บุหลันรังสรรค์สะบัดใบหน้าหนีอีกฝ่ายอย่างรังเกียจ ทั้งคำพูด ทั้งการกระทำ ความรู้สึกผิดต่อภูธเรศนั้นหายวับไปในห้วงอากาศ เธอคบกับผู้ชายคนนี้มาเป็ 10 ปีได้ยังไง!?
ภายในห้องนั้นไร้ซึ่งเสียงร้องคราง มีเพียงเสียงสะอื้นและเสียงหอบพร่าจากร่างกายเคลื่อนไหวร่างกายของภูธเรศเท่านั้น..
“อ๊า..” เขาร้องออกมาในที่สุด บุหลันรังสรรค์รู้สึกได้ถึงความอุ่นที่ไหลสู่ร่างกายเธอ..
ชายหนุ่มทรุดตัวลงนอนข้างร่างบาง เขายังคงจับมือเธอเอาไว้..
ภูธเรศเผลอหลับไปจากความอ่อนเพลียเพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้น
ภายในร้านอาหารหรูซึ่งงานแต่งงานเพิ่งถูกยกเลิกไปหมาด ๆ ชายหนุ่มร่างสูงยืนนิ่งฟังคำขอโทษของทีมงานจัดงานที่ปล่อยให้เื่นี้เกิดขึ้น โดยที่ใจคนฟังนั้นลอยออกไปที่ไหนก็ไม่มีใครรู้
เขาพยักหน้าเป็เชิงขอไปทีก่อนจะบอกปัดอีกฝ่ายอย่างสุภาพ
“ไม่เป็ไรครับ ให้ทีมงานเก็บของกลับเลยก็ได้” เขาบอก ไม่ได้สังเกตท่าทางสงสัยของทีมงานที่ซุบซิบกันเพราะเ้าบ่าวนั้นดูไม่ร้อนรนกับเื่ที่เกิดขึ้นเลยสักนิด
ั์ตาสีน้ำตาลเข้มจะสบเข้ากับคนกลุ่มมาใหม่ที่ทำให้เขายิ้มขึ้น
สินธพปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับ “วาเลนไทน์” ลูกสาวคนแรกและคนเดียวของเขา..
“แด๊ดดี๊” เสียงหวานกรีดร้องทันทีที่ลิฟต์เปิดออก ร่างเล็กวิ่งตรงไปยังอันธกานต์เร็วเสียจนเขากลัวเธอจะล้ม
“Don’t run (อย่าวิ่ง) ” เสียงทุ้มกล่าวนิ่ง แม้ว่าใบหน้าจะเติมแต่งไปด้วยรอยยิ้ม เขาอ้าแขนกว้างรับอ้อมกอดของสาวน้อยพร้อมกับยกเธอขึ้นอุ้ม
ชายวัยกลางคนที่เดินตามเข้ามาอดยิ้มบ้างไม่ได้ เขาเดินเบี่ยงเข้าไปหาภรรยาที่นั่งห่างออกไปไม่ไกล
อัญญามองหน้าสามีด้วยรอยยิ้ม สลับกับมองเด็กสาวหน้าตาฝรั่งด้วยความเอ็นดู แม้จะเป็ครั้งแรกที่ได้เจอแต่อัญญาก็รู้สึกหลงรักสาวน้อยคนนี้เสียแล้ว!
“How’s trip? (เดินทางเป็ยังไงบ้างครับลูก) ง่วงมั้ย” เสียงทุ้มกล่าวถามเป็ภาษาไทยปนอังกฤษ
วาเลนไทน์ส่ายหัวยิก
“I got many candies (หนูได้ลูกอมเยอะแยะเลย) ” ร่างเล็กยิ้มร่า พยายามคว้านหาลูกกวาดในกระเป๋าสะพายเล็กของตัวเอง
อันธกานต์นิ่วหน้า เขาไม่ชอบใจสิ่งที่เพิ่งได้ยินมากนักพลางคิดว่าเขาควรจะโทรไปให้ข้อเสนอแนะสายการบินที่ลูกสาวนั่งมาจากอเมริกาหรือเปล่า
“อันนี้ให้แด๊ดดี๊” วาเลนไทน์พูดภาษาไทยสำเนียงแปร่ง
สินธพได้ยินเช่นนั้นก็อดทักท้วงไม่ได้
“อ้าว พูดไทยได้นี่นา หลอกให้ลุงพูดอังกฤษอยู่ตั้งนาน” เขากล่าว
อันธกานต์อุ้มวาเลนไทน์หันไปหาอีกฝ่ายก่อนยิ้มขำให้เธอ ชายหนุ่มยกนิ้วจิ้มจมูกคนตัวเล็กอย่างมันเขี้ยว
“พูดคล่องมากค่ะ” เขาว่า ขณะที่วาเลนไทน์ยิ้มแยกเขี้ยวเล็กน้อย เธอหันไปหาสินธพ
“พูดไทยไม่ค่อยได้ค่ะ” คนตัวเล็กเอ่ยเสียงแปร่ง พร้อมส่ายหน้าไปมา
ประโยคนั้นทำเอาอันธกานต์ สินธพ และอัญญาต้องหัวเราะไปพร้อม ๆ กัน
ร่างสูงอุ้มเธอเดินไปหาอัญญา ก่อนจะปล่อยสาวน้อยจากอ้อมกอด
“Say hi to auntie (สวัสดีคุณป้า) ” เขาบอกเธอ
“Hi auntie” วาเลนไทน์กล่าวก่อนโบกมือให้อัญญาอย่างลังเล หญิงวัยกลางคนยิ้มรับ พลางคิดว่าน่าจะต้องสอน
“สวัสดีจ้ะ ไหนมาให้ป้ากอดหน่อย” เธอว่า ก่อนจะดึงสาวน้อยเข้ามากอด
เนื่องจากยังไม่คุ้นเคยกับอีกฝ่าย วาเลนไทน์เอาแต่จ้องอันธกานต์ แม้ว่าจะอยู่ในอ้อมกอดของอัญญา..
