สำหรับดูแลผิวพรรณให้งดงามก่อนเข้าพิธีแต่งงาน มันมีทุกยุคทุกสมัยจริงๆ หรือในยุคปัจจุบันเรียกว่าคอร์สเจ้าสาวนั้นเอง"ชิงชิงขัดเบาก็ได้นี่ผิวข้าจะหมดแล้วนะ ดูสิแดงไปหมดแล้ว" "ต้องขัดเช่นนี้แหละเจ้าค่ะ ผิวคุณหนูดีอยู่แล้วขัดนิดเดียวก็ขาวเป็นยองใยแล้วเจ้าค่ะ" ตอนนี้รุ่ยซีได้แต่นั่งแช่น้ำที่โรยด้วยดอกกุหลาบสีแดงที่โรยจนทั่วอ่าง และมีสาวใช้อย่างชิงชิงค่อยขัดถูกๆ "ชิงชิงว่าท่านจะต้องสวยสุดในวันนั้นเป็นแน่เจ้าค่ะ " "ไม่ต้องมาประจบข้าเลย ""ชิงชิงไม่ได้ประจบนะเจ้าค่ะ ชิงชิงพูดจริงๆ""ชิงชิงๆช่วยเล่าให้ข้าฟังหน่อยได้ไหมว่าเมื่อก่อนข้าเป็นยังไงถึงได้ตกบันไดมาได้" "ชิงชิงไม่กล้าเจ้าค่ะ ""นี่เจ้าไม่เชื่อใจข้าแล้วรึ ข้าไม่สั่งโบยเจ้าหรอกนะ เด็กโง่""ขออภัยคุณหนูชิงชิงฉลาดน้อยพูดไม่ทันคิด ""เอาเถอะๆ เล่ามาให้ข้าฟัง"รุ่ยซีพูดย้ำคำตอบเพื่อให้อีกฝ่ายพูดออกมา "เมื่อก่อนคุณหนูเป็นคนเก็บตัวเจ้าค่ะ ไม่ค่อยจะยุ่งกับใคร" เหตุนี้สินะตัวละครตัวนี้ไม่ค่อยจะมีตัวตนในเรื่องเท่าไหร่ และยังไม่ค่อยสนิทกับเจิ้งเทียนฉี เหมือนคนอื่นๆ "งั้นหรอ แล้วตอนนี้ละข้าดูเป็นอย่างไรในสายตาเจ้า" "ตอนนี้ท่านดูมีชีวิตชีวาขึ้นจากเมื่อก่อน เปลี่ยนไปคนละคน""งั้นหรอ" แน่สิในเมื่อคนที่อยู่ในร่างนี้เป็นคนละคนกัน (..............)ด่านชายแดนเมืองต้าฮั่น"ยินดีด้วยจะเทียนฉีที่จะได้มีเมียกับเขาสักที" หวินโม่เจียงพูดพร้อมตบไหล่เจิ้งเทียนฉีเบาๆ "มันน่าดีใจตรงไหนกัน"เทียนฉีพูดออกมาในเสียงเรียบๆ เสียงที่เยือกเย็นใครเข้าใกล้ก็ขนลุกในน้ำเสียงของเขากันหมด"ได้ข่าวว่าเจ้าสาวของเจ้าเป็นบุตรสาวคนเล็กของท่านเสนาบดีเจ้ากรมการคลังไม่ใช่รึ""ใช่"เทียนฉีตอบกลับสั่นๆแต่ได้ใจความ"สาวงามเช่นนั้น ท่านปฎิเสทนิเสียดายแย่" หวินโม่เจียงพูด"เลิกพูดเถอะ เหตุการณ์ช่วงนี้เป็นเช่นไร" "ดุเหลือเกินท่านแม่ทัพเจิ่ง เหตุการณ์ช่วงนี้ปกติดี แต่คงจะคลาดสายตาไปไม่ได้""งั้นให้คนจับตาให้ดี คงจะวางใจคงจะไม่ได้""เรียนท่านแม่ทัพ ท่านรองแม่ทัพ""เจ้ามีอะไร""เออ...