งานผู้ช่วยนักบิน
หลังจากงานพบปะแฟนคลับในวันคล้ายวันเกิดเพเนียสของปีนี้จบลงอย่างเป็นทางการแล้วแต่ละทุกคนที่มีหน้าที่ก็ต้องแยกย้ายกันไปทำงานอย่างแฟนคลับที่สละเวลาและเงินเพื่อที่ร่วมงานนั้น ใครที่อยู่ต่างดวงดาวก็ต้องเร่งเดินทางเพื่อกลับไปเผชิญกับชีวิตความเป็นจริงใครเป็นนักเรียนนักศึกษาก็มีหน้าที่ที่ต้องกลับไปเรียนส่วนคนที่มีงานก็ต้องกลับไปทำหน้าที่นี้ต่อให้ดีที่สุดรวมไปถึงเพเนียสและพี่ชายเองก็เช่นกัน
เพวิสมีงานต่อกับทางรายการIdolIdentity เพราะเขาเป็นเจ้าของเพลงประจำรายการ(มีชื่อเพเนียสร่วมด้วย)นอกจากจะร้องเปิดตัวเพลงแล้ว การแสดงบนเวทีก็สำคัญด้วยเช่นกันนอกจากบทเพลงที่เพเนียสส่งต่อให้พี่ชายแล้ว ท่าเต้นก็ยังถูกถ่ายทอดส่งต่ออีกด้วยเพวิสเองที่เป็นผู้รับส่งสารต่อก็ส่งวิดีโอคลิปการเต้นประกอบเพลงไปให้กับทีมดูแลการแสดงของรายการด้วยเช่นกันอาจารย์ที่รับหน้าที่ออกแบบและสอนเต้นของรายการที่ถูกจ้างมาด้วยจำนวนเงินไม่ใช่ถูกๆถึงกับเอ่ยปากชื่นชมการออกแบบท่าเต้นของเพวิสเลยทีเดียว (จริงๆแล้วเพเนียสลอกมาจากท่าเต้นต้นฉบับที่ดูในยูทูบ) อาจารย์ออกแบบท่าเต้นปรับแต่งท่าเต้นเพิ่มอีกนิดหน่อยจนได้ท่าที่ดูดีที่สุดออกมา
เพราะเพวิสต้องขึ้นแสดงเขาเลยต้องเดินทางไปฝึกซ้อมการแสดงด้วย ถึงแม้เขาพอจะเต้นได้บ้างแต่นั่นก็ยังไม่เข้าขั้นที่จะไปแสดงต่อหน้าเด็กฝึกที่ฝึกทั้งงร้องและเต้นมาหลายปีได้อย่างแน่นอนและก่อนที่จะต้องขึ้นแสดงอีกไม่ไม่ถึงสองสัปดาห์นี้เพวิสเลยต้องทุ่มเทให้กับการแสดงนี้อย่างที่สุดนั่นเองทำให้หลังจากจบงานฉลองวันเกิดของน้องชายแล้วทั้งเพวิสและมิคุเลยต้องเดินทางต่อไปยังดาวพีดาทันทีอีกสองถึงสามวันเด็กฝึกจะเข้าที่พักของรายการ IdolIdentity แล้ว อาจารย์สอนเต้นเองก็ต้องเข้าไปประจำที่นั่นด้วยเช่นกันทำให้ระหว่างนี้เพวิสต้องใช้ห้องซ้อมใกล้ๆ กับสถานที่ถ่ายทำรายการเป็นที่ซ้อมแสดงเพราะยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ จะใช้เด็กฝึกเห็นเขาก่อนไม่ได้เดี๋ยวไม่เซอร์ไพรส์
