ตอนที่ 3 - พยาบาล (จำเป็) กับผู้พันขี้โมโห
พันเอกราชไพศาลผู้เชี่ยวชาญในการวางแผนรบ กำลังครุ่นคิดหาวิธีเอาตัวของณธิดามาเป็พยาบาล (จำเป็) ประจำตัว และเขาควรจะทำอย่างไรดีหนอที่จะไม่ให้ใครสงสัยว่าเป็เขาที่้าตัวเธอ ต้องเป็งานอะไรสักอย่างที่มีเพียง “น้องดา” คนเดียวเท่านั้นที่ทำได้
ผู้พันราชเดินไปเดินมาเพื่อใช้ความคิดอยู่สักพักก็คิดแผนเด็ดออก...ไม่ชักช้าเสียเวลา ผู้พันหนุ่มนักวางแผน (จีบเด็ก) ก็ลงมือปฏิบัติการทันที
ณ ห้องผู้อำนวยการโรงพยาบาล พันเอกอนุกูล สุนทรพิทักษ์ โรงพยาบาลค่ายทหาร
“งานยุ่งไหมครับพี่หมอ” ผู้พันราชเรียกผู้อำนวยการโรงพยาบาลว่า “พี่หมอ” เพราะยศเท่ากันและอีกฝ่ายก็อายุมากกว่า
“มันก็ยุ่งได้ทั้งปีนั่นแหละ แล้วผู้พันราชล่ะเป็ยังไงบ้าง? เด็กๆของพี่ ดูแลเอาใจใส่คนไข้วีไอพีเป็อย่างดีรึเปล่า” คุณหมอวัยกลางคนแปลกใจไม่น้อยที่บุตรชายคนเดียวของผู้บัญชาการทหารบกเข้ามาพบถึงที่ทำงาน เพราะหลายเดือนที่ผ่านมา ผู้พันอนุกูลเสียอีกที่ต้องไปเยี่ยมคนไข้กิตติมศักดิ์ของโรงพยาบาลถึงห้องพัก แสดงว่าต้องเป็เื่ที่สำคัญมากทีเดียว
“ครับดีมาก ผมมาพบพี่วันนี้ก็เพราะอยากจะขออาสาสมัครที่พูด อ่าน และก็เขียนภาษาอังกฤษได้มาช่วยแปลหนังสือแล้วก็อ่านให้ผมฟังด้วย ผมซื้อหนังสือไว้หลายเล่มก่อนจะไปประจำที่ภาคใต้ ตอนนี้มีเวลาแล้วก็อยากจะอ่านให้หมดทุกเล่ม แล้วก็คงจะใช้เวลานานกว่าจะเสร็จ ผมเลยอยากจะขอตัวอาสาสมัครไปประจำที่ห้องพักของผม”
“อาสาสมัครที่เก่งภาษาอังกฤษเหรอ?” ผู้พันอนุกูลทำท่าครุ่นคิด “ก็มีอยู่คนเดียว...หนูดาไง”
“พี่หมอรู้จักน้องดาด้วยเหรอครับ” ผู้พันสุดหล่อสงสัย
“ยิ่งกว่ารู้จักซะอีก พี่สาวของหนูดาเป็ผู้กองแล้วก็เคยเป็พยาบาลอยู่ที่นี่ เธอก็สนิทกับครอบครัวพี่ด้วย และพี่ก็เห็นหนูดาั้แ่สมัยเรียนมัธยม พอปิดเทอมทีก็มาอยู่กับพี่สาว เป็เพื่อนเล่นของลูกๆพี่ ตอนนี้หนูดาก็พักอยู่ที่บ้านพี่ด้วย” คนท้าวความหยุดพูดอยู่หนึ่งอึดใจ “แสดงว่าผู้พันเจอตัวหนูดาแล้วสิ”
“ครับ เมื่อไม่กี่วันก่อน ถ้ายังไงพี่หมอช่วยเป็ธุระให้ผมหน่อยนะครับ”
“ได้สิ เดี๋ยวเย็นนี้กลับบ้านแล้วพี่จะถามหนูดาให้นะ” คนาุโรับปาก
“ขอบคุณมากครับพี่หมอ...ให้เธอเริ่มงานพรุ่งนี้เช้าเลย หมดเื่แล้ว...ผมขอตัวก่อนนะครับ”
มาถึงก็สั่งเอา สั่งเอา ตกลงใครเป็ผู้อำนวยการกันแน่
ผู้อำนวยการตัวจริงได้แต่ส่ายหน้า
