิโอห้องถัดไปได้เลยผมจ้างตากล้องมาแสตนด์บายถ่ายรูปโปรไฟล์พวกเธอแล้ว"
เขาลุกขึ้นจากโซฟาช้าๆท่วงท่าของเขาดูมั่นใจและทรงอำนาจเขาเดินไปที่ราวผ้าซึ่งถูกคลุมไว้ด้วยผ้ากำมะหยี่สีเข้มก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวยาวลากผ่านเนื้อผ้าเ่าั้อย่างใจเย็นราวกับกำลังเลือกของขวัญชิ้นสำคัญ เขามหยุดมือลงที่ชุดแรกแล้วเปิดออก
"มินอา...สำหรับเธอ ชุดทูพีซประดับเพชรนี้จะเน้นความสง่างามที่ดูเย่อหยิ่งและอันตรายมันจะทำให้ทุกคนรู้ว่าเธอคือพี่ใหญ่ของวง NOX"
จินฮยอกเลื่อนมือไปยังชุดถัดไปที่ระยิบระยับด้วยแสงจากมุก
"ส่วนซูยอน...ชุดประดับมุกและลูกไม้นี้จะขับเน้นความไร้เดียงสาของสาวแรกรุ่นตอนที่เธอแร็ปทุกคนจะต้องตะลึง!!" เขาพูดก่อนจะหันหน้ามาหามิ้น "แล้วก็เธอ... ในฐานะเซ็นเตอร์และภาพลักษณ์ของวง ชุดของเธอต้อง พิเศษ กว่าใครเพื่อน"
เขาขยับกายเข้าใกล้เพียงเล็กน้อยก่อนจะยื่นชุดที่ยังคงถูกปกปิดมิดชิดภายใต้ผ้าคลุมสีเข้มมาตรงหน้าเธอ
“อย่าช้าล่ะ...ผมรอไม่เก่งนะ”
คำกำชับนั้นนิ่งเรียบแต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกเย็นสันหลังวาบมิ้นจำต้องยื่นมือที่สั่นเทาไปรับชุดนั้นมาไว้ในอ้อมกอดบรรยากาศรอบข้างดูหนักอึ้งขึ้นมาถนัดตา
มินอาและซูยอนรีบหยิบชุดของตัวเองแล้วแยกย้ายเข้าห้องไปอย่างรวดเร็วมิ้นสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะก้าวเข้าห้องลองส่วนตัวที่อยู่ด้านในสุด
...
ภายในห้องลองตัวแคบที่บุด้วยกระจกรอบด้านมิ้นกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ชุดคอร์เซ็ตสีขาวที่ดูสวยงาม กลายเป็อุปสรรคชิ้นโตเมื่อต้องใส่เพียงคนเดียวเนื้อผ้าที่รัดตึงบังคับให้เธอต้องแขม่วหน้าท้องจนอึดอัด ในขณะที่มือทั้งสองข้างพยายามเอื้อมไปทางด้านหลังเพื่อควานหาหัวซิป
“โธ่...ทำไมมันใส่ยากขนาดนี้เนี่ย”
เธอพึมพำกับตัวเองยิ่งเธอพยายามเอี้ยวตัว ซิปเ้ากรรมก็ยิ่งดูเหมือนจะไกลออกไปในจังหวะที่เธอกำลังจะถอดใจ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นทว่าสม่ำเสมอก็ดังใกล้เข้ามา
กึก... กึก... กึก...
เมื่อเห็นเงาร่างคนตะคุ่มอยู่หลังม่านมิ้นก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเธอรีบเอ่ยปากขอความช่วยเหลือทันทีโดยไม่ทันได้หันไปมอง
“พี่มินอาเหรอคะ?หรือว่าซูยอน... มาได้จังหวะพอดีเลย ช่วยหาซิปด้านหลังหน่อยได้ไหมเอื้อมไม่ถึงจริงๆ ชุดนี้มันรัดจนจะหายใจไม่ออกอยู่แล้วเนี่ย!!”
เธอพูดพลางหันหลังให้ผ้าม่านมือยังคงรั้งอกเสื้อไว้เพื่อไม่ให้มันหลุดรุ่ยร่างที่อยู่นอกม่านนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะแหวกผ้าม่านก้าวเข้ามาด้านในอย่างถือวิสาสะ
มิ้นได้ยินเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาประชิดแผ่นหลังเปลือยเปล่าไอความร้อนจากร่างกายที่แผ่ออกมาทำให้เธอรู้สึกแปลกใจเพราะมันดูคุกคามและหนักแน่นเกินกว่าจะเป็เพื่อนสาว
“ยากขนาดนั้นเลยเหรอ...”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเสียดแทงเข้ามาในโสตประสาทมิ้นสะดุ้งตัวโยนจนตัวแข็งทื่อความเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วกระดูกสันหลังเมื่อััได้ถึงปลายนิ้วหยาบกร้านที่ลากไล้ผ่านแผ่นหลังเนียนอย่างจงใจเธอรีบหันขวับกลับมามองด้วยความตระหนกดวงตาเบิกกว้างเมื่อพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าในพื้นที่แคบๆแห่งนี้ไม่ใช่พี่สาวหรือน้องสาวอย่างที่คิดแต่กลับเป็ชายหนุ่มที่เธอหวาดกลัวที่สุด
“คะ...คุณจินฮยอก!”