" นี่ๆ เ้าได้ดูการต่อสู้ในป่าของพวกนักเรียนใหม่เมื่อวานไหม? "
" แน่นอน! พวกนักเรียนใหม่ไม่ค่อยมีอะไรให้น่าสนใจหรอก ส่วนสาเหตุที่ข้าไปดูเพราะอยากเห็นพลังของผู้กล้าเท่านั้นแหละ แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าในกลุ่มนักเรียนใหม่จะมีสัตว์ประหลาดแฝงตัวอยู่ด้วยคนหนึ่ง "
" ใช่เลย! พวกผู้กล้าแข็งแกร่งก็จริง แต่ถ้าเปรียบเทียบกับเ้าเด็กผมสีดำคนนั้นแล้วมันเหมือนผู้ใหญ่รังแกเด็กเลย "
เสียงนักเรียนชั้นปี 2 กำลังซุบซิบพูดคุยเกี่ยวกับการฝึกซ้อมของนักเรียนใหม่ชั้นปี 1 ดังกระหึ่มอย่างออกรส โดยคนที่เป็หัวข้อหลักของบทสนทนาครั้งนี้คงหนีไม่พ้นเด็กหนุ่มผมสีดำซึ่งเป็ม้ามืดมาแรงสามารถกำราบผู้กล้าทั้ง 5 จนสิ้นลายและได้รับฉายาจอมมารแห่งโรงเรียนราชวงศ์
ชื่อเสียงของเดธเป็ที่รู้จักเพราะการฝึกซ้อมในป่าครั้งนี้ขยายเป็วงกว้างอย่างรวดเร็ว ลูกหลานขุนนางภายในโรงเรียนหลายคนพยายามเข้าใกล้หมายจะสานสัมพันธ์ไมตรีเพื่อชักชวนให้เดธเข้าร่วมกับวงค์ตระกูลของตน
ทว่าช่างน่าเสียดายเนื่องจากเดธไม่สนใจเมินเฉยต่อทุกสิ่งแม้ว่าเหล่าลูกหลานขุนนางจะเสมอสมบัติมากมายให้ก็ตาม
" ท่านประธานคิดว่าเ้าเด็กใหม่คนนั้นจะเป็ปัญหาต่อพวกเราหรือเปล่า " เด็กหนุ่มชั้นปี 4 เอ่ยขึ้นหลังจากได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเดธมากมาย
" เ้าจะกังวลให้เสียเวลาไปทำไม เด็กใหม่ชั้นปี 1 แค่คนเดียวมันไม่คณามือข้าเลยด้วยซ้ำไปหรือว่าเ้ากำลังกลัวเด็กไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ฮ่าฮา "
" เ้าลองพูดคำนั้นอีกครั้งสิ ข้ารับรองเลยว่าเ้าจะไม่มีลิ้นเอาไว้พูดไปตลอดชีวิต! "
" ถ้าเ้าคิดว่าทำได้ก็เข้ามาสิ "
นักเรียนชั้นปี 4 ทั้งสองปลดปล่อยพลังเวทย์จำนวนมากออกมากดดันซึ่งกันและกันจนบรรยากาศรอบๆ เริ่มหนักอึ้งทำให้นักเรียนหลายคนที่อยู่บริเวณนั้นหายใจติดขัดเพราะต้านทานแรงกดดันไม่ไหวเข่าอ่อนทรุดลงไปกับพื้น
" จงหยุดการกระทำอันโง่เขลาของพวกเ้าทั้งสองซะ! " เมื่อเห็นนักเรียนโดยรอบเริ่มทนรับแรงกดดันไม่ไหว นักเรียนชายชั้นปี 4 ซึ่งถูกเรียกว่าประธานนักเรียนจึงรีบเอ่ยห้ามพร้อมปลดปล่อยแรงกดดันที่เหนือกว่าออกมา
" พ...พวกเราต้องขอโทษด้วยครับท่านประธาน " เด็กหนุ่มทั้งสองหยุดการทะเลาะวิวาท เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเกรงกลัวประธานนักเรียนคนนี้มากและไม่กล้าคิดแม้จะต่อต้าน
" อย่าให้ข้าเห็นพวกเ้าทะเลาะกันเองต่อหน้านักเรียนคนอื่นอีกเด็ดขาด ชื่อเสียงของสภานักเรียนไม่ควรด่างพร้อยเพราะเื่ไร้สาระของพวกเ้า.."
