" อี้หยุนช่วยพี่ด้วย..... กรี้ดดดดด อี้หยุนช่วยพี่ด้วย เอามือสกปรกของพวกแกออกไปเดี๋ยวนี้นะ !!!"
“ น้องอี้หยุนเ้าจงไปบอก......แค่กก.... ”
“ ฮ่าๆๆๆ ไอเปี้ยก เดี๋ยวแกก็ได้ตายตามพี่แกไปแล้วนะ ”
" ท่านพี่ ม่ายยยยยยยยยย!!!! "
อี้หยุนสะดุ้งตื่นขึ้นเพราะเขาฝันถึงเื่ที่เกิดขึ้นที่หมู่บ้าน
“ เกิดอะไรขึ้นอี้หยุน ข้าได้ยินเสียงเ้าะโ ”
ฟงหยวนรีบเข้ามาในห้องเพราะได้ยินอี้หยุนะโลั่น
“ ข้าฝันร้ายนะท่านฟงหยวน ไม่มีอะไรหรอกข้าขอโทษที่ทำท่านใตื่นกลางดึก ”
อี้หยุนกล่าวขอโทษพร้อมกับใบหน้าที่ยังคงหวาดกลัวจากความฝัน
“ เ้าไม่เป็ไรก็ดีแล้วละข้าไปนอนก่อนนะ ”
ฟงหยวนก็เดินออกจากห้องไป
..........
.......
....
..
.
“ อาา เช้าแล้ว เอ้ะ ทำไมแผลข้าหายเร็วขนาดนี้ ข้าต้องออกไปดูสักหน่อยว่าข้างนอกเป็ยังไง ”
อี้หยุนคิดในใจ พร้อมกับใส่เสื้อผ้าเดินออกจากห้องไป เพื่อดูสภาพภายนอก
“ หน้าห้องข้านี่ห้องน้าฟงหยวน งั้นทางออกก็คงต้องลงบันไดทางนั้นสินะ ”
อี้หยุนคิดในใจและก็เดินไปตามทาง เขาเดินลงบันได และลงมาเจอกับลานกว้างที่มีผู้คนมากมายกำลังฝึกกระบี่อยู่
ใช่ สถานที่แห่งนี้คือสำนักกระบี่หมื่นเงา ที่สำนักนี้มีสี่ส่วนสำคัญใหญ่ๆ คือส่วนลานกว้างที่เป็ที่ฝึกซ้อม ส่วนห้องโถงเป็ส่วนที่อยู่ของเ้าสำนัก ส่วนโรงนอน และส่วนห้องครัว
อี้หยุนตกตะลึงอาปากค้างไปอยู่พักใหญ่เพราะมันไม่คิดว่ามันจะได้มาที่สำนักกระบี่แห่งนี้ มีชายคนหนึ่งเดินมาที่ข้างหลังอี้หยุน อี้หยุนจึงหันหลังกลับไป และนั่นก็คือน้า ฟงหยวนเอง
“ ยินดีต้อนรับสู่สำนักกระบี่หมื่นเงาอย่าเป็ทางการนะ อี้หยุน แผลเ้าหายดีแล้วใช่ไหมละ ”
ฟงหยวนถามด้วยความเป็ห่วง อี้หยุนจึงพยักหน้า ในขณะที่ปากเขาก็ยังอ้าอยู่แบบนั้น ในตอนนี้อี้หยุนเห็นหน้าตาของฟงหยวนชัดเจนแล้ว ฟงหยวนมีอายุประมาณ 50 ซึ่งพอๆกับพ่อของอี้หยุน เป็ศิษย์สำนักกระบี่หมื่นเงารุ่นเดียวกัน
ใบหน้าของเขาดูเป็คนใจดีเขามีรอยแผลเป็รอยฟันแสกหน้าจากหัวคิ้วขวาไปมุมปากซ้าย ร่างกายของเขาดูเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังยุทธซึ่ง ระดับฝีมือก็อยู่ในขั้นผู้ฝึกเซียนจิตขั้นที่ 3 เขาสวมชุดคลุมสีขาวลายเมฆ ซึ่งเป็ชุดคลุมผู้าุโประจำสำนักกระบี่หมื่นเงา ซึ้งก็ทำอี้หยุน ตะลึงเข้าไปอีก
เขาไม่คิดว่าคนที่ช่วยเขามาจะเป็คนที่มีความสามารถถึงขนาดนี้ อี้หยุนมีความใฝ่ฝันมาตลอดว่าอยากจะได้เข้ามาฝึกวิชาในสำนักนี้ด้วยตนเอง ตอนนี้ฝันมันใกล้เป็ความจริงแล้ว
