“แกเป็ใคร ? มีสิทธิอะไรมาคิดจะแตะต้องฉัน” ฮวาหวู่หลิงกล่าวออกมาด้วยเสียงอันเ็า มือของเธอยังยกค้างเอาไว้เมื่อสักครู่เธอปัดมือของชายตรงหน้าออกอย่างแรง
“แก! นังตัวดีกล้าดียังไงมาปัดมือฉัน !” เหอจุนกล่าวออกมาด้วยความโกรธ ั้แ่นั่งตำแหน่งผู้จัดการมาเขายังไม่เคยถูกทำให้ขายหน้าขนาดนี้มาก่อน
“ใช่ เธอกล้าดียังไงมาทำร้ายที่รักของฉันฉันจะตีแกให้ตาย!”หญิงสาวแต่งตัวเซ็กซี่ซึ่งมาด้วยกันกับเหอจุนกล่าวออกมาเสียงแหลมก่อนจะเดินเข้าไปหาฮวาหวู่หลิงอย่างเอาเื่
แต่ก็มีร่างของชายหนุ่มในชุดเก่าๆ เดินเข้ามาขวางทางเอาไว้ ชายคนนั้นยืนนิ่งไม่ยอมให้อีกฝ่ายเดินไปต่อต้องยอมรับว่าเมื่อกี้ตอนเหอจุนเอื้อมมือออกมามันฉุกละหุกจริง ๆ ไม่มีใครคิดว่าชายคนนั้นจะกล้าทำเื่โง่ ๆต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้ได้พวกบอดี้การ์ดที่ทำท่าจะวิ่งเข้ามาหลังจากเห็นภาพตรงหน้าก็ต้องหยุดลงอีกครั้งเพราะคุณหนูส่งสัญญาณว่ายังไม่ต้องเข้ามา
“เธอไม่ควรจะทำร้ายเพื่อนของนะมีอะไรก็พูดคุยกันดี ๆ เถอะ” ชายหนุ่มกล่าวออกมาเสียงเรียบ
ในตอนที่หญิงสาวจะเถียงออกมาก็ได้มีพนักงานสาวเดินเข้ามาเสียก่อนเธอมายืนกั้นระหว่างทั้งสองฝ่ายเอาไว้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้
“คุณลูกค้าคะทางร้านไม่อนุญาตให้ใช้ความรุนแรงทุกกรณีภายในร้านนะคะไม่อย่างนั้นทางร้านจะต้องเชิญตำรวจมาค่ะ” พนักงานสาวกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม
“โถ่ คุณพนักงาน พวกเราเป็เพื่อนกันครับแค่หยอกล้อกันเท่านั้นเอง” เหอจุนกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มปลอมๆ บนใบหน้า
“จริงเหรอคะ ?”พนักงานสาวหันมาหาเย่เซวียนก่อนจะถามออกมา
“ใช่ครับ แต่ก็แค่เพื่อนเก่าน่ะ” ชายหนุ่มตอบกลับไปด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“ถ้าอย่างนั้นมีอะไรให้รับใช้เรียกฉันได้ตลอดเวลาเลยนะคะ”พนักงานสาวกล่าวออกมาก่อนจะเดินจากไปเพราะยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นถ้าเธอยังยืนอยู่ต่อจะเป็การเสียมารยาทเอาซะเปล่า ๆ
“เฮอะ! ดีนะพนักงานมาห้ามไว้แต่ถามหน่อยเหอะ ว่าไอ้บ้านนอกยากจนแบบแกเข้ามาทำอะไรในร้านหรูแบบนี้ ?จะขโมยของรึไง ?” เหอจุนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงดูถูก เขารังเกียจคนยากจนที่ไม่รู้ฐานะตัวเองแบบชายตรงหน้าเอามากๆ มันทำให้อารมณ์ของเขามันเสียไปหมดเวลาเจอคนพวกนี้
“หุบปาก! คำก็บ้านนอกคำก็ยากจน แกไปรวยมาจากไหน ? เทียบกับฉันแล้วหน้าอย่างแกจะไปเรียกว่ารวยได้ยังไง!” ฮวาหวู่หลิงกล่าวขึ้นมาเสียงดังอย่างไม่ไว้หน้าเธอไม่ชอบท่าทางของชายตรงหน้าแม้แต่น้อย
“แกนั่นแหละนั่งบ้า! หุบปากไปซะ!พี่เหอจุนเป็ถึงผู้จัดการของบริษัทฟงเหว่ยเทียนเลยนะเงินเดือนสองแสนหยวน! พวกเธอสองคนมีปัญญาหาเงินได้แบบเขาหรือไง?”หญิงสาวแต่งตัวเซ็กซี่ชี้หน้าฮวาหวู่หลิงกับเย่เซวียนก่อนจะกล่าวออกมา
ถ้าไม่ใช่เพราะเหอจุนให้เงินเธอใช้เดือนละหลายหมื่นหยวนเธอคงไม่ทนคบกับเขามาจนถึงตอนนี้หรอกแต่ก็อย่างว่านั่นแหละ คนทั่วไปใครมันจะไปหาเงินได้เดือนละสองแสนหยวนแบบเหอจุนกันเพราะเหตุนั้นเธอจะต้องเกาะเขาเอาไว้ให้ดีที่สุด!
