ท่ามกลางท้องฟ้ามืดมิดไร้ดวงดาว สรรพสิ่งล้วนหมุนดำเนินตามวิถีชะตา
ทว่าสูงขึ้นไป ท่ามกลางความมืด กลับมีบางสิ่งก่อตัวขึ้น
รูปร่างของมันไม่ชัดเจน วูบไหวไปมาเหมือนจะแตกสลายได้ทุกเวลา
จนกระทั่งผ่านไปครู่หนึ่ง บางสิ่งที่ว่าได้รวมตัวกันเป็ก้อนพลังงานสีดำ
ในเวลานั้น ทุกสิ่งมีชีวิต ทุกสรรพสิ่ง ต่างรู้สึกหวาดกลัวไปจนถึงแก่นิญญา
“จะสร้างหรือทำลายก็แล้วแต่เ้า”
เสียงแหบแห้งดังออกมาจากก้อนพลังงานสีดำ
ก่อนที่มันจะพุ่งลงมาจากฟากฟ้า แล้วหายไปที่ไหนสักที่หนึ่งโดยไม่มีใครรู้
“เร็ว!!!... พวกเ้ายังไหว วิ่งต่อไปอย่าหยุด” เสียงะโจากชายวัยกลางคนดังก้อง
เขากำลังเฝ้ามองเด็กอายุประมาณ6-9ปี วิ่งรอบสนามฝึกด้วยแววตามีความสุข
แต่เสียงะโของชายวัยกลางคนกลับทำให้เด็กๆจะร้องไห้เพราะพวกเขาวิ่งมานานแล้ว
จนมีคนทนไม่ไหวแล้วพูดขึ้น “ผู้าุโพวกข้าไม่ไหวแล้ว โปรดให้พวกข้าพักหน่อยเถอะ”
“ผู้าุโ ท่านจะโหดร้ายกับเด็กอย่างพวกข้าได้อย่างไร”
“ผู้าุโท่านมันปีศาจ...” เพราะเสียงอ้อนวอนไม่ได้ช่วยอะไร...เด็กๆเ่าั้จึงเปลี่ยนไป
ทั้งหมดพากันก่นด่าผู้าุโใจอํามหิตคนนี้ไม่หยุดหย่อนแทน
แต่เสียงก่นด่าไม่ได้ทำให้ผู้าุโท่านนั้นโกรธเคืองเลย แต่กลายเป็ว่าเขาชอบใจแทนเสียได้
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดี! ในเมื่อข้าเป็ปีศาจ เป็คนไม่มีหัวใจ ดังนั้นวันนี้พวกเ้าทั้งหมดทุกคน…
ไม่ต้องนอน!!! แล้ววิ่งจนถึงเช้าไปเลยดีหรือไม่” เมื่อได้ยินเช่นนั้นเด็กๆต่างพากันหวาดกลัวจับใจ
เพราะผู้าุโที่พวกเขาก่นด่าเป็คนพูดจริงทำจริง “ไม่! พวกข้าผิดไปแล้ว พวกข้าไม่กล้าแล้ว”
“ใครกันที่ด่าผู้าุโที่น่ารักของเราเช่นนั้น ฮึ่ม! หากข้ารู้ข้าจะเอาหมัดอุดปากของมันซะ”
“มันไม่ใช่เ้าหรอกหรือ ที่เป็คนด่าผู้าุโเป็คนแรก...ฮึ่ม!” กลายเป็การเถียงกันเสียได้
มันทำให้ผู้าุโส่ายหัว จากนั้นจึงทำสัญญาณมือให้พวกเด็กๆหยุดแล้วแยกย้ายกันไปพัก
จนเด็กๆแยกย้าย ผู้าุโใจอํามหิตถึงได้เห็นเด็กชายผมสั้นคนหนึ่งยืนอยู่กับที่เขาจึงพูดขึ้น
“ไป๋หลงเ้าไม่ไปพักเช่นนั้นหรือ”
ไป๋หลงฟังผู้าุโใจอํามหิตพูด จึงถอนหายใจออกมา “ท่านลุงกู่ิข้าไม่อยากพักผ่อน
หากพักความแข็งแกร่งของข้าจะหยุดพัฒนา” ผู้าุโใจอํามหิตหรือกู่ิมีแววตาเศร้าลง
เขาได้ยินคำพูดทำนองนี้จากไป๋หลงบ่อยๆ ทำให้เขารู้สึกเห็นใจแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้
“ไป๋หลง...ข้ากับพ่อของเ้าเคยบอกเ้าไปหลายครั้งแล้วใช่หรือไม่ ว่าเ้าไม่จำเป็ต้องกังวล
แม้เ้าจะมีร่างกายที่อ่อนแอ แต่อย่าได้ลืมว่าตอนนี้เ้าอายุครบ10ปีเต็มแล้ว
ซึ่ง5วันข้างหน้า ราชวงค์จะส่งตัวแทนมาช่วยเด็กที่อายุ10ปีทุกคนกระตุ้นจิติญญาคู่กาย
ดังนั้นข้าเชื่อว่าคนที่มีความมุ่งมั่นแรงกล้าเช่นเ้าจะไม่ถูก์ทอดทิ้ง”
ไป๋หลงได้ยินดังนั้นจึงฝืนยิ้มออกมา จากนั้นจึงหมุนกายแล้วเดินออกไปโดยไม่พูดอะไร
ต่อมาในขณะที่ไป๋หลงเดินเข้ามาในตัวเรือนของตระกูล จังหวะที่กำลังเดินผ่านห้องรับแขก…
