“ นี่มันบ้าอะไรกัน ”
แอ็กเซลมองดูวงกลมสีดำกลางหน้าอก มันดูมืดมนราวกับเป็หลุมไร้ก้นบึ้ง เขาจึงดึงความทรงจำส่วนหนึ่งของตนออกมาดูก่อนจะได้รู้ความจริงว่ามันคือเชื้อแปลกประหลาด สิ่งๆนี้คล้ายกับคำสาปมันจะดูดกลืนพลังชีวิตของผู้ใช้จนสุดท้ายจะต้องตายใน่อายุ 20 ปี
เมื่อทบทวนความทรงจำภายในหัวแอ็กเซลถึงขั้นหน้าซีด การเสียชีวิตของเขามีอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้จบชีวิตที่นี่ นอกจากาแทั่วร่างจะทำให้เขาเสียชีวิต วงกลมสีดำเป็หนึ่งในสิ่งที่ทำให้เขาตายเพราะอายุขัยได้มาถึง 20 ปีแล้ว
เปลือกตาทั้งสองปิดลงเพื่อพาจิตเข้าไปดูภายในร่างกาย เขาจำเป็ต้องกำจัดมันทิ้งให้เร็วที่สุด เพียงแต่ว่าเชื้อนี้กลับผูกติดอยู่กับพันธุกรรม หากเขา้าจัดการมันจะต้องเปลี่ยนโครงสร้างพันธุกรรมใหม่ ความรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์ที่เขาร่ำเรียนไม่เพียงพอจะเข้าใจคำว่าพันธุกรรมได้ทั้งหมด แอ็กเซลจึงรีบมองหาทางรอดของตนเองเพราะเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว
ขณะที่กำลังมองหาทางรอด เขาก็พบว่าใจกลางหน้าอกของตนเองมีแสงสว่าง เมื่อมองให้ชัดเขาพบว่าใจกลางแสงกำลังมีพลังงานไหลเข้าไปรวมกลุ่มกัน สิ่งที่กำลังปรากฎตัวต่อหน้าของเขาคือคอร์ไดฟ์ มันคือสิ่งที่เขาไม่เคยมีอยู่และไม่สามารถมีมันได้เพราะเชื้อที่เหมือนคำสาปขัดขวางไม่ให้ร่างกายของเขาสร้างมันขึ้นมา
ดูเหมือนว่าการตายหนึ่งครั้งจนทำให้ิญญาจอมเวทได้เข้ามา จะทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงจนสามารถสร้างคอร์ไดฟ์ขึ้นมาได้
ในขณะนั้นเองพลังคอสมิกรอบๆตัวก็ถูกดูดเข้ามาในร่างปริมาณมากมายมหาศาล กลางหน้าอกของเขาเริ่มััได้ถึงแหล่งพลังงานที่กำลังไหลเข้ามารวมตัวกันเกิดเป็ก้อนคริสตัลคล้ายกับแก่นพลังเวท
คอร์ไดฟ์ก้อนเล็กๆที่ปรากฎขึ้นหลังจากร่างกายถูกกระตุ้นนี้เอง มันเริ่มปลดปล่อยพลังงานไหลออกไปทั่วร่างกายสร้างท่อพลังงานเชื่อมต่อเข้ากับกล้ามเนื้อแต่ละส่วน
เมื่อท่อพลังหลักเกิดขึ้น ท่อพลังงานสำรองก็เริ่มแตกขยายออกไปคลุมทับร่างกายที่ใกล้ที่สุด ภายใต้การกระตุ้นของร่างกาย แอ็กเซลไม่รับรู้ถึงความเ็ปเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าเขาถูกน้ำเย็นรดั้แ่ศีรษะไหลลงไปจนถึงส่วนขา
ปึง!
