เมื่อกลับมาถึงห้องพัก วรกานต์ ลองรื้อค้นดูกระเป๋าเดินทางของตน เผื่อว่าจะลืมหรือทำร่วงหล่นอยู่ในนั้น แต่ก็ไม่พบ
“ฉันจะทำยังไงดีล่ะทีนี้ กลับเมืองไทยยังไงล่ะเนี้ย” วรกานต์ มองหน้าเพื่อนๆ อย่างคิดอะไรไม่ออกแล้ว
“เราไปแจ้งความเอกสารหายที่สถานีตำรวจดีกว่าไหม? จะได้เป็หลักฐานว่าของๆ เราหายไปจริงๆ ไม่ได้โกหก” กุสุมา ออกความเห็น
“จะดีเหรอ!! เราไม่รู้เลยนะว่ากฏหมายของประเทศนี้เป็ยังไง จะเหมือนกับประเทศเราหรือเปล่าก็ไม่รู้” อุษา เอ่ยออกความเห็น เพราะไม่แน่ใจว่าถ้าไปแจ้งความแล้วมันจะดีหรือไม่อย่างไร
“แต่ก็ต้องลองดูล่ะ เพราะถ้าปล่อยไปอย่างนี้แล้วกานต์คงไม่ได้กลับไทยแน่ๆ แล้วธอเอาไงล่ะกานต์?” อรภา หันมาถามคนที่ทำพาสปอร์ตหาย ซึ่ง วรกานต์ มองหน้าเพื่อนแต่ละคน อยู่พักหนึ่งจึงตัดสินใจเอ่ยออกไป “ฉันจะไปแจ้งความ”
“โอเค งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้พวกเราไปสถานีตำรวจกัน” กุสุมา เอ่ยบอกกับเพื่อนๆ แล้วสี่สาวก็พากันไปรับประทานอาหารเย็น และกลับขึ้นมาพักผ่อนที่ห้องพัก
เช้าวันรุ่งขึ้นสี่สาวก็พากันไปที่สถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุด
“สวัสดีค่ะ ฉันมาขอแจ้งความค่ะ คือ.. ฉันทำกระเป๋าเงินและพาสปอร์ตหายไปน่ะค่ะ” วรกานต์ กล่าวแจ้งความกับนายตำรวจนายหนึ่งที่นั่งประจำอยู่ที่โต๊ะทำงาน โดยเพื่อนทั้งสามคน ก็นั่งรออยู่ที่เก้าอี้ ที่ทางสถานีตำรวจได้จัดไว้สำหรับผู้มาติดต่อ
“คุณชื่ออะไร? มาจากประเทศอะไร? และทำหายที่ไหน เมื่อไร?” นายตำรวจนายนั้น มองหน้าผู้มาแจ้งความนิดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามข้อมูล
“ฉันชื่อวรกานต์ นราภักดีค่ะ เป็คนไทย มาจากประเทศไทย ทำหายที่ไหนและเมื่อไรนั้นฉันไม่รู้จริงๆ ค่ะ” วรกานต์ ตอบตามที่นายตำรวจได้เอ่ยถามมา
ซึ่งนายตำรวจนายนั้นมองหน้า วรกานต์ นิ่งเงียบไปอีกครั้ง ก็หันกลับไปพูดเป็ภาษาท้องถิ่น กับเพื่อนนายตำรวจอีกคนที่นั่งอยู่อีกโต๊ะทำงานหนึ่ง ไม่ไกลกันนัก ซึ่ง วรกานต์ ไม่อาจรู้ได้เลยว่าพวกเขาพูดอะไรกัน เพราะไม่เข้าใจภาษาท้องถิ่นนั้นเลยสักนิด
“ถ้ายังไงผมต้องขอให้คุณอยู่ที่สถานีตำรวจนี้ก่อน ขอตรวจสอบข้อมูลของคุณกับสถานฑูตก่อน เพราะเราสงสัยว่าคุณจะเข้าประเทศของเรามาโดยผิดกฏหมาย” นายตำรวจนายนั้นหันมาพูดให้ วรากานต์ ได้รับทราบ ด้วยเสียหน้าจริงจัง
“อะ อะไรนะคะ ฉันเป็นักท่องเที่ยว ที่เข้ามาเที่ยวประเทศนี้อย่างถูกต้องตามกฏหมายทุกอย่างนะ แต่ตอนนี้เอกสารฉันหายไปก็เท่านั้นเอง” วรกานต์ เบิกตากว้างขึ้นอย่างใกับคำกล่าวหา ที่นายตำรวจแจ้งมานั้น พยายามจะอธิบายให้นายตำรวจได้รับทราบ และรับฟังเหตุผล
