ตอนที่ 11
ในวันนั้นเทธานให้จันทร์วาลามาเข้าพบ เขาอยู่ในห้องโถงกับบรรยากาศมืดสลัว ภายในมีเตาไฟตัวหนึ่งตั้งอยู่ตรงกลาง เปลวไฟข้างในเตามีอยู่เพียงน้อยนิด แต่เทธานยังคงใช้มืออังเตาไฟอยู่เป็เวลานาน จวบจนเสียงฝีเท้าของใครคนหนึ่งเดินมา เปลวไฟนั้นก็พลันลุกโชนขึ้นอย่างน่าประหลาด แสงสว่างและความหนาวเย็นภายในห้องเริ่มเปลี่ยนแปลง
จันทร์วาลาขยับร่างงามของตนเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม นางไม่รู้ว่าตอนนี้เขาคิดจะทำอะไรต่อ ในเมื่อสิ่งนั้นจะต้องถูกเปิดขึ้นในอีกไม่ช้า เขาจะมัวรีรอหาความสุขเล็กๆน้อยๆกับเกาลัดเช่นนั้นหรือ
“นายท่าน” นางยังคงเชื่อฟังและเคารพเขา
เทธานหยิบของสิ่งหนึ่งออกมา แล้วใช้เวทย์อาคมทำให้มันลอยไปหานาง “เ้าเอาสิ่งนี้ไป แล้วอย่าให้พลาด”
จันทร์วาลารับมันมาพินิจดู กำไลวงหนึ่งที่ไร้สีสันแต่ให้ความลึกลับยากจะบอก
อาวุธเวทย์หรือ..
“เหมือนว่ามันจะมีพลังมากกว่าที่ข้าคิด พวกนั้นถึงได้ตามสิ่งนี้มาได้ ในเมื่ออยากลงนรกไปพร้อมกับข้า ข้าก็จะให้พวกมันไปเปิดทางให้ข้าก่อน” เทธานโค้งมุมปากพลันกลิ่นอายจิตสังหารวาบผ่าน
จันทร์วาลารับคำอย่างหวาดกลัวเล็กน้อย ก่อนนางจะเอ่ยถามข้อสงสัย “หากใกล้ถึงเวลานั้นแล้ว ท่านจะตัดใจทำเช่นนั้นได้หรือเ้าคะ”
เทธานรู้ว่านางกำลังกล่าวถึงอะไร เขาไม่พอใจเล็กน้อย จึงขยับฝ่ามือคราหนึ่ง ร่างหญิงสาวพลันลอยขึ้นสูง นางเจ็บร้าวถึงกระดูก
สายตาชายหนุ่มเจือแววความโกรธเกรี้ยวอย่างหนัก “อย่าให้ข้าได้ยินเ้าพูดเช่นนี้อีก”
จันหวะนั้นร่างจันทร์วาลาก็ถูกโยนออกจากห้องไป ร่างของนางถูกกระแทกเข้าที่ผนังปราสาท แม้นางจะใช้เวทย์อาคมป้องกายเอาไว้แต่ก็ไม่อาจช่วยได้
นับั้แ่มีคนแปลกหน้าอย่างเกาลัดเข้ามายังปราสาทนี้ นางก็ยังไม่เคยถูกกระทำรุนแรงเช่นนี้มาก่อน..
“อย่าให้ข้าได้มีโอกาสสังหารเ้า นังเด็กปีศาจ!!” หญิงสาวกล่าวด้วยความอาฆาตแค้น
เกาลัดเหนื่อยกับการคะยั้นคะยอให้วารีพูดถึงพื้นที่โดยรอบปราสาท นางอ้างเพียงว่าอยู่ในใจกลางป่าแห่งหนึ่งเท่านั้น
หญิงสาวคิดว่าหากยังคุยกับวารีต่อไปย่อมหาสาระไม่ได้ จึงให้ปีศาจรากไม้ร่างสูงมาคุยเป็เพื่อน และเขาก็ดูจะซื่อบื้อเกินไป เกาลัดก็ยังไม่ได้รับอะไรที่เป็ประโยชน์เลย
ภายหลังจากที่เทธานอิ่มหนำกับอาหารในห้องของนาง เขาก็จากไปเงียบๆ ทิ้งไว้เพียงเนื้อสด..กองนั้น วารียังให้คำยืนยันว่านายท่านของนางไม่กินไม่นอน แต่อาจจะแค่รู้สึกเบื่อจึงอยากหาอะไรท้าทายใหม่ๆทำ
เกาลัดก็ทำทีเชื่อวารีจึงพยายามให้นางกับปีศาจรากไม้ มาเล่นกิจกรรมทายคำหรืออะไรที่จะสามารถให้พวกเขาเผยความลับ
และนั่นก็ทำให้เกาลัดคิดถูก.. ปราสาทแห่งนี้มีทางออกลับ!