ส่วนเพเนียสที่ไม่ได้อยู่เบื้องหน้าของรายการIdolIdentity โดยตรง แต่มีส่วนในการดูแลเรื่องสินค้าหลักของรายการอย่างโยเกิร์ตพร้อมดื่มรสแบล็กเบอร์รี่ไหนจะมีเรื่องเรียนที่เข้ามาเป็นภารกิจหลักของเขาไปอีกหลายปีจึงต้องเดินทางกลับบ้านที่ดาวทอลูหลังจากที่แยกกันกับพี่ชายทันที อย่างน้อยก็ยังมีคีเฟอร์ขับยานไปส่งเพวิสเลยไม่ต้องห่วงน้องชายที่ต้องเดินทางคนเดียว ส่วนเรื่องความปลอดภัยนั้นขึ้นชื่อเรื่องการเดินทางล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยงทั้งนั้น แต่ก็หวังว่าคีเฟอร์จะพาเพเนียสเดินทางถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ
“พี่หัดขับยานอยู่นานไหมครับก่อนที่จะสอบใบอนุญาตได้” ระหว่างนั่งยานกลับไปยังบ้านเพเนียสที่ไม่มีคนนั่งเป็นเพื่อนในห้องโดยสารแล้วเลยถูกเชิญชวนมานั่นเป็นผู้ช่วยนักบินแทน โดยผู้ช่วยคนนี้มีหน้าที่ซัพพอร์ตเรื่องอาหารการกินและชวนคุยนั่นเอง ถ้าผู้ช่วยนักบินคนอื่นรู้ว่าหน้าที่มีเท่านี้พวกเขาต้องร้องไห้แน่ๆ แม้แต่การสอบเป็นผู้ช่วยนักบินก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่เพเนียสกลับเป็นได้ง่ายๆ แบบนี้เสียอย่างนั้น น่าอิจฉาเกินไปแล้ว
“31 ปี สอบใบอนุญาตขับยานภายในดวงดาวส่วน 34 ก็สอบได้ใบอนุญาตขับยานระหว่างดวงดาวได้แล้วล่ะ”คีเฟอร์ที่เปลี่ยนจากนั่งมองตรงเป็นเอียงข้างนิดหน่อยหน้าหันมองคู่สนทนาแล้วตอบออกมาอย่างภูมิใจในตัวเองมากๆเขาทำถึงกับเปิดใบอนุญาตในคอนโทรลแบนด์ขึ้นมายืนยันให้เพเนียสได้เห็นด้วยซ้ำว่าที่บอกไปไม่ได้แค่โม้ไปเล่นๆ เท่านั้น ในใบบอกปีที่เขาสอบได้ไว้ชัดเจนทั้งชื่อเขา ศูนย์สอบ และข้อมูลยิบย่อยอื่นๆ
“31 ปีขับยานไปทั่วดาวได้แล้ว!!”
“แถมอีก 3 ปีต่อมาก็สอบขั้นที่สูงขั้นได้อีก เก่งมากๆ เลยครับ ไม่คิดว่าจะเป็นนักบินได้ตั้งแต่อายุน้อยแบบนี้”นิ้วโป้งจากมือทั้งสองข้ามถูกยกขึ้นชื่นชมคนตรงหน้าทันที ปีนี้เขาอายุ 32 แล้ว อย่าว่าแต่ขับยานบินเลย แม้แต่ใบอนุญาตขับรถเขายังไม่มีเลยไม่ได้การแล้ว กลับบ้านเขาต้องรีบหาเวลาไปสอบให้ได้ แม้แต่เพื่อนๆเขาเองเรื่องนี้ก็ยังนำหน้าเขาไปแล้วเช่นกัน เพราะก่อนหน้านี้เขาเดินทางไปไหนก็ใช้ยานพาหนะสาธารณะตลอดหรือถ้าเป็นรถลอยฟ้าของที่บ้านก็มีคนอื่นขับ
เพเนียสก็นึกว่าคีเฟอร์พึ่งจะขับยานบินได้ไม่นานเสียอีกแต่รวมๆ แล้วก็เกือบสิบปีเลยทีเดียว (นับเฉพาะตอนที่มีใบอนุญาตแล้ว)นี่เรียกได้ว่าอายุถึงเกณฑ์ก็ไปสอบเลยนะเนี่ย
