บทที่ 3 การััครั้งแรก (รีไรต์)
"เมื่อสามปีก่อนตอนที่ข้าเข้าสู่หอคอยกระบี่ ข้าเป็เพียงศิษย์สายนอกธรรมดาคนหนึ่ง ตอนนั้นข้าอายุเพียงยี่สิบห้าปี" ศิษย์พี่หลัวลูบผมขาวที่ขมับ พร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงทอดถอนใจ
สามปีก่อนอายุยี่สิบห้าปี ตอนนี้ศิษย์พี่หลัวเพิ่งจะอายุยี่สิบแปดยังไม่ถึงสามสิบด้วยซ้ำไม่ใช่หรือ
นี่มัน... ทำไมถึงดูเหมือนคนอายุเจ็ดสิบแปดสิบปีได้ถึงเพียงนี้
"แล้วท่านศิษย์พี่..." เมิ่งฝานถามอย่างลังเล
เขาถามไม่จบประโยค เพราะนั่นเท่ากับเป็การสะกิดแผลเก่าของอีกฝ่าย
แต่ศิษย์พี่หลัวเข้าใจคำถามของเมิ่งฝานได้อย่างชัดเจน เขาส่ายหน้าแล้วยิ้มอย่างขมขื่น "เหตุใดข้าถึงมีสภาพซูบซีดราวกับซากศพเช่นนี้งั้นหรือ? ก็เพราะเฝ้ากระบี่อยู่ในหอคอยกระบี่นี่อย่างไรเล่า!"
"กระบี่ที่เก็บรักษาไว้ในหอคอยกระบี่หลายเล่มผ่านการเข่นฆ่ามานับไม่ถ้วน ดื่มเืมามากมาย หลังจากเ้าของตายลงพวกมันก็ถูกเก็บกลับมาที่หอคอยกระบี่ แต่พวกมันจะยอมสงบนิ่งอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน?"
"เมื่อใดที่จิตอาฆาตกระบี่ของพวกมันะเิออกมา คนที่ต้องรับเคราะห์ก็คือพวกเราที่เป็ศิษย์เฝ้ากระบี่นี่แหละ"
"นี่จึงเป็เหตุผลที่ข้าถามเ้าก่อนหน้านี้ว่าเ้าไปล่วงเกินใครเข้าหรือเปล่า ถึงได้ถูกจัดให้มาอยู่ที่นี่"
ศิษย์พี่หลัวถอนหายใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความจนปัญญา
"ศิษย์เฝ้ากระบี่นี่มันช่างทุกข์ทรมานจริง ๆ!"
เขาตบไหล่เมิ่งฝานเพื่อเป็การปลอบใจ
อย่างไรเสีย ก็นับว่าตกชะตากรรมเดียวกัน
"ขอบคุณศิษย์พี่หลัวที่ชี้แนะเื่เหล่านี้ให้ข้า" เมิ่งฝานกล่าวขอบคุณศิษย์พี่หลัว
น่าทอดถอนใจนักหากเป็ผู้อื่นรู้เื่นี้คงหนีไปนานแล้ว แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันที่เขาถูกผู้คุมกฎหวังหลอกให้เข้ามา ต่อให้คิดจะไปก็ไปไม่ได้แล้ว
แต่จะว่าไปเขากับผู้คุมกฎหวังก็ไม่มีความแค้นต่อกันเหตุใดอีกฝ่ายต้องหลอกเขามาที่นี่ด้วย เื่นี้ต้องหาโอกาสสืบให้ชัดเจน!
หลังจากนั้นศิษย์พี่หลัวจึงแนะนำหอคอยกระบี่ให้เมิ่งฝานรู้จัก รวมถึงสิ่งที่ต้องทำและกฎระเบียบต่าง ๆ ในฐานะศิษย์เฝ้ากระบี่
ไม่นานนัก ดวงอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้า
ศิษย์พี่หลัวปิดประตูใหญ่ของหอคอยกระบี่ แล้วกล่าวกับเมิ่งฝานว่า "ทุก ๆ วันเมื่อถึงเวลานี้ หอคอยกระบี่จะปิดประตู ไม่รับแขกผู้ใดทั้งสิ้นนี่คือกฎของหอคอยกระบี่ต่อให้เป็เ้าสำนักมาเองก็ไร้ผล!"
แน่นอนว่านั่นเป็เพียงคำกล่าวอ้าง
หากเ้าสำนักมาจริง ๆ จะมีใครกล้าขวางท่านเ้าสำนักได้เชียวหรือ
หลังจากปิดประตูหอคอยกระบี่แล้ว ศิษย์พี่หลัวก็นำทางเมิ่งฝานไปยังห้องหนึ่ง ซึ่งเป็ที่พักที่จัดเตรียมไว้ให้
เมิ่งฝานกวาดสายตามองรอบห้อง แม้จะเล็กแต่ก็สะอาดและเป็ระเบียบเรียบร้อย
"ขอบคุณศิษย์พี่หลัว!"
