ตอนที่ 5 ป่วยก็คอยเฝ้าไข้ (3)
“ที่จริงรูปถ่ายของผมเจ้าเดียวนี่แหละที่คมชัดกว่าใครเขา” หยวนเยี่ยนเอ่ยพลางแกว่งมือถือด้วยรอยยิ้มเหยียดหยัน
เมื่อคืนวานนี้หลังจากพี่รองพากู้ชิงกลับไป บอดีการ์ดในสังกัดตระกูลหยวนกับคนของตระกูลเซี่ยก็ตีกันไปยกหนึ่ง เซี่ยเจี่ยนอี้ที่อวดฉลาดเกินเหตุนึกไม่ถึงว่าพวกเขาจะพาคนมากขนาดนี้ไปหาเรื่องถึงที่ เนื่องจากกำลังป้องกันอ่อนแอเป็นเหตุ ถึงได้โดนฝ่ายตระกูลหยวนจับตัวล็อกไว้กับพื้นแล้วกระหน่ำอัดกันอย่างโหดเหี้ยม
เวลานั้นเขาใช้คนล็อกตัวเซี่ยเสียสติไว้ แล้วง้างปากให้กว้าง ก่อนจะกรอกสารเสพติดแปดตัวลงจนเกลี้ยง
พอถึงตาที่เซี่ยเจี่ยนอี้โดนจับกรอกยาบ้าง สีหน้าถึงกับคลุ้มคลั่งในทันที เขาถลึงตาจ้องมองอย่างโกรธแค้น แล้วบอกว่าจะฟันแขนขาของเขาทิ้ง จนเขากลายเป็นคนพิการที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ตลอดชีวิต!
เขาพลันซัดมือตบใบหน้ารูปงามดัง ‘ป้าบ’ เข้าไปเต็มๆ ทีหนึ่ง ขณะทึ้งเส้นผมอีกฝ่ายให้แหงนหน้าขึ้น เอ่ยอย่างอำมหิตว่า กว่าจะถึงตอนนั้น เดี๋ยวจะจัดให้เขากลายเป็นคนเสียสติของจริงเสียก่อน!
พูดจบก็ล็อกพวกตระกูลเซี่ยมาจับแก้ผ้าหมดทุกคน แล้วไปห้อยกับเสาไฟข้างถนนกลางแจ้ง ก่อนจะเก็บเสื้อสูท เสื้อกั๊ก เนกไทประกอบเซตสูท มือถือและกุญแจรถของกู้ชิงที่ทิ้งไว้ข้างในกลับไป
นี่ก็คือที่มาของประเด็นร้อนวงการบันเทิงบน MicroBlog ในเช้านี้
คำชี้แจงกับหมายฟ้องโพสต์นั้นน่าจะเป็นสิ่งที่คนตระกูลเซี่ยบงการให้โพสต์อยู่เบื้องหลังสักแปดสิบเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเซี่ยเจี่ยนอี้กระเดือกสารเสพติดลงไปเยอะขนาดนั้น ไม่มีทางหายดีในเวลาเดี๋ยวเดียว อีกอย่างเขาเองก็เป็นทายาทรุ่นต่อไปของเจ้าสัวตระกูลเซี่ย ถือเป็นหน้าตาของวงศ์ตระกูล ฉะนั้นคงใช้เงินฟาดหัวสื่อให้ปิดข่าวเสียหายทุกอย่างแน่ๆ ส่วนกลุ่มแฟนคลับหลักสิบล้านที่กระโดดโลดเต้นบนโซเชียลมีเดียก็ตกเป็นเครื่องมือต่อสู้อย่างไม่น่าแปลกใจ ถือเป็นตอบโต้ได้อย่างครอบคลุม
เพื่อกลับกลอกข้อจริงเท็จในเนื้อหาข่าว ตระกูลเซี่ยใช้ประโยชน์จากดาราดังในปัจจุบันที่เคยโดนเซี่ยเจี่ยนอี้กดร่างเพราะทรัพย์สิน เอามาโพสต์ภาพหมู่ช่วงค่ำรูปหนึ่งที่ถ่ายกัน ‘เมื่อคืน’
ดาราดังคนนี้เปิดเผยผ่าน MicroBlog ส่วนตัวว่า เมื่อคืนเขากับเซี่ยเจี่ยนอี้อยู่ด้วยกัน ขอทุกคนอย่าแชร์ข่าวลือไม่มีมูลอีกเลย แถมเซี่ยเจี่ยนอี้เองก็ยังแชร์โพสต์นี้อีกต่างหาก
พอได้ดาราดังมายืนยัน จึงพิสูจน์ได้ว่าประเด็นเซี่ยเจี่ยนอี้เป็นหนึ่งในคนที่ห้อยเสาไฟข้างทางนั้นเป็น ‘ข่าวลือปลอม’