“ฮ่าๆๆ ไม่ขนาดนั้นหรอกพวกนักบินหรือนักสำรวจที่ต้องการยึดอาชีพนี้ตั้งแต่แรกก็ล้วนต้องฝึกไว้ตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว” ถึงแม้เขาจะชอบคำชมที่จริงใจของเพเนียสเอามากๆแต่เพื่อไม่ให้เพเนียสรับเอาความรู้ที่ผิดๆ ไป คีเฟอร์เองก็ต้องอธิบายและยกตัวอย่างให้ฟังอีกหลายประโยคอยู่เช่นกัน
ตัวเขาถ้าเทียบกับคนทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงขับยานก็ถือได้ว่าเก่งกาจแต่ถ้ายืดรวมเอาแค่คนแบบเดียวกัน พวกนักบิน นักสำรวจ หรือตำรวจ-ทหารอวกาศ ล้วนช่ำชองและเก่งกาจกว่าเขาไปอีกไกล คนเหล่านี้ล้วนได้รับการฝึกมาตั้งแต่เด็กๆเด็กบางคนที่ถูกวางตัวให้เป็นตำรวจหรือทหารอวกาศฝึกขับยานตั้งแต่อยู่ประถมด้วยซ้ำหรือไม่ถ้าเป็นการฝึกในห้องซ้อมก็อาจจะเริ่มฝึกตั้งแต่อนุบาลเลยก็ได้ซึ่งนั่นคือส่วนน้อย แต่ก็มีนิยมบังคับลูกหลานกันเฉพาะในตระกูลหรือครอบครัวที่เป็นอาชีพนั้นๆเช่นกัน
“ขนาดนั้นเลยเหรอครับแบบนี้นักสำรวจก็ต้องขับยานเก่งมากแน่ๆผมได้ยินพี่เทียนอี้ว่านักสำรวจขับยานได้ทุกคน”เพเนียสพยักหน้าเข้าใจกับคำอธิบายของคีเฟอร์ก่อนจะเอ่ยออกมาแต่เขาเคยเจอแต่เทียนอี้ที่อยู่ในรูปลักษณ์ขี้เล่นอารมณ์ดี ไม่รู้ว่าตอนทำงานจะเป็นยังไงบ้างพี่เขาต้องดูดีมากแน่ๆไม่งั้นไม่มีแฟนคลับกลุ่มนักสำรวจริวโรวเป็นจำนวนมากขนาดนั้นหรอกขนาดเป็นกลุ่มที่เล็กแต่กลับทำงานได้มีประสิทธิภาพขนาดนั้นสมแล้วที่ได้รับความนิยมและมีผลงานที่ยอดเยี่ยม
“อืมการขับยานได้ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในคุณสมบัติของนักสำรวจเช่นกัน”คีเฟอร์ออกความคิดเห็น
“ครับ จริงๆผมก็ได้รับคำชวนไปเป็นนักสำรวจด้วยเหมือนกันนะ พี่ๆ กลุ่มริวโรวบอกว่าจะแนะนำที่เรียนให้ด้วยแหละแต่ผมปฏิเสธไป พอได้ยินแบบนี้เขาก็รู้ตัวแล้วล่ะว่าผมไม่เหมาะจะเป็นนักสำรวจเลย”เพราะเขาขับได้แค่สกูตเตอร์ยังไงล่ะ
“อยากจะลองไหมล่ะ พี่สอนให้ได้นะ”คีเฟอร์เสนอ
“บรื้อออ... ไม่เอาหรอกครับรอบก่อนที่สอนไปผมยังจำไม่ได้ครบเลย” เพเนียสรีบส่ายหน้าทันทีแผลควบคุมที่อยู่ตรงหน้าจำนวนกว่าหลักร้อย คีเฟอร์เคยสอนให้เพเนียสได้รู้จักการทำงานโดยรวมและทำความรู้จักกับปุ่มต่างๆบนแผงควบคุมไปบ้างแล้ว แต่ก็ใช่ว่ามันจะเป็นเรื่องที่จะจดจำได้ง่ายอีกอย่างนอกจากจะจดจำว่ามีปุ่มอะไรแล้ว ต้องจำได้ด้วยว่ามันอยู่ตรงไหนจุดไหนเวลาใช้งานแม้แต่หลับตาอยู่ก็ต้องแตะปุ่มนั้นได้ถูกต้องแม่นยำ
