ตื่นเช้ามาวันใหม่อย่างสดชื่นชายหนุ่มรู้สึกกระชุ่มกระชายเป็อย่างมากเขาขยับแขนขวาก็ต้องแปลกใจที่มันใช้งานได้ดีเหมือนเก่า
“เห..ยาในโลกนี้มันดีขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยหากข้ากลับไปโลกเดิมและเอายาของโลกนี้ไปประมูลขายคงรวยเละ”
ชายหนุ่มตื่นมาก็คิดเพ้อเจ้อทันทีเขาเข้าใจผิดเพราะนี่ล้วนเป็พลังจากสายเืเทพัของเขาที่สามารถดูดซับตัวยาได้อย่างเต็มที่
แค่สายเืของเขาเอาก็สามารถซ่อมแซมร่างกายตัวเองและฟื้นดูได้อย่างยอดเยี่ยมแล้วและได้กินยาเข้าไปอีกจะไม่ให้หายดีได้อย่างไร ยาเม็ดโอสถต่างๆคนทั่วไปสามารถดูดซับได้เพียง50-70 เปอร์เซ็นต์ แต่ด้วยร่างกายที่พิเศษของเขาหลิวซิงสามารถดูดซับสรรพคุณของยาได้อย่างเต็มร้อย
หลิวซิงได้เดินทางออกมาจากสำนักหงส์ฟ้าเพื่อที่จะเดินทางออกจากเมืองเขาได้เดินสำรวจและแวะชมร้านค้าและสถานที่ต่างๆตามทางใช้เวลาครึ่งวันในการเดินทางออกจากเมืองตอนนี้เขาได้ออกจากประตูหลักเมืองมาและได้มุ่งหน้าเข้าไปในป่าของเขตแดนอสูร
เมื่อเข้าไปได้ไม่ไกลนักก็พบที่ราบลุ่มมีแม่น้ำไหลผ่านและก็ได้พบกับอสูรโคแดงรูปร่างเหมือนวัวเพาะกล้ามทั่วทั้งตัวมันเป็สีแดงสูงโดยเฉลี่ยแต่ละตัวประมาณสองเมตร นันย์ตาสีดำ มีเขา อยู่รวมกันเป็กลุ่มแต่ที่แปลกคือพวกมันทั้งหมดล้วนยืนสองขา หลิวซิงซุ่มดูพวกมันอยู่ไกลๆ บางตัวก็นอนบางตัวก็กำลังกินอาหาร
บางตัวก็กินหญ้าบางตัวก็กินผลไม้ป่าหลิวซิงจ้องมองตัวนึงมันหยิบต้นไม้ใบหยักขึ้นมาเอาเข้าปากและรูดกินแต่ใบและทิ้งก้าน
“นั่นมัน..”
หลิวซิงใเล็กน้อยไม่คิดว่าในโลกนี้จะมีพืชชนิดนี้อยู่ด้วย
“มันค่อนข้างน่ากลัวทีเดียววัวมีกล้ามบึกบึนยืนสองขาถ้าได้โดนท่อนแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามของมันฟาดเข้ามีหวังคางเหลืองแน่หนึ่งตัวต่อหินิญญาหนึ่งก้อน ท่าจะไม่ง่ายซะแล้ว”
วูบบหลิวซิงเรียกมีดของเขาออกมาจากแหวนมิติพร้อมพุ่งอย่างรวดเร็วไปยังอสูรโคแดงตัวนึงที่อยู่แยกจากฝูง
ฟึบ
เขาได้เฉือนตัดผ่านลำคออสูรโคแดงจากทางด้านหลัง
ม๊อออออ
ฟู่ววเืกระเซ็นออกจากหลังคอของมันเืไหลไม่หยุด
อสูรโคแดงที่โดนเฉือนคอร้องลั่น และล้มลงไป ทำให้ฝูงอสูรโคแดงรอบๆ พากันวิ่งกรูเข้ามาหาหลิวซิง
“บ้าเอ้ยข้ากะจะสะบั้นคอมันให้ขาดในมีดเดียว ไม่คิดว่ากล้ามเนื้อที่คอมันจะหนาแบบนี้”
หลิวซิงสถบออกมาอย่างฉุนเฉียวพร้อมด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดเมื่อเห็นภาพทางด้านหน้า
“หนึ่งสอง สาม ....สิบเอ็ด....
