Whisper เพื่อนไม่จริง
ตอนที่ 6 นอนบ้านนักรบ
ตัวเลขนาฬิกาดิจิตอลบนผนังบอกเวลา 01.25 น.
พรุ่งนี้เช้าตอนตีห้าเธอและเพื่อนสนิทหนุ่มจะต้องไปถึงสนามบินดอนเมือง และถามว่าตีหนึ่งจะครึ่งแล้วทำไมเธอถึงยังไม่นอนน่ะเหรอ ก็กำลังเม้าส์แตกกับเพื่อนสนิทชายไม่จริงหญิงไม่แท้อย่างแทนคุณอยู่
“มานอนบ้านรบเพราะจะได้ไม่ต้องกวนคนอื่นมาเปิดบ้านอะ...ย่ะ...ฉันจดลิสต์ของที่แกฝากเสร็จแล้วย่ะ” เตยหอมตอบคนในโทรศัพท์
แม้แสงไฟจะดับลงนานแล้ว นักรบก็ยังหมุนตัวไปมาเพราะรำคาญเสียงคนคุยโทรศัพท์หงุงหงิงอยู่ดี เขาเริ่มพลิกตัวอีกครั้ง แต่ต้นเสียงก็ไม่ได้ทำท่าจะวางสายลงแต่อย่างใด เขาพลิกตัวมามองภาพเดิมๆ คือแสงจ้าจากหน้าจอมือถือทำให้เห็นเตยหอมใส่หูฟังแบบไร้สาย ส่วนในมือเล็กก็กำลังพิมพ์อะไรลงไปยิกๆ ใส่มือถือคู่ใจ คาดว่าคงเป็ลิสต์รายการของที่แทนคุณฝากซื้อ เธอทำแบบนี้มาเป็ชั่วโมงแล้ว และเขาเองก็ได้แต่นอนมองนอนฟังจากโซฟากลางบ้านมาเป็ชั่วโมงแล้วเช่นกัน
เขาคิดว่าเธอควรวางสายได้แล้วเลยกระแอมเบาๆ ในลำคอ
“อะแฮ่ม”
แต่เหมือนเธอจะไม่สนใจ...
นักรบถอนหายใจและในที่สุดเขาก็ขยับกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปใกล้หญิงสาวที่นอนกลิ้งอยู่ที่พื้นบนผ้าห่มของเขาอีกที หล่อนจะสบายใจเกินไปแล้วล่ะ
ขวับ!
เขาหยิบมือถือของหล่อนขึ้นมาโดยยืนอยู่เหนือศีรษะเ้าหล่อน เตยหอมเลยแหงนหน้าขึ้นมองตามทิศที่แสงจากมือถือสว่างจ้า
“ตีหนึ่งครึ่งแล้ว นอนเหอะ”
“แป๊บนึงนะคุณ รบมันวอแวว่ะ...เออๆ วางเลยก็ได้...” เตยหอมในชุดนอนเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวพูดกับคนในสายก่อนจะพลิกตัวเป็นอนหงายเพื่อเล็งว่ามือถือของหล่อนอยู่ตรงไหนในมือเพื่อนสนิทหนุ่ม
“เอามือถือเตยมานะรบ” หล่อนเห็นมันแล้วและยื่นมือออกไปรอรับของ
“ไม่!”
ขืนให้ไปยัยนี่ก็ไม่ได้นอนกันพอดี รับรองว่าคงนั่งพิมพ์อะไรอีกพักใหญ่แล้วเขาก็จะไม่ได้นอน
“รบจะนอนแล้วอะ”
“ก็นอนไปดิ เตยไม่คุยโทรศัพท์แล้ว”
“แต่มันแสบตา”
“เตยไม่เล่นแล้วก็ได้”
“งั้นไม่คืน...”
หญิงสาวขมวดคิ้วมอง เธอตัดสินใจลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิ
“จะคืนไม่คืน บอกก่อนนะว่าถึงเป็บ้านแกฉันก็ไม่เกรงใจนะ” เตยหอมขู่ นักรบไม่ตอบแต่สายหน้าแล้วหันหลังทำท่าจะเดินกลับไปที่โซฟา
พรึบ!
