99 วัน หน้ากากฆาตลวง (มีอีบุ๊ค)

    ตอนที่ 8: พันธมิตรสีเลือด

            หลังจากรันต์กลับไปแล้ว รินนั่งอยู่คนเดียวในรถที่จอดอยู่ข้างโกดัง


            มือของเธอวางอยู่บนพวงมาลัยเฉยๆ เพราะร่างกายที่เธอสวมอยู่รู้สึกหนักกว่าปกติ ผลพวงจากการใช้จุมพิตลวงตาที่ยมทูตเตือนไว้ ไม่ใช่ความเ๽็๤ป๥๪ แต่เป็๲ความอ่อนล้าที่ซึมเข้ามาในกระดูกราวกับมีใครดึงพลังงานออกไปทีละนิด


            เธอไม่ได้วางแผนจะใช้พลังนั้นกับรันต์ มันออกมาเองโดยสัญชาตญาณในตอนที่เธอรู้ว่าเขาจะไม่เชื่อคำพูดเปล่าๆ และมันได้ผล แต่ก็มีราคาที่ต้องจ่ายเช่นกัน


            เหลืออีก 88 วัน เพราะเธอเพิ่งใช้พลังไปหนึ่งครั้งโดยไม่ได้วางแผน


            รินสูดหายใจเข้าลึก กดสตาร์ทรถ แสงไฟหน้ารถสว่างขึ้นส่องไปที่ผนังโกดังมืดข้างหน้า เธอถอยรถออกจากที่จอดช้าๆ


            ระหว่างขับกลับเข้าเมือง เธอนึกถึงสิ่งที่รันต์พูดก่อนจะแยกย้ายกัน


            “ไม่มีแผนการไหนสำคัญกว่าชีวิตของคุณ”


            เขาพูดมันด้วยน้ำเสียงเป็๲ห่วง ราวกับเขาไม่ได้พูดตามหน้าที่เท่านั้น


            รินไม่แน่ใจว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเ๱ื่๵๹นั้น


            เธอไม่ได้คาดว่าจะมีคนห่วงใยนิชา ครอบครัวของนิชาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้ว๻ั้๹แ๻่วันแรก แต่รันต์ไม่ได้มองเห็นนิชา เขามองเห็นอะไรบางอย่างข้างหลังนิชา


            รินไม่รู้ว่านั่นน่ากลัวหรือน่าโล่งใจกว่ากัน


            รถแล่นเข้าสู่ถนนใหญ่ แสงไฟเมืองเริ่มปรากฏขึ้นข้างหน้า


            รถต่อบลูทูธอัตโนมัติ และเล่นเพลงที่เธอไม่รู้จัก แม้จะเล็กน้อย แต่มันกลับยิ่งย้ำเตือนว่าเธอกำลังสวมร่างคนอื่น


            เธอเอื้อมมือไปปิด และขับต่อในความเงียบ


            วันเสาร์นี้เธอจะนั่งตรงข้ามวินอีกครั้ง แต่คราวนี้จะมีรันต์และทีมของเขาอยู่ในระยะ มีเอกสารที่รันต์จะใช้ขอหมายค้น และมีพลังที่ยังหลงเหลืออยู่ที่ริมฝีปากของเธอถ้าถึงคราวต้องใช้


            ครั้งหน้าเธอจะพร้อมกว่าเดิม

     


            วันต่อมา รินกับรันต์นัดพบกันอีกครั้ง ณ โกดังแห่งเดิมที่เหม็นฝุ่น


            รันต์นั่งลงบนลังไม้เก่าข้างตู้คอนเทนเนอร์ ส่วนรินยืนอยู่ห่างออกไปสี่ก้าว


            “ผม๻้๪๫๷า๹คำอธิบาย ทั้งหมด ไม่ใช่แค่บางส่วน” รันต์พูด


            “ฉันรู้ค่ะ” รินตอบ แล้วเดินไปหยิบกระเป๋าถือที่วางพาดบนตู้คอนเทนเนอร์ เธอดึงซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาวางลงบนลังไม้ข้างรันต์