ณธิดาพักอยู่ที่บ้านของผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายทหาร และเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าจะเดินทางกลับไปต่างประเทศ
ทั้งพันเอกอนุกูลและพันตรีหญิงหทัยรัตน์ภรรยารู้จักกับร้อยเอกหญิงแก้วตา พี่สาวของณธิดา เมื่อครั้งที่เธอทำงานประจำอยู่โรงพยาบาลค่ายแห่งนี้ และพี่สาวของณธิดาได้ขอร้องให้คนทั้งสอง ช่วยดูแลน้องสาวคนเดียวตอนที่เธออยู่เมืองไทย
เย็นนี้ณธิดารับอาสาเป็แม่ครัวหัวป่า เพราะเธอชอบทำอาหาร และถือว่าเป็หนึ่งในงานอดิเรกของเธอด้วย
“ฝีมือทำกับข้าวของดา พอจะทานกันได้ไหมคะ?” เอ่ยถามพร้อมกับรอยยิ้มมั่นใจในความสามารถของตนเอง
“อร่อยมากเลย หนูดาไปเรียนทำกับข้าวมาจากไหน?” พันเอกอนุกูลถามพรางตักปลานิลสามรสให้ภรรยา
“จริงรึเปล่าคะพี่หมอ ไม่ได้หลอกให้ดาดีใจเล่นนะ” ถามย้ำทั้งๆที่รู้ว่าใครๆที่ได้ลิ้มรสอาหารที่เธอทำแล้วต้องติดใจไปทุกราย
“จริงสิ ทำกับข้าวอร่อยแบบนี้ พอหนูดากลับไปแล้ว พี่หมอต้องคิดถึงฝีมือทำกับข้าวอร่อยๆของเราแน่” คนสูงวัยเอ่ยชมพร้อมกับฉีกยิ้มสดใส
“พี่หมอกำลังบอกว่าฝีมือทำกับข้าวของรัตน์ไม่ได้เื่เหรอคะ?” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ
“พี่ไม่ได้พูดซักคำ รัตน์อย่างอนเลยนะ” เ้าของบ้านเห็นบรรยากาศไม่ดีจึงรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“หนูดา หนูเจอกับผู้พันราช...พันเอกราชไพศาลแล้วใช่ไหม?”
“คะ?” คนถูกถามเกือบจะสำลัก “ค่ะ เจอกันแล้ว” เธอก้มหน้างุดพยายามไม่ให้ใครจับได้ถึงความรู้สึกของตนเอง เพราะตอนนี้เธอรู้สึกถึงใบหน้าที่ร้อนวูบวาบ ได้แต่โทษคนไข้วีไอพีคนนั้นที่ทำให้เธอควบคุมตนเองไม่ได้
สองสามีภรรยาลอบมองอยู่เงียบๆ ได้แต่สบสายตากันเป็เชิงถามว่าคู่นี้คงจะไม่ใช่เพียงแค่คนรู้จักกันธรรมดาเสียแล้ว
“พี่หมอมีเื่อยากจะขอร้องหนูดาหน่อย...คือผู้พันราช้าคนไปช่วยแปลหนังสือ พี่หมอว่าเราน่ะถนัดงานนี้ที่สุด อีกอย่างหนูดาก็คุยเก่งไปเป็เพื่อนคุยผู้พัน เค้าจะได้หายเหงา เพราะมีเด็กอย่างหนูดา พี่ว่าคงช่วยได้เยอะ” พันเอกอนุกูลขอร้องอาสาสมัครสาวน้อยพร้อมกับยัดเหยียดหน้าที่ ‘เพื่อนคุย’ ไปด้วย
“เอาเป็ว่าตกลงนะหนูดา อนาคตของโรงพยาบาลค่ายขึ้นอยู่กับหนูคนเดียว...ไม่มีอะไรกดดัน...ไม่มีแม้แต่น้อย” คนาุโกว่ากล่าวติดตลก
“ถ้าเกิดผู้พันราชไม่พอใจหรือว่าโมโหอะไรดา...แล้ว...แล้วดาไม่แย่เหรอคะ?”