ผู้โพสต์คนแรกเป็นคนทั่วไปที่ทำงานโอทีถึงเที่ยงคืน หลังจากเขาเลิกงานเดินผ่านถนนเส้นนั้นดันพบเห็นเข้าพอดี ถึงได้ถ่ายรูปแล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย คราวนี้พอเผชิญหน้ากับตระกูลเจ้าสัวที่เป็นไปได้ว่าจะยื่นฟ้อง คนคนนี้ถึงได้กลัวหัวหดจนต้องลบรูปถ่ายทิ้งทันที แต่ว่าพวกชอบสอดรู้ที่ไม่สนว่าเรื่องจะบานปลายแค่ไหนได้ทำการแคปรูปหน้าจอและแชร์ต่อตั้งนานแล้ว
ตอนนี้ตระกูลเซี่ยถลุงเงินลบรูปถ่ายนี้จากทุกๆ แพลตฟอร์มแล้ว
ในมือหยวนเยี่ยนมีทั้งวิดีโอกับรูปถ่ายระดับเฮชดีที่สามารถเล่นงานเซี่ยเจี่ยนอี้จน ‘ตายทางสังคม’ ได้ ถ้าเกิดแฉรูปถ่ายคุณชายใหญ่เซี่ยผู้มีคำวิจารณ์ลบๆ ในนครเจียงเป็นทุนเดิมออกไปละก็ คงจะสั่นคลอนหุ้นของเครือบริษัทหฺวาเซิ่งยกใหญ่ ส่วนคนในก็จะเกิดข้อโต้แย้งและแตกคอกันเอง
เขาไม่ได้ทำแบบนั้นเพราะสติยังดีอยู่ เหตุเพราะเซี่ยเสียสติเป็นน้าแท้ๆ ของเสี่ยวเจวี๋ย ถ้าเขาไม่ใช่ญาติ เขาคงแฉทั้งวิดีโอพร้อมรูปถ่าย โต้สงครามคารมกับตระกูลเซี่ยไปนานแล้ว
เมื่อฟังเรื่องราวเมื่อคืนที่เกิดขึ้นในภายหลัง กู้ชิงก็หวาดเสียว...นิดหน่อย
ไม่ต้องสงสัยเลยสักนิดว่า เซี่ยเจี่ยนอี้คงจับเขาเข้าพวกตระกูลหยวนไปแล้ว และคงไม่เชื่อเรื่องการวางตัวเป็นกลางกับคำพูดที่บอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับหยวนจุนอีกต่อไป อาจถึงขั้นคับแค้นและเห็นเขาเป็นศัตรูหนักกว่าเก่า...แม้ว่าเขาจะเป็นผู้บริสุทธิ์ที่จับพลัดจับผลูเข้ามาพัวพันในบุญคุณความแค้นระหว่างตระกูลหยวนกับตระกูลเซี่ยตั้งแต่แรกก็ตาม
เหตุเพราะคนคนนี้ขี้ระแวงหนักเอาการ เพื่อหยวนจุนแล้ว ถึงกับมองข้ามฐานะของเขา ไหนจะโยนกระถางดอกไม้ ไหนจะอุบัติเหตุรถยนต์ แล้วไหนจะกรอกสารเสพติดและฉีดสารกระตุ้นผิดกฎหมายอีก
แล้วคราวหน้าล่ะ
อ้างอิงจากนิสัยที่มีแค้นต้องชำระของคนคนนี้ ในเมื่อโดนหยามน้ำหน้าอย่างหนักขนาดนี้แล้ว คงต้องใช้วิธีที่อันตรายกว่าเดิมมาเล่นงานเขาแน่
“นายกเทศมนตรีกู้ ผมกับพี่รองไม่ได้จะให้คุณเข้ามาเป็นพวกตระกูลหยวนเพราะเรื่องเมื่อคืนนี้สักหน่อย แต่ถ้าต้องหัวเดียวกระเทียมลีบ การมีกำลังเจ้าสัวที่เอาไว้ใช้งานได้จะปลอดภัยต่อคุณมากกว่านี่ แถมยังนั่งเก้าอี้ได้มั่นคงกว่าเก่าอีก”
หยวนเยี่ยนวิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย
เบื้องหลังคณะผู้นำเทศบาลนครจากการเลือกตั้งของนครเจียง เกิดจากการส่งเสริมและความขัดแย้งของสี่เจ้าสัวใหญ่ ทุกสมัยการเลือกตั้งต่างก็เป็นข้าราชการที่ได้รับเลือกตั้งมาจากกลุ่มผู้นำรัฐบาลท้องถิ่น มีแต่กู้ชิงที่ถูกโยกย้ายมาจากภายนอก
นี่ก็คือสาเหตุว่าทำไมสี่เจ้าสัวใหญ่ถึงรู้ไส้รู้พุงทุกสิ่งทุกอย่างของเขา ข้าราชการภายในเทศบาลนครเป็นเส้นสายของตน ทั้งยังได้การหนุนหลังจากบรรดาเจ้าสัว กู้ชิงน่าจะเข้าใจประเด็นนี้ ไม่อย่างนั้นคงไม่ขับรถเองทั้งช่วงเข้างานและเลิกงาน ทั้งยังปฏิเสธการรับส่งของทุกคนอีก