บทที่ 25
“…”
อีอันพูดในใจ ไม่คิดว่าปีศาจจะพุ่งออกมาต่อเนื่องแบบนี้
ในขณะเดียวกันนั้น…
“นี่สินะ ปีศาจร้ายที่ก่อกวนอาณาจักรมานานจนมีข่าวลือแพร่สะพัด” เมฟพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “นี่อาจจะเป็งานสุดท้ายของวันนี้”
ของรางวัลต้องเป็ของข้า อีอันไม่ได้พูดคำนี้ออกไป
เมฟพยักหน้าและดึงดาบออกมา “เดี๋ยวข้านำหน้าเอง”
“ข้ายินดีที่จะเสียสละ…” อีอันที่หันมามองเธอด้วยสายตาที่แปลกไปพูดออกมา “แต่ทำไม…พวกเราไม่เฝ้าดูก่อนล่ะ?”
“...เฝ้าดูงั้นเหรอ?”
“ข้ารู้สึกไม่ชอบมาพากล” เขาพยักหน้าไปทางดูลลาฮัน “เหมือนจะรอให้พวกเราบุกเข้าไปโจมตี”
“…”
เมฟหันไปมองทางเนินเขา ดูลลาฮันยังคงยืนอยู่ตรงนั้น มีเพียงพลังเวทที่ปนเปื้อนและสิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็ลางร้ายปรากฏออกมา
เมื่อคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“รู้ว่าท่านมีความสามารถมาก แต่ก็ไม่จำเป็ต้องเดินเข้าไปเหยียบกับดักด้วยตัวเองนะ”
“ข้าคิดว่าท่านทหารรับจ้างพูดถูกนะ นายท่าน”
เมื่ออีอันและฟิลลิปเห็นด้วย เมฟก็พยักหน้า
“ใช่ มั่นใจในตัวเองเกินไปก็ไม่ดี เข้าใจแล้ว…อีอัน งั้นข้าจะทำตามความ้าของเ้า”
“ฉลาดมาก”
ในที่สุดอีอันก็ยิ้มมุมปากขณะหันไปมองดูลลาฮัน รูปลักษณ์ภายนอกของมันไม่ได้เปลี่ยนไปจากเกมมากนัก แม้แต่การเผชิญหน้าก็เหมือนกันกับตอนนั้น
‘…เพราะฉะนั้น ถ้าลงมือก่อน จะรู้สึกหงุดหงิดเหมือนเดิม’
ตอนนั้น เมื่อผู้เล่นที่เผชิญหน้าเลือกโจมตีก่อน ดูลลาฮันก็เริ่มต่อสู้โดยอยู่ในท่าป้องกันด้วยรูปแบบที่ยุ่งยากและอันตรายอย่างต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ในทางกลับกัน หากรอให้มันโจมตีก่อนก็เป็กลยุทธ์ที่ง่าย เพราะรูปแบบการโจมตีของดูลลาฮันนั้นง่ายกว่ามาก
แน่นอนว่าอีอันมีความมั่นใจมากพอที่จะเผชิญหน้ากับการต่อสู้ทุกรูปแบบ แต่ก็ไม่จำเป็ต้องเลือกทางที่ยาก ยิ่งถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่มีของรางวัลเป็เดิมพัน
“…”
ดังนั้น การเผชิญหน้าที่เงียบสงบยังคงดำเนินต่อไป แม้กระทั่งฟิลลิปก็ไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมา ความเงียบถูกทำลายในตอนที่อีอันคิดว่าใกล้ถึงเวลาแล้ว
“ในที่สุดก็เสร็จสักที!”
เสียงะโดังมาจากฝั่งหลุมศพ
“…!”
อีอันขมวดคิ้วขึ้นข้างหนึ่งขณะหันไปมอง
ต้นตอของเสียงอย่างมิเกลถือพลั่ววิ่งเข้ามาอย่างร่าเริง
“เสร็จแล้ว พวกเราตั้งใจกันมาก ทีนี้แค่เก็บข้าวของแล้วเริ่มเดินทางก็…”
รอยยิ้มของเขาค่อย ๆ หุบลง มิเกลจ้องเมฟที่สวมหมวกเหล็กไว้อย่างเรียบร้อย ฟิลลิปที่อยู่ในท่าอ้างปากค้าง และอีอันที่ส่งสายตาเ็ามาให้ เมื่อเห็นดังนั้นก็กะพริบตาอึ้ง ๆ
“มีอะไรผิดปกติเหรอ...?”
