ดวงนารีปกป้อง ขอเป็นผู้กล้าสักครั้ง

    ปะทะดูอัน กับอาวินซัน

    เ๽้าดูอัน มาขัดขวางผมจากการเป็๲ผู้ไปถึงห้องโถงกลางเป็๲คนแรก ผมโกรธมาก และเริ่ม จู่โจมดูอันด้วยเท้าขวา


    หนุ่มผมยาว กล้ามล่ำบึก อย่างดูอัน ที่รุ้ซึ้งถึงความร้ายกาจของผมเมื่อครั้งก่อนไปแล้ว มันจึงไม่ยอมตกเป็นเป้านิ่งรับลุกเตะของผมเหมือนเดิม มันเคลื่อนที่ในทันที และเริ่มต่อยกลับ
    ผัวะ ผัวะ
    การต่อสุ้ด้วยทักษะมือเปล่าของผมกับดูอันก็ได้เริ่มต้นขึ้น มันเป็นแขนงหนึ่งของวิชาโบราณที่สืบทอดกันมาในประเทศจีน ที่จะเสริมความแข็งแกร่งของร่างกายเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่ง แลกกับ อาการบาดเจ็บอย่างมากหลังจากนั้น
    ดูอันดูกล้ามใหญ่โตขึ้นมาอย่างมากมาย ในขณะที่ความเร็วของผมเองก็ถูกเสริมจนพลิ้วไหวเหมือนนกกระเรียน เราสองคนต่างแลกหมัดกับเท้ากัน จนกระเทือนอุโมงค์ มันแทบจะเรียกร้องความสนใจของคนใกล้ๆให้มามุงดูได้เลยทีเดียว ถ้าไม่ได้อยู่ในระหว่างการแข่งขัน
    15 นาทีต่อมา....... ดูเหมือนการวิวาทของเราจะใกล้จบแล้ว
    " เก่งเหมือนกันนี่ เจ้าหนุ่ม แต่คิดมาแย่ง เจ๊มาเจนเต้ไปจากชั้นคนนี้ละก็ฝันหวานไปเถอะ " ดูอันกล่าว พร้อมกับชกหมัดอันรุนแรงของเขาออกไป จนกำแพงอุโมงค์เป็นรอยร้าว
    " เจ๊มาเจนเต้ เป็นสาวสวย แถมแกก็ไม่ใช่สเปคของเธอด้วย ชาตินี้อย่าหวังให้ยาก " ผมพูดหยอกล้อดูอัน เล่น แต่ไม่นึกว่าเขาจะโกรธจริงๆ เพราะเขาเป็นคนที่มุ่งมั่นในเรื่องผู้หญิงมาก และในวินาทีที่ดูอันชกหมัดขวาตรงออกไป ผมก็ได้ถอยหลบฉาก แล้วเอาขาไปเกี่ยวขาของมันอย่างจงใจ จนมันล้มลงโดนกับดักเปลวเพลิง
    " เวลาต่อสุ้หัดมองสนามแข่งมั่ง เขาเรียกว่าใช้สมองดีกว่าใช้กำลัง " ผมพูดเย้ยดูอันที่ล้มไปโดนกับดัก
    เมื่อดูอันสัมผัสกับกับดัก เปลวเพลิง Lv.10 กับดักก็ทำงานทันที เปลวเพลิงอันร้อนแรงก็ได้แผดเผาเขา จนดำเป็นตอตะโก และเขาก็ได้ถูกส่งออกไป ให้หน่วยแพทย์ฉุกเฉินที่ข้างนอกทำการรักษาทันที
    เคร้ง เคร้ง เคร้ง
    แท่งน้ำแข็งแทงไล่หลังมาแล้ว ผมรีบหลบกับดักเปลวเพลิงที่มีเต็มอยู่ทั้งพื้นที่และวิ่งไป ทว่า การทบสอบนี้ ดันมีกับดักง่ายๆ อย่างกับดักเปลือกกล้วยอยู่