คนเป็พ่อส่งรอยยิ้มให้เพื่อเป็สัญญาณบอกกับเธอว่าเขาจะอยู่กับเธอไม่ไปไหน
ใช่ วาเลนไทน์จะไม่จากเขาไปไหนอีก..
อันธกานต์ยืนมองอัญญาที่เริ่มทำความรู้จักกับวาเลนไทน์ หญิงสูงวัยเริ่มพูดคุยกับเด็กน้อยอย่างใจดีและใจเย็น ทักษะจากการเคยเป็พี่เลี้ยงเด็กในต่างประเทศหลายปีทำให้หล่อนผูกสัมพันธ์กับเด็กน้อยได้อย่างรวดเร็ว
“จะว่าไป ลุงเจอหนูตะวันกับพ่อแม่ข้างล่าง เขาบอกว่าลูกสาวแต่งงาน บังเอิญจริง ๆ ลุงนึกว่าที่นี่มีงานแต่งคุณหนูแค่คนเดียว” สินธพกล่าวขึ้นหลังจากยืนเงียบอยู่สักพัก
คนเป็ลุงบอกเล่าสถานการณ์ ขณะที่คนรับฟังรู้ว่าสิ่งที่อีกฝ่าย้าคือคำอธิบาย
“ไม่ได้บังเอิญหรอกครับ บุหลันเป็พี่สาวของตะวันวาด” เสียงทุ้มตอบตรงประเด็นในสิ่งที่คนเป็ลุงอยากรู้
สินธพมองหน้าหลานชายพร้อมคิ้วที่โยกตัวสูงขึ้น เขาพยักหน้าช้า ๆ เป็เชิงรับรู้
“ลุงไม่ยักเคยเห็นลูกสาวคนโต นึกว่าหนูตะวันเป็ลูกสาวคนเดียวเสียอีก” เขากล่าวต่อในส่วนที่ตัวเองคิด
อันธกานต์ยิ้ม
“ไม่แปลกหรอกครับ ั้แ่ตอนที่บุหลันเรียนมหาวิทยาลัยก็ไม่ค่อยสนิทกับที่บ้าน”
ตอนนั้นเขาก็ยังไม่เคารพและรักสินธพเท่านั้นนี้ ชายวัยกลางคนตรงหน้าจึงแทบจะไม่รู้เื่ชีวิตส่วนตัวใน่มหาวิทยาลัยของอันธกานต์เลย
“แปลว่าคุณหนูรู้อยู่แล้วเหรอครับ” คนเป็ลุงถามอย่างแปลกใจ
คนถูกถามนิ่งเงียบไปชั่วครู่ ก่อนตอบอย่างก้ำกึ่ง
“ก็ไม่เชิงครับ” สินธพไม่เข้าใจคำตอบนั้นสักเท่าไหร่ แต่เขาก็ถามต่อ
“อย่างนี้หนูตะวันก็รู้แล้วสิครับว่าคุณหนูเป็..” เ้าของคอนโด..
สินธพถามต่อแต่ยังไม่ทันจบ อีกฝ่ายก็ตอบกลับอย่างรวดเร็ว
“เปล่าครับ เธอไม่รู้”
“อ้าว..” คนเป็ลุงเองก็ประหลาดใจ อันธกานต์นิ่งไปเล็กน้อย ั์ตาสีน้ำตาลสลับกลับไปมองลูกสาวที่ตอนนี้ยิ้มกว้างกระซิบกระซาบกับอัญญาก่อนจะพูดโดยไม่หันมามองสินธพ
“ตะวันไม่รู้ว่าผมเป็เ้าของคอนโด ส่วนบุหลันเองไม่รู้เื่ที่ตะวันวาดเป็คนผ่อนคอนโด และผมก็ไม่คิดที่จะบอกด้วย”
ประโยคนั้นทำให้คนเป็ลุงมีเครื่องหมายคำถามปรากฏขึ้นบนใบหน้า อันธกานต์หันกลับมามองสินธพอีกครั้ง อีกฝ่ายยกมือขึ้นเกาศีรษะ
“ลุงว่ามันซับซ้อนไปหน่อย” เขากล่าว ขณะที่อันธกานต์ยิ้มบาง
“นั่นสินะครับ” ชายหนุ่มยังคงยิ้มอยู่ ก่อนจะเบี่ยงความสนใจไปยังวาเลนไทน์กับอัญญา
สินธพรู้ว่าถามต่อไปชายหนุ่มตรงหน้าก็คงไม่ตอบอะไรมากไปกว่านั้น เขาจึงเปลี่ยนหัวข้อคำถามแทน
“แล้วเื่คุณบุหลัน คุณหนูจะเอาอย่างไรครับ”
อันธกานต์หันกลับมามองผู้ที่เขานับถือเป็พ่อคนที่สอง
“พรุ่งนี้ผมจะแจ้งความครับ ยังไงผมต้องฝากลุงจัดการเื่กล้องวงจรปิดของที่นี่ด้วย” เสียงทุ้มกล่าวสีหน้าจริงจัง..