“ เื่พี่เ้านะไม่ต้องห่วง พ่อเ้ารับรู้เื่นี้แล้ว พ่อเ้ากำลังเดินทางมาที่สำนัก คงต้องใช้เวลาสักหน่อย เ้าไม่ต้องห่วงนะ ” ฟงหยวนกล่าวกับอี้หยุนด้วยความเป็ห่วง พร้อมกับเอามือโอบไหล่อี้หยุนเอาไว้
“ ข้าขอบคุณท่านมากท่านฟงหยวน ข้าจักไม่ลืมบุญคุณนี่เลย ข้าสัญญากับตัวเองว่าข้าจะต้องตัดหัวคนที่มันเป็คนเริ่มเื่นี้ ด้วยมือข้าเอง !! ” อี้หยุน กำมือแน่น พร้อมก้มคำนับเพื่อขอบคุณฟงหยวน
“ข้าว่าข้าพาเ้าไปหาเ้าสำนักของเราก่อนดีกว่า”
ฟงหยวนกล่าวเสร็จก็เดินนำเข้าไปในห้องโถงสำนักที่อยู่ด้านข้างเรือนนอน
*แอ้ดดด *
ฟงหยวนพาอี้หยุนเดินเข้ามาในห้องโถงสำนักใหญ่ซึ่งเป็ที่ตั้งมีรูปปั้นของเหล่าเ้าสำนักั้แ่รุ่นแรกจนรุ่นปัจจุบัน เ้าสำนักผู้ล้วนแล้วแต่บรรลุการฝึกจนเป็เซียน
“เซียนกระบี่ผิงจื่อ??? เขาเป็ใครหรอท่าน ฟงหยวน ”
อี้หยุนมองเห็นชื่อสลัก ที่อยู่ที่รูปปั้นชายคนหนึ่งเขาถือกระบี่ในลักษณะท่าตั้งรับตามแบบฉบับสำนักกระบี่หมื่นเงา
“ เซียนกระบี่ผิงจื่อน่ะ เขาถือเป็ชั้นยอดของยอดเซียน เขาเป็ผู้คิดค้นเคล็ดวิชาเงากระบี่และเป็ผู้ก่อตั้งสำนักแห่งนี้ ถ้าพูดง่ายๆ เขาคือผู้ก่อตั้งสำนักกระบี่หมื่นเงาแห่งนี้ยังไงล่ะ เ้าเห็นกระบี่ที่เขาถือไหมละ นั่นนะคือกระบี่เหล็กธรรมดาๆ แต่ว่ากันว่าใช้ปลิดชีพเหล่าจอมยุทธที่คิดจะหมายเอาชีวิตเขามานักต่อนัก มีคำสอนของผิงจื่อ ที่ถูกจดจารึกเอาไว้สอนเหล่าลูกศิษย์สำนักกระบี่หมื่นเงาเอาไว้ว่า คมกระบี่อยู่ที่คน....”
“คมกระบี่อยู่ที่คนอย่างนั้นหรือ” อี้หยุนคิดตาม ในใจ
" เอาละเดี๋ยวต่อไปเราจะถึงห้องของเ้าสำนักกันแล้วเ้าทำตัวให้สำรวมเรียบร้อยเข้าไว้ละ "
ฟงหยวน เปิดประตูบานสุดท้ายที่อยู่ด้านในสุดของห้องโถงจึงปรากฏชายแก่คนหนึ่งผู้ใส่ชุดคลุมสีแดงตกแต่งลวดลายด้วยลายเมฆทีท่าขึงขังหนวดและผมสีขาวของเขายาวลงมาถึงบริเวณหน้าอก บ่งบอกถึงความเป็ผู้าุโ เพียงแค่มองจากแผ่นหลังของเขาก็ส่งประกายพลังที่เป็ออร่าเสริมพลังใจให้กับผู้คนที่พบเห็น บ่งบอกถึงระดับการฝึกที่บรรลุไปจนถึงชั้นเซียนแล้ว
“ นั่นก็คือท่านเ้าสำนักกระบี่หมื่นเงา ”
ฟงหยวนแนะนำให้อี้หยุนได้รู้จักกับท่านเ้าสำนัก
“ นี่คืออ !!! เ้าสำนักอย่างนั้นหรอ”
อี้หยุนคิดในใจ
“ มากันแล้วเหรอ หายดีแล้วสินะอี้หยุน ข้าเสียใจด้วยกับการตายของพี่ๆเ้า พ่อเ้าเองก็คงจะเดือดดาลไม่แพ้เ้าเท่าไหร่หรอก เหยาเว่ยนะ ไม่ปล่อยให้พวกคนชั่วมันลอยนวลแน่ๆ !!!” เตียววูกล่าวด้วยความโมโหโทสะจนเผลอปล่อยลมปราณออกมาด้วย