“นายได้เป็ถึงผู้จัดการบริษัทเลยเหรอแถมเงินเดือนตั้งสองแสนหยวน!” เย่เซวียนที่ได้ยินสิ่งที่หญิงสาวพูดก็กล่าวออกมาด้วยความใ
เขาไม่ได้แกล้งทำแต่เขาใจริง ๆที่เพื่อนซึ่งเรียนประถมมาด้วยกันที่ชนบทกลับหางานในเมืองซึ่งเงินเดือนมากถึงสองแสนหยวนได้แบบนี้
“เฮอะ! เงินมันก็ตามความสามารถนั่นแหละว่าแต่นายทำงานอะไรล่ะ ? ขอทานรึเปล่า ?” เหอจุนถามกลับมาด้านฝ่ายที่ถูกถามก็เริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาเหมือนกัน แต่เขายังนิ่งไว้ก่อนรอให้สถานการณ์สุกงอมแล้วเก็บเกี่ยวทีเดียว
“ฉันทำงานเป็พนักงานส่งอาหาร กับส่งของน่ะเงินเดือนราว ๆ แปดพันหยวนเลยนะ” ชายหนุ่มตอบกลับไป
“แค่นั้นอะนะ ?!” เหอจุนได้ยินก็แกล้งถามด้วยความใเยาะเย้ยอีกฝ่าย
“ไม่ใช่แค่นั้นหรอก ฉันยังเปิดร้านขายของเก่าของหายากด้วย ถึงมันจะขายไม่ค่อยได้ก็เถอะ”ชายหนุ่มกล่าวเสริมต่อ
“ฮ่าฮ่าฮ่า นายนี้ตลกจริง ๆ เอาเงินนี่ไปสิเห็นแก่เป็เพื่อนเก่ากัน ฉันให้ไว้กินข้าวก็แล้วกัน” เหอจุนปาเงินใส่หน้าเย่เซวียนที่ยืนอยู่แล้วหัวเราะออกมา
ครึ่งหลัง
“นายจะทำอะไรน่ะ!” ฮวาหวู่หลิงกล่าวออกมาเสียงดังเธอเห็นชายหนุ่มย่อตัวลงไปเก็บแบงค์ร้อยหยวนที่กระจายอยู่ตามพื้น
นี่อย่าบอกนะว่าเขาไม่มีศักดิ์ศรีเหลืออยู่เลยทำไมต้องไปเก็บเศษเงินแบบนั้นกัน ?ถึงเขาจะเดือดร้อนเื่เงินมากแค่ไหนแต่ก็ไม่ควรจะทำแบบนั้น ! อีกอย่างบัตรธนาคารที่คุณยายของเธอให้มามันก็ใช้จ่ายได้ไปอีกนานด้วยซ้ำเธอไม่เข้าใจเลยจริง ๆ
“ฮ่าฮ่า นั่นแหละ เก็บเข้านายมันยากจนมาั้แ่สมัยก่อนแล้วนี่นาฉันให้เงินไม่กี่หยวนเพื่อให้นายคอยทำนั่นนี่ให้ นายก็ทำโดยไม่บ่นเลย” เหอจุนหัวเราะเยาะออกมาอีกครั้งเขาคิดเอาไว้แล้วว่าไอ้บ้านจนตรงหน้ามันต้องเก็บเงินที่เขาปาใส่แน่ ๆ
ก็ขนาดตอนเรียนเขาให้มันสิบหยวนเพื่อให้มันทำเวรให้มันก็ทำหรือให้ห้าหยวนเพื่อให้มันไปต่อแถวซื้อของกินให้มันก็ไม่บ่นช่างใช้งานสะดวกเสียจริง
พวกบ้านจนไม่มีเงินทองก็ลำบากแบบนี้แหละนะ!