" พวกเราเข้าใจแล้วครับท่านประธาน "
เมื่อจัดการสมาชิกในสภาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้เป็ประธานนักเรียนจึงหันไปพูดคุยกับสมาชิกที่เหลืออีก 3 คน
" เด็กนักเรียนชั้นปี 1 ที่ชนะการต่อสู้ในป่าคนนั้นสามารถเอาชนะเหล่าผู้กล้าทั้ง 5 ได้อย่างง่ายดาย ข้า้าให้พวกเ้า 3 คนไปหาเด็กหนุ่มคนนั้นและใช้วิธีไหนก็ได้เพื่อชักชวนให้เขาเข้าร่วมสภานักเรียนกับพวกเรา "
" ครับ/ค่ะ ท่านประธาน! " เมื่อได้รับคำสั่งจากประธานนักเรียน สมาชิกทั้ง 3 จึงออกเดินทางเพื่อไปทำภารกิจครั้งนี้
ตัดมาทางด้านของเดธหลังจากเอาชนะผู้กล้าในการต่อสู้เมื่อวานนี้ ฮาเกนก็ได้เรียกเขาไปพบพร้อมแจ้งเื่สำคัญให้ทราบว่าั้แ่วันนี้เป็ต้นไปเดธจะต้องฝึกฝนด้วยตัวเอง เนื่องจากเหล่าคณะอาจารย์ไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะฝึกสอนสัตว์ประหลาดซึ่งอยู่เหนืออัจฉริยะอย่างเขาได้
" ข้าในฐานะผู้อำนวยการรู้สึกละอายใจเสียจริงที่ไม่สามารถเสาะหาอาจารย์ที่มีคุณสมบัติมาสอนนักเรียนในโรงเรียนของตัวเองได้ " ฮาเกนถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง
" เ้าหนุ่ม...ข้าต้องขอโทษจริงๆ ที่ต้องพูดแบบนี้ แต่โรงเรียนราชวงศ์มันเล็กเกินไปที่จะสามารถอบรมสั่งสอนเ้าได้ ดังนั้นแล้วต่อจากนี้เป็ต้นไปข้าอยากจะให้เ้าฝึกฝนด้วยตัวเองในดันเจี้ยนแห่งนั้น "
ฮาเกนมองออกไปนอกหน้าต่างซึ่งเป็ทิศทางเดียวกันที่ดันเจี้ยนตั้งผงาดอยู่กลางโรงเรียน โดยปกติคนที่มีสิทธิ์เข้าไปในดันเจี้ยนจะต้องเป็นักเรียนชั้นปี 2 ขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งนี่หมายความว่าเดธได้รับสิทธิ์พิเศษเป็นักเรียนปี 1 คนแรกที่จะได้เข้าไปในดันเจี้ยน
" ขอบคุณผู้อำนวยการ " เดธตอบกลับสั้นๆ เขาไม่ได้ใส่ใจแม้จะไม่ได้เรียนอยู่ในห้องเรียนเหมือนนักเรียนคนอื่น
อันที่จริงการเรียนด้วยตัวเองถือว่าเป็ทางเลือกที่ดีเลยทีเดียว...
เนื่องจากการอยู่ท่ามกลางนักเรียนจำนวนมากทำให้เขาพบเจออุปสรรคหลายอย่างไม่ว่าจะเป็เื่ของกลิ่นสาปความดีที่เหม็นจนแสบจมูกแทบอ้วก หรือแม้กระทั่งกลิ่นความชั่วร้ายอันหอมหวานน่าลิ้มลองจนเกือบเผลอพรั่งมือกระชากดวงิญญาเ่าั้เพื่อกลืนกินหลายต่อหลายครั้ง
" เ้าหนุ่ม...มันยังมีอีกหนทางหนึ่งที่เ้าสามารถร่ำเรียนกับนักเรียนคนอื่นๆได้ แต่เ้าต้องห้ามใช้เวทมนตร์ธาตุิญญาเด็ดขาดเพราะมันแข็งแกร่งเกินไปจนทำให้นักเรียนรวมไปถึงเหล่าคณะอาจารย์หลายๆ คนเริ่มหมดความมั่นใจในพร์ของตัวเอง "
พอพูดมาถึงจุดนี้ฮาเกนก็ถอนหายใจยกใหญ่ อย่างที่รู้กันดีว่าตำราหรือสิ่งที่เกี่ยวกับการใช้เวทมนตร์ธาตุิญญาเป็ทักษะที่หายสาปสูญไปเกือบ 1 พันปีแล้วจนผู้คนหลงลืมมันแทบทั้งหมด
ฮาเกนเคยศึกษาค้นคว้าตำราเกี่ยวกับธาตุิญญามานานหลายร้อยปี แต่ช่างน่าเสียดายที่รายละเอียดเกี่ยวกับมันมีค่อนข้างน้อย
สิ่งเดียวที่เขารู้มีเพียงว่าเวทมนตร์ธาตุิญญาเป็ศาสตร์ที่แข็งแกร่งมีความคล้ายคลึงธาตุมืดแต่มันลึกลับและน่ากลัวกว่าจนถูกขนานนามให้เป็ศาสตร์แห่งความตายอย่างแท้จริง
" เ้าหนุ่ม...เ้าจะยอมรับข้อเสนอของข้าไหม? " ฮาเกนเอ่ยถามอีกครั้ง
" ข้าขอปฏิเสธ..."