คุณหนูมู่หลานหลินมาขอเข้าพบ""กลับไปได้""ขอรับ""เทียนฉี!! นี่ท่านก็อยู่ด้วยรึโม่เจียง"มู่หลานหลินเดินเข้ามายังในกระโจม พร้อมกับหิ้วปิ่นโตใบใหญ่"ข้าอยู่ไม่แปลก แต่เจ้ามานั้นสิแปลกมาถึงค่ายทหาร สถานที่หญิงงามทั้งหลายไม่คิดจะมาเหยียบ ใยเจ้าถึงได้มาถึงที่นี่โดยเกรงกลัว" เทียนฉีก็ยังก้มเขียนอะไรบ้างอย่างขะมักเขม้น ทั้งที่โม่เจียงกับแม่นางหลานหลินกำลังโตเถียงกันอยู่"มีเทียนฉีอยู่ทั้งคน ใครจะกล้าทำอะไรข้าได้กัน"หลานหลินพอพูดเสร็จก็เดินไปยืนยังข้างๆโต๊ะที่เทียนฉีกำลังนั่งอยู่ "โม่เจียงพูดถูก ว่าที่นี่ไม่เหมาะกับสตรีอย่างเจ้าให้มาเหยียบ มันจะดูไม่ดีสำหรับเจ้า" เทียนฉีพูด"ท่านอย่าดุข้าเลย ข้าเพียงนำอาหารมาให้ท่าน ข้าได้ยินว่าพวกท่านจะต้องอยู่ในค่ายอีกหลายวันคงจะเบื่ออาหารแย่ อาหารที่ข้าเอามาล้วนเป็นอาหารรสเลิศจากพ่อครัวฝีมือดี""แม่นางหลานหลิน ลำบากท่านแล้ว ข้ากับเจิ้งเทียนฉีฝึกกลางดินกินกลางทรายมานาน เรื่องอาหารมันไม่ใช่อุปสรรคสำหรับชายชาตนักรบอย่างเราหรอก""อีกทั้งมันดูไม่งาม ที่ท่านจะมาหาคนที่มีคู่หมั้นแล้ว และกำลังจะสมรสเร็วๆนี้อย่างเขา"โม้เจียงพูดเสร็จก็ชี้มายังเทียนฉี "ท่านอย่ามาล้อเล่นหน่าหวินโม่เจียง " หลานหลินได้ยินอย่างนั้นมือก็สั่นและน้ำตาเริ่มคลออยู่ใต้ตาจะไหลออกมาให้ได้ "เทียนฉีบอกนางไปสิว่าจะเป็นอย่างที่ข้าพูดรึไม่""จริงอย่างโม่เจียงพูด เจ้ากลับไปเสียเถอะ อย่ามาเสียเวลาเลย"เทียนฉีพูดด้วยเยือกเย็นและเย็นชา ทำให้คนที่ยืนอยู่ถึงกับกั้นนำ้ตาเอาไว้ไม่อยู่ "นางผู้นั้นเป็นใครกัน!!! ใยท่านถึงยอมแต่งนางเข้าจวน ทั้งๆที่ผ่านมาท่านไม่เคยเหลียวแลหญิงใดแม้แต่ข้า ท่านยังเมินเฉย" "เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับเจ้า""หรือเป็นนางที่ท่านพานางไปตลาดในวันนั้น บุตรสาวของกรมการคลังที่ชื่อ จ้าวไป๋หลัน ผู้นั้นใช่รึไม่?!"เทียนฉีไม่ได้ตอบสิ่งใดออกมาแม้แต่เงยหน้าขึ้นมามองยังไม่มีเลย ด้วยที่ยิ่งไร้คำตอบ มันยิ่งทำให้คนที่รอฟังคำตอบมั่นใจว่ามันเป็นเรื่องจริง "ท่านไม่ปฎิเสธ คงจะเป็นนางจริงๆ ท่านไม่ยุติธรรมกับข้าที่ค่อยดูแลท่านมานานเปรียบกับนางที่พึ่งมา ท่านกับเลือกนางมากกว่าเลือกข้า""คุณหนูคงจะคิดผิดเสียแล้ว เทียนฉีกับนางรู้จักมานานกว่าที่ทันคิดแล้ว ""พอ!!!!" เทียนฉีตะคอกออกมาเสียงดังจนทำให้คนสองคนกำลังถกเถียงกันถึงกับสะดุ้ง แล้วพากันหันมามองทางเดียวกันหมด"คุณหนูมู่หลานหลิน ท่านกลับไปเสียเถิด ส่วนเจ้า โม่เจียงไปคุ้มทหารฝึกซ้อมซะ ส่วนเรื่องนี้ข้าเป็นคนตัดสินใจเอง ""วันนี้ข้ากลับก่อนก็ได้ แต่เรื่องท่านข้าจะไม่มีทางยอมแพ้นางเด็ดขาด!!"..................................................