“ฮ่าๆๆ ค่อยๆ เรียนรู้ไปไม่มีอะไรอยากหรอก ลองโหลดแอป(พลิเคชัน) ฝึกขับยานบินมาเล่นก่อนก็ได้แต่บอกไว้ก่อนว่าแม้แต่เด็กๆ เดี๋ยวนี้ยังเล่นขับยานโจมตีหรือไม่ก็ยานสำรวจฝ่าวัตถุเลยนะ” คีเฟอร์ว่าแถมยังกระตุ้นอีกฝ่ายหน่อยๆ อีกด้วยยกเอาเด็กมาอ้าง เพเนียสอาจจะมีแรงอยากเอาชนะก็ได้เขาไม่ได้หวังให้เพเนียสต้องเก่งขนาดขับยานของจริงได้ขนาดนั้นเพียงแต่ว่าผลพลอยได้จากการเล่นเกมก็ยังทำให้คนได้ฝึกสมาธิ ฝึกการมอง การตัดสินใจไหวพริบอีกด้วย เพราะเกมที่เล่นแบบเสมือนจริงร่างกายจะรู้สึกเจ็บอยู่หน่อยๆเพื่อเป็นการย้ำเตือนการผิดพลาดอีกด้วย
“เอาไว้มีเวลาผมจะลองเล่นดูก็แล้วกันนะครับ”
“แต่ถ้าอยากลองของจริงก็บอกได้นะเดี๋ยวพาไปลอง” ถึงน้ำเสียงของเพเนียสจะไม่ได้ดูจริงจังแต่เขาก็ยังไม่วายเสนอสิ่งที่ใหญ่ขึ้นมาอีกออกมา เพื่อนเขาคนหนึ่งครอบครัวเปิดโรงเรียนสอนขับยานบินรับสอนตั้งแต่ขั้นพื้นฐานแบบไม่รู้อะไรเลยทีเดียวแต่หากว่าจะให้ชำนาญก็ต้องเรียนอยู่เป็นปีๆ ถึงจะเชี่ยวชาญพอ
“อย่าพึ่งหางานให้ผมเลยครับเท่าที่มีก็รับมือไม่ไหวแล้ววว” เพเนียสร้องขึ้นอย่างกับคนหมดเรี่ยวแรงหากแต่ว่าแสดงแบบเกินจริงเรียกสีหน้าขบขันจากคีเฟอร์ได้เป็นอย่างดี
“โอเคๆ เข้าใจแล้วถ้าสนใจอยากเล่นอยากเรียนตอนไหนก็บอกก็แล้วกัน” คีเฟอร์พยักหน้าเข้าใจ
“ตอนนี้กำลังไปดาวทอลูเราอยากจะแวะที่ไหนก่อนไหม?” เพราะอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจะผ่านอีกดาวคีเฟอร์เลยถามเผื่อเพเนียสอาจจะมีธุระหรืออยากจะลงไปซื้อของอะไรแบบนี้
“ไม่ครับ เรากลับบ้านเลยดีกว่าเพราะผมต้องไปตรวจดูโยเกิร์ตรอบสุดท้ายด้วย เพราะต้องกระจายสินค้าแล้ว”เพเนียสส่ายหน้าทันทีก่อนจะบอกถึงเหตุผล โยเกิร์ตพร้อมดื่มจะถูกกระจายสู่ศูนย์การค้าห้างร้านต่างๆ ในอีกไม่กี่วันนี้แล้ว และจะเปิดขายในวันที่รายการ Idolidentity ออกอากาศวันแรก ซึ่งก็คืออีก 7 วันข้างหน้านั่นเองระหว่างนี้นอกจากกระจายสินค้าเพื่อวางขาย ยังต้องส่งโยเกิร์ตพร้อมดื่มไปยังรายการอีกด้วยเพราะมันจะเป็นเครื่องดื่มหลักแก่เด็กฝึกด้วยนั่นเอง จริงๆ เด็กฝึกจะดื่มอะไรก็ได้แต่เมื่อออกกล้อง หลักๆ แล้วก็ต้องดื่มของรายการ