เกิดเสียงอึกทึกกลางหน้าอกบ่งบอกให้รู้ว่าคอร์ไดฟ์สร้างเสร็จแล้ว กระบวนการปลุกคอร์ไดฟ์ที่เขารับรู้มานั้นจะต้องใช้เวลายาวนานถึง 1 ชั่วโมง โดยที่ทุกคนจะต้องเข้าไปอยู่ภายในเครื่องฟอกพลังงานคอสมิกที่จะส่งพลังงานคอสมิกความเข้มข้นสูงเข้าสู่ร่างกายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอร์ไดฟ์
สำหรับเขาทุกกระบวนการกลับเรียบง่าย เพียงแค่ไม่กี่อึดใจกระบวนการทั้งหมดกลับเสร็จสิ้น แอ็กเซลจึงรีบเรียกหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู มันคือสิ่งที่แชมเปี้ยนใช้งานกันหลังจากได้รับคอร์ไดฟ์
ชื่อ: [ แอ็กเซล ] อายุ: [ 20 ปี ]
อาชีพ : [ ผู้ทำพันธะกับพฤกษา ]
ระดับพลัง: [ 1 ดาว 0 % ]
พลังโจมตี : [ 900 ]
สกิลอาชีพ : [เติบโต][พันธะสัญญา][อัญเชิญ][แตกหน่อ Lv.1]
ภายในหน้าต่างสถานะ สิ่งที่ปรากฎมีไม่กี่อย่าง แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกยินดีกับมันคือระดับพลัง 1 ดาวที่แสดงออกมา มันคือเครื่องยืนยันว่าเขากลายเป็แชมเปี้ยนแล้ว
ในส่วนของพลังโจมตี 900 หน่วยคือพื้นฐานที่แชมเปี้ยนรับได้ ทุกคนสามารถเพิ่มพลังโจมตีได้จากหลากหลายปัจจัยเช่น อุปกรณ์สวมใส่และทักษะ
แอ็กเซลกลับไม่มีเวลาดีใจกับการปลุกคอร์ไดฟ์มากนัก ชีวิตของเขากำลังจะจบลงในไม่กี่ชั่วโมงต่อจากนี้ เขาจึงรีบสำรวจว่ามีสิ่งใดพอจะใช้ยื้อชีวิตหรือไม่
สิ่งที่ยังไม่ได้ตรวจสอบคือสกิลอาชีพที่ได้รับพร้อมกับการเกิดของคอร์ไดฟ์
สกิลแรกเติบโตทำให้ผู้ใช้สามารถพัฒนาสกิลทุกอย่างภายในหน้าต่างสถานะได้
สกิลพันธะสัญญาคือการทำสัญญากับมอนสเตอร์เพื่อให้มาเป็ข้ารับใช้ ข้อจำกัดในการทำสัญญามีเพียงระบุว่ามอนสเตอร์จะต้องเป็ธาตุไม้ ไม่มีจำนวนระบุว่าเขาทำสัญญาได้กี่ตัว
สกิลอัญเชิญคือการเรียกมอนสเตอร์พันธะสัญญาออกมารับใช้ตนเอง มันไม่ได้มีสิ่งใดพิเศษนอกจากเป็บ้านของมอนสเตอร์ในพันธะสัญญา
ในส่วนของสกิลแตกหน่อ มันคือสกิลที่มีไว้ใช้กับมอนสเตอร์พันธะสัญญา มอนสเตอร์ธาตุไม้ทุกตัวสามารถแยกตัวได้ สกิลนี้จึงมีบทบาทเร่งให้พวกมันแยกตัวเพื่อเพิ่มจำนวน โดยที่เลเวลด้านหลังสกิลแตกหน่อบ่งบอกให้รู้ว่าเขาสามารถพัฒนาต่อยอดสกิลนี้ให้สูงขึ้นไปได้