วันเวลาผ่านไปเมื่อตัดตอนในนิยายที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว คนอ่านนิยายคงคิดว่าวันนี้ดูเหมือนว่าสมหวังได้แต่งงานกับพระเอก ได้ออกเรือนในฐานะฮูหยินของท่านแม่ทัพที่แสนจะเพียบพร้อมในหลายๆด้าน แต่ไม่เลยมันไม่ได้เกิดเพราะความรักของหนุ่มสาว แต่เป็นการแต่งงานเพราะหน้าที่เพียงเท่านั้น ขั้นตอนที่แสนจะยุ่งยากผ่านไปด้วยดี จนมาถึงขั้นตอนสุดท้ายคือการส่งตัวบ่าวสาวเข้าหอ รุ่ยซีที่ตอนนี้ได้แต่นั่งรอและมีผ้าคลุมหน้าไว้ทำให้ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลยนอกจากจะทำตาม "ท่านแม่ทัพเปิดผ้าคลุมหน้าให้เจ้าสิเจ้าคะ "สาวใช้คนอาวุโสพูด และเขาค่อยๆยืนไม้เกี่ยวผ้าให้หลุดลงจนทำให้เผยใบหน้าที่แต่งเติมอย่างสวยงามจนคนตรงหน้านิ่งไปครู่นึง "บ่าวสาวดื่มสุรามงคล เจ้าค่ะ"เหล้างั้นหรอ ? เด็กอายุ17อย่างรุ่ยซี ไม่เคยดื่มอย่างแน่นอน ทำไมดีละ?"นิ่งทำไม"เทียนฉีถามขึ้น"เออ..ข้าไม่เคยดื่มสุรามาก่อนน่ะ""งั้นแค่จิบก็พอ ให้เป็นพิธี" จากนั้นเข้ากระดกแก้วซดจนหมดรุ่ยซีทำท่าจะยกขึ้นดื่ม และจิบไปนิดเดียว แต่ด้วยความไม่คุ้นชิน พอดื่มเข้าไปแสบไปทั้งคอ กลิ่นเหม็นจนทำใหรุ่ยซีถึงกับต้องไอสำลักออกมา"พอ! ดื่มไม่ได้ก็อย่าฝืน ""แต่.....""เจ้าออกไปได้ละ เทียนฉีโบยมือให้นางออกไป""เจ้าค่ะท่านแม่ทัพ""นางไปแล้ว เจ้าทำตัวตามสบายเถอะ " เทียนฉีรินเหล้าแล้วก็ยกขึ้นดื่ม เทียบกับเขา กินสุราเหมือนน้ำเปล่า คนในยุคนี้คงจะดื่มเก่งทั้งหญิงทั้งชาย"เจิ้งเทียนฉี ข้าขอถามท่านสักอย่างสิจะได้รึไม่" "ิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิ อื้มถามมาสิ ""ใยท่านถึงยอมแต่งงานละ""เหตุผลนี้เจ้าก็รู้ดีนิว่าอะไร ""เพราะข้าใบหน้าเหมือนกับคนรักท่านใช่ไหม" ขนาดที่เขากำลังจะยกเหล้าขึ้นดื่มเข้าก็ต้องชะงัดและวางแก้วลงกับพื้นทันที"มันไม่ใช่เรื่องของเจ้า!!" ไอ้เด็กโง่ พูดคำนั้นออกไปได้ยังไง!! พูดออกมาโดยไม่สามารถควบคุมได้เหมือนมันได้เขียนเป็นบทของตัวละครนั้นๆแล้ว"นี้ท่านจะไปไหน""ข้าจะต้องไปในค่ายด่วน"จากนั้นเข้าก็เดินไปขึ้นบนหลังม้าและควบออกไปทันที ปล่อยให้เจ้าสาวคนใหม่อย่างรุ่ยซีนั่งมึนกับเรื่องเมื่อครู่นี้รุ่ยซีขนาดคืนแรกเข้าหอก็ทิ้งให้อยู่คนเดียว แล้ววันอื่นจะเป็นยังต่อไป เห็นๆอยู่ว่าเขาพยายามหลบหน้าทุกครั้งเหมือนได้ยินชื่อ และครั้งนี้ก็เช่นกัน.......