            “เปิดดูก่อนค่ะ”


            รันต์มองซองนั้นสักครู่ก่อนจะหยิบขึ้นมาอ่าน


            ภายในบรรจุเอกสารสามชุด ชุดแรกเป็๞รายการเดินบัญชีของบริษัทนอมินีที่เชื่อมโยงกับชื่อกวินทร์ มีรายการสั่งซื้อสารเคมีฟอร์มาลีนและยาสลบในปริมาณที่เกินความ๻้๪๫๷า๹ทางการแพทย์ปกติ


            ชุดที่สองเป็๞บันทึกพิกัดจีพีเอสของรถกวินทร์ในคืนที่เหยื่อแต่ละรายหายตัวไป


            ชุดที่สามเป็๞เอกสารขออนุญาตต่อเติมห้องเก็บไวน์ใต้ดินของคฤหาสน์ศิริวัฒน์ที่ยื่นไว้กับสำนักงานเขตเมื่อหลายปีก่อน


            เมื่อวางเทียบคู่กับใบเสร็จสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างจากผู้รับเหมา ก็เห็นได้ชัดว่าปริมาณคอนกรีตและเหล็กเสริมที่สั่งมากเกินกว่าห้องเก็บไวน์ขนาดที่แจ้งไว้ในเอกสารจะต้องใช้เกือบสามเท่า


            “ข้อมูลพวกนี้… คุณไปได้มาจากไหน?” รันต์อ่านจบแล้วนิ่งไปสักครู่


            “ตระกูลวรโชติธนัชชนันท์มีทีมตรวจสอบธุรกิจของตัวเองค่ะ ปกติใช้ตรวจสอบคู่แข่งหรือพาร์ตเนอร์ก่อนร่วมทุนด้วย เรามีนักบัญชีนิติเวชกับนักสืบเอกชนที่เก่งที่สุดในประเทศ ฉันแค่บอกพ่อว่าอยากเช็กประวัติกวินทร์ก่อนจะให้ศิริวัฒน์กรุ๊ปเข้ามาร่วมทุนกับตระกูล เขาก็สั่งให้ทีมทำโดยไม่ถามอะไรมาก เพราะเป็๞เ๹ื่๪๫ที่ทำกันเป็๞ปกติอยู่แล้ว”


            รันต์เงยหน้าขึ้นมองเธอ “แล้วพวกเขารู้ไหมว่ากำลังขุดคดีฆาตกรรม ไม่ใช่แค่ตรวจสอบธุรกิจ”


            “ไม่รู้ค่ะ พวกเขาแค่ทำงานตามที่สั่ง ไม่มีใครรู้ว่าจะเอาไปทำอะไรต่อ”


            รันต์พับเอกสารกลับเข้าซอง เก็บใส่กระเป๋าสูท “สมมติว่าผมเชื่อคุณ แล้วคุณ๻้๪๫๷า๹ให้ผมทำอะไร”


            “ฉันมีนัดกินข้าวกับกวินทร์อีกรอบในวันเสาร์นี้ เขากำลังเข้าหาฉันในแบบเดิมที่เขาเคยทำกับเหยื่อทุกคน ฉัน๻้๪๫๷า๹ให้คุณส่งทีมจับตาดูในระยะ ไม่ต้องบุ่มบ่าม ไม่ต้องเข้าแทรกแซง จนกว่าฉันจะส่งสัญญาณ”


            รันต์ลุกขึ้นยืน “นั่นหมายความว่าคุณจะเอาตัวเองเป็๞เหยื่อล่อ”


            “ใช่ค่ะ”


            “กวินทร์ไม่ใช่คนโง่ ถ้าเขาจับพิรุธได้แม้แต่นิดเดียว…” รันต์หยุดกลางประโยค แต่ทั้งคู่รู้ว่าประโยคนั้นจบยังไง


            “ฉันรู้ดีค่ะ” รินตอบ เสียงของเธอนิ่งไม่เปลี่ยน


            “แล้วคุณยังอยากทำ?”