"ไม่ต้องเกรงใจ ข้าพักอยู่ห้องข้าง ๆ เ้านี่แหละ มีปัญหาอะไรก็มาหาข้าได้โดยตรง"
พูดจบ ศิษย์พี่หลัวก็กลับเข้าห้องของตนเอง โดยไม่ได้สนใจเมิ่งฝานอีก
ราตรีเพิ่งเริ่มต้น หากเทียบกับเวลาในโลกเดิม ตอนนี้เพิ่งจะประมาณหนึ่งทุ่มเท่านั้น เมิ่งฝานจึงยังไม่มีความรู้สึกง่วงนอน
เขาเดินออกจากห้อง ไปยังโถงใหญ่ชั้นหนึ่งของหอคอยกระบี่
ชั้นวางไม้แถวแล้วแถวเล่า มีกระบี่เรียงราย แผ่ซ่านกลิ่นอายเย็นเยือกที่น่าสะพรึงกลัวออกมา
นับจากนี้ไป เขาต้องข้องเกี่ยวกับกระบี่เหล่านี้
ั้แ่ทะลุมิติมายังโลกนี้ นับรวมแล้วได้เพียงสองวัน เมิ่งฝานแทบจะยังไม่ได้ััโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรนี้อย่างจริงจังเลย
ไม่ต้องพูดถึงเื่อื่น แม้แต่ในสำนักกระบี่สู่ซานเขายังไม่มีกระบี่ที่เป็ของตัวเองสักเล่มเดียว
เมิ่งฝานหยิบกระบี่ธรรมดาที่ดูไม่สะดุดตาเล่มหนึ่งขึ้นมา ตั้งใจจะลองััดู
เขาไม่กล้าแตะต้องกระบี่ที่ดูทรงพลัง เพราะกลัวว่าตนเองจะรับไม่ไหว จึงเลือกเล่มที่ดูธรรมดาที่สุด
ในพริบตาที่เมิ่งฝานัักระบี่เล่มนี้ ไม่รู้ว่าเป็ความรู้สึกไปเองหรือไม่ ทันใดนั้นในหัวของเขาก็พลันมีข้อมูลชุดหนึ่งปรากฏขึ้น
'ชื่อกระบี่นาม ชิงอวี่'
'น้ำหนักสามจินสองเหลี่ยง ความยาวตัวกระบี่สามฉื่อหนึ่งชุ่น'
'ใช้วัสดุเหล็กดำ โดยมีไฟปฐีเป็ตัวนำในการหลอมสร้าง'
เมื่อัักระบี่เล่มหนึ่ง เขาสามารถได้รับข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับกระบี่เล่มนั้น
นี่คงเป็ความสามารถแฝงเล็กน้อยที่พร์ 'วิถีกระบี่หยั่งรู้เทพ' มอบให้แก่เขา
ทว่า ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้มีประโยชน์ในการใช้งานจริงมากนัก
ความสามารถของพร์วิถีกระบี่หยั่งรู้เทพนั้นยังมีสิ่งที่น่าทึ่งกว่านี้อีกมาก
"เคร้ง"
เมิ่งฝานชักกระบี่ชิงอวี่ออกมา
ในวินาทีที่ชักกระบี่ชิงอวี่ออกมา พลังสายหนึ่งไหลบ่าเข้าสู่ร่างกายของเขา
เมิ่งฝานขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขาดูเหมือนจะรับรู้ถึงบางอย่าง แต่ก็ไม่สามารถััได้ชัดเจน
เป็ความรู้สึกที่แปลกประหลาดมาก!
สิ่งที่ไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาคืออะไรกัน?