ยี่สิบ....ยี่สิบห้า...
สามสิ....สี่....ห้าสิบตัว”
ปรากฏเม็ดเหงื่อผุดออกมาทางหน้าผากอย่างต่อเนื่องส่วนหนึ่งก็เพราะความกลัวเพราะนี่เป็ครั้งแรกที่จะต้องเห็นฝูงอสูรวัวที่มีพลังระดับกำเนิดปราณขั้นที่3-4ร่วมด้วยช่วยกันพร้อมที่จะสังหารตนและอีกส่วนนึงคือการที่รีดเร้นพลังภายในออกมาตอนนี้เขากำลังรีดเร้นเค้นปราณออกมามหาศาล
พลันเรียกมีดออกมาจากแหวนอีกหนึ่งเล่มมือทั้งสองกำมีดแต่ละอันจนแน่น
เปรี๊ยๆ วูมๆ
ออร่าสายฟ้าสีทมิฬผสานกับคลื่นลมควบแน่นและเฉียบคมกันโอบล้อมทั่วมีดทั้งสองเล่มในมือหลิวซิง
ตึกตึก ตึก
เสียงพื้นโดยรอบะเืฝูงอสูรโคแดงต่างวิ่งกันเข้ามาอย่างรวดเร็ว
หลิวซิงคำราม“ตัดวายุ”
ฟู๊ซววว คลื่นวายุสายฟ้าเป็วงเสี้ยวพระจันทร์กว้างหนึ่งเมตรกวาดผ่านออกไป
ฉึบบฉึบบ ฉึบ ผ่าทะลุร่างอสูรโคแดงไปสามร่างและคลื่นพลังก็สลายลง
ฟู๊ซววว
ฉึบฉึบบ หลิวซิง ปลดล่อย ตัดวายุออกไปอย่างต่อเนื่อง ถึงสี่ครั้ง ก็หยุดลง
ฝูงอสูรโคแดงยังไม่ทันได้ประชิดตัวของหลิวซิงก็ต้องโดนคลื่นตัดวายุคร่าชีวิตพวกมันไปยี่สิบตัว
ตอนนี้ชายหนุ่มเหงื่อไหลเต็มตัวและหอบหายใจถี่เร็วขึ้นเรื่อยๆ
“ขืนเป็แบบนี้ข้าคงเป็เหยื่อซะเองวิชาตัดวายุ สิ้นเปลืองพลังปราณเป็อย่างมาก เหลืออีกประมาณสามสิบตัวสินะคงต้องเสี่ยงกันหน่อยแล้ว ฮึบบ” หลิวซิงรวมพลัง ตัดวายุไว้ที่มีดทั้งสองแต่คราวนี้ไม่ได้ปล่อยคลื่นพลังออกไปแต่กลับรั้งไว้ที่มีดทั้งสองเล่มแทน
"ย๊าา"
เขากระโจนเข้าไปประทะกับอสูรโคแดงซึ่งๆหน้า
ม๊อออ อสูรโคแดงก็ใช้แขนที่มีแต่กล้ามเนื้อล้วนหวังที่จะฟาดใส่หลิวซิงด้วยพลังกำลังอันมหาศาลแต่ก็เชื่องช้าเช่นกันวูบ หลิวซิงหลบได้
ชวัะ ชวัะ