“ไม่มีเลยจนถึงเมื่อครู่นี้” อีอันมองเขาแล้วตอบปนเสียงถอนหายใจและหันหน้าไป “...ขอบคุณมาก ชัดเจนขึ้นเยอะเลย”
ร่างของดูลลาฮันภายใต้การมองเห็นของเขาชัดเจนยิ่งขึ้น ร่างนั้นเริ่มเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงเหมือนเปลวไฟ
ตามที่คาดไว้ เสียงะโของมิเกลถือเป็สัญญาณประกาศการต่อสู้
“นั่นมันอะไรกัน…อึก?!”
มิเกลที่หันมองตามก็พบเข้ากับดูลลาฮัน ร่างกายเขาแข็งทื่อทันที ไม่นานหลังจากนั้น คนขี่ม้าไร้หัวก็ยกแขนข้างหนึ่งขึ้น บนฝ่ามือมีอะไรบางอย่างที่มองเห็นเป็รูปร่างสีดำทรงกลมเรืองแสงสีแดงสว่างคู่หนึ่งปรากฏขึ้น
“■■ ■■■■- ■■■■-!”
เสียงสูงต่ำแปลก ๆ ที่ผสมปนเปสะท้อนออกมาเป็ภาษาที่ฟังไม่รู้เื่
“อ่อก?!”
“อึ…อึก…?!”
แค่ความยาวคลื่นที่มาพร้อมกับเสียงก็ทำให้มิเกลและพวกทหารรับจ้างกุมหัวตัวเองไว้แน่นและร่างกายโอนเอนไปมา
ฟิลลิปทำหน้าบูดเบี้ยว
มีเพียงอีอันและเมฟสองคนที่ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ
เมฟพูดออกมาเสียงเบา “นี่มันอะไรกัน…? คาถาเหรอ?”
“ก็แค่ภาษาโบราณ ‘ไม่สามารถให้อภัยพวกมนุษย์ปล้นสะดมที่เหยียบย่ำดินแดนแห่งภูตได้’” อีอันตอบกลับมาอย่างนิ่งเฉย
ฟิลลิปที่กำลังหอบหายใจอยู่ก็เงยหน้ามองเขา “ท่านฟังออกด้วยเหรอ?”
“นิดหน่อย”
“เป็ไปได้ยังไง...”
อีอันยักไหล่ข้างหนึ่งลวก ๆ ขณะที่ฟิลลิปถอนหายใจ “ก็…เป็ไปแล้ว”
ภาษาศาสตร์โบราณเป็ทักษะการรับรู้ที่เขาอัปไปมากถึงเลเวล 2 เพื่อเคลียร์อีเวนต์อารยธรรมโบราณ ซึ่งอีเวนต์เหล่านี้อาจต้องอ่านคู่มือเกมสักเล่มหนึ่ง
แน่นอนว่ามันเป็หนึ่งในหลาย ๆ ทักษะที่อีอันพลาด แม้กระทั่งตอนนี้มันก็ยังไร้ประโยชน์มากอยู่ดี เพราะไม่ได้อยากรู้ความลับของดูลลาฮัน ิญญาของภูตแห่งหนองน้ำโบราณแม้สักนิดเดียว
“■■! ■■■, ■■ ■■■■!”
“อีอัน…นั้นท่านก็ฟังออกหรือขอรับ?”
แต่สำหรับเมฟและฟิลลิป ดูเหมือนจะไม่เป็อย่างนั้นเลย
อีอันตอบออกมาอย่างไม่ใส่ใจในคำถามปนความชื่นชมของฟิลลิป “มันกำลังสาปแช่ง ‘มนุษย์ทุกคนที่เหยียบย่ำแผ่นดินนี้จะไม่สามารถเป็อิสระได้แม้ตายไปแล้วก็ตาม’”
“ลางไม่ดีแล้ว…”
“■■- ■■■■, ■■■!”
