ขณะที่แถบชายแดนทางตะวันออกของแคว้นเหลียงกำลังจะมีการเผาบ้านกันเกิดขึ้น ที่ใจกลางแคว้นเฉิงฮั่นยามนี้ก็เต็มไปด้วยเพลิงปะทุเช่นกัน หากแต่เป็เพลิงราคะที่ถูกโหมกระหน่ำจากชายหญิงคู่หนึ่ง
“เสด็จพี่ อื้ออ” เสียงหวานใสขาดหายเพราะโดนริมฝีปากหยักฉกลงมากลืนกินจนนางต้องกลืนคำท้วงลงคอ ลิ้นหนาอุ่นร้อนล่วงล้ำเข้าไปกอบโกยน้ำหวานแสนอร่อยอย่างเอาอกเอาใจ เขาขบเม้มทั้งริมฝีปากบนและล่างจนนางถึงกับน้ำตาคลอ ไม่ว่ากี่ครั้งนางก็ยังไม่ชินกับเื่เช่นนี้เสียที
“ฟางฟาง” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกไท่จื่อเฟยรักอย่างหลงไหล ยามปกตินางดูห้าวหาญ ซุกซน แต่พอยามอยู่บนเตียงกับเขานางจะแปลงกายเป็เด็กน้อยที่บอบบางและอ่อนแอน่ารังแกยิ่ง
“อื้ออ มากกว่านี้ อึก ไม่ได้นะเพคะ” จิ้นฟางจิง องค์หญิงใหญ่แห่งแคว้นเหลียงซึ่งบัดนี้ได้แต่งงานมาเป็ไท่จื่อเฟยแห่งแคว้นเฉิงฮั่นเป็เวลากว่า 1 ปีแล้ว เอ่ยท้วงการกระทำที่พระสวามีเริ่มรุกล้ำบุปผางามของตน
“ไม่ต้องกังวล พี่ปรึกษาหมอหลวงแล้ว” ใบหน้านวลแดงก่ำราวกับผลผิงกั่วสุก (แอปเปิ้ล) อยากจะตีอีกฝ่ายยิ่งนัก เอาเื่เช่นนี้ไปปรึกษาท่านหมอหลวงได้เช่นไร!
“เ้ามีอายุครรภ์ได้ 4 เดือนแล้วและค่อนข้างแข็งแรงมาก ดังนั้นพี่สามารถเข้าหอกับเ้าได้ แค่ไม่กระทำรุนแรงจนเกินไป” ไท่จื่อหนิงหวงผู้ยามปกติพูดน้อยแทบนับคำได้ แต่ยามนี้กลับอธิบายอย่างละเอียดจนคนตัวเล็กอยากจะมุดหนีลงดินให้รู้แล้วรู้รอด
“แต่ว่า- อ๊ะ” ประโยคที่กำลังจะเอื้อนเอ่ยปลิวหายไปเพราะยอดอกสีสวยถูกดูดดึงจนร่างบางต้องแอ่นรับัันั้นด้วยความเสียวซ่าน
เมื่อเห็นว่าตนสามารถหลอกล่อภรรยารักได้แล้วจึงเร่งรุกคืบต่อเพื่อไม่ให้ไท่จื่อเฟยของเขาได้ไหวตัวทัน มือหนาลูบไล้ไปตามผิวกายเนียนละเอียดขาวผ่องซึ่งบัดนี้เป็จ้ำสีแดงประปราย ความหิวกระหายที่ต้องอดทนกว่า 3 เดือน ทำให้ชายหนุ่มไล้เลียดอกบัวคู่งามอย่างคิดถึง ั้แ่หมอหลวงตรวจพบว่านางตั้งครรภ์ เขาก็โดนสั่งห้ามเข้าหอกับนางจนกว่าจะอยู่ในระยะปลอดภัย เ้าหมอหลวงน่าตายนั่นยังพูดอีกว่า
‘พระองค์มีทั้งชายารองถึง 2 คน อนุชายาอีก 2 คน ก็เวียนไปหาพวกนางแทนแล้วกัน’
มารดามันเถอะ! ถ้าไม่ติดว่าหมอหลวงผู้นี้คือเพื่อนสนิทของเขาแล้วล่ะก็ เขาจะลากมันไปลงโทษเสียให้เข็ด!! ทั้งๆ ที่มันก็รู้ว่าเขาลงนามในสัญญา ‘หลักประกัน’ เอาไว้…
