ลิขิตรักมาเฟีย_End

    บทที่ 6 เคราะห์ซ้ำกรรมซัด

            เมื่อกลับมาถึงห้องพัก วรกานต์ ลองรื้อค้นดูกระเป๋าเดินทางของตน เผื่อว่าจะลืมหรือทำร่วงหล่นอยู่ในนั้น แต่ก็ไม่พบ


            “ฉันจะทำยังไงดีล่ะทีนี้ กลับเมืองไทยยังไงล่ะเนี้ย” วรกานต์ มองหน้าเพื่อนๆ อย่างคิดอะไรไม่ออกแล้ว


            “เราไปแจ้งความเอกสารหายที่สถานีตำรวจดีกว่าไหม? จะได้เป็๲หลักฐานว่าของๆ เราหายไปจริงๆ ไม่ได้โกหก” กุสุมา ออกความเห็น


            “จะดีเหรอ!! เราไม่รู้เลยนะว่ากฏหมายของประเทศนี้เป็๲ยังไง จะเหมือนกับประเทศเราหรือเปล่าก็ไม่รู้” อุษา เอ่ยออกความเห็น เพราะไม่แน่ใจว่าถ้าไปแจ้งความแล้วมันจะดีหรือไม่อย่างไร


            “แต่ก็ต้องลองดูล่ะ เพราะถ้าปล่อยไปอย่างนี้แล้วกานต์คงไม่ได้กลับไทยแน่ๆ แล้วธอเอาไงล่ะกานต์?” อรภา หันมาถามคนที่ทำพาสปอร์ตหาย ซึ่ง วรกานต์ มองหน้าเพื่อนแต่ละคน อยู่พักหนึ่งจึงตัดสินใจเอ่ยออกไป “ฉันจะไปแจ้งความ”


            “โอเค งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้พวกเราไปสถานีตำรวจกัน” กุสุมา เอ่ยบอกกับเพื่อนๆ แล้วสี่สาวก็พากันไปรับประทานอาหารเย็น และกลับขึ้นมาพักผ่อนที่ห้องพัก


            เช้าวันรุ่งขึ้นสี่สาวก็พากันไปที่สถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุด


            “สวัสดีค่ะ ฉันมาขอแจ้งความค่ะ คือ.. ฉันทำกระเป๋าเงินและพาสปอร์ตหายไปน่ะค่ะ” วรกานต์ กล่าวแจ้งความกับนายตำรวจนายหนึ่งที่นั่งประจำอยู่ที่โต๊ะทำงาน โดยเพื่อนทั้งสามคน ก็นั่งรออยู่ที่เก้าอี้ ที่ทางสถานีตำรวจได้จัดไว้สำหรับผู้มาติดต่อ


            “คุณชื่ออะไร? มาจากประเทศอะไร? และทำหายที่ไหน เมื่อไร?” นายตำรวจนายนั้น มองหน้าผู้มาแจ้งความนิดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามข้อมูล


            “ฉันชื่อวรกานต์ นราภักดีค่ะ เป็๲คนไทย มาจากประเทศไทย ทำหายที่ไหนและเมื่อไรนั้นฉันไม่รู้จริงๆ ค่ะ” วรกานต์ ตอบตามที่นายตำรวจได้เอ่ยถามมา


            ซึ่งนายตำรวจนายนั้นมองหน้า วรกานต์ นิ่งเงียบไปอีกครั้ง ก็หันกลับไปพูดเป็๲ภาษาท้องถิ่น กับเพื่อนนายตำรวจอีกคนที่นั่งอยู่อีกโต๊ะทำงานหนึ่ง ไม่ไกลกันนัก ซึ่ง วรกานต์ ไม่อาจรู้ได้เลยว่าพวกเขาพูดอะไรกัน เพราะไม่เข้าใจภาษาท้องถิ่นนั้นเลยสักนิด


            “ถ้ายังไงผมต้องขอให้คุณอยู่ที่สถานีตำรวจนี้ก่อน ขอตรวจสอบข้อมูลของคุณกับสถานฑูตก่อน เพราะเราสงสัยว่าคุณจะเข้าประเทศของเรามาโดยผิดกฏหมาย” นายตำรวจนายนั้นหันมาพูดให้ วรากานต์ ได้รับทราบ ด้วยเสียหน้าจริงจัง


            “อะ อะไรนะคะ ฉันเป็๲นักท่องเที่ยว ที่เข้ามาเที่ยวประเทศนี้อย่างถูกต้องตามกฏหมายทุกอย่างนะ แต่ตอนนี้เอกสารฉันหายไปก็เท่านั้นเอง” วรกานต์ เบิกตากว้างขึ้นอย่าง๻๠ใ๽กับคำกล่าวหา ที่นายตำรวจแจ้งมานั้น พยายามจะอธิบายให้นายตำรวจได้รับทราบ และรับฟังเหตุผล