“เงินมันก็คือเงินนี่นามันไม่มีความผิดอะไรสักหน่อย”เย่เซวียนกล่าวออกมาหลังจากที่เก็บเงินเสร็จ เขานับคร่าว ๆแล้วมีแบงค์ร้อยหยวนอยู่ประมาณหนึ่งร้อยใบ ได้เงินมาปึกนึง
“แต่ว่า...ถ้ามันมาจากขยะแบบแกฉันก็ไม่้าหรอก!” ชายหนุ่มกล่าวเสียงดังก่อนจะจับเงินทั้งปึกฟาดหน้าอีกฝ่ายพร้อมกับฝ่ามือของเขาที่ตามเงินปักนั้นไปด้วยอย่างแรงด้วยการทำแบบนี้ก็เหมือนเอามือฟาดหน้าแต่มีปึกเงินบังฝ่ามืออยู่เท่านั้นแหละทำให้อีกฝ่ายล้มไปกองกับพื้นในทันที
ถุย! แปะ!
หลังอีกฝ่ายลงไปกองกับพื้นเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มก็ถุยน้ำลายใส่หน้าอีกฝ่ายไปทีนึง ถึงเขาจะไม่ค่อยฉลาดนัก ยากจน ร่างกายก็ธรรมดาแต่ศักดิ์ศรีเขาก็ยังพอมีอยู่บ้าง จะให้ทนโดนดูถูกนาน ๆ มันก็ไม่ไหวเหมือนกัน!
“ตบได้ดี! นี่สิลูกผู้ชาย” ฮวาหวู่หลิงกล่าวชื่นชนออกมา นี่สิค่อยน่าสนุกหน่อย คุ้มกับการที่เธอยังไม่ให้พวกบอดี้การ์ดเข้ามา
“แก! แกตบฉัน! ฉันจะแจ้งความ!!” เหอจุนกล่าวออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวพลางเอาผ้าเช็ดหน้าจากหญิงใส่ชุดเซ็กซี่ข้างกายมาเช็ดน้ำลายออกไปแม้จะไม่ได้าเ็อะไรนัก แต่เขาเสียหน้าเป็อย่างมาก
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ? คุณลูกค้า” พนักงานสาวได้ยินเสียงโวยวายเลยเดินเข้ามาดูอีกหนคราวนี้เหมือนจะเกิดเื่ขึ้นแล้วจริง ๆ
“ผู้ชายคนนั้นมันตบหน้าผม!” เหอจุนกล่าวออกมาทันที
“ใช่ค่ะ ฉันเป็พยานให้ได้” แฟนสาวของเขาก็รีบกล่าวเสริมออกมา
“เฮอะ! ก็แกดูถูกเขาแถมยังเอาเงินปาใส่หน้าเขาก่อนเองนี่ เขาก็แค่ปาคืนเท่านั้นเองอีกอย่างไอ้สวะอย่างแก มันไม่มีค่าพอมาทำให้เขาเสียอารมณ์ด้วยซ้ำ” ฮวาหวู่หลิงกล่าวออกมาอย่างไม่ไว้หน้า
“น้ำหน้าอย่างมันเนี่ยนะ! เธอหลงมันจนฝันไปแล้วรึไง ? ”เหอจุนชี้หน้าเย่เซวียนก่อนจะถามออกมา
“หุบปาก! คำก็ดูถูกสองคำก็ดูถูก แกรวยมาก ฉันจนมาก งั้นมาแข่งกันหน่อยเป็ไง ?”เย่เซวียนกล่าวออกมาเสียงดังอย่างหมดความอดทน
“ถ้าไม่กล้ารับคำท้าก็ไม่ต้องมาปากดีอีกแล้วยอมรับซะว่าแกมันก็แค่ไอ้ขี้ขลาดที่กลัวคนบ้านนอก ยากจนแบบฉัน” เย่เซวียนกล่าวเสริมต่อโดยไม่รอให้อีกฝ่ายตอบรับเขา้ายั่วยุให้ถึงขีดสุด !