“พูดถึงโยเกิร์ตพร้อมดื่มพี่ว่ามันรสชาติดีทีเดียวนะ เห็นว่าจะออกรสอื่นด้วยจริงไหม?”แน่นอนว่าระดับคีเฟอร์เขาต้องรับได้เกียรติชิมรสและวิจารณ์พร้อมๆ กับผู้ประเมินคนอื่นอย่างแน่นอน
“มีครับ แต่ว่าอย่างน้อยๆก็น่าจะหลังจากรายการจบลง” เพเนียสบอก อย่างน้อยๆก็เพื่ออยากให้แฟนรายการสนใจรสที่สนับสนุนรายการก่อนแต่เมื่อหลังจากนั้นเมื่อมีฐานลูกค้าของโยเกิร์ตแล้วจะวางขายรสชาติอื่นตามมาผู้คนก็ย่อมซื้อ
“มีแค่รสเดียวคนก็น่าจะยังไม่เบื่อหรอกเพราะยังเป็นเจ้าแรกในตลาด”
“ครับ ผมก็คิดแบบนั้น”
“เอาไว้วางขายแล้วจะช่วยซื้อก็แล้วกันนะ”
“ขอบคุณครับ” เพเนียสยิ้มรับทันที ได้ลูกค้ารายใหญ่แล้วหนึ่งรายถ้วน
การเดินทางจากดาวชามมาถึงดาวทอลูเพราะไม่มีอุปสรรคใดๆ ระยะเวลาเลยถือว่าเท่ากันมากๆ กับขาไป ต่างกันไม่กี่นาทีเท่านั้นเองคีเฟอร์ขับยานลงจอดในที่จอดของบ้านเพเนียส ยานบินส่วนตัวขนาดไม่ได้ใหญ่มากสามารถลงจอดบนตึกบริษัทได้อย่างสบายๆ
“ผู้โดยสารทุกท่านขณะนี้เราได้นำท่านมาสู่ลานจอดตึกของบริษัททริพเพิลพียัมมี่ ฟู้ดส์ แล้วครับ โปรดตรวจสอบเอกสารและสิ่งของของท่านก่อนที่จะออกจากยานบินในนามของสายการบินส่วนตัวลำนี้ ขอขอบคุณทุกท่านที่เลือกใช้บริการและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะได้ต้อนรับท่านอีก ขอบคุณและสวัสดีครับ” เสียงของเพเนียสเปล่งออกมาจากตามลำโพงที่ติดตั้งไว้ทั่วยานบินโดยเรียนแบบการพูดบนยานบินโดยสารที่เขาเคยได้ยินผ่านหูมา
“พอจะได้ไหมครับ?”เพราะบนยานมีแค่เขากับคีเฟอร์ เพเนียสเลยกล้าเล่นอะไรแบบนี้ตอนพี่ชายอยู่ไม่กล้าทำอะไรแบบนี้หรอก เดี๋ยวโดนดุ
“อืม ก็พอได้” คีเฟอร์พยักหน้า พร้อมกับท่าทางที่ชื่นชมอย่างออกมาหน้าออกตา
“ฮ่าๆๆ แน่นอนอยู่แล้วครับผมเป็นคู่ค้าแล้วก็ลูกค้าชั้นดีของสายการบินแห่งหนึ่งเลยนะ” เพเนียสเชิดหน้าขึ้นอีกหลายสิบองศา
หลังจากเล่นจนพอแล้วจึงได้ถึงเวลาลงจากยานเสียที เดี๋ยวคนข้างนอกจะสงสัยเอา ว่ามาถึงแล้วทำไมไม่ลงไปเสียที
“ไปครับ ผมจะตอบแทนด้วยอาหารมื้อใหญ่เอง”เพเนียสว่าขึ้นอย่างหนักแน่น ก่อนจะเดินนำคีเฟอร์ไปยังบ้านของเขาทันทีคีเฟอร์เสียสละเวลาทั้งไปรับส่งข้ามดวงดาวถึงแม้ว่าอาหารชุดใหญ่จะไม่สามารถตอบแทนได้ทั้งหมดแต่เพเนียสก็ต้องทำให้เต็มที่เท่าที่จะทำได้