คราวนี้มีดนั้นคมอย่างมากตัดผ่านคอของอสูรได้อย่างสบายบางตัวยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้องก็ต้องตกตายไปโดยหัวหลุดจากตัว ตัวแล้วตัวเล่า
ในที่สุดก็ไม่เหลืออสูรโคแดงในบริเวณนี้อีกเลยมีแต่ร่างบุรุษหนุ่มที่ทั้งตัวชโลมไปด้วยโลหิตดูน่าสยดสยองท่ามกลางกองซากศพของสัตว์อสูร
หลิวซิงได้สังหารอสูรทั้งหมดเสร็จแล้วเขาก็ได้เก็บซากพวกมันทั้งหมดเข้าไปในแหวนและได้เดินไปรอบๆเก็บรวบรวมต้นกระเพรา จำนวนมากมาอีกด้วย ตอนนี้หลิวซิงร่างเต็มไปด้วยคราบเืก็ได้เดินโซเซเพื่อที่จะมุ่งหน้ากลับเมืองเพราะตอนนี้ก็ไกล้มืดค่ำเข้ามาทุกทีแต่ระยะทางกลับเมืองยังอีกยาวไกลหากเป็แบบนี้ต่อไปชีวิตเขาต้องไม่ผ่านพ้นคืนนี้ไปย่างแน่นอน
เขาเองก็ไม่ได้คิดว่าตัวเขานั้นจะต้องมาลงเอยด้วยสภาพเช่นนี้ในตอนแรกก่อนลงมือเขาคิดที่จะสังหารอสูรที่แตกฝูงออกมาทีละตัวๆและก่อนค่ำก็จะเดินทางกลับเข้าเมือง แต่แล้วทุกอย่างกลับตาลปัดเพียงเพราะความประมาทเลินเล่อที่คิดสังหารอสูรระดับสามถึงสี่ในมีดเดียวโดยไม่ให้มันส่งเสียงร้องออกมา
ถึงบริเวณนี้จะได้ฆ่าอสูรโคแดงไปจนหมดแล้วแต่นี่ก็คืออณาเขตของสัตว์อสูรแน่นอนย่อมต้องมีอสูรชนิดอื่นๆอยู่รอบๆอีกมากมาย ตอนนี้หลิวซิงแทบไม่เหลือพลังในร่างกายอีกแล้ว ซึ่งการที่ต้องหน่วงพลังของตัดวายุไว้ที่มีดตอนสู้กับอสูรโคแดงต้องใช้พลังปราณและสมาธิอย่างมากทำให้ร่างกายในตอนนี้อ่อนล้าอย่างยิ่งดวงตาซะลึมซะลือแขนขาก็แทบจะไร้เรี่ยวแรง
ฟุ๊บบ หลิวซิงหมดแรงเดินต่อได้ล้มลง
บรู๊..... เสียงสัตว์บางอย่างจากที่ไกลๆ
กลิ่นคาวเืที่โชยออกมาจากเสื้อผ้าของเขาก็ได้ส่งกลิ่นโชยออกไปไกลกลิ่นเืนี้สามารถที่จะดึงดูดเหล่าสัตว์ร้ายและสัตว์อสูรได้ดีเลยทีเดียว
หลิวซิงพึมพำออกมาอย่างแ่เบา “อ่าาาขาข้าขยับไม่ไหวซะแล้ว แบบนี้ไม่ดีแน่!! ฮ่ะๆๆ”
ฝึ่บ...แคร่ก.....