    พรืด ผมลื่นล้มทันที เพราะผมประมาทมากเกินไป ไม่นึกว่าทางกรรมการจะมีการใส่กับดักกระจอกๆ แบบนี้ไว้ในสนามทดสอบด้วย จนผมเกือบโดนกับดักน้ำแข็งแทงดับ แต่ในนาทีวิกฤตินั้นเองก็ได้มี มือนุ่มมาดึงมือผมขึ้นมา.....โรเซ่ นั่นเอง แม้ผมจะคันอยู่บ้าง จากการอยู่ใกล้เธอแต่ในตอนนี้ผมพอทนได้
    พวกเราสองคนวิ่งผ่านกับดักต่างๆ จนเกือบจะถึงทางออกของอุโมงค์แล้ว
    ฟ้าว ฟ้าว ฉึก ฉึก
    กับดักลูกธนูเริ่มทำงาน มันเป็นกับดักรูปทรงโบราณที่ทำงานพร้อมกับ กับดักอัมพาต เพื่อให้พวกเราช้าลงจะได้ถุก แท่งน้ำแข็งที่แทงไล่หลังมาเสียบตาย และต้องออกจากการแข่งขัน
    " เดี๋ยวผมจัดการลูกธนูเอง เจ้าหญิง โรเซ่ ไปจัดการกับดักอัมพาตนะ " ผมกล่าวกับเธอโดยใช้เวลาสั้นที่สุด ก่อนจะวาดมือขึ้นไปบนอากาศ ปรากฏ รัศมีดวงไฟ นับสิบลูกพุ่งเข้าใส่กับดักธนูเหล่านั้น จนพวกมันมอดไหม้ไปหมดและในวินาทีเดียวกันเจ้าหญิงโรเซ่ ก็ได้ทำลายกับดักอัมพาต ด้วยดาบ เซเบอร์ของเธอ
    " ไปกันต่อเถอะ ริวจิคุง "
    "ครับ "
    เมื่อพวกเราวิ่งจนพ้นอุโมงค์ และหนีจากกับดักน้ำแข็งที่ไล่หลังมาได้ พวกเราก็มาโผล่ในสวนดอกไม้กินคน มันเป็นสวนที่ดูสวยงามอย่างมาก แต่กลับไม่มีสัตว์ หรือ นกมาร้องเพลงเลยซักตัว ในขณะที่พวกเรากำลังยืนสงสัยอยู่ เถาวัลย์ของต้นไม้กินคนก็เข้าเล่นงาน เจ้าหญิงโรเซ่ ในทันที
    " ว้ายยยยยยยยยยยยย " เจ้าหญิงโรเซ่อุทาน ซึ่งผมก็เข้าไปช่วยเธอในทันที โดยใช้เวทย์ไฟ ผมเริ่มจินตนาการถึงไฟที่แผดเผา ได้ทุกสรรพสิ่ง แล้วปล่อยเพลิงกาฬ ออกมา แต่มันดูเหมือนจะรุนแรงเกินไป จนไปไหม้เสื้อผ้าของ เจ้าหญิง โรเซ่ ไปด้วย ตอนนี้ โรเซ่ ก็เหลือแต่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ที่เห็นชุดชั้นในสีเหลือง อยู่วับๆแวมๆ ดูน่ารักไปอีกแบบ
    " เจ้าบ้า ใครใช้ให้เผาเสื้อผ้ากันย่ะ "
    " เหวอ " ผมตกใจในสิ่งที่เกิดขึ้น แล้ว โรคกลัวผู้หญิงของผมก็กำเริบ ทำให้ผมวิ่งหนีไปจากจุดนั้นในทันที
    ผมวิ่งไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย จนกระทั่งสะดุด ขอนไม้ล้มลง หน้าทิ่มลงไปยังโคลน "โอ๊ยเจ็บจัง " ผมอุทาน และคนที่ผมเจอในที่นั้นก็คือ เจ้าอาวินซัน