วันถัดมาเกาลัดถูกปลุกขึ้นมาั้แ่เช้า นางถูกเรียกตัวให้มาดูของขวัญที่เทธานส่งมาให้ มันเป็กล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว ข้างในกล่องนั้นพบดาบเล่มหนึ่งวางอยู่
ปลอกดาบสีดำสนิทพร้อมลวดลายสัญลักษณ์บางอย่าง ส่วนตัวดาบสลักอักขระปริศนาไว้ ด้ามจับนั้นก็เหมาะมือนางทีเดียว
เกาลัดอยากหัดฟันดาบมานานแล้ว กลุ่มของอองทีโดยเฉพาะพี่สาวที่ชื่อวธูคนนั้น นางนับว่าเป็คนเก่งมาก ผู้หญิงถือดาบแล้วทำสีหน้าขึงขังแบบนั้น นับว่าเท่ไม่น้อย
วารีกลัวดาบเล่มนี้เป็พิเศษ นางไม่อยากเข้าใกล้มัน โดยนางไม่ได้บอกว่าทำไมถึงกลัวนัก หากไม่เกี่ยวกับคนให้แล้ว เกาลัดกลับชื่นชอบมันเป็อย่างมาก คอยขัดถูจนปลอกดาบแทบจะขึ้นเงา
หญิงสาวหวนคิดถึงมีดสั้นโบราณเล่มนั้นขึ้นมา ถ้าอารันยังไม่ตายเขาน่าจะเก็บไว้ หากเกาลัดมีโอกาสหนีออกไปจากที่นี่ได้ หวังว่าจะได้เจอเขาอีกครั้ง
เทือกเขาคีรีอา สันเขาแนวยาวทอดผ่านหลายเมือง กลุ่มของอองทีและทหารรับจ้างเดินทางมาถึงเขตพื้นที่ใกล้เมืองศิลาขาวตะวันตก
เมื่อผ่านหมู่บ้านสุดท้ายแล้วก็มาถึงตีนเขาอีกฝั่ง ทั้งหมดต้องเดินทางอย่างยากลำบากเพราะทุกพื้นที่เป็ป่ารกชัฏ บางเส้นทางต้องเจอสัตว์ป่าดุร้าย แต่พวกเขาก็ยังมีหวังเพราะยิ่งเดินทางเข้ามาลึกเท่าไหร่ แสงของกำไลอำพรางเวทย์ยิ่งเข้มข้น
อองทียังกังวลใจ หากสิ่งที่พวกเขาตามหานั่นอาจเป็กับดัก เขาก็หวังว่าทุกคนที่ติดตามมาพร้อมที่จะรับมือเช่นเดียวกัน
อารันยังร่างกายอ่อนแอหลังจากที่ได้รับาเ็หนัก โกรินนำโอสถเม็ดฟื้นพลังจากเผ่ามังคาให้เขาหลายขวด มันเพียงแต่ช่วยพยุงร่างกายชั่วคราวให้เขาเท่านั้น
โกรินไม่อยากให้เขาติดตามมา แต่ชายหนุ่มกลับยังยืนกราน หากเขาต้องตายก็ขอให้เขาได้เจอเกาลัดสักครั้ง
เขาอยากขอโทษนาง.. และอยากคืนสิ่งนี้ให้กับเกาลัด อารันพกมีดสั้นติดตัวตลอดเวลา แต่ที่น่าแปลกนัก มีดสั้นโบราณเล่มนี้เหมือนทำให้บางอย่างที่อยู่ในตัวเขาพลันเริ่มก่อตัว แต่ก็ไม่อาจรับรู้ได้ว่ามันคือสิ่งใด
เกาลัดได้รับอนุญาตให้ออกมานอกปราสาท หญิงสาวตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก วารีขนของใช้และอาหารการกินลงมาชุดใหญ่ เพราะเทธานจะมาร่วมโต๊ะกินอาหารกับนางอีกครั้ง เกาลัดไม่ค่อยแปลกใจมากนัก แต่เพราะอยากออกมาสูดอากาศบ้าง จึงไม่ได้ทำตัวมีปัญหาขึ้นมาอีก
“เ้าชอบดาบนั่นหรือไม่” อองทีเงยหน้าถามอีกฝ่าย ขณะที่หญิงสาวนั่งมองเขาเคี้ยวอาหารอยู่ในปากมาครู่หนึ่งแล้ว
ช่างน่าเสียดายนักที่เกาลัดไม่มียานอนหลับหรือยาพิษ หากเขามานั่งกินอาหารกับนางทุกวันแบบนี้ ย่อมมีโอกาสแน่..
‘แต่เ้าหนุ่มหน้าสวยนี่.. ทำไมถึงได้หน้าตาดีขนาดนี้นักนะ’ เกาลัดแอบชื่นชมเขาในใจ
เทธานเมื่อรู้ว่านางคิดอะไรก็อดหน้าร้อนผ่าวไม่ได้ เขาเองก็คิดไม่ถึงว่าอองทีจะเป็เพียงบุรุษพิการเหลือเพียงดวงตาข้างเดียว เช่นนั้นเขาย่อมเป็ฝ่ายได้เปรียบแล้ว
เกาลัดเหม่อลอยชั่วขณะก็พลันสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อเทธานถามย้ำอีกครั้ง “อ่อ อ้อ..ข้าชอบนะ ชอบมาก” หญิงสาวเหงื่อชุ่มมือพลางตอบอย่างตะกุกตะกัก
เทธานยิ้มน้อยๆ “เ้าชอบข้าด้วยหรือ..”
“ห๋า..ทำไมเ้าถึงคิดเองเออเองแบบนั้นล่ะ อย่าลืมสิว่าตอนนั้นเ้าทำอะไรกับข้าไว้!”เกาลัดเริ่มขึ้นเสียงกับเขา
หญิงสาวก้มหน้าลงพลางกัดผลไม้คำใหญ่จนแก้มป่อง เพราะไม่รู้ว่าจะตอบโต้เขาอย่างไรดี วันนั้นเขาเกือบทำให้นางเกือบตาย
“ถ้าเ้าเป็เด็กดี ข้าก็จะไม่ทำเช่นนั้นกับเ้า” เทธานรู้สึกผิดอยู่บ้าง
เกาลัดแกล้งไหวไหล่เล็กน้อยเหมือนคลายความโกรธลง ตอนนี้อารมณ์นางเอาแน่เอานอนไม่ได้ จึงกล่าวลอยๆไปว่า “อย่างนั้นก็ดี แต่ข้าอยากออกมาชมนกชมไม้แบบนี้ทุกวันได้ไหม”
ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่น “ได้สิ”
เขาเองก็แกล้งรับปากไปแบบนั้น พอวันต่อมาเกาลัดก็ถูกสั่งห้ามไม่ให้ลงมาจากปราสาท
เกาลัดเริ่มมาคิดวางแผนใหม่ วารีก็มาบอกว่าจันทร์วาลาไม่อยู่ที่ปราสาทหลายวันแล้ว
เกาลัดยังคิดว่าหากเกลี้ยกล่อมผู้หญิงคนนั้นได้ นางก็อาจได้เดินเที่ยวรอบปราสาทเพื่อหาเบาะแสทางออกลับ หรือตอนนี้หากทำทีว่านางป่วย เทธานก็คงแค่สั่งให้วารีนำยามาให้
แต่หากไปทำตัวน่ารักๆแกล้งเอาอกเอาใจเขา ไม่แน่อาจรู้ไปถึงแผนการที่เ้าหนุ่มหน้าสวยปกปิดอยู่ก็เป็ได้
เมื่อไม่มีทางเลือกมากนัก ก็ลองดูแล้วกัน..