ถึงแม้ณธิดาจะพบกับพันเอกราชไพศาลเมื่อสามวันก่อน และการพบกันครั้งนั้นนับได้ว่าดีมาก เกินความคาดหมาย และเธอก็ลดความหวาดกลัวในตัวเขาไปบ้าง แต่ก็อดจะกังวลไม่ได้ เพราะกิตติศัพท์ผู้พันหนุ่มในเื่โกรธง่าย โมโหร้ายนั้นดังกระฉ่อนไปทั่วทั้งโรงพยาบาล
“ไม่มีหรอก เื่ไม่พอใจน่ะ ผู้พันอาจจะดีใจจนพูดไม่ออกไปเลยก็ได้”
เื่นี้เขามั่นใจเพราะณธิดาเป็สาวน้อยร่าเริง สดใส ใครที่รู้จักเธอต่างก็ให้ความรักและความเอ็นดูกันทุกคน
“น่า...เชื่อพี่หมอนะตกลงตามนี้ แล้วพรุ่งนี้เช้าหนูดาก็เริ่มทำงานที่ห้องวีไอพีของผู้พันราชเลย เอาตามนี้แหละ”
ณธิดารู้สึกว่าตนเองเหมือนถูกมัดมือชก ครั้นจะปฏิเสธก็เกรงใจพี่หมอ แต่เื่ที่เธอเป็กังวลมากที่สุดไม่ใช่กลัวโดนดุ แต่เป็เื่ที่จะต้องอยู่ใกล้ชิดกับผู้พันราชสองต่อสองในห้องพักคนไข้ทั้งวัน แล้วอย่างนี้เธอจะห้ามใจตัวเองไม่ให้หวั่นไหวไปกับผู้พันสุดหล่อคนนั้นได้อย่างไร
“มองฟ้าคราใดหัวใจแทบพัง ไม่อยากจะฟังเสียงนกหวีดดังวิ่งชนกันโครม โดน แทบดินฟ้าถล่ม บ้างนอนเกลือกกลิ้งโคลนตม ปวดร้าวระบมทั่วทั้งกายา...”
(เพลง - ลาน้องสองปี)
เสียงร้องเพลงของพลทหารฝึกใหม่วิ่งออกกำลังกายตอนเช้า ขับขานเพลงลูกทุ่งยอดนิยมดังก้องไปทั่วทั้งโรงพยาบาลค่ายทหาร
ณธิดาจำได้ว่าตอนที่ร้อยเอกหญิงแก้วตา พี่สาวของเธอทำงานเป็พยาบาลประจำค่ายแห่งนี้ ตอนนั้นเธอปิดเทอมจึงมาอยู่กับพี่สาวเป็เวลาหลายวัน และนั่นนับเป็ครั้งแรกของหญิงสาวที่ได้เห็นทหารวิ่งออกกำลังกายตอนเช้าพร้อมกับเสียงร้องเพลงปลุกใจ
เธอตื่นเต้นเป็อย่างมาก เพราะถึงคุณพ่อจะเป็นายทหารตำแหน่งสัสดี แต่สายงานของสัสดีนั้นประจำอยู่ที่ที่ว่าการอำเภอหรือที่จังหวัด ไม่ใช่ค่ายทหารเหมือนทหารส่วนใหญ่
ณธิดาจำได้ว่าคุณพ่อนั้นหัวเราะขบขันกับท่าทางตื่นเต้นจนเกินเหตุของเธอ และนั่นก็นับเป็ความทรงจำในวัยเยาว์ของณธิดาที่เกี่ยวทหารในค่าย
วันนี้เธอตั้งใจตื่นเช้าเป็พิเศษเพราะเป็วันแรกที่ต้องไปรับมือ เอ๊ย! ดูแลพันเอกราชไพศาลที่ห้องวีไอพีของโรงพยาบาล ถึงแม้จะใช้เวลาปั่นจักรยานจากบ้านพักของผู้อำนวยการไปยังโรงพยาบาลแค่ห้านาทีเพราะอยู่ในบริเวณเดียวกัน แต่ณธิดาก็อดที่จะตื่นเต้นเป็พิเศษไม่ได้ สาเหตุก็เพราะ ‘เขา’ คนนั้น
เช้านี้อากาศสดชื่นดีจริงๆ ขอให้ทุกอย่างเป็ไปด้วยความราบลื่นเถอะ