“ท่านไป๋เจี้ยน ครั้งนี้ที่เรียกข้ามาเพราะ้าขายรูปปั้นสิงโตทองคำให้ข้าแล้วใช่หรือไม่”
ไป๋หลงได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ‘เป็พ่อค้ากุยเย่...ท่านพ่อของข้าต้องขายสมบัติออกไปอีกแล้วหรือนี่’
ไป๋หลงทำอะไรไม่ได้จึงกำหมัด แล้วเดินกลับไปที่ห้องของเขาด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย
“...กุยเย่หากข้ามีทางเลือกอื่น ข้าคงไม่ขายมันหรอก ท่านก็รู้อยู่ว่าข้ารักสมบัติชิ้นนี้มากแค่ไหน”
“ไป๋เจี้ยนคนเราไม่มีทางเลือกมากหรอก...10,000เหรียญทองสำหรับรูปปั้นสิงโตทองคำของท่าน”
ทันทีที่ไป๋เจี้ยนได้ยินราคาที่กุยเย่เสนอออกมา มันทำให้เขาขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ จึงพูดขึ้น
“กุยเย่ครั้งก่อนข้ายอมให้ท่านกดราคาเพราะเห็นว่าท่านเป็สหายของข้า แต่ทว่าครั้งนี้มันต่างกัน
หากข้าไม่ได้15,000เหรียญทองข้าจะเอาสมบัติชิ้นสุดท้ายของข้าไปขายให้คนอื่น”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไป๋เจี้ยนข้าแค่ล้อท่านเล่นเท่านั้น แน่นอนข้าจะให้ราคาที่เหมาะสมแก่ท่าน 15,000”
การซื้อขายจบลงด้วยดี กุยเย่จากไปด้วยอารมณ์ที่เบิกบานส่วนไป๋เจี้ยนที่อยู่ในห้องรับแขก
เขามองถุงเงินที่อยู่บนโต๊ะพลางถอนหายใจออกมา “ด้วยเงินก้อนนี้คงอยู่ได้อีกสัก1-2ปี กระมัง
อา ข้าต้องหาทางทำอะไรสักอย่างไม่งั้นไอ้เด็กพวกนั้นอาจตายก่อนได้เริ่มภารกิจของพวกมัน”
ระหว่างไป๋เจี้ยนใช้ความคิดกับตัวเองอยู่นั้น ภายในห้องรับแขกกลับมีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้น
“ท่านไป๋เจี้ยนให้ข้าหาวิธีช่วยท่านอีกแรงดีหรือไม่ บางทีสหายใหม่ๆของที่นี่อาจช่วยเหลือได้บ้าง”
“อ่าา...กู่ิ...เ้าเข้ามาเงียบๆเช่นนี้ตลอดมันจะทำให้ข้าหัวใจวายตายเข้าสักวันเ้ารู้หรือไม่”
หลังไป๋เจี้ยนพูดจบกู่ิจึงค่อยๆปรากฏกายออกมาจากเงาเล็กๆที่มีอยู่ในห้องรับแขก
“ท่านไป๋เจี้ยนหากท่านไม่ได้ถูกทำลายจิติญญาคู่กายทั้งยังถูกผนึก...”
“กู่ิอย่าได้พูดถึงเื่นั้นอีก ตอนนี้ข้าคือชายชราหัวหน้าตระกูลไป๋ที่ดูแลลูกทั้ง2คนเท่านั้น
ทั้งยังหวังว่าจะได้อยู่ไปนานๆเพื่อดูลูกๆของข้าเติบใหญ่ขึ้น จริงสิ....ไป๋หลงเป็อย่างไรบ้าง”
“นายน้อยไป๋หลงยังคงเป็เช่นเดิม มีความมุ่งมั่นเกินอายุแต่ในเวลาเดียวกันก็แบกอะไรไว้มาก
เขาอายุเพียง10ปีเท่านั้นแต่กลับรู้เื่ต่างๆได้อย่างดี”
“เฮ้อ...ข้าเป็พ่อที่ไม่ได้เื่เลยเสียจริงๆ แล้วไป๋เสวี่ยหละนางเป็เช่นไร”
“คุณหนูไป๋เสวี่ยนับว่าดีหน่อย อายุ9ปีมีความแข็งแกร่งเหนือธรรมดา คาดว่าหากเริ่มบ่มเพาะ
คงแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว”
“อืม...เช่นนั้นก็เหมือนเดิม ในระหว่างที่ข้าไม่อยู่ ฝากเ้าดูแลลูกๆของข้าด้วยนะ”
กู่ิขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะไป๋เจี้ยนเพิ่งจะกลับมาที่ตระกูลหลังจากหายไปนานถึง13วัน
“ท่านจะออกไปอีกแล้ว? ท่านไม่คิดจะไปหาคุณชายกับคุณหนูหน่อยงั้นรึ”