เทธานให้นางมาที่ห้องของเขาพร้อมกับดาบเล่มนั้น ครั้งนี้บรรยากาศภายในโถงห้องสว่างไหวกว่าปกติ เตาไฟตรงกลางเหมือนจะมอดดับไปแล้ว สีดำอึมครึมของผนังหินทำให้เกาลัดหวั่นกลัวอยู่บ้าง
แต่ที่น่าใที่สุดคือเทธานไม่ได้อยู่คนเดียว เกาลัดสังเกตเห็นว่าเขากำลังยืนพูดคุยกับอสูรร่างั์ตนหนึ่ง มันตัวสูงใหญ่ ผิวกายหยาบ หน้าตาคล้ายั์ ที่สำคัญมันมีเขาเล็กๆโผล่ออกมาบนหัว
เทธานเรียกมันว่ากอน มันเป็หัวหน้าของเผ่าอสูรแดง และพวกมันคือกลุ่มเดียวกันที่บุกท่าเรือวันนั้น
เกาลัดแบกดาบไว้บนบ่า ได้เพียงแต่ยืนนิ่งมองพวกเขาคุยกัน หากอสูรร่างั์ตัวนี้ถ้าเกิดมันอารมณ์เสียขึ้นมา จะจับนางกินหรือไม่..
ไม่นานนักกอนก็เดินโยกย้ายมายังบริเวณที่เกาลัดยืนอยู่ มันหรี่ตามองหญิงสาวจากนั้นก็เหลือบมองมายังดาบที่เกาลัดแบกไว้อยู่
“ฮ่าๆ! ข้าเป็คนตีดาบนี่เอง เหล็กชั้นดีจากเผ่าของข้า ที่สำคัญมันถูกหลอมขึ้นมาใหม่จากดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญา”
มันยิ้มกว้างแต่ผิวหน้าแทบไม่ได้ขยับไปด้วย ฟันเล่มใหญ่เหมือนใบมีดนั้นก็น่าเกลียด
เกาลัดรู้สึกปั่นป่วนในท้อง อาหารที่กินเข้าไปมากมายอยากออกมาวิ่งเล่นข้างนอกแล้ว หญิงสาวจึงได้แต่ข่มอารมณ์ความหวาดกลัวไว้
นางเชิดหน้าไม่มองอีกฝ่ายจนกอนหัวเราะดังลั่นพลันตบอกเสียงดังว่า ‘มันชอบความยโสของสาวน้อยคนนี้ยิ่งนัก!!’
เกาลัดหลับตาบ่นงึมงำคนเดียว “แต่ข้าไม่ได้ชอบเ้าเลยสักนิด...”
เทธานเดินเข้ามาประชิดตัวเกาลัด ชายหนุ่มโน้มตัวลงหยิบดาบที่เกาลัดถืออยู่ขึ้นมา เขาปรายตามองดาบเล่มนั้นอย่างเฉยชา พลันจึงเอ่ยถามกอนขึ้นว่า “ดาบนี้แม้แต่อาวุธเวทย์ขั้นสูงยังต้องครั่นคร้ามใช่หรือไม่”
“เหอะ! ดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาแม้จะเป็แค่เศษเหล็กที่ถูกจองจำมานาน แต่เมื่อไหร่ที่มันได้เจอเ้าของใหม่ที่ยอมรับพลังของมันได้ ต่อให้เป็ระดับไหนก็ต้องยอมก้มหัวให้กับมัน” กอนกล่าวอย่างภูมิใจ
กอนมันไม่ได้กล่าวเกินจริงนัก เพราะดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาที่ถูกตีขึ้นมาใหม่นี้ พวกเผ่าอสูรแดงจะต้องทำพิธีสำคัญเพื่อปลดปล่อย
ดาบเล่มนี้ถูกฝังจองจำไว้ในหินเพื่อดูดซับพลัง มันเคยเป็อาวุธเลื่องชื่อเมื่อหลายร้อยปีก่อน ในยุคสมัยที่เผ่าอสูรแดงเคยรบรากับพวกมนุษย์
เผ่าอสูรแดงคืนชีพให้มันเพื่อทำพันธสัญญากับเทธาน..
เกาลัดยืนกอดอกชะเง้อมองตามเทธาน ขณะชายหนุ่มกำลังพลิกดาบดูไปมา อสูรร่างั์ตัวนี้เล่าประวัติความเป็มาของดาบเล่มนี้ฟังอย่างสนุกปาก คล้ายว่ามันกำลังเล่านิทานให้เพื่อนฝูงฟัง
“เรียกข้ามา มีอะไร” ในที่สุดเกาลัดอดทนไม่ไหวจึงโพล่งถาม กอนคิดว่านางเป็ใบ้เสียอีก มันเหลียวมองเทธานแวบหนึ่งก่อนจะหันมามองหญิงสาวตามอีกที หรือว่าเทธานกำลังคิดจะเปลี่ยนใจ
ั์ตาสีเข้มของเทธานวูบไหว เขาพลันลากเสียงเบา “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าล้วนทำเพื่อเ้า..”
ฉับพลันนั้นเกาลัดได้ยินแว่วเสียงคมดาบที่ถอดจากฝัก ประกายสีเงินวาบผ่านดวงตาของนางไป หญิงสาวเพียงหลับตาไว้แน่น เสียงทุ้มต่ำของกอนดังข้างหู มันพูดสำเนียงภาษาประหลาดหลายประโยค และก็มีเสียงเทธานตอบกลับมันเป็ภาษานั้นเหมือนกัน
นี่มันอะไรกัน!
เกาลัดพลันรู้สึกว่าตัวเองเจ็บแปลบที่หน้าอกข้างซ้าย ของเหลวหนืดเริ่มซึมไหลออกมา เมื่อค่อยๆลืมตาขึ้น ก็พบว่าปลายดาบเล่มนั้นแทงทะลุหน้าอกของนางไปแล้ว คนที่ยื่นดาบเล่มนั้นมาที่ตัวเกาลัดคือเทธาน..
ชายหนุ่มเก็บซ่อนความปวดร้าวเอาไว้ในแววตาของตนอย่างมิดชิด ริมฝีปากเขาพลางกระตุกสั่น เกาลัดมองเห็นแต่เพียงความว่างเปล่าในดวงตาอันงดงามของอีกฝ่าย
เจ็บยิ่งนัก..