เธอภาวนาอยู่ในใจขณะที่ปั่นจักรยานคันเก่งออกจากบ้านพักมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาล พอจอดรถจักรยานเรียบร้อยแล้วเธอก็เดินตรงไปยังห้อง 304 ห้องพักของผู้พันราช
เสียงจ้อแจ้ฟังไม่ได้สรรพของไทยมุงประมาณสิบกว่าคนดังอยู่ด้านข้างหน้าห้องของผู้พันมาดเข้ม แต่เสียงที่ดังกว่าคือเสียงของเ้าของห้องที่โวยวายอยู่กับใครสักคน ณธิดาใจหายวาบ อย่าบอกนะว่าเขา ‘ของขึ้น’
“เกิดอะไรขึ้นคะ?” เธอเอ่ยถามหนึ่งในบรรดาไทยมุง
“ผู้พันราชน่ะสิ ไม่พอใจอาหารของโรงพยาบาล โมโหมาก ถึงกับเรียกตัวหัวหน้าพ่อครัวมาพบด่วน ดูสิเขากลัวจนตัวสั่นไปหมดแล้ว” ได้ยินดังนั้นณธิดาก็ขอความกรุณาบรรดาไทยมุงทั้งหลาย ซึ่งไม่มีใครกล้าเข้าไปเผชิญหน้ากับผู้พันจอมวีน ให้สลายตัวไปโดยเร็ว ยิ่งถ้าผู้พันขี้โมโหรู้ว่ามีไทยมุงแอบดูอยู่เื่มันก็จะไปกันใหญ่
เธอควรจะแก้ไขสถานการณ์นี้อย่างไรดี?
ผู้พันอารมณ์ร้ายยังไม่ยอมหยุดเกรี้ยวกราดหัวหน้าพ่อครัวสักที
“คุณทำงานประสาอะไรเหอะ! เป็พ่อครัวซะเปล่า! รสชาติไม่ได้เื่อย่างงี้ใครจะไปกินลง!” เสียงมีอำนาจของเขา ตะคอกหัวหน้าพ่อครัวดังลั่น ดังก้องไปทั่วทั้งชั้น
“พ่อครัวบ้านฉันยังทำอาหารอร่อยกว่านี้หลายเท่า!”
โธ่...ผู้พันขา...พ่อครัวบ้านผู้พันคงมาจากภัตตาคารห้าดาวแล้วมั้งคะ อาสาสมัครสาวน้อยโอดครวญในใจ
ณธิดาต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ไม่เช่นนั้นคนไข้จะแตกตื่นกันไปใหญ่ เธอสงสารหัวหน้าพ่อครัวคนนั้นเหลือเกิน ด้วยความขี้สงสารมีมากกว่าความกลัว หญิงสาวจัดการสูดลมหายใจเข้าปอดเต็มที่พร้อมกับสาวเท้าเดินเข้าไปในห้อง
อาสาสมัครสาวน้อยกระซิบบอกหัวหน้าพ่อครัวให้ไปทำงานต่อ เธอจะจัดการทางนี้เอง เขาหันมาขอบอกขอบใจณธิดาเป็การใหญ่
ผู้พันหนุ่มไม่รู้ว่าสาวน้อยอาสาสมัครเข้ามาในห้องั้แ่เมื่อไหร่ แต่เขาจดจำกลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเธอได้แม่นยำ จึงเอ่ยขึ้น
“น้องดาเหรอ?” คนถามเอียงคอฟังอย่างตั้งใจ พลางใช้มือคลำขอบโต๊ะ นั่งลงบนโซฟากลางห้อง เขาอยู่ที่นี่มาเป็เวลากว่าหกเดือนแล้ว จึงจำได้ว่าอะไรอยู่ตรงไหนและของใช้ทุกอย่างต้องวางไว้ตรงตำแหน่งเดิมทุกครั้ง โยกย้ายไม่ได้เด็ดขาด คนที่ดูแลทำความสะอาดห้องพัก จึงต้องเป็คนที่ละเอียดและความจำแม่น ตอนนี้ณธิดาจะดูแลเขาอย่างเต็มตัว ผู้พันราชตั้งใจว่าจะยกหน้าที่นี้ให้เธอทำแทน