ข้าจูหนิงหวง ยามนี้เป็ไท่จื่อแห่งแคว้นเฉิงฮั่น้าแต่งงานกับจิ้นฟางจิงซึ่งยามนี้เป็องค์หญิงใหญ่แห่งแคว้นเหลียง ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะมีนางที่เป็ภรรยาเพียงคนเดียวไปจนชั่วชีวิตและจะแต่งตั้งให้นางเป็ฮองเฮาในอนาคต ส่วนภรรยาคนอื่นจะเป็เพียงภรรยาในนามเท่านั้น หากวันใดที่ข้าผิดสัญญา จิ้นฟางจิงสามารถหย่าขาดจากข้าได้โดยไม่ผิดธรรมเนียมใดๆ นอกจากนี้ถ้ามีบุตรธิดาก็สามารถนำบุตรธิดาจากไปพร้อมตนเองได้ด้วยเช่นกัน
ยามนึกถึงสัญญาที่ในอดีตตนได้ลงนามไว้ร่างสูงโปร่งพลันขนลุกเกรียวจนเกือบชะงักกิจกรรมที่ตนทำอยู่ หากแต่ความเร่าร้อนที่กลางกายยังทำให้เขาต้องลงมือกลืนกินคนรักในวันนี้ให้ได้ เมื่อกล่าวถึงสัญญานั่นไท่จื่อหนิงหวงพลันนึกไปถึงคนต้นคิดที่มาเสี้ยมสอนภรรยาของเขา…ยามนี้ได้ข่าวว่าหญิงสาวนางนั้นได้ขึ้นเป็ฮองเฮาแห่งแคว้นเหลียงเป็ที่เรียบร้อย อีกทั้งยังให้กำเนิดัแฝดแก่ราชวงศ์จิ้นเสียด้วย
คิดมาถึงตรงนี้มือหนาพลันลูบไล้วนเวียนอยู่ที่หน้าท้องนูน ความรู้สึกอบอุ่นสายนึงพลันผุดขึ้นมา ริมฝีปากหยักที่ครองครองอกอิ่มเลื่อนลงมาจุมพิตหน้าท้องภรรยาอย่างอ่อนโยน ดวงตาที่เคยเฉยชาฉายชัดถึงความปลื้มปิติ
“แฮ่ก เสด็จพี่” เสียงหวานแหบพร่าเรียกสติคนฟุ้งซ่านให้เงยขึ้นมาสบตา ใบหน้าจิ้มลิ้มขึ้นสีเพราะความ้าที่ถูกจุด ริมฝีปากบางบวมเจ่อจากการขบเม้ม ดวงตาหงส์คลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำใส ท่าทางราวกับตุ๊กตากระเบื้องที่ชวนให้ทนุถนอมทำเอาใจแกร่งสั่นไหวทุกครั้ง
“หืม ้าอะไรรึไท่จื่อเฟยของพี่” นิ้วหยาบถูไถวนเวียนที่ช่องทางนุ่มซึ่งฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวาน นึกถึงคืนเข้าหอในวันแต่งงานลำคอของเขาก็แห้งผากทันที ไวเท่าความคิดใบหน้าคมสันก็จดจ่ออยู่ที่กลางกายสาวเสียแล้ว
“อ๊าาาา” หญิงสาวครวญครางแทบสุดเสียงเมื่อติ่งเกสรของนางโดนขบเม้มและดูดดึงจนร่างกายนางชาไปทุกส่วน
“หวาน” เสียงเฉอะแฉะน่าอายดังไปทั่วห้องบรรทมในตำหนักหลัก จูหนิงหวงโหยหาดอกไม้งามเบื้องหน้าจนแทบอดใจไม่ไหว เขาอ่านร่างกายของนางออกหมดทุกอย่าง รู้ว่านางชอบให้ััตรงไหน เขารับรู้ได้ถึงลมหายใจและเสียงครางของนางที่กำลังกระชั้นถี่ขึ้นมาเรื่อยๆ
“น้องจะไม่ไหวแล้วเพคะ” จิ้นฟางจิงเว้าวอนอย่างน่าสงสาร คนตัวโตกระตุ้นนางไปทุกส่วนจนนางแทบเสร็จสม แต่พอนางใกล้ถึงขอบ์เขากลับขยับช้าลงเหมือนจงใจกลั่นแกล้งนางเสียอย่างนั้น
“หึหึ เ้า้าสิ่งใดเล่า” รอยยิ้มเ้าเล่ห์ชวนมองพาให้คนใต้ร่างอยากจะลุกมาข่วนหน้างามๆ นั่นให้สาแก่ใจ หากแต่ยามนี้ความปรารถนามันมากเกินกว่าที่นางจะยอมให้เขาหยุดมือ