*ตู้ม*
เ้าสำนักเพียงแค่กำมือและปล่อยลมปราณลงมาที่เท้า ก็ทำให้พื้นที่เขายืนเป็รอยแยกร้าวเกิดเสียงดังไปทั้งห้องโถง
" ข้าขอโทษที่ทำให้ในะ คนแก่แล้วหูรูดลมปราณมันบังคับยากแบบนี้แหละ ข้าลืมแนะนำตัวไป เ้าอาจจะยังไม่รู้จักข้า ข้าแซ่เตียว ชื่อวู ชื่อของข้าเต็มๆก็คือเตียววู ส่วนเื่ของเ้าน่ะข้ารู้มาหมดแล้วพ่อของเ้าเล่าให้ข้าฟังซะจนข้าแทบจะท่องได้แล้ว เหยาเว่ยกับข้านะ สนิทกันมาก แต่ข้ามีพร์ที่มากกว่าพ่อเ้า ข้าเลยได้ขึ้นเป็เ้าสำนักยังไงล่ะ ฮ่าๆๆๆ ถ้าในตอนนั้นพ่อเ้าเลือกที่จะกลับมายังสำนักป่านนี้พ่อของเ้าก็คงได้มายืนตรงที่ข้ายืนไปแล้ว...แต่ก็นะ....ถ้าพ่อเ้าไม่เลือกเ้า เ้าก็คงไม่ได้มาอยู่ตรงนี้จริงไหม อี้หยุน ฮ่าๆๆๆๆ ข้าดีใจนะที่ข้าได้เห็นเ้าตัวเป็ๆสักที ข้าฟังจากปากพ่อเ้าจนเบื่อแย่แล้วละ ฮ่าๆๆ
เตียววูพยายามจะชวนคุยเื่อื่นเพราะมันรู้ว่าอี้หยุนนั้นกำลังเศร้าใจเื่การตายของพี่ๆมัน
"ข้าก็ดีใจอย่างที่สุดที่ได้มาพบท่านด้วยตนเอง
อี้หยุนกล่าวเสร็จจึงรีบก้มคำนับ
“ เด็กคนนี้มันสัมมาคารวะดีถ้าฝึกวิชาให้ก็คงจะมีฝีมือไม่เบาแถมมันยังได้พลังยุทธที่สืบเชื้อสายมาทั้งพ่อและแม่ของมันอีก ” เตียววูคิดในใจ
“ ถ้าเ้าอยากจะฝึกวิชาร่วมกับ คนรุ่นเดียวกับพวกเ้า ก็เอาเลยนะอี้หยุน ต่อไปนี้เ้าคือศิษย์ของสำนักกระบี่หมื่นเงาแล้ว ตอนนี้เ้าก็อยู่กินที่สำนักแห่งนี้ได้เหมือนกับบ้านหลังที่ 2 ของเ้าเลยนะอี้หยุน จนกว่าพ่อของเ้าจะกลับมานั่นแหละ!! ”
เตียววู รู้ดีว่าถ้าอี้หยุนเอาแต่รอคอย เหยาเว่ยกลับมา ก็จะเป็การเสียเวลาเปล่าดังนั้นเขาจึงยื่นข้อเสนอให้อี้หยุน
" จริงหรือท่าน !! "
อี้หยุนถามด้วยความดีใจเพราะนั้นก็เป็สิ่งที่มัน้าเหมือนกัน อี้หยุนในตอนนี้คิดเพียงว่ามัน้าที่จะแข็งแกร่งขึ้นเพื่อที่จะกลับไปแก้แค้นให้กับคนที่ฆ่าพี่ๆของมัน ด้วยตัวของมันเอง
“ เ้าคิดว่าเ้าสำนักอย่างข้าจะมาพูดเล่นอย่างนั้นหรืออี้หยุน ”
เตียววูตอบกลับ
“ ข้าขอบคุณท่านมาก ท่านเตียววู ท่านฟงหยวน ข้าจะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้เลย "
อี้หยุนก้มคำนับด้วยความดีใจและเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังที่จะแข็งแกร่งขึ้น....
“ ท่านพี่ข้าสัญญาว่าข้าจะล้างแค้นให้กับท่าน เืต้องแลกมาด้วยเื !!! ”
อี้หยุนคิดในใจ
โปรดติดตามตอนต่อไป