แอ็กเซลที่ทำความเข้าใจกับสกิลทั้งหมดจึงเรียกใช้งานสกิลอัญเชิญ ต่อให้เขาจะไม่เคยทำพันธะสัญญากับมอนสเตอร์ตัวใดมาก่อนก็ตาม เสียงที่อยู่ภายในหัวกลับกระซิบบอกให้เขาเปิดใช้งานมัน ทันใดนั้นด้านหน้าของเขาก็ปรากฎวังวนสีฟ้าจากกลุ่มก้อนพลังงานที่ไหลเข้าไปรวมตัวกัน เมื่อพลังงานรวมกันได้ที่สิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดรูปทรงคล้ายลูกบอลขนาดเท่ากำปั้นก็ได้กลิ้งออกมาหยุดอยู่ด้านหน้าแอ็กเซล เขาไม่รอช้าคว้ามือจับไปยังร่างของมันแล้วใช้สกิลพันธะสัญญา จากนั้นก็เริ่มกัดปลายนิ้ววาดวงเวทลงไปบนผิวสีเขียวของมัน ภายใต้นิ้วที่ค่อยๆสะบัดไปมาช้าๆบนผิวทรงกลมสีเขียวก็เต็มไปด้วยลวดลายวงเวทอันซับซ้อน
“ ข้าแอ็กเซล ขอผูกพันธะโลหิตกับสิ่งมีชีวิตตรงหน้า ”
วงเวทรอบๆสิ่งมีชีวิตก้อนกลมเปลงแสงสีแดงจ้า ทันใดนั้นอกขวาของแอ็กเซลก็ได้ปรากฎวงเวทลักษณะคล้ายกันกับที่เขาวาดลงไปบนแผ่นหนังของมอนสเตอร์ในพันธะสัญญาก่อนที่มันจะซึมหายเข้าไปในิัมองไม่เห็นอีก
หลังจากวงเวทพันธะโลหิตแบ่งพลังชีวิตของมอนสเตอร์ในพันธะสัญญามาให้กับตนเอง แอ็กเซลััได้ว่าพลังชีวิตที่สลายหายไปกลับมาเป็ปกติแล้ว ชีวิตของเขาในตอนนี้ผูกติดกับมอนสเตอร์ในพันธะสัญญา เขาจะตายก็ต่อเมื่อมันเสียชีวิต
เมื่อรอดพ้นจากวิกฤตแอ็กเซลจึงค้นศพเพื่อหายารักษาาแ เขาจำเป็ต้องห้ามเืและปฐมพยาบาลร่างกายเบื้องต้นเพื่อหนีออกจากที่นี่ ทันใดนั้นเองหูของเขากลับได้ยินเสียงไอพ่นยานบิน จึงหยุดค้นศพแล้วมองไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงพบเข้ากับยานอวกาศขนาดใหญ่กำลังบินตรงมายังตำแหน่งที่เขานอนนิ่งด้วยความรวดเร็ว
จากความทรงจำทำให้เขารู้ว่าตนเองไม่จำเป็ต้องหนีไปที่ใดอีก ยานที่กำลังส่องไฟลงมากระทบหน้าของเขาคือยานช่วยเหลือ ดูท่ากลุ่มที่เขาทำงานด้วยจะส่งสัญญาณออกไปที่สถานีเดอะเนสเพื่อให้หน่วยช่วยเหลือเดินทางมาที่นี่
เมื่อยานบินลงต่ำทิ้งระยะห่างจากพื้นราว 10 เมตร แชมเปี้ยนบนยานก็ได้กระจายตัวออกไปรอบๆสำรวจทุกอย่างด้วยท่าทางเร่งรีบ ก่อนจะเข้ามาร้องะโด้านหน้าแอ็กเซลเพื่อตรวจสอบสติของเขาว่ายังดีอยู่หรือเปล่า
“ นอกจากนายแล้วมีผู้รอดชีวิตคนอื่นอีกไหม ! ”