“น้อง้าเสด็จพี่ อื้ออออ” ทันทีที่ได้ยินคำเชิญชวนจากคนขี้อายเขาก็ค่อยๆ สอดใส่แท่งหยกร้อนระอุของตนเองเข้าไปในกายนางด้วยความเอาแต่ใจ ถ้าไม่ติดว่านางกำลังอุ้มท้องบุตรของเขาอยู่ล่ะก็…เขาคงจะโจนทะยานจ้วงแทงนางเหมือนทุกคราไปแล้ว
“อ๊ะ อื้มมม” เสียงครางหวานถูกเปล่งออกมาราวกับลูกแมวน้อย เขาชอบรังแกนางให้นางพูดจาน่าอายออกมาตอนที่ร้องขอจากเขา ชอบที่จะเห็นนางขวยเขินยามเขากล่าวเอาใจนาง นางในตอนปกติยามกลางวันและในตอนอยู่บนเตียงกับเขายามกลางคืนช่างแตกต่างจนเขาลุ่มหลง
“ซี๊ดด ฟางฟาง” แท่งทวนอันใหญ่ขยับเข้าออกเนิบนาบตามคำแนะนำของเพื่อนสนิทผู้ดำรงตำแหน่งหมอหลวง เขาพยายามสุดความสามารถที่จะไม่อัดกระแทกเข้าไปจนมิดลำ
“อ๊า เสด็จพี่ เสด็จพี่” เ้าตัวน้อยรู้สึกทรมานเมื่ออยากให้ชายหนุ่มเร่งให้มากยิ่งขึ้น
“เรียกพี่ เหมือนที่เ้าเคยเรียกสิ ยอดรัก” ไท่จื่อหนิงหวงเร่งเอวสอบให้รุกเข้าออกยิ่งกว่าเดิม จุดที่ร่างบางชอบให้เขากระแทกกระทั้นเขาก็จัดการให้นางอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
“หนิงหวง หนิงหวง อ๊ะ” ดวงตาคู่สวยพร่ามัวไปด้วยม่านน้ำ ความสุขสมที่ได้รับการปรนเปรอพานางพวยพุ่งจนถึงจุดสูงสุด เล็บมือทั้งสิบจิกทึ้งลงไปบนไหล่กว้างเพื่อระบายความเสียวซาบซ่าน
“เด็กดี อีกนิดนะ” แรงกระตุกด้านในบีบรัดจนชายหนุ่มต้องเร่งให้เร็วขึ้นอีกนิด
“อื้ออ อ๊ะ อ๊ะ อ๊า”
“ฮึ่ม”
ยิ่งเร่งเร้ายิ่งเสียวกระสัน เสียงครางของคนรักยิ่งพาให้เขาสติกระเจิง ท้ายที่สุดก็ตอกตัวตนเข้าไปจนมิดสุดด้ามโคนจนชิดพุ่มขนอ่อน แนบสนิทในช่องทางรักแล้วปลดปล่อยเพลิงราคะที่สะสมมาเนิ่นนานเข้าไปด้านในจนหมดทุกหยาดหยด
เสียงหอบดังอยู่ชั่วครู่ก่อนที่คนตัวโตจะถอนแก่นกายของตนออกมาช้าๆ แม้มันยังคงแข็งขืนราวกับจะบอกว่าครั้งเดียวมันไม่พอ หากแต่ใบหน้าชื้นเหงื่อที่ดูซีดเซียวของภรรยาทำให้เขาต้องหักใจไปนำอ่างน้ำและผ้ามาเช็ดทำความสะอาดร่างกายให้อีกฝ่าย
“น้องลุกไปล้างตัวเองก็ได้นะเพคะ” จิ้นฟางจิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า นางรู้ดีว่าผู้เป็พระสวามีคงยังกินไม่อิ่ม แต่นางก็ไม่ไหวแล้วเช่นกัน
“ไม่เป็ไร พี่ทำเ้าเหนื่อย” แค่อาการแพ้ท้องของนางก็มากพออยู่แล้ว เขายังเอาแต่ใจกลืนกินนางอีก ดังนั้นเขาควรดูแลนางให้ดีที่สุด
.......................................................................................
/ยื่นทิชชู่ให้กับรี๊ด
เอาไท่จื่อหนิงหวงมาเสริ์ฟค่า เผื่อว่าจะมีเหล่าแม่ยกของไท่จื่อรออยู่~