“ค่ะ ดาเอง อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่ราช พี่ยังไม่ได้ทานอะไรเลยเหรอคะ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย ผู้พันหนุ่มรู้ตัวว่าณธิดาคงเห็นตอนที่เขาดุหัวหน้าพ่อครัว เ้าตัวจึงทำหน้าแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เสียภาพพจน์ดีๆของเขาหมด
ผู้พันราชไม่อยากให้เธอได้เห็นนิสัยแย่ๆของเขาเลย จะว่าไปก็มีค่อนข้างเยอะเสียด้วย ก็ช่วยไม่ได้ก็คนมันโมโหหิว ก็เลยลืมไปเสียสนิทว่าเธอเริ่มงานแปลหนังสือตามที่เขาแอบอ้างวันนี้
“ตอนแรกพี่ก็หิวอยู่หรอก...แต่พอทานข้าวของโรงพยาบาลไปได้คำเดียว...มันก็หายอยากเลย” คนอย่างนี้ก็มีด้วย ถ้าอยากได้อาหารรสเลิศทำไมไม่ไปใช้บริการโรงพยาบาลเอกชน มารักษาตัวที่โรงพยาบาลค่ายนี้ให้มันยุ่งยากทำไม...แล้วก็ลำบากคนอื่นด้วย เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ
“คนขับรถพี่เขามีธุระด่วน ปกติเขาเป็คนไปซื้อกับข้าวมาจากร้านอาหารในเมือง”
ณธิดาก็ถึงบางอ้อ เป็อย่างนี้เอง คนอย่างเขาคงไม่มานั่งทานอาหารของโรงพยาบาลให้เสียอารมณ์
“เดี๋ยวดาเอาน้ำเย็นๆมาให้...จะได้ใจเย็นลง” พยาบาลส่วนตัวเดินไปเปิดตู้เย็น เทน้ำเย็นเฉียบในขวดลงแก้วใสสะอาด เสร็จแล้วจึงเดินกลับมาโน้มตัวลงยื่นแก้วน้ำให้เขา ซึ่งมันใกล้เสียจนผู้พันหนุ่มได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆของหญิงสาว เขาจึงแอบสูดกลิ่นหอมๆนั้นเข้าเต็มปอด มันช่วยให้อารมณ์ร้อนๆของผู้พันขี้โมโหเย็นลงทันที
“พี่ราชรอดาแป๊บนึงนะคะ เดี๋ยวดาจะไปหาอะไรมาให้พี่ทาน...รับรองว่าคราวนี้อร่อยถูกใจพี่ราชแน่นอน ดารับประกันได้เลย” ไม่ทันที่ผู้พันหนุ่มจะเอ่ยตอบ พยาบาลจำเป็รีบเดินแกมวิ่งออกไปทันที
โชคดีเหลือเกินที่เมื่อเช้านี้เธอตื่นเช้ากว่าปกติจึงมีเวลามากพอที่จะทำข้าวต้มกุ้งกับผัดผักง่ายๆสองสามอย่าง และเธอก็มั่นใจว่ารสชาติต้องอร่อยไม่แพ้พ่อครัวประจำบ้านของผู้พันหนุ่มเื่มากคนนั้น
ณธิดาลงมือทำไข่เจียวฟูกรอบ สูตรอาหารที่เธอได้จากยูทูปเว็บไซค์ซึ่งวิดีโอคลิปนั้นมีคนดูเป็ล้าน ดังนั้นต้องอร่อยแน่นอน
เมื่อกลับมาที่ห้อง 304 ณธิดาจัดการตั้งโต๊ะให้คนโมโหหิวทันที เมื่อคืนนี้เธอได้ศึกษาข้อมูลในการจัดโต๊ะอาหารให้กับคนตาบอด เธอรู้ว่าต้องจัดวางของทุกอย่างตามเข็มนาฬิกา
“ข้าวต้มกุ้ง ไข่เจียวกรอบ ผัดผักบุ้ง แล้วก็ผัดคะน้า” เธอเอ่ยชื่ออาหารแต่ละอย่างพลางจับมือผู้พันราชแตะอาหารทีละจานว่าอยู่ตรงจุดไหน ณธิดาคิดว่าเขาทำได้ดีทีเดียว