“ที่คุณพูดมานี้ ผมก็ได้แค่รับฟัง ไม่สามารถเชื่ออะไรคุณได้ เพราะคุณไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยันได้เลย ว่าคุณเข้ามาอย่างถูกต้อง ดังนั้น ระหว่างตรวจสอบข้อมูลของคุณ และเพื่อป้องกันการหลบหนี คุณจะต้องอยู่ที่สถานีตำรวจจนกว่าจะทราบผล” นายตำรวจกล่าวอธิบายให้หญิงสาวได้รับทราบ อย่างไม่สนใจในสิ่งที่ผู้หญิงตรงหน้านี้พูดมาเลย
“แล้วฉันจะต้องอยู่ที่นี่นานไหมคะ? ถึงจะทราบผล” วรกานต์ ถามขึ้นอย่างสงสัย
“อันนี้ผมก็ไม่รู้ อาจจะเป็สองวัน สามวัน หรืออาทิตย์หนึ่ง ก็สุดแท้แต่ทางที่ผมขอข้อมูล เขาจะตอบกลับมาตอนไหน” นายตำรวจกล่าวบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่เป็เดือดเป็ร้อนอะไรเลยแม้แต่น้อย พร้อมกับมองหน้าหวานๆ ที่ตอนนี้ซีดลงราวกับไก่ต้ม
วรกานต์ หันมองไปหาเพื่อน คิดไม่ตก กลัวก็แสนกลัว ตอนนี้คิดอะไรไม่ออกเลย เพราะเื่มันจะปานปลายกันไปใหญ่แล้ว
“ผมคงต้องขอเชิญคุณไปพักรออยู่ที่ห้องอีกห้องหนึ่งตอนนี้เลยครับ” นายตำรวจ เอ่ยบอกแกมบังคับให้ วรกานต์ ทำตามกลายๆ
“ฉันขอคุยกับเพื่อนก่อนจะได้ไหมคะ?” วรกานต์ หันกลับมาขออนุญาตกับนายตำรวจนายนั้น ด้วยสีหน้าที่แสดงออกมาชัดเจนว่ามีความเป็กังวลเป็ยิ่งนัก
“ได้สิ แต่อย่าคิดหนีเชียวล่ะ หากคุณคิดหนีคุณอาจจะได้รับโทษเพิ่มขึ้น หากผลออกมาว่าคุณเข้ามาโดยผิดกฏหมายจริงๆ” นายตำรวจนายนั้นอนุญาต แต่ก็มีการขู่ วรกานต์ ไว้ด้วยอีกต่างหาก
“ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว” วรกานต์ กล่าวกับนายตำรวจ แล้วลุกขึ้นเดินไปหาเพื่อนที่นั่งรอเธออยู่
“ฉันคงต้องอยู่ที่นี่ก่อน ตำรวจบอกว่าฉันไม่มีหลักฐานการเข้าเมืองมา จึงให้อยู่รอจนกว่าจะได้รับข้อมูลจากสถานฑูตน่ะ” วรากานต์ กล่าวกับเพื่อนด้วยสีหน้าบ่งบอกชัดเจนว่ามีความเป็กังวล และกลัดกลุ้มใจ
“แล้วจะได้ข้อมูลเมื่อไรล่ะ?” กุสุมา เอ่ยถามอย่างใคร่รู้ “เขาบอกว่าอาจจะสองวัน สามวัน หรืออาทิตย์หนึ่ง” วรกานต์ พูดบอกพร้อมกับทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
“อะไรกัน ทำไมมันนานขนาดนั้นล่ะ แล้วอย่างนี้เธอจะอยู่ที่นี่ยังไง? บ้าไปแล้ว” อุษา เอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิดแทนเพื่อน
“นั้นนะสิ เขาให้เธอไปรอฟังที่โรงแรมที่เราพักอยู่ไม่ได้หรือ?” อรภา เอ่ยถามขึ้นบ้าง
“เขากลัวว่าฉันจะหนีนะสิ ก็เลยให้อยู่รอที่นี่.. เอาน่า! ฉันอยู่ได้แหละ เขามีห้องให้พักรออยู่ พวกเธอไม่ต้องห่วงฉันหรอก” วรากานต์ บอกเพื่อนไปอย่างนั้น แต่ในใจตัวเองนี้สิทั้งกลัวทั้งเป็กังวล ทั้งกลัดกลุ้ม ทั้งคิดไม่ตกสาระพัด และไม่รู้จะทำยังไงต่อไปดี
๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