เทธานชักคมดาบออก ร่างบางของเกาลัดพลันจะร่วงลงพื้น แต่ถูกเทธานถลันตัวโอบกอดนางไว้แน่น
ดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาจะช่วยสะกดไอพลังจันทราสีเืไว้ชั่วคราว แต่ไอพิษจากพลังเวทย์ขั้นสูงสุดของผู้ใช้ไสยเวทย์ปีศาจไม่อาจสะกดลงได้ มันเคยเป็ของเทธานมาก่อน
เทธานยังข้องใจว่าเกาลัดรับมันมาได้อย่างไร ก่อนที่เขาจะถูกกักขัง ผู้นั้นทำลายพลังเวทย์ของเขาไปกว่าครึ่ง ไอพิษที่เขาแอบปลดปล่อยออกมา ก็เพื่อความหวังอันเลือนรางที่จะได้กลับออกมาเท่านั้น
ขณะที่เทธานกำลังยืนโอบกอดหญิงสาวอยู่นั้น ชายหนุ่มเริ่มเดินปราณเวทย์ภายใน กลุ่มไอควันสีเทาเข้มปกคลุมร่างของทั้งสองไว้ ใบหน้าซีดเซียวของเกาลัดแนบอกชายหนุ่มไม่ไหวติง
เขาจุมพิตลงเบาๆบนหน้าผากของนาง ก่อนเอ่ยเสียงแ่ “ยกโทษให้ข้าด้วย”
เมื่อโกรังนำทุกคนเดินเท้าเข้ามายังตีนเขาฝั่งหนึ่งใกล้เทือกเขาคีรีอา กำไลอำพรางเวทย์คู่แฝดพลันอ่อนแสงลง
ผู้ใช้ไสยเวทย์ของเผ่ามังคาเริ่มรู้สถานการณ์ พวกเขาจึงได้รีบเตรียมตัวทันที กลุ่มของอองทีกับทหารรับจ้างก็พลันเริ่มสงสัยขึ้นมา
โกรังจึงบอกว่า หากเมื่อกำไลคู่แฝดมาอยู่ใกล้กันมันจะอ่อนแสงลงหรือไร้แสงสว่างทันที นั่นแปลว่าในตอนนี้พวกเขาเข้าใกล้จุดหมายแล้ว
ระหว่างนั้นสายลมเริ่มเปลี่ยนทิศทางอย่างผิดปกติ สัตว์น้อยใหญ่ในป่าเริ่มส่งเสียงดังระงม ฝูงนกบินโฉบไปมาคล้ายแตกตื่นบางอย่าง
ลมหนาวเย็นหอบหนึ่งพัดผ่านเข้ามายังบริเวณที่พวกเขายืนอยู่ ฝั่งคนคุ้มกันและทหารรับจ้างเริ่มขยับฝีเท้าไปมาเพื่อล้อมเป็แนวกั้นอองทีเอาไว้
อองทีกวาดสายตามองรอบด้าน เขากลับไม่รู้สึกว่าได้อยู่ใกล้กับเกาลัด เพลิงดำพลันกล่าวขึ้นมาในจิตของชายหนุ่มขึ้นว่า “ข้าััได้ว่ามีบางอย่างร้ายกาจมากตื่นขึ้นมาแล้ว”
“สิ่งใด” อองทีสงสัย
“สิ่งนั้นมันกำลังมา..”
ไอหมอกเบาบางกลุ่มหนึ่งแผ่ขยายมาจากป่าอีกด้าน กลิ่นสาบคาวโชยมาจนทุกคนเริ่มใช้มืออังจมูกของตน พลันนั้นเสียงทหารรับจ้างคนหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างตื่นกลัว
“มันเป็กับดัก อย่าอยู่ที่นี่เลย!”
ผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นต้นผู้หนึ่งเอ่ยถาม “เ้ากลัวตายรึ”
เมื่อเห็นเขาไม่ตอบผู้ใช้ไสยเวทย์คนนั้น จึงพลันมองมายังโกรังกับอองทีที่กำลังยืนระแวดระวังอยู่อีกด้าน พวกเขาเป็แค่ผู้ติดตามไม่อาจตัดสินใจได้ ทุกคนจึงได้แต่ตระเตรียมอาวุธประจำกายของตนให้พร้อมไว้เท่านั้น
สักพักเมื่อกลิ่นสาบและไอหมอกเริ่มจางหายไป เงาร่างงามระหงพลันลอยเด่นอยู่เบื้องหน้า อีกฝ่ายทอดสายตามายังชายตาเดียวอย่างอองที คิ้วเรียวงามของนางขมวดแน่นอย่างสงสัย
หากเ้าเมืองโกนิลผู้น่าเกรงขามจากแดนทางใต้มีดวงตาครบทั้งสองข้าง เขาจะรูปงามมากเพียงใด..
จันทร์วาลาเพียงโปรยยิ้ม สีหน้าของนางไม่อาจคาดเดา “หึๆข้าชอบนักที่มีผู้ใช้ไสยเวทย์มากมายถึงเพียงนี้ จะได้กำจัดทีเดียวพร้อมกัน” นางยิ้มเยาะพลางกล่าวต่อ
“แถวนี้ถือว่าเป็เขตแดนของพวกเผ่าอสูร ถ้าพวกนั้นรู้เข้าอย่าหาว่าข้าไม่เตือน”
จันทร์วาลาไม่ยอมให้ความสงบเงียบทำลายบรรยากาศ หญิงสาวหัวเราะเสียงแหลมเล็กบาดแก้วหู นั่นไม่ใช่เสียงของนางจริงแต่เกิดจากการใช้เวทย์อาคมเพื่อหลอกล่อศัตรู
โกรินกับโกรังในฐานะที่เป็ผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นสูงระดับสูงสุดเพียงสองคน จึงใช้เวทย์อาคมของตนสร้างม่านกั้นเสียงเพื่อปกป้องทุกคนไว้
“เป็แค่ผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นกลางกลับกล่าววาจาโอหัง..”
ยังไม่ทันที่โกรังจะกล่าวจบ จันทร์วาลาขว้างบางสิ่งลงมาตรงหน้าเขา
กำไลอำพรางเวทย์คู่แฝด!