ในขณะที่ล้มนอนอยู่เขาใช้มือขุดดินิัร่างกายของเขาแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปทำให้ขุดดินได้โดยไม่ได้รับความเสียหายทางกายภาพเลยเวลาผ่านไปสักพักก็ได้ขุดหลุมขนาดพอดีตัวเสร็จเขาเอนนอนทิ้งร่างลงไปในหลุมที่ขุดไว้และใช้ดินกลบตัวเองและได้สร้างโพรงเล็กๆขึ้นมาเพื่อให้หายใจได้สะดวกหลิวซิงทำแบบนี้เพื่อ้ากลบกลิ่นคาวเืที่ตัวและมีที่นอนไว้สำหรับคืนนี้อีกด้วย
“รู้งี้ข้าฝึกมัจจุราชไร้เงา ก่อนออกมาก็คงจะดี หวังว่าต่อไปข้าคงไม่ต้องทำแบบนี้อีกแล้วนะ”เขาพลันรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้วางแผนมาได้ดีซะก่อนการล่าอสูรไม่ได้ง่ายอย่างที่เขาคิด
วิชามัจจุราชไร้เงาคุณสมบัติสามารถลบกลิ่นอายของตัวตนให้เบาลงได้ใช้เพื่อซ่อนตัวถ้าเขาได้ฝึกฝนวิชานี้ก่อนที่จะออกมาทำภารกิจก็คงไม่ต้องมาขุดหลุมนอนในเขตสัตว์อสูรแบบนี้
เช้าวันต่อมาในเขตของสัตว์อสูรหลิวซิง ก็ได้ฟื้นตัวจากอากการเหนื่อยล้าขึ้นมาบ้างชายหนุ่มได้เดินทางใช้เวลาครึ่งวันกลับมายังเมืองหยกดำมุ่งหน้าไปส่งภารกิจที่ร้านมอมอ
หลิวซิงส่งภารกิจโดยให้อสูรโคแดงไปร้านมอมอไป 40 ตัวจึงได้หินิญญามา 40 ก้อน ส่วนที่เหลืออีก 10 ตัวเขาเก็บไว้เอง และเดินทางกลับมาที่บ้านพักในตระกูลหลิว
เขานำหินิญญาออกมาดูดซับพลังงานเวลาผ่านไปั้แ่เที่ยงจรดเย็นเขาดูดซับหินิญญาไปทั้งหมด 40 ก้อน ตอนนั้นหลิวซิงรู้สึกเหมือนถูกเติมเต็มพลังปราณในจุดตันเถียนเอ่อล้นขึ้นมาและทะลวงเข้าสู่ระดับสอง
โดยที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ตัวเลยว่าหินิญญาจำนวนขนาดนี้นั้นมันมากมายเกินกว่าที่ผู้ที่อยู่ในขั้นตั้นกำเนิดลมปราณจะเอามาบ่มเพาะหลายสิบเท่านัก
"อั่ก!"
ระหว่างนั้นก็ได้มีความผิดปรกติบางอย่างเกิดขึ้นมาหลิวซิงกระอักเืออกมา และรีบตั้งสมาธิสำรวจร่างกายตัวเอง
“พลังสีทองประหลาดกำลังไหลทะลักแทรกออกมาจากภายในทะเลลมปราณในจุดตันเถียนของข้า?เกิดอะไรขึ้น”
พลังงานสีทองไม่ทราบชนิดคล้ายกับแฝงตัวอยู่ในทะเลลมปราณของเขามันไหลทะลักออกมาเรื่อยๆหลิวซิงไม่สามารถที่จะคุมมันได้
“อ๊าาาก”ชายหนุ่มกรีดร้องด้วยความเ็ปเหมือนโดนเข็มนับพันนับหมื่นทิ่มแทง
ตลอดที่พลังสีทองกำลังไหลผ่านไปยังเส้นชีพจรลมปรานมันได้สร้างความเ็ปกับหลิวซิงอย่างมากในที่ๆมันไหลไปมันได้แผดเผาทำให้เส้นชีพจรของหลิวซิงเกิดการมอดใหม้จนเสียหายอย่างรุนแรงมันกำลังไหลผ่านมาจนไกล้จะถึงดวงตา มันไหลเร็วขึ้นๆ
เมื่อรับรู้ว่าพลังงานสีทองกำลังไหลเข้ามาไกล้ดวงตาเขาก็ตระหยกอย่างมาก “ ไม่นะอย่ามา”
หลิวซิงใสีหน้าเปลี่ยนขาวซีดเหงื่อผุดไหลออกมาไม่หยุด
เขารีบบังคับปราณในทะเลลมปราณเพื่อไปสกัดกั้นพลังสีทองอย่างสุดความสามารถ
“ทำไมๆมันเกิดบ้าอะไนขึ้นกับข้า..”