ตะวันวาดเดินอย่างเหม่อลอย สองมือถือถุงอาหารและเครื่องดื่มที่เธอเพิ่งซื้อจากร้านสะดวกซื้อไม่ไกลจากโรงแรมมากนัก ภูจินดาโทรปรึกษาเธอเื่ที่อันธกานต์จะแจ้งความจับภูธเรศข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวถ้าหากบุหลันรังสรรค์ไม่กลับมาภายใน 24 ชั่วโมง ตะวันวาดได้แต่ถอนหายใจ และคิดไม่ตก เธอเป็ห่วงพี่สาว ถึงแม้จะไม่สนิทกันอย่างไรเสียบุหลันรังสรรค์ก็ยังคงเป็พี่สาวเธอ ไหนจะภูธเรศอีก เธอไม่คิดเลยจริงๆ ว่าผู้ชายใจเย็น อ่อนโยนอย่างภูธเรศจะทำอะไรหุนหันพลันแล่นได้ขนาดนี้
“นี่ฉันอยู่ในละครเื่ไหนรึเปล่าเนี่ย..” เสียงหวานบ่นกับตัวเองตามนิสัย ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงเื่ราวหลายอย่างประเดประดังเข้ามาจนเธอตั้งรับแทบไม่ทัน
“ผิดแค่ คงไม่ได้เป็นางเอก” เสียงหวานยังคงพูดกับตัวเอง ริมฝีปากบางเบ้ออกเป็เชิงสมน้ำหน้าตัวเอง
“จูบแรก เสียให้พี่เขย..” คิดไปพลางบ่นไปพลาง มือเล็กยกขึ้นกุมขมับทั้งที่ยังถือถุงอาหารอยู่
“โอ๊ย ร้อนๆๆ ” ร่างบางรีบวางมือลงข้างกายเมื่อความร้อนของอาหารปะทะเข้ากับใบหน้า ใบหน้าหวานหงิกงอด้วยความโกรธที่ตัวเองซุ่มซ่ามไม่ระมัดระวัง ตะวันวาดอยากจะะโระบายความอึดอัดและความโมโหออกมาตรงนั้น แต่ก็ต้องรีบเก็บปากเก็บคำเมื่อเห็นว่าผู้คนมากมายยืนกระจัดกระจายอยู่ทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงแรม พนักงานต้อนรับที่เดินขวักไขว่ไปมา
คนตัวเล็กหลับตาปี๋ เม้มริมฝีปากแน่นก่อนกลั้นใจเดินกลับห้อง สลัดความคิดทั้งหลายที่ผ่านเข้ามาออกไป..
ภายในห้องม่านรูด..
บุหลันรังสรรค์หันมองผู้ชายที่นอนหลับอยู่ข้างเธอ ตอนนี้เธอทั้งเกลียดและรังเกียจเขา หญิงสาวคาดคะเนว่าเธอน่าจะอยู่ที่นี่มาได้เกือบ 3 ชั่วโมงแล้ว เธอรอจนมั่นใจว่าภูธเรศหลับสนิทจึงค่อย ๆ ดึงมือตัวเองออกจากการจับกุม และรีบลุกขึ้นกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปจากห้องทันที
ทว่าเพียงไม่กี่อึดใจต่อมา..
“บุหลัน หยุดนะ!!” เสียงทุ้มะโไล่หลังเธอ ภูธเรศรู้สึกตัวทันที ทว่าขยับร่างกายช้ามากกว่าปกติ ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียงอย่างหัวเสีย รีบใส่กางเกงกลับขึ้นอย่างทุลักทุเล
ปัง! เสียงปิดประตูดังลั่น บุหลันรังสรรค์รีบออกวิ่งทันที
ภูธเรศวิ่งตามเธอออกไปเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่สิ่งที่เขาพบก็คือถนนซอยยามค่ำคืนที่ว่างเปล่า..
เ้าสาวในชุดวิวาห์สีขาวที่ขาดแหว่ง เธอหายวับไปกับความมืดในยามราตรีเรียบร้อยแล้ว..