กางเกงบอลของชายหนุ่มร่วงลงมาอยู่หว่างขาด้วยฝีมือของสาวเ้าของมือถือ เสื้อยืดสีขาวไม่ได้ยาวเลยจึงไม่ช่วยปิดบังอะไรเลย เธออมยิ้มพร้อมกับที่นักรบอุทานดังลั่น
“เห้ย!” เขาทิ้งมือถือลงพื้นและดึงกางเกงขึ้นทันที นาทีนั้นด้วยความใทำให้เขาสะดุดขาตัวเองแล้วล้มลงบนผ้าห่มใกล้ๆ หล่อน มือถือเ้ากรรมก็หล่นอยู่ถัดจากเขาไปอีกหน่อยบริเวณนอกผ้าห่ม เธอไม่สนใจเพื่อนรักที่ร้องโอดโอยอยู่ข้างๆ แต่กลับปีนขึ้นไปทับร่างของนักรบเพื่อจะยื่นมือไปหยิบมือถือได้
เพราะความใกล้ทำให้นักรบลืมความเจ็บไปชั่วครู่ เตยหอมนอนเกยคางบนอกของเขา แสงสว่างจากจอมือถือทำให้มองเห็นเค้าโครงหน้าละมุนของหล่อน ปากนิดจมูกหน่อย ดวงตาสดใสสะท้อนแสงสีฟ้าเลยมองไม่ออกว่ามันเป็สีน้ำตาลเข้ม แต่เขารู้ว่ามันเป็สีน้ำตาล
หล่อนเห็นเขาเงียบเสียงลงเลยละความสนใจจากของในมือ เหลียวหน้ามาสบตากับเขา
จู่ๆ นักรบก็เผลอขยับหน้าเข้าหาหล่อน เตยหอมรู้สึกว่าใบหน้าของเขาเคลื่อนเข้ามาใกล้จนเหลือไม่ถึงหนึ่งไม้บรรทัด เธอทำตาโตแล้วเอ่ยถามทำลายบรรยากาศที่คล้ายกับต้องมนตร์
“รบทำอะไรอะ”
เขาชะงักแล้วตอบกลับเบาๆ
“เปล่านี่”
“ได้ยินเสียงร้องอะ เป็อะไรรึเปล่า ว่าแต่พวกพี่ลงไปนอนทับกันตรงนั้นทำไมอะ” เสียงของออกศึกดังขึ้นหลังจากที่แสงไฟสว่าง เขายืนอยู่ตรงจุดที่มีสวิตช์ไฟในชุดนอน หัวยุ่งๆ บ่งบอกว่าเขาน่าจะเพิ่งลุกจากเตียงที่อยู่ในห้องเหนือขึ้นไปอีกสองชั้นเมื่อครู่
“ปะเปล่า” ทั้งคู่ตอบพร้อมกันและเหมือนกันโดยไม่ได้นัด เตยหอมรีบขยับตัวลุกขึ้นนังขัดสมาธิอีกรอบส่วนนักรบก็กลิ้งตัวออกไปนอกผ้าห่มเพื่อรักษาระยะห่างกับเพื่อนสาว
“สรุปไม่มีใครเป็อะไรนะ ศึกจะไปนอนต่อ” น้องชายคนเล็กไม่ได้สนใจจะถามหาความจริงอะไรต่อ เขายังมีท่าทีสะลึมสะลือ
“โทษที เสียงดังมากเลยหรอ” นักรบเป็ฝ่ายขอโทษ
“ดังสิ เมื่อกี้ป๊าแม่ก็จะลงมา แต่เดี๋ยวขึ้นไปบอกให้”
“จะบอกว่าอะไร?” นักรบถามต่อ ขณะที่เตยหอมยังนั่งเงียบ เพราะหล่อนก็ได้แต่นึกสงสัยเื่เมื่อครู่อยู่
“บอกว่าพวกพี่นอนทับกัน”
เตยหอมหน้าแดงก่ำกับคำพูดจากคนง่วงนอน ก่อนหญิงสาวจะขอให้น้องชายเพื่อนสนิทปรับเปลี่ยนคำพูดใหม่
“บอกว่าพี่เตยละเมอก็ได้นะศึก บอกแบบนั้นไปผู้ใหญ่ใหมด”
“อ้อ ได้ๆ พี่ ศึกปิดไฟให้นะ” ออกศึกพูดจบก็ปิดไฟ ทุกอย่างกลับสู่ความมืดอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีแสงไฟจากหน้าจอมือถือทั้งคู่จึงไม่เห็นว่าอีกฝ่ายมีสีหน้ายังไง
“นอนกันเหอะรบ” เตยหอมบอกเบาๆ
“อื้อ” นักรบรับคำแล้วใช้ความคุ้นเคยในการคลำทางเดินกลับไปที่โซฟา ขณะที่เดินกลับไปจนนอนบนโซฟาแล้ว เขาก็ยังคิดไม่ตกกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ เขาเขยิบตัวเองไปใกล้เธอทำไม เขาจะทำอะไรวะ
หรือนี่แหละมั้งที่เขาเรียกว่าบรรยากาศพาไป...
แล้วในทริปญี่ปุ่นสิบวันที่กำลังจะถึงในไม่กี่ชั่วโมงครั้งนี้ มันจะมีสิ่งที่เรียกว่าบรรยากาศพาไปอีกหรือเปล่า?