พยาบาลจำเป็นั่งมองคนไข้วีไอพีทานอาหารฝีมือเธออย่างเงียบๆ เขาไม่ได้โวยวายแสดงว่าเป็เื่ดี
“เป็ไงคะ? พอทานได้ไหม?” อันที่จริงเธออยากจะถามว่ารสชาติพอจะสู้พ่อครัวของเขาได้รึเปล่า? แต่ก็ไม่กล้า เพราะผู้พันสุดหล่ออาจจะมีรสนิยมในการรับประทานอาหารแตกต่างจากคนทั่วไป
“อืม...อร่อยเท่าร้านเ้าประจำของพี่เลยล่ะ...ใครเป็คนทำเหรอ” พอสาวน้อยได้ยินคำว่า ‘อร่อย’ จากปากของเขา เธอก็ดีใจเสียจนแทบจะหุบยิ้มไม่ลง
“จริงรึเปล่าคะ? ถ้าพี่ราชชอบ...เดี๋ยวดาทำให้ทานทุกมื้อเลย”
“อย่าบอกนะว่าน้องดาเป็คนทำเองทุกอย่าง...ไม่น่าเชื่อ” ผู้พันขี้โมโหทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ เธอเห็นเขาทำหน้าแบบนั้นก็หมั่นไส้เป็ที่สุด
เชอะ...ดาก็เก่งหลายอย่างนะไม่ใช่แค่ทำกับข้าว
“ทำไมคะ”
“ก็เราไปอยู่เมืองนอกตั้งหลายปี ทำอาหารไทยเก่งได้ไง” คนขี้สงสัยเอ่ยถาม
“อยู่เมืองนอกก็ทานอาหารไทยค่ะ คุณพ่อคุณแม่ก็เป็คนไทย” เขารู้เื่ของเธอได้อย่างไร?
“เอ๊ะ! พี่ราชรู้ได้ยังไงคะว่าดาอยู่เมืองนอก?” เธอไม่เคยบอกเขานี่นา...เจอกันคราวก่อนก็แป๊บเดียวเอง
“พี่ก็ไปสืบมาน่ะสิ” ผู้พันราชตอบกลั้วหัวเราะ ทานอาหารมื้อเช้าต่อไปอย่างเอร็ดอร่อย
ผู้พันหนุ่มติดใจในรสมือของสาวน้อยตรงหน้าเสียแล้ว ช่างเป็อาหารเช้าที่อร่อยถูกใจเขาจริงๆ แถมยังมีแม่ครัวตัวน้อยมานั่งดูแลเอาใจใส่เขาอีก คิดไม่ผิดจริงๆที่ขอให้ณธิดามาเป็พยาบาล (จำเป็) ประจำห้องพัก
p.p1 {margin: 0.0px 0.0px 8.0px 0.0px; font: 18.0px Thonburi}p.p2 {margin: 0.0px 0.0px 8.0px 0.0px; font: 14.0px Thonburi; min-height: 19.0px}p.p3 {margin: 5.0px 0.0px 12.0px 0.0px; text-indent: 36.0px; font: 14.0px Thonburi}p.p4 {margin: 5.0px 0.0px 12.0px 0.0px; text-indent: 36.0px; font: 14.0px 'Cordia New'; min-height: 16.0px}p.p5 {margin: 5.0px 0.0px 12.0px 0.0px; font: 14.0px Thonburi}p.p6 {margin: 5.0px 0.0px 5.0px 0.0px; text-indent: 36.0px; font: 14.0px Thonburi}p.p7 {margin: 5.0px 0.0px 0.0px 0.0px; text-indent: 36.0px; font: 14.0px Thonburi}span.s1 {font: 14.0px Helvetica}span.s2 {font: 14.0px 'Cordia New'}
ผู้พันราชหวังว่าการที่ณธิดามาอยู่ใกล้ๆ จะทำให้ชีวิตที่แสนจะว่างเปล่าของเขากลับมามีสีสัน และมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าแต่ก่อน