อองทีเมื่อเห็นว่าสตรีคนนี้อาจเกี่ยวข้องกับเกาลัด จึงเดินขึ้นหน้าและสั่งให้เพลิงดำเข้าไปเก็บกำไลมาให้เขาดู ไอควันสีดำพุ่งผ่านคนคุ้มกันไป ไม่นานกำไลอำพรางเวทย์นั้นก็มาอยู่ในมือชายหนุ่มแล้ว
สีหน้าจันทร์วาลาเริ่มไม่สู้ดี เล่าลือกันว่าเ้าเมืองโกนิลมีตัวประหลาดคุ้มกาย จึงไม่คิดว่ามันจะเป็เพียงไอควันไร้รูปร่างเช่นนี้
กลิ่นอายของมันไม่อาจหยั่งลึกความร้ายกาจได้ จึงทำให้นางเกิดความประหม่าไม่น้อย ทหารรับจ้างและผู้ใช้ไสยเวทย์ที่เพิ่งเคยเห็นเพลิงดำ ก็ตกอยู่ในอาการขลาดกลัวกันทั้งสิ้น
อองทีแววตาทะมึนลง เขาบีบกำไลอำพรางเวทย์ไว้แน่น “ข้าชื่นชมในความภักดีของเ้า แต่นายของเ้าช่างขี้ขลาดตาขาวนัก ปล่อยให้สตรีมาออกทัพหน้าได้อย่างไร”
เมื่อกล่าวจบอองทีหันมากระซิบบางอย่างกับลอซูและเบียงตอ พวกเขาก็พลันถอยออกจากกลุ่มคนคุ้มกัน จากนั้นก็หายเข้าไปเงียบๆในป่าด้านหลัง
จันทร์วาลาหัวเราะ นางกลับให้ความรู้สึกว่ากำลังเย้ยหยันตัวเอง เมื่อคิดถึงรูปโฉมของเกาลัดขึ้นมา ความคับแค้นใจนางก็เริ่มบังเกิด
นางย่อมรู้ว่าเทธานไม่อาจรักตนได้ แต่ถ้าหากนางคิดทรยศหักหลัง เขาก็คงจะเกลียดนางตลอดไป
“หึๆ เ้าอองที จงตัดใจเสียเถิด เด็กปีศาจนั่นไม่มีทางรอดแน่ นับั้แ่นางมาเหยียบโลกนี้ ก็เหมือนกับตายไปแล้ว”
ชั่วขณะนั้นปีศาจครึ่งมนุษย์หมาป่าตัวหนึ่ง ก็พลันถูกโยนออกมาจากแนวป่าด้านข้าง ร่างของมันถูกหักคอ เนื้อตัวเปื้อนเื จากนั้นไม่นานเสียงร้องโหยหวนโดยรอบก็ดังขึ้น
ปีศาจครึ่งมนุษย์หมาป่าตัวอื่นๆก็ถูกชำแหละร่างแล้วโยนออกมา สร้างความโกลาหลให้กับกลุ่มคนที่อยู่บริเวณนั้นทันที
จันทร์วาลาขบริมฝีปากแน่น แววตาดุร้ายขึ้นมา นางไม่ทันสังเกตว่ามีผู้ใช้ไสยเวทย์บางคนออกจากกลุ่มไป ปีศาจครึ่งมนุษย์หมาป่าที่ซ่อนตัวอยู่จึงถูกกำจัด
แต่นั่นก็ไม่อาจทำให้พวกมันลดน้อยลง เมื่อได้ยินเสียงเห่าหอนเป็สัญญาณ ฝูงใหญ่นับร้อยๆของพวกมันก็วิ่งมาสมทบทันที
โกรังะโลั่นเพื่อให้คนของเผ่ามังคารีบเสกม่านอาคมต่อสู้ ส่วนกลุ่มผู้ใช้ไสยเวทย์คนอื่นและทหารรับจ้างก็รีบชักดาบเข้าประจันหน้าอย่างไม่คิดชีวิต
อารันถอยออกมาตั้งหลัก แล้วเตรียมอาวุธเวทย์ไว้ เขาวิ่งผ่าไปตรงกลางฝูงปีศาจครึ่งมนุษย์หมาป่า แล้วโยนอาวุธเวทย์ไว้สองสามชิ้น
จากนั้นไม่นานอาวุธของเขาก็ะเิแสงออกมา มันตรงเข้ายึดร่างของปีศาจครึ่งมนุษย์หมาป่าที่อยู่ใกล้มันทันใด จากนั้นก็ทำการกลืนกินอย่างตะกละตะกลามเหมือนชิ้นเนื้อก้อนหนึ่ง
ระหว่างนั้นจันทร์วาลาคิดจะหนี อองทีจึงสั่งให้เพลิงดำไปจับตัวนางมา ไอควันดำลอยขึ้นเหนืออากาศ มันก็พุ่งตรงไปยังอีกฝ่ายทันที
อีกฝ่ายคิดว่าจะหนีพ้น นางไม่คาดคิดว่าอยู่ๆร่างของตนจะถูกกระชากตกลงมายังพื้นอย่างแรง หญิงสาวกระอักเืสีแดงสด ความเ็ปแล่นไปทุกส่วนของร่างกาย
จันทร์วาลาใช้มือกุมหน้าอกไว้แน่น มันเหมือนมีใครบีบแต่กลับมองไม่เห็น สายตาของนางดำดิ่งเหมือนกำลังอยู่ใกล้ปากเหว
นางกำลังจะตายเพื่อเขาหรือ..
เพลิงดำกลายร่างเป็หมาป่าดำตัวใหญ่แล้วมาหยุดยืนตรงหน้าจันทร์วาลา สีหน้าของมันดุร้าย ดวงตาเหมือนกำลังจะสูบิญญาของนางเข้าไป
พริบตาเดียวกันนั้น.. อาวุธปริศนาเร็วปานลมหอบหนึ่งพุ่งตัดเข้ามาที่ร่างของหมาป่าดำ อีกฝ่ายพลันสลายร่างเป็ไอควันเพื่อหลบหลีกทันใด มันััได้ว่าสิ่งที่มานั้นน่าหวั่นเกรงคล้ายกับว่าเคยเป็อริเก่ากันมาก่อน
อองทีที่กำลังต่อสู้กับปีศาจครึ่งมนุษย์หมาป่าอยู่ เขาจึงให้คนอื่นคอยคุ้มกันแล้วจึงผละตัวออกมาจากวงล้อม ชายหนุ่มวิ่งเข้ามายังบริเวณนั้นถามเพลิงดำว่าเกิดอะไรขึ้น
เพลิงดำยังไม่สามารถตอบได้ เพราะจังหวะที่สิ่งนั้นปะทะเข้ามา มันรวดเร็วและแม่นยำ หากว่ามันเป็เพียงมนุษย์ธรรมดาก็อาจตายได้ในทันที
จันทร์วาลาแอบสำรวจอาการาเ็ภายในของตน นางใช้พลังเวทย์บางส่วนช่วยบรรเทาความเ็ปในกายลง ไม่นานนักนางก็ยันตัวลุกขึ้นอย่างไม่มั่นคง “เห๊อะ! พวกสวะ ยังไม่รู้ตัวอีกว่ากำลังจะเจอกับอะไร”
เมื่อกล่าวจบหญิงสาวก็พลันถูกถีบร่างออกจากตำแหน่งที่ยืนทันใด
เสียงกระดูกหักดังกรอบ! พลันลอยมา ร่างของจันทร์วาลากระเด็นไปไกลจนนางแน่นิ่ง
อองทีกับเพลิงดำตื่นตะลึง จึงรีบหันมาทางผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้า เมื่อปรายตามองพบว่าเป็หญิงสาวชุดดำทะมัดทะแมงคนหนึ่ง โครงหน้างามละมุน แต่ดวงตากลมโตนั้นเจือแววสังหารกำลังพุ่งตรงมายังพวกเขา
เกาลัด!!