แต่ก็ไม่เป็ผล
"ไม่นะม่ายยยยย"
ปราณในทะเลลมปราณที่ส่งไปยับยั้งพลังสีทองก็ได้ถูกพลังสีทองกลืนกิน
"ว๊าาาากกกกกกกกกก"
เขาร้องออกมาดังลั่นด้วยความเ็ป สองมือกุมดวงตาเขานอนเกลือกกลิ้งทุรนทุรายที่พื้นด้วยความเ็ปที่ยากเกินจะทนไหว
มีเืสดๆไหลออกมาจากหูจมูกและดวงตาทั้งสอง เมื่อพลังงานสีทองได้ทำลายเส้นชีพจรลมปราณและดวงตาแล้วมันก็กลับไปสงบอีกครั้งในทะเลลมปราณตอนนี้เส้นชีพจรลมปราณในร่างกายของหลิวซิงได้ถูกเผาไหม้ทำลายไป
ต่อให้เขาหายดีแค่เส้นชีพจรเสียหายแบบนี้ก็จะกลายเป็คนไร้พลังหรือไร้วรยุทธใดๆอีกเลยไม่อาจจะเคลื่อนปราณได้อีกต่อไป
อาถงบ่าวรับใช้ที่อยู่ในที่ไกล้ๆได้ยินเสียงร้องก็แตกตื่นรีบวิ่งเข้าบ้านมาดูอย่างรวดเร็ว
“คุณชายเป็อะไรคุณชายใครทำท่านเป็แบบนี้โฮ โฮ... รอก่อนนะคุณชายอดทนไว้ข้าจะรีบไปตามท่านผู้นำมาดูอาการของท่านนะ”
อาถงเห็นสภาพของหลิวซิงก็น้ำตาไหลรินออกมาด้วยความสงสารเพราะอาถงได้คอยดูแลรับใช้คุณชายหลิวมาั้แ่ยังเยาว์วัยอาถงได้รีบไปหาท่านผู้นำตระกูลหลิวชุนเหลียง
อาถงแตกตื่นวิ่งเข้ามายังตำหนักหลักของตระกูล
“ท่านผู้นำท่านประมุข แย่แล้ว คุณชายหลิวเขา..”
“อาถงมันเกิดอะไรขึ้นค่อยๆพูด”หลิวชุนเหลียงพยายามให้อาถงสงบจิตสงบใจก่อน
“คุณชายกำลังนอนทรมานอยู่ในห้องมีโลหิตไหลออกจากหูตา จมูก”
“อะไรนะ!ข้าไปดูเดี๋ยวนี้ ส่วนเ้ารีบไปตามหมอมาเร็ว”
หลิวซิงที่ได้รับควมเ็ปอันแสนจะสุดบรรยายอยู่สติของขาก็ได้เลือนรางจนหมดสติลง
เมื่อหลิวชุนเหลียงมาถึงเห็นหลิวซิงอยู่ตรงหน้าก็ได้รีบเข้าไปช้อนประคองเข้ามาในอ้อมแขนที่เหี่ยวย่นของเขาอย่างแ่เบาจิตใจสั่นสะท้านเต็มไปด้วยความกลัว กลัวว่าหลานชายของเขาจะต้องเป็อะไรไป
“ซิงเอ่อร์ทำไมเ้าถึงเป็แบบนี้ อ๊าใครทำเ้า ใคราทำ อ่า ม่ายย”หลิวชุนเหลียงเห็นสภาพหลิวซิงเขาทำใจไม่ได้ ภาพตรงหน้าพลันเลือนลางดวงตาเอ่อล้นน้ำตาออกมา
ไม่นานนักอาถงกับหมอาุโในตระกูลก็มาถึง
“หมอโปรดช่วยหลานของข้าด้วย”
หมอก็ได้เข้ามาตรงจับชีพจรของหลิวซิงและได้ถ่ายพลังปราญลงไปสำรวจร่างกาย
สีหน้าของหมอเปลี่ยนไปและมองไปยังหลิวชุนเหลียง
“เป็ยังไงบ้างท่านหมอพอจะช่วยได้หรือไม่”
“ท่านผู้นำเขาเพียงหมดสติไปเพราะความเ็ปที่เกิดจาก..” หมอเสียงตะกุกตะกักและพูดต่อด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เส้นชีพจรลมปราณไหม้เสียหายอย่างรุนแรงดวงตาทั้งสอง....ถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์โดยมิอาจที่จะรักษาได้”