คำตอบสั้นๆ ถูกเอ่ยออกมาจากปากของเดธตามเคย ทว่าครั้งนี้ต่างออกไปจากเดิมเล็กน้อยเพราะน้ำเสียงซึ่งเปล่งออกมามันเยือกเย็นราวกับเสียงกระซิบแห่งความตาย
' นั้นมันอะไรหน่ะ! ' ฮาเกนจ้องมองออร่าดำมืดซึ่งกำลังแผ่กระจายออกมาจากร่างของเดธ เขาััได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่แม้แต่มหาจอมเวทย์ Lv:205 ยังต้องหลั่งเหงื่อแสดงสีหน้าเคร่งเครียด
ทว่าทันใดนั้นอยู่ดีๆ ออร่าดำมืดอันแสนน่ากลัวมันก็ได้สลายหายไปราวกับเป็แค่ภาพลวงตา
" ท่านผู้อำนวยการ..ข้าขอเลือกฝึกฝนด้วยตัวเองและขอขอบคุณสำหรับข้อเสนอของท่าน.." เดธกล่าวขอบคุณก่อนจะเดินออกจากห้องผู้อำนวยการโดยมีสายตาของคู่สนทนามองตามหลังมาติดๆ จนประตูปิดตัวลง
' เมื่อกี้นี้มันเป็ภาพลวงตางั้นเหรอ? ไม่สิ.....ข้ามั่นใจว่าออร่าดำมืดเมื่อครู่ไม่ใช่ภาพลวงตาแน่ ตอนมองไปที่มันข้ารู้สึกราวกับตัวเองถูกบางสิ่งบางอย่างดึงลากจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดและอยู่ท่ามกลางกองทัพสีดำนับไม่ถ้วน พวกมันมองมาที่ข้าด้วยดวงตาแดงก่ำราวโลหิตพร้อมจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว '
ฮาเกนปาดเหงื่อบนใบหน้า มันเป็ครั้งแรกในรอบหลายร้อยปีที่เขารู้สึกกดดันมากขนาดนี้เพราะครั้งสุดท้ายที่รู้สึกกดดันคือตอนต่อสู้กับัแห่งความหายนะซึ่งโดนผนึกอยู่ภายในดันเจี้ยนเมื่อ 300 ปีก่อน
ตัดมาทางด้านของเดธหลังจากเดินออกจากห้องผู้อำนวยการ เป้าหมายถัดไปของเขาคือจุดแลกเปลี่ยนอาวุธและยุทโธปกรณ์หรือตำราเวทมนตร์ต่างๆ การแลกเปลี่ยนจำเป็ต้องใช้แต้มโรงเรียนซึ่งเดธมีมากกว่า 5500 แต้มที่ได้มาจากการต่อสู้ในป่าเมื่อวาน
แต่ก่อนจะเดินเข้าไปในอาคารเพื่อทำการแลกเปลี่ยน ดวงตาสีโลหิตหันไปจ้องมองออร่าสีดำที่แผ่อยู่รอบๆ ตัวและพูดขึ้น
" ห้ามออกมาโดยพละการอีกเป็ครั้งที่สองจนกว่าข้าจะสั่ง.." น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเต็มไปด้วยพลังิญญาอันแข็งแกร่งของยมทูตผู้กวัดแกว่งเคียวสะบั้นดวงิญญาร้ายมานับพันปี แม้จะเป็คำพูดสั้นๆ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ควรเข้าไปท้าทาย
" ขอนอบน้อมรับคำบัญชาาาของข้า.." ออร่าดำทมิฬค่อยๆ สลายหายเข้าไปภายในตัวของเดธ โดยผู้เป็เ้าของออร่าคือิญญาร้ายตนแรกที่ยอมรับใช้ติดตามเขาตอนอยู่ในขุมนรก
สาเหตุหลักที่ิญญาร้ายตนนี้ปรากฏกายออกมาเป็เพราะมันััได้ถึงอารมณ์ที่กำลังแปรปรวนของผู้เป็นาย เนื่องจากตอนนั้นฮาเกนได้เผลอพูดในสิ่งที่ไม่คู่ควรออกมา
การที่ฮาเกนบอกห้ามไม่ให้เดธใช้พลังิญญามันเปรียบเสมือนการบอกให้เขาปฏิเสธตัวตนของตัวเอง ยมทูตผู้ถูกพระเ้าส่งลงไปในขุมนรกอยู่ท่ามกลางเหล่าิญญาร้ายนับล้านล้านดวงอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย
เขามีเพียงเคียวในมือเป็เพื่อนคู่ใจสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่ผ่านสมรภูมิรบนองเืมาด้วยกันและอย่างสุดท้ายที่ไม่อาจปฏิเสธได้ก็คือพลังิญญาที่เป็แสงสว่างช่วยให้ยมทูตฝึกหัดรอดพ้นจากขุมนรกมาได้ ดังนั้นการถูกบอกห้ามไม่ให้ใช้พลังิญญามันไม่ต่างจากการบอกให้เดธหยุดหายใจเลย