เกาลัดสีหน้าเ็า ไม่มีท่าทีความเป็คนเดิมเหลืออีก บริเวณหว่างคิ้วของนางมีสัญลักษณ์สีดำปรากฏ ดาบเล่มหนึ่งถูกเหน็บไว้ด้านหลังของหญิงสาว ประหนึ่งมันเป็อวัยวะสำคัญ
อองทีเหลียวมองจันทร์วาลาที่นอนสลบอยู่อีกฝั่ง เขาเริ่มสับสนในใจ..
เพลิงดำพลันขยับร่างมาใกล้อองที กลิ่นอายของเกาลัดมีแต่พลังบางอย่างครอบงำ อาวุธปริศนาที่พุ่งมาก่อนหน้านั้นน่าจะมาจากดาบที่อยู่ด้านหลังของนาง
ดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญา!!
“นางไม่ใช่เกาลัดอีกต่อไปแล้ว ไอพิษจากผู้ใช้ไสยเวทย์ปีศาจหลอมรวมกับพลังของดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญา มันควบคุมนางไว้..” เพลิงดำอธิบาย
ระหว่างนั้นเกาลัดพลางเดินขยับถอยห่างพวกเขา นางชักดาบขึ้นมา สายตาแน่วนิ่งของนางทำให้อองทีหวั่นกลัว
เขากลัวว่าจะสูญเสียนางไป..
เกาลัดใช้มือทั้งสองข้างยกดาบขึ้นมา จากนั้นก็ปักคมดาบลงบนพื้นดิน ฉับพลันนั้นแผ่นดินที่สงบนิ่งกลับสั่นะเื ไอเย็นประหลาดแทรกซึมขึ้นมาจากใต้ดิน สิ่งนั้นมันตรงเข้าหาปีศาจครึ่งมนุษย์หมาป่าที่ถูกสังหาร
เกาลัดกำลังจะฟื้นคืนชีพมันขึ้นมา!
สักพักเมื่อไอเย็นเข้ายึดร่างพวกมัน ปีศาจครึ่งมนุษย์หมาป่าทุกตัวที่ล้มตายก็พลันลุกขึ้นยืนเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น บางตัวที่ถูกฟันแยกร่างก็กลับมาต่อชิ้นส่วนให้สมบูรณ์อีกครั้ง
ทุกคนที่ยังเหลือรอดชีวิตก็พลันใ พวกเขาสูญเสียไปหลายคน ฉากต่อสู้อันดุเดือดที่คิดว่าใกล้จะจบไปแล้วก็กลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง จำนวนคนของพวกเขาลดลงไปไม่น้อย
ส่วนปีศาจครึ่งมนุษย์หมาป่านับสิบๆตัวที่ฟื้นคืนชีพ มันกลับมีพละกำลังแข็งแกร่งขึ้นกว่าเก่านัก ผู้ใช้ไสยเวทย์ที่เหลืออยู่ ก็เริ่มพลังเวทย์อ่อนด้อยลงจากการสู้ต่อเนื่องก่อนหน้านี้
โกรังเมื่อเห็นว่าทุกคนเริ่มจะต้านทานไม่ไหวแล้ว เขาจึงส่งกระแสจิตไปยังโกรินที่กำลังต่อสู้อยู่อีกด้าน นางรับรู้ได้ทันทีจึงรีบใช้อาวุธเวทย์เปิดทางเคลื่อนย้ายตัวเองไปอีกมุมหนึ่งที่สภาพพื้นที่เหมาะเจาะ แล้วโกรินจึงร่ายเวทสร้างหลุมดำใหญ่แห่งหนึ่งเอาไว้
เมื่อหลุมดำทรงกลมเสร็จสมบูรณ์ มันก็เริ่มส่งบางอย่างคล้ายเส้นใยสีดำทะลุออกมา จากนั้นเส้นใยประหลาดที่เหมือนแขนขา มันก็แหวกอากาศดึงร่างของปีศาจครึ่งมนุษย์หมาป่าเข้าไปยังตัวมัน
หากจะเรียกว่ามันเป็ปีศาจที่ถูกสร้างขึ้นมาย่อมกล่าวไม่ผิด มันเหมือนกับอาวุธเวทย์ที่อารันใช้ แต่เ้าสิ่งนี้กลับมีอนุภาพร้ายกาจมากกว่านัก
หลุมดำแตกะเิเส้นใยสีดำออกมาเป็ระยะ มันสามารถกำจัดพวกปีศาจครึ่งมนุษย์หมาป่าหายไปกว่าครึ่ง มันยังไม่หยุดกินและยังพยายามเคลื่อนไหวมองหาเหยื่ออย่างต่อเนื่อง
โกรินเผยสีหน้าอย่างพอใจก่อนจะหันมามองหาตัวอารัน แต่กลับไม่พบแม้แต่เงา ชายหนุ่มยังมีอาการาเ็ เขาไม่สามารถต่อสู้ได้หากไม่มีอาวุธเวทย์
ชั่วอึดใจหนึ่ง อองทีพบว่าเกาลัดหายไปจากครรลองสายตาแล้ว นางเคลื่อนไหวรวดเร็วคล้ายล่องหน เพลิงดำจึงไม่กล้าที่จะออกห่างอองที เพราะมันยังไม่รู้ว่าหญิงสาว้าอะไร
สักพักนั้นเกาลัดก็ไปโผล่ใกล้ๆกับหลุมดำ นางเอียงคอไปมาเหมือนเด็กที่กำลังสงสัย โกรินเมื่อเห็นว่าเกาลัดน่าจะเป็พวกเดียวกันกับพวกปีศาจนี้แล้ว นางจึงรีบเข้ามายืนขวางอีกฝ่ายทันใด
หากหญิงสาวทำลายหลุมดำ ก็จะไม่มีสิ่งไหนกำจัดปีศาจครึ่งมนุษย์หมาป่าได้อีกแล้ว
จังหวะนั้นั์ตาเกาลัดพลันสีเข้มขึ้น นางถอยหลังหลายก้าวก่อนจะเก็บดาบเข้าฝักด้านหลังให้เรียบร้อย
หญิงสาวหันมาสบตาโกริน หญิงชราผู้นี้มีพลังเวทย์แกร่งกล้า ถึงขนาดสร้างหลุมดำกลืนกินปีศาจ หากจับตัวนางกลับไปที่ปราสาท ไม่แน่อาจจะช่วยนางจับพวกอสูรปีศาจมาเป็ทาสรับใช้เยอะๆก็ได้..