เมิ่งฝานวางกระบี่ชิงอวี่กลับคืนบนชั้นไม้ จากนั้นจึงเลือกกระบี่อีกเล่มหนึ่งออกมา
ทันทีที่ัักระบี่เล่มนี้ ในหัวของเมิ่งฝานก็ปรากฏข้อมูลอีกชุดหนึ่ง
'กระบี่นาม เฟยอวี่'
'น้ำหนักหนึ่งจินเจ็ดเหลี่ยง ความยาวตัวกระบี่สองฉื่อหกชุ่น'
'ใช้วัสดุไม้เฟยอวี่ แกะสลักด้วยวิชาเชียนซืออิ๋งและแช่ในเืของสัตว์อสูรหยกโลหิตเป็เวลาเจ็ดวันเจ็ดคืนจึงเสร็จสมบูรณ์'
นี่คือกระบี่ไม้เล่มหนึ่ง ไม่ได้ผ่านการตีด้วยไฟและค้อน แต่เป็การแกะสลักขึ้นมาล้วน ๆ
แต่ถึงจะเป็กระบี่ไม้เช่นนี้ อานุภาพกลับแข็งแกร่งกว่ากระบี่เหล็กชิงอวี่ที่ผ่านการหลอมร้อยครั้งเมื่อครู่เสียอีก
ทว่า สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็คือ จิตอาฆาตสายหนึ่งพลันพุ่งทะยานออกมาจากกระบี่เฟยอวี่ในมือของเมิ่งฝานทันที
กระบี่ชิงอวี่ก่อนหน้านี้ เป็กระบี่เล่มใหม่ที่เพิ่งหลอมเสร็จยังไม่เคยฆ่าคนหรือเปื้อนเืจึงไม่มีจิตอาฆาตใด ๆ
แต่กระบี่เฟยอวี่เล่มนี้ถูกเก็บไว้ในหอคอยกระบี่หลังจากเ้าของเดิมตายในสนามรบ
กระบี่เล่มนี้เปื้อนเืนับไม่ถ้วน โดยเฉพาะหลังจากเ้าของสิ้นชีพ จิตอาฆาตที่แฝงอยู่ในกระบี่เล่มนี้ยิ่งเข้มข้นขึ้น
ทันทีที่เมิ่งฝานัักระบี่เล่มนี้ จิตอาฆาตก็ะเิออกและเริ่มย้อนกลับมาทำร้ายเมิ่งฝาน!
หากเป็ผู้บำเพ็ญเพียรที่มีตบะสูงส่ง ย่อมสามารถสยบจิตอาฆาตนี้ได้อย่างง่ายดาย
แต่ตบะของเมิ่งฝานแทบจะเป็ศูนย์ เขาไม่มีความสามารถในการรับมือกับจิตอาฆาตนี้เลย!
หากจิตอาฆาตกระบี่นี้เข้าสู่ร่างกาย หากไม่ตายเมิ่งฝานก็คงต้องกลายเป็คนพิการ
เขาอ่อนแอเกินไป!
ในขณะที่เมิ่งฝานกำลังร้อนรนและรู้สึกสิ้นหวัง
พร์ 'วิถีกระบี่หยั่งรู้เทพ' ก็เริ่มสำแดงอานุภาพออกมาอย่างเต็มที่
จิตอาฆาตกระบี่ที่พุ่งเข้าสู่ร่างกายของเขา พลันสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับการสลายไปของจิตอาฆาตกระบี่ ในหัวของเมิ่งฝานพลันปรากฏภาพสตรีในชุดขาวพลิ้วไหว
สตรีผู้นี้กำลังถือกระบี่เฟยอวี่ ร่ายรำกระบี่อยู่
เพลงกระบี่ช่างพลิ้วไหวอย่างยิ่ง!
ไม่เพียงแต่เพลงกระบี่ที่พลิ้วไหว ท่าร่างของนางยังงดงามราวกับจิงหง
'เคล็ดวิชากระบี่เฟยอวี่'
'ท่าร่างจิงหง'
หลังจากจิตอาฆาตกระบี่ถูกสลายไป เมิ่งฝานได้เห็น 'ความทรงจำ' ที่หลงเหลืออยู่ในกระบี่ และได้เรียนรู้วิชาการต่อสู้สองแขนง
ด้วยอานุภาพส่งเสริมของพร์ 'วิถีกระบี่หยั่งรู้เทพ' เคล็ดวิชากระบี่เฟยอวี่ที่เมิ่งฝานเรียนรู้นั้น ทั้งเชี่ยวชาญและลื่นไหลยิ่งกว่าท่วงท่าที่สตรีชุดขาวผู้นั้นร่ายรำเสียอีก
ทว่าสำหรับท่าร่างจิงหงเขากลับเรียนรู้ได้เพียงผิวเผิน
เพราะพร์วิถีกระบี่หยั่งรู้เทพจะส่งเสริมเฉพาะวิชากระบี่เท่านั้น
ดังนั้นแม้เมิ่งฝานจะเห็นวิชาการต่อสู้สองแขนงผ่าน 'ความทรงจำปราณพิฆาตกระบี่' ของกระบี่เฟยอวี่ แต่มีเพียงวิชากระบี่เท่านั้นที่เขาสามารถเรียนรู้และบรรลุถึงขั้นเชี่ยวชาญได้ในชั่วพริบตา
"แต่เพียงเท่านี้ ก็เพียงพอแล้ว!"