แอ็กเซลส่ายหน้า แชมเปี้ยน 2 ดาวจึงเข้ามาหิ้วปีกเขาขึ้นไปบนยาน ระหว่างนี้แชมเปี้ยนที่กระจายไปรอบๆก็เริ่มเก็บกู้ศพขึ้นมาบนยานด้วยเช่นกัน เมื่อไม่มีผู้รอดชีวิตและศพให้เก็บอีกต่อไปนั้น ยานช่วยเหลือก็รีบบินขึ้นฟ้าไปด้วยความเร็ว ทิ้งไว้เพียงร่องรอยความเสียหายจากการต่อสู้และศพมอนสเตอร์หลายสิบตัว
“ ไอ้หนุ่ม แกใช่ไหมที่ขอความช่วยเหลือไป ”
ชายใบหน้าดุดันบริเวณดวงตาซ้ายมีรอยฟันเดินเข้ามาสอบถามแอ็กเซล เขาจึงส่ายหน้าตอบคำถามเพราะคนที่ขอความช่วยเหลือคือหนึ่งในกลุ่มวอย์แฮร์ที่ตกตายไปแล้ว
“ แกชื่ออะไร ”
“ ผม แอ็กเซล ”
“ แอ็กเซล เราจะพานายกลับเดอะเนส ว่าแต่เกิดอะไรขึ้น ”
“ ผมเป็นักศึกษาสถาบัน โนวาไพร์ม (Nova Prime) กลุ่มวอยด์แฮร์จ้างผมมาแล่เนื้อ เดิมทีผมทำงานพาร์ทไทม์อยู่ที่ร้านแล่เนื้อ พวกเขาเสนอเงินก้อนโตให้ผมเพื่อให้มาทำงานด้วยเพราะมีมอนสเตอร์บางตัวไม่สามารถนำร่างกลับไปได้จึงต้องแล่หนังของมันหลังจากฆ่า ”
“ โอเค ดูเหมือนแกจะไม่มีเงินจ่ายค่าจ้างให้พวกเราสินะ ไม่เป็ไรไม่ต้องตื่นตระหนก พวกฉันจะรายงานไปที่กลุ่มวอยด์แฮร์เพื่อเรียกเก็บเงินจากการเก็บศพคนของพวกเขาก็แล้วกัน ส่วนแกไว้ไปถึงเมืองเมื่อไหร่ค่อยแยกตัวออกไป ”
แอ็กเซลหลับตาพัก เขารู้สึกเหนื่อยมากจึงของีบสักพัก สำหรับมอนสเตอร์พันธะเขาเก็บมันเอาไว้แล้ว หลังจากนี้ถึงจะได้ตรวจสอบมัน จนกระทั่งยานมาถึงสถานีอวกาศที่มีรูหนอนใช้ในการเดินทางข้ามดวงดาว แอ็กเซลจึงถูกพาตัวลงยานโดยที่ร่างของเขาสามารกลับมาเดินได้แล้วจากยาที่รับเข้าไป ถึงร่างกายจะยังไม่ฟื้นฟูกลับมาเต็มร้อย เขากลับรอดจากวิกฤตแล้ว
“ ขอบคุณครับลุง ”
“ อย่าไปทำอะไรเสี่ยงๆอีก ”
แอ็กเซลยิ้มให้กับชายกล้ามโตมีรอยฟันบริเวณดวงตา หลังจากเดินลงจากยานเขาจึงมุ่งหน้าเข้าไปในสถานีขนส่งข้ามดวงดาว
สถานีที่เขาอยู่ในตอนนี้ถูกเรียกเดอะเนส หนึ่งในสถานีอวกาศบนซากของดาวโครนอสที่แตกสลายเมื่อหลายพันปีก่อน โดยที่นี่จะเชื่อมต่อไปยังสถานีอวกาศที่ใกล้ดวงดาวที่ชื่อ โนวา (Nova) หนึ่งในดวงดาวที่ตกอยู่ภายใต้การของมนุษย์ปัจจุบัน ที่ซึ่งเป็บ้านเกิดของเขา เมื่อระบบของสถานีทั้ง 2 เชื่อมต่อกันเขาสามารถเดินทางกลับดาวโนวาได้ทันที