ทว่าเมื่อความคิดของเกาลัดหยุดลง หญิงสาวรีบวิ่งะโเข้าไปในหลุมดำอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้สังเกตการณ์อยู่ โดยเฉพาะโกรินที่ยังไม่ทันตั้งตัวว่านางจะกระทำการแบบนั้น
หลุมดำนี้คือวิชาไสยเวทย์ขั้นสูงของเผ่ามังคา มีไม่กี่คนในเผ่าเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้ฝึกฝน หากเมื่อไหร่ที่มันดึงร่างผู้ใดเข้าไป ร่างและิญญาผู้นั้นจะสูญสลายไปในทันที
โกรินมือสั่นเทา ‘เด็กนี่กำลังเป็บ้าหรืออย่างไร..’
ไม่นานต่อจากนั้นหลุมดำจากที่เคยปล่อยเส้นใยสีดำออกมา มันค่อยๆเริ่มหยุดชะงักลง ฝั่งของโกรินพลันรู้สึกเจ็บแปลบที่ช่องอกรุนแรง นางรีบสำรวจแก่นิญญาของตนทันใด
เบื้องหน้าของนางเห็นเพียงเกาลัดกำลังแทรกตัวออกมาจากหลุมดำ หญิงสาวบิดตัวไปมาอย่างเกียจคร้าน นางพลันชักดาบของตนขึ้นมาก่อนจะโค้งดาบฟันไปยังหลุมดำนั้นอย่างรวดเร็ว
เวทย์อาคมของโกรินที่สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก มันกลับสูญสลายไปในทันที
โกรินหายใจหอบถี่ ร่างกายของนางเหมือนได้รับผลกระทบจากการทำลายล้างนั่นไปด้วย ั้แ่ที่นางฝึกเวทย์อาคมสร้างหลุมดำขึ้นมา ยังไม่มีผู้ใดสามารถทำลายมันได้จนถึงวันนี้
เกาลัดเมื่อเห็นว่าตัวประหลาดถูกกำจัดลงแล้ว หญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นมองเป้าหมายต่อไป อองทีพลันรู้ตัวจึงรีบเดินเร็วมายืนประจันหน้าอยู่ห่างๆกับนาง เขากระชับดาบในมือไว้แน่น
ระหว่างนั้นเบียงตอคิดว่าตนจะต้องอาศัยจังหวะเข้าจู่โจมเกาลัด เขาแอบร่ายเวทย์อาคมไร้สภาพกลุ่มหนึ่งเอาไว้ข้างหลัง เพียงเสี้ยวเวลาถัดมาที่เกาลัดเผลอ ชายหนุ่มจึงได้โยนเวทย์อาคมนั้นตรงมายังหญิงสาวทันที
เกาลัดปรายตามองสิ่งนั้นเล็กน้อย นางไม่ได้คิดจะหลบ เพียงแต่ปล่อยให้มันลอยปะทะเข้ามาเหมือนลมน่ารำคาญสายหนึ่ง
เมื่อลมน่ารำคาญนั้นพัดมา.. เกาลัดส่งสายตาเย็นเยียบไปยังเบียงตอ พลังไร้สภาพกลุ่มนั้นมันดีดสะท้อนกลับไปยังต้นทางฉับพลัน
เบียงตอถูกพลังของตนโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของชายหนุ่มลอยลิ่วไปกระแทกต้นไม้ใหญ่ที่อยู่อีกด้าน เขาาเ็รุนแรง ผิวกายทั้งตัวปรากฏรอยไหม้
อองทีระงับความฉุนเฉียวเอาไว้ พลันนั้นเพลิงดำค่อยๆขยับเงาร่างสีดำโอบรัดดาบของเขาเอาไว้ มันไม่ได้ประจันหน้ากับเกาลัด แต่กำลังช่วยอองทีเล่นกลอะไรสักอย่าง
ไอควันสีดำอุ่นร้อนนั้น ยิ่งทำให้อองทีรู้สึกประหลาดกับตัวเองอย่างไม่เคยเป็มาก่อน บริเวณแผ่นอกของเขามีพลังลึกลับผุดขึ้นมาเหมือนน้ำพุไหล มันกระจายตัวไปทุกส่วนของร่างกาย
จากนั้นก็มารวมตัวกันบนแขนข้างที่อองทีถือดาบอยู่ เพลิงดำคล้ายว่าจะนั่งรอพลังลึกลับนั้นอยู่ก่อนแล้ว มันถูกเ้าสิ่งนั้นก่อกวนเล็กน้อย แต่ไม่นานพลังทั้งหมดก็ถูกดาบของอองทีดูดกลืนเข้าไป ทั้งตัวดาบพลันปรากฏแสงเรืองรองประหลาด กลิ่นอายของมันทำให้คนรอบข้างถึงกับขนลุกซู่
อองทีกำดาบแน่น พลันรู้สึกไม่เป็ตัวของตัวเอง เขาคิดแต่เพียงว่าต้องสังหารคนที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น
เขาต้องฆ่านาง..
ไกลออกไปเล็กน้อยหลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง อารันกำลังหลบพวกปีศาจครึ่งมนุษย์หมาป่า เขานั่งราบกับพื้นอย่างอ่อนแรง แผ่นหลังของชายหนุ่มเหมือนถูกตรึงกับต้นไม้มาพักใหญ่แล้ว บริเวณหน้าท้องของเขาปรากฏแผลฉกรรจ์ขนาดใหญ่ เืสีแดงเข้มไหลนองแทบท่วมตัว
อารันแววตาเริ่มขุ่นมัว ในใจพลันรู้สึกเสียดาย ‘ข้าจะตายเป็ครั้งที่สองไม่ได้!’