    เจ้าอาวินซันเจ้าเล่ห์ ดูเหมือนกำลังเล่นงานเหล่าโบเก็นฉะที่มาด้วยกันอยู่ โดยมันได้ยิงเวทย์ ไปใส่ ต้นไม้กินคนที่มีผล เมื่อต้นไม้กินคนที่มีผลตาย มันจะส่งกลิ่น เรียกต้นไม้กินคนในละแวกนั้นให้มาหา และรุมกินโต๊ะ เหล่าโบเก็นฉะ หากพวกเขาเก็บผลก่อนตกถึงพื้นไม่ทัน
    นี่ผมต้องนั่งดูคนถูก พวกวัชพืช รุมกินโต๊ะแบบนี้ด้วยเหรอ ผมหันไปเผชิญหน้ากับ อาวินซันอย่างไม่กลัวเกรง มันทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ เหมือนเห็นผี
    เพี๊ยะ ผมดีดนิ้วขึ้นมา แล้วปรากฏ ลูกไฟนับสิบลูกล้อมรอบ อาวินซัน แล้วกล่าวถ้อยคำให้เขาหยุดการกระทำที่ป่าเถื่อนแบบนี้ได้แล้ว
    อาวินซันยืนจ้องหน้าผมกลับ ในฐานะที่เขาเป็นอัศวินเวทย์มนต์ ทำให้เขาไม่กลัวผมเลยและอยากจะบวกกับผม
    " ตรูเตือนมึงแล้วนะ "
    ก่อนการต่อสู้จะเริ่มในอีกอึดใจ ผมก็ดีดนิ้วให้ลูกไฟ เข้าโจมตี เจ้าอาวินซัน ดูเหมือนมันจะ งึมงำท่องคาถาอยู่
    ตูม
    ลูกไฟเข้ากระทบวัตถุ
    ' กากจริงๆ กากกว่าเจ้าดูอันอีก ' ผมปาดเหงื่อและมองไปยังผลงานชิ้นโบว์แดงของผม ดูเหมือนว่า เจ้าอาวินซันจะทำได้แต่เก็กเท่ห์เท่านั้น พอเอาเข้าจึงนี่ หมูเรียกพ่อ ดีๆนี่เอง
    เจ้าอาวินซัน ลงไปนอนกองกับพื้น มีบาดแผลผุพองโดยรอบ กลิ่นเนื้อย่างโชยมาอย่างรุนแรง ผิวหนังบริเวณที่ถูกไฟกระทบ สลายหายไป หายใจรวยรินใกล้จะตายแล้ว แต่ถ้ามันตายผมก็ต้องโดนต่อว่าจากคณะกรรมการนะสิ ผมจึงรีบฮีลมันขึ้นมา
    เวทย์ฮีลที่ผมจำมาจากเรียโอจัง ยังคงใช้ได้ผล เนื้อหนังของ อาวินซัน ค่อยๆงอกออกมา และสมานกัน จนหายเป็นปรกติ อาวินซันที่ฟื้นขึ้นมา อย่างปาฏิหารย์ ก็ได้ร้องไห้ วิ่งหนีไป แต่ก่อนจากไปมันได้ พูดทิ้งท้ายไว้
    " ฝากไว้ก่อนเถอะ เจ้าผ้าพันแผล "
    ****************************************************************ก็จบไปอีกตอนแล้วนะครับ เพื่อนๆ เป็นไงบ้างครับสนุกไหม ผมอยากจะบอกว่าตอนต่อไปจะยิ่งสนุก เมื่อพระเอกของเราต้องพบกับอันตรายและทำให้เขาได้เวทย์ฮีล Lv.max ส่วนจะได้มายังไง ติดตามชมในตอนหน้ากันได้เลย สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณทุกกำลังใจเลยครับ ที่ทำให้ผมได้มาแต่งเรื่องนี้ สวัสดีครับ จ้ายเจี้ยน