“งั้นก็นำไปเลยครับ”คีเฟอร์ลอบขำกับท่าทีเล่นใหญ่ของเพเนียส แต่ก็ต้องตอบรับเล่นด้วยอยู่ดี
ด้านเพวิสที่เดินทางมาพร้อมกับมิคุก็มาถึงยังดาวพีดาแล้วออสตินยังเป็นนักบริการและผู้ดูแลที่ดี เขามารอรับทั้งสองที่ท่าอากาศยานก่อนจะพาไปยังที่พักโดยที่พักที่เขาเตรียมไว้ให้ก็คือโรงแรมที่เดิมที่เพวิสเคยมาพักนั่นเองหลังจากที่ส่งกระเป๋าให้พนักงานโรงแรมนำไปจัดเก็บไว้ยังห้องพักให้แล้วออสตินจึงนำทั้งสองไปพบกับอาจารย์สอนและออกแบบท่าเต้นที่รออยู่ในห้องอาหารส่วนตัว
“อาจารย์เอสโอ(S.O.) นี่คือคุณเพวิส และผู้ช่วยของเขามิคุครับ ส่วนด้านนี้อาจารย์เอสโอเขาให้เกียรติมาเป็นอาจารย์สอนเต้นให้กับเด็กฝึกในรายการแล้วก็ร่วมออกแบบท่าเต้นเพลงประจำรายการด้วย อาจารย์เอสโอจะมาเป็นคนสอนเต้นให้คุณ”ออสตินที่ถือได้ว่าเป็นคนกลางและบุคคลเบื้องหลังของรายการเป็นผู้เอ่ยแนะนำทั้งสองฝ่ายได้รู้จักกัน
“สวัสดีครับอาจารย์เอสโอฝากตัวด้วยนะครับ” ด้านเพวิสเป็นคนที่เอ่ยทักทายออกมาก่อน
“ครับผมเองก็ได้ยินชื่อของคุณมาสักพักแล้ว ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับอยากจะบอกว่าผมชอบเพลงคุณมากเลยครับ” ด้านเอสโอที่เป็นชื่อในวงการของชายหนุ่มที่เป็นอาจารย์สอนและออกแบบท่าเต้นชื่อดังก็เอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเองออกมาเช่นกันเอสโอมีชื่อเสียงในวงการนี้มามากกว่าสิบปีแล้ว มีหลายๆคนที่อยากให้เขาไปออกแบบท่าเต้นหรือสอนเต้นให้ แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะสมหวัง
“ดีใจที่ชอบนะครับ”เพวิสก้มหัวลงเล็กน้อยเพื่อขอบคุณ
“เอาล่ะ นี่ก็ใกล้ค่ำแล้วเรามาสั่งอาหารแล้วก็ค่อยพูดคุยกันไปด้วยดีไหมครับ?”
“ได้ๆ เราค่อยๆคุยไประหว่างกินข้าวก็ดีเหมือนกัน ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณเพวิสหลายอย่างเลย” เอสโอพยักหน้าอย่างเห็นด้วยก่อนจะนั่งลงยังเก้าอี้
“จริงๆ ไม่ต้องเรียกผมว่าคุณเคินอะไรหรอกครับเรียกแค่ชื่อดีกว่าไหมครับ”
“โอ้ ได้แน่นอนครับ”เอสโอพอใจเป็นอย่างมาก เพวิสที่นั่งลงด้านข้างของเขาจึงถูกเขาตกไหล่อย่างพอใจไปสองสามที