ในมือเปื้อนเืของอารัน ชายหนุ่มกำบางอย่างไว้แน่น มันเป็มีดสั้นโบราณเล่มหนึ่ง มีดสั้นของเกาลัดที่ทิ้งไว้ให้กับเขา ไม่มีใครล่วงรู้ว่าอารันกำลังถือครองมีดตราครุฑอยู่
แต่สิ่งที่แปลกประหลาดกว่าทุกวันที่ผ่านมา คือมีดสั้นเล่มนี้ถอดออกจากปลอกได้แล้ว..
เกาลัดชะโงกหน้ามองกิริยาท่าทางของอองที นางรู้ว่าขุมพลังประหลาดของอีกฝ่ายกำลังเริ่มก่อตัว ดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาก็พลางสั่นกระตุก
มันอยากดื่มเืจนทนไม่ไหวอยู่แล้ว!!
หญิงสาวพลันพลิกดาบเล็กน้อย ดวงตาจดจ่อกับชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า ครั้นเมื่อนางสาดสายตาอำมหิตมา เท้าข้างหนึ่งจึงรีบทะยานตัวไปอย่างรวดเร็ว อองทีก้าวถอยหลังพลันยกดาบขนานกับร่างตน
ระหว่างนั้น อองทีเห็นเพียงว่าคมดาบของเกาลัดคล้ายปลิวมาพร้อมกับร่างของนาง พลังมหาศาลที่อัดอยู่ในดาบเขาปรากฏแสงสะท้อน แขนของชายหนุ่มพลันรู้สึกปวดร้าวจนกระดูกแทบจะหักเป็สองท่อน
อองทีกับเกาลัดถูกพลังลึกลับดีดตัวออกจนกระเด็นออกไปไกลทั้งสองฝ่าย กลุ่มคนและพวกปีศาจที่กำลังห้ำหั่นกันอยู่ ก็พลอยถูกแรงกระแทกตกไปคนละทิศคนละทาง
ขณะที่กำลังถูกดีดตัวออกมา เกาลัดใช้ดาบของตนปักยึดพื้นดินเอาไว้ แต่นางก็ยังไถลตัวออกมาจนเห็นฝุ่นควันคละคลุ้ง ร่างของเกาลัดสั่นไหวเล็กน้อย ไฉนถึงมีคนสามารถต้านทานดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาได้..
นางไม่รีรอให้อองทีพยุงตัวเองลุกขึ้น หญิงสาวจึงปรี่เข้าไปหมายจะสังหารอีกฝ่ายที่กำลังใกล้เพลี่ยงพล้ำ แต่จังหวะนั้นแสงสีขาวหนึ่งวาบผ่านเข้ามา บางสิ่งบางอย่างปะทะกับดาบของเกาลัดเสียงดังสนั่น ใบหน้างามของหญิงสาวพลันแสบร้อนขึ้นมาชั่วขณะ
เงาสูงของใครคนหนึ่งเริ่มปรากฏชัด
อารัน..
สีหน้าของชายหนุ่มเหมือนคาดไม่ถึง คนที่เขาคุ้นเคยกลับเป็อาวุธสังหารให้กับเงาของปีศาจ อารันยกดาบของตนขวางเกาลัดไว้ ดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาของนางคงไม่มีโอกาสได้ลิ้มรสเืของผู้ใดแล้ว
สิ่งที่อารันถืออยู่คือการกลายสภาพของมีดตราครุฑ นานนับพันปีแล้วที่มันหลับใหล
มีดตราครุฑคือศาสตราวุธของผู้ใช้ไสยไวทย์ขั้นเ้ามหาเทพแห่งยุคหนึ่ง แม้คนรุ่นหลังจะคิดว่าเป็ของวิเศษ แต่กลับไม่มีใครรู้ว่าศาสตราวุธชนิดนี้มีพลังอำนาจมากน้อยแค่ไหน จวบจนถึงวันนี้..
เกาลัดย่อมรู้ว่า หากชายตาเดียวกับบุรุษที่อยู่ตรงหน้าคนนี้รวมกันต่อสู้ นางอาจพ่ายแพ้ได้ หญิงสาวจึงถอยร่นออกมาหลายก้าวอย่างไม่ลังเล
โกรินเมื่อเห็นอารันปรากฏตัว จึงรีบเข้ามาหาเขาอย่างดีใจ นางลองใช้เวทย์อาคมตรวจสอบร่างชายหนุ่มกลับพบว่า อารันหายจากอาการาเ็เรื้อรังแล้ว ร่างกายของเขาเหมือนแข็งแกร่งกว่าแต่ก่อนนัก
และที่สำคัญโกรินตรวจพบแก่นิญญาของผู้ใช้ไสยเวทย์ในตัวเขา!
อารันไม่สนใจสิ่งใด เขาเดินหน้าไปหาเกาลัดพลางเอ่ยอย่างร้อนรน “เกาลัด ข้าเองอารัน..”
เกาลัดไม่ยิ้มและยังวางสีหน้าเ็า นางหลุบตาครู่หนึ่งพลางเก็บดาบเข้าฝักอย่างว่องไว จากนั้นหญิงสาวก็ะโราวกับพายุ แล้วพาร่างหายเข้าไปในป่าตรงข้ามอย่างรวดเร็ว อารันคิดจะวิ่งตามไปแต่ถูกโกรินใช้มือยื้อเขาเอาไว้ก่อน
ขณะที่โดยรอบกำลังกรำศึกกันอย่างหนักหน่วงอยู่นั้น ทุกคนต่างก็พลันเงียบลงทันใด เพราะพวกปีศาจครึ่งมนุษย์หมาป่า มันเริ่มทยอยะโหนีหายเข้าไปในป่าเช่นเดียวกับเกาลัด
ผู้ใช้ไสยเวทย์และทหารรับจ้างก็หยุดการต่อสู้อย่างแปลกใจ เมื่อรู้ว่าไร้เงาพวกปีศาจแล้ว ก็หันมาสำรวจคนเจ็บคนตายที่อยู่ข้างๆแทน
อองทีเฝ้ามองดูเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด ร่างกายของเขาเริ่มกลับมาเป็ปกติแล้ว เพียงแต่ตอนนี้เขายังไม่รู้ว่า เกาลัดที่กำลังถูกควบคุมจากพลังทั้งสองอย่างนั้นจะเป็เช่นไร
หากยังไม่หาทางช่วยเกาลัดให้รอดพ้นจากเทธานให้เร็วที่สุด ทุกอย่างอาจจะสายเกินแก้..
>โปรดติดตามตอนที่12<