หลังจากเข้ามาในสถานี แอ็กเซลจึงเดินมุ่งหน้าไปยังเครื่องสร้างรูหนอน เทคโนโลยีเลียนแบบที่มนุษย์สร้างขึ้นด้วยการใช้เทคโนโลยีของอีเธอร์เอลเป็พื้นฐาน
เมื่อเลือกตำแหน่งที่เขา้าเคลื่อนย้ายทางไกล แอ็กเซลจึงเดินเข้าไปยืนในเครื่องที่เหมือนกล่องกระจกสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ พริบตานั้นเองเขาก็มีความรู้สึกราวกับว่าร่างกายกำลังยืดออกไปหลายร้อยเมตร ทันใดนั้นเองภาพด้านหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปหลังจากการย้ายเสร็จสิ้น
[ ยินดีต้อนรับสู่สถานีขนส่งดาวโนวา 001 ]
การแจ้งเตือนดังขึ้นรอบด้าน แอ็กเซลจึงเดินออกมาจากเครื่องเคลื่อนย้ายทางไกล แล้วซื้อตั๋วยานเพื่อเดินทางข้ามเมืองกลับไปยังบ้านของตนเอง
----------------------------------------------------------------
“ มันอยู่ไหน! ”
ชายสะพายดาบใหญ่กวาดตามองออกไปรอบด้าน พื้นที่ราว 100 กิโลเมตรกลายเป็ซากปรักหักพังจากการต่อสู้ของแชมเปี้ยนระดับสูง เพียงแต่คนที่นอนตายกลับมีแค่ทหาร ผู้สังหารกลับหลบหนีออกไปจากที่นี่แล้ว
“ มันหนีไปได้ครับ คนของเรากำลังตามแกะรอย อีกไม่นานก็คงจะพบว่ามันเดินทางไปที่ไหน ”
“ หา นี่พวกแกปล่อยให้คนอันตรายแบบนั้นหนีไปได้อย่างนั้นเหรอ ”
ชายสะพายดาบใหญ่พูดด้วยใบหน้าโกรธ มันพยายามเดินทางมาที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว อาชญากรที่ได้รับรายงานว่าเป็หนึ่งในผู้ที่มีค่าหัวสูงที่สุดกลับหายไป ทั้งที่ควรจะตายภายในเงื้อมมือของมัน
“ เราพยายามปิดทางหนีเขาเต็มที่แล้วครับ แต่มันมีอาวุธแปลกประหลาดหลายอย่างเกินไปทำให้หลบหนีเ้าหน้าที่ไปได้ ”
“ งั้นพวกแกก็ตามหามันต่อไป ฉันจะใช้วิธีของฉัน ”
ชายสะพายดาบส่งสัญญาณขึ้นไปยังยานรบลำใหญ่ที่บินอยู่เหนือหัว ไม่นานนักรบจำนวน 100 คนก็ได้สวมใส่ชุดสูทบินออกมาจากยานกระจายกำลังกันออกไปค้นหาอาชญากรผู้ที่มีค่าหัวสูงที่สุด พวกเขาจะต้องจับมันให้ได้ก่อนที่คนอื่นจะเข้ามาแย่งค่าหัวนี้ไป ภายใต้การค้นหาอันวุ่นวาย หนึ่งในทหารก็ค้นพบเส้นทางที่อาชญากรหลบหนี
“ หัวหน้าครับ เราพบว่ามันแอบขึ้นยานช่วยเหลือเดินทางไปที่เดอะเนส ”
“ บ้าจริง ถ้ามันหนีเข้าไปในดาวดวงใดดวงหนึ่งจบสิ้นแน่ ”.