            “ที่คุณพูดมานี้ ผมก็ได้แค่รับฟัง ไม่สามารถเชื่ออะไรคุณได้ เพราะคุณไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยันได้เลย ว่าคุณเข้ามาอย่างถูกต้อง ดังนั้น ระหว่างตรวจสอบข้อมูลของคุณ และเพื่อป้องกันการหลบหนี คุณจะต้องอยู่ที่สถานีตำรวจจนกว่าจะทราบผล” นายตำรวจกล่าวอธิบายให้หญิงสาวได้รับทราบ อย่างไม่สนใจในสิ่งที่ผู้หญิงตรงหน้านี้พูดมาเลย


            “แล้วฉันจะต้องอยู่ที่นี่นานไหมคะ? ถึงจะทราบผล” วรกานต์ ถามขึ้นอย่างสงสัย


            “อันนี้ผมก็ไม่รู้ อาจจะเป็๲สองวัน สามวัน หรืออาทิตย์หนึ่ง ก็สุดแท้แต่ทางที่ผมขอข้อมูล เขาจะตอบกลับมาตอนไหน” นายตำรวจกล่าวบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่เป็๲เดือดเป็๲ร้อนอะไรเลยแม้แต่น้อย พร้อมกับมองหน้าหวานๆ ที่ตอนนี้ซีดลงราวกับไก่ต้ม


            วรกานต์ หันมองไปหาเพื่อน คิดไม่ตก กลัวก็แสนกลัว ตอนนี้คิดอะไรไม่ออกเลย เพราะเ๱ื่๵๹มันจะปานปลายกันไปใหญ่แล้ว


            “ผมคงต้องขอเชิญคุณไปพักรออยู่ที่ห้องอีกห้องหนึ่งตอนนี้เลยครับ” นายตำรวจ เอ่ยบอกแกมบังคับให้ วรกานต์ ทำตามกลายๆ


            “ฉันขอคุยกับเพื่อนก่อนจะได้ไหมคะ?” วรกานต์ หันกลับมาขออนุญาตกับนายตำรวจนายนั้น ด้วยสีหน้าที่แสดงออกมาชัดเจนว่ามีความเป็๲กังวลเป็๲ยิ่งนัก


            “ได้สิ แต่อย่าคิดหนีเชียวล่ะ หากคุณคิดหนีคุณอาจจะได้รับโทษเพิ่มขึ้น หากผลออกมาว่าคุณเข้ามาโดยผิดกฏหมายจริงๆ” นายตำรวจนายนั้นอนุญาต แต่ก็มีการขู่ วรกานต์ ไว้ด้วยอีกต่างหาก


            “ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว” วรกานต์ กล่าวกับนายตำรวจ แล้วลุกขึ้นเดินไปหาเพื่อนที่นั่งรอเธออยู่


            “ฉันคงต้องอยู่ที่นี่ก่อน ตำรวจบอกว่าฉันไม่มีหลักฐานการเข้าเมืองมา จึงให้อยู่รอจนกว่าจะได้รับข้อมูลจากสถานฑูตน่ะ” วรากานต์ กล่าวกับเพื่อนด้วยสีหน้าบ่งบอกชัดเจนว่ามีความเป็๲กังวล และกลัดกลุ้มใจ  


            “แล้วจะได้ข้อมูลเมื่อไรล่ะ?” กุสุมา เอ่ยถามอย่างใคร่รู้ “เขาบอกว่าอาจจะสองวัน สามวัน หรืออาทิตย์หนึ่ง” วรกานต์ พูดบอกพร้อมกับทำหน้าเหมือนจะร้องไห้


            “อะไรกัน ทำไมมันนานขนาดนั้นล่ะ แล้วอย่างนี้เธอจะอยู่ที่นี่ยังไง? บ้าไปแล้ว” อุษา เอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิดแทนเพื่อน


            “นั้นนะสิ เขาให้เธอไปรอฟังที่โรงแรมที่เราพักอยู่ไม่ได้หรือ?” อรภา เอ่ยถามขึ้นบ้าง


            “เขากลัวว่าฉันจะหนีนะสิ ก็เลยให้อยู่รอที่นี่.. เอาน่า! ฉันอยู่ได้แหละ เขามีห้องให้พักรออยู่ พวกเธอไม่ต้องห่วงฉันหรอก” วรากานต์ บอกเพื่อนไปอย่างนั้น แต่ในใจตัวเองนี้สิทั้งกลัวทั้งเป็๲กังวล ทั้งกลัดกลุ้ม ทั้งคิดไม่ตกสาระพัด และไม่รู้จะทำยังไงต่อไปดี


    ๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘

    นิยายแนะนำ