ฟิลลิปที่กำลังบ่นกุมหัวของตัวเองเพราะเสียงคำรามที่ดังขึ้น “นะ…นายท่าน นี่มันแปลกไปนิดนึงนะ...?”
“ใช่แล้ว มันคือคาถา” อีอันพูดพลางขมวดคิ้วหันไปทางหลุมฝังศพ “ออกมาจากที่นั่นเดี๋ยวนี้ อีกไม่นานพวกศพก็จะฟื้น…เวรแล้ว”
เมื่อเห็นพวกทหารรับจ้าง เขาก็หยุดม้า
“อือ...อา”
“คิ ๆ ๆ ๆ…”
พวกทหารรับจ้างดูไม่ปกติ ดวงตาเหลือกขึ้น เสียงหัวเราะฟังดูเสียสติ
“ไอ้…ไอ้พวกโง่เอ๊ย! บอกให้มาทางนี้ไง!”
ยังดีที่มิเกลตั้งสติได้แล้วะโออกมาแทน
อั่ก!
เสียงเตือนดังขึ้นสายไปแล้ว มีแขนขาโผล่ออกมาจากหลุมฝังศพและคลานออกมาจากพื้นดินอย่างรวดเร็ว
กูล คนตายที่ฟื้นขึ้นมาใหม่ มีแขนขาหักผิดรูปอย่างพิลึกพิลั่น
พวกมันวิ่งไปหาพวกทหารรับจ้างที่อยู่ข้างหน้า พวกเขาตั้งสติได้เมื่อกลิ้งไปบนพื้นหลังจากถูกจับ
“เอ๊?…โอ๊ยยยยย!”
“อั่ก! อ๊ากกกก!”
แม้ว่าจะร้องออกมาช้าไปแต่ก็แค่นั้น ปากที่อ้ากว้างกับแขนขางับและกอดรัดพวกเขาอย่างไร้ความปรานี
เมื่ออาวุธทั้งหมดหล่นอยู่ใกล้ ๆ พวกเขาก็ไม่มีวิธีต้านทานได้ เสียงกัดเคี้ยวและเสียงกรีดร้องอันน่ากลัวดังระงมไปทั่ว
“ไม่นะ! ไอ้พวกเนรคุณ” มิเกลร้องคร่ำครวญและวิ่งออกไป
ในขณะที่เขากำลังวิ่งไปหยิบกริชที่ตกอยู่ตรงพื้น
“ละ…แล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะ นายท่าน” ฟิลลิปที่ตัวซีดเผือดถาม
จะทำอย่างไรได้ ก็ต้องสู้สิ
อีอันกำดาบไว้แน่นแทนคำตอบ
สายตาของเขาที่มองดูลลาฮันก็สงบลงตามปกติโดยไม่รู้ตัว แม้ว่าผลลัพธ์จะแตกต่างจากที่้าอยู่หลายเื่ แต่ก็ชินกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดแบบนี้
เริ่มจากดึงความสนใจพวกมันก่อนดีไหมนะ เขาพูดออกมาอย่างใจเย็น
“ตามที่สัญญา ข้าจะสละให้เ้านำ”
เมฟหันไปมองฟิลลิปเป็การบอกว่าให้อยู่ที่นี่ “ส่วนเ้า ฟิลลิปจงช่วยพวกเขา”
ฟิลลิปเบิกตาโพลงด้วยความใ
“ให้…ให้ข้าทำคนเดียวหรือขอรับ?” ฟิลลิปพูดออกมาหลังจากเมฟสะบัดบังเหียนควบม้าออกไปไกลเรียบร้อยแล้ว
สายตาของฟิลลิปหันไปหาอีอันอย่างเป็ธรรมชาติ และแน่นอน เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจเลยเช่นกัน
“นายท่าน…ได้โปรดกำจัดมันให้เสร็จก่อนที่ข้าจะตายด้วยเถิด”
ในที่สุด ฟิลลิปก็วิ่งออกไปอย่างหมดหวังโดยทิ้งคำพูดจริงจังทิ้งท้ายไว้
อีอันหัวเราะออกมา “เล่นใหญ่เสียจริง”
ถึงพวกกูลจะมีพลังมาก แต่จะแกร่งได้เท่าไหร่กันเชียว