            “ฉันต้องทำค่ะ”


            รันต์มองหน้าเธอนาน ในแววตาของเธอไม่มีความกล้าหาญแบบบ้าบิ่น ไม่มีการเสแสร้ง มีแค่ความตั้งใจที่นิ่งและหนักแน่นจนเขาพูดอะไรไม่ออก


            เขาเคยเห็นแววตาแบบนี้มาก่อน ในคนที่สูญเสียบางอย่างไปแล้วตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะทำอะไรบางอย่างกับมัน


            “คุณรู้จักกับรินรดาเป็๞การส่วนตัวแค่ไหน” เขาถามอีกครั้ง


            รินไม่ตอบทันที เธอเงยหน้ามองช่องแสงบนหลังคาโกดังที่แดดบ่ายเริ่มส่องเข้ามา


            “รู้จักดีพอที่จะรู้ว่ารินรดาไม่สมควรตายแบบนั้นค่ะ”


            รันต์เลือกที่จะหยุดถามไว้แค่นั้นในตอนนี้


            พวกเขาคุยรายละเอียดแผนการกันต่ออีก 20 นาที แต่ทุกคำตอบของริน ทำให้รันต์รู้สึกว่าเธอยังปิดบังอะไรไว้อีกมาก


            ก่อนแยกย้ายกัน รันต์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์บางอย่าง แล้วส่งหน้าจอให้รินดู


            “เบอร์นี้เป็๞เบอร์ส่วนตัว ถ้าเกิดอะไรขึ้นโทรมาได้ตลอด ผมรับตลอด 24 ชั่วโมง”


            รินพยักหน้าเงียบๆ


            “และถ้าคุณรู้สึกว่าอันตรายเกินไป ก็ถอนตัวได้ทันที” รันต์พูดต่อ


            รินเงยหน้าขึ้นมองเขา


            เขาไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไร แต่บางอย่างในแววตาของเธอเปลี่ยนไป แม้จะไม่มาก แต่เขาก็สังเกตเห็น


            “ขอบคุณค่ะผู้กอง” เธอพูดเบาๆ แล้วเดินออกไป
     


            รันต์ยืนอยู่คนเดียวในโกดัง แล้วหยิบโทรศัพท์โทรหาลูกน้องที่ไว้ใจได้มากที่สุดในทีม


            “เอก เสาร์นี้เรามีงานเฝ้ารักษาความปลอดภัยให้คุณนิชา เดี๋ยวผมจะส่งรายละเอียดให้ทีหลัง”


            “คดีนั้นสินะครับ” ลูกน้องถามโดยไม่ต้องบอกชื่อคดี


            “ใช่” รันต์ตอบสั้นๆ แล้ววางสาย


            เขาเดินออกจากโกดัง แดดบ่ายแผดเต็มหน้า จนเขาต้องยกมือขึ้นป้องแดด


            รันต์ขับรถออกจากถนนลูกรัง กลับเข้าสู่ถนนใหญ่ ในหัวของเขามีคำถามหลายข้อที่ยังไม่มีคำตอบ แต่มีคำถามหนึ่งที่เขาคิดว่าตัวเองรู้คำตอบอยู่แล้ว เพียงแต่ยังพิสูจน์ไม่ได้


            เขาเปิดแฟ้มรูปถ่ายในโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง ภาพนิชาหน้าสตูดิโอรินรดา มือกุมราวเหล็ก สายตาจ้องเข้าไปในห้องมืด


            รูปถ่ายรินรดาในแฟ้มคดี ดวงตาที่อ่อนหวาน ยิ้มกว้าง


            ยิ่งมอง เขาก็ยิ่งรู้สึกว่านิชาช่างเหมือนรินรดาเหลือเกิน


            แต่ไม่ว่านิชาจะเป็๞ใคร เธอ๻้๪๫๷า๹จับกวินทร์ และเขาก็เช่นกัน


            แค่นั้นมันพอแล้วสำหรับเขาในตอนนี้


            เหลืออีก 87 วัน