ความเงียบแผ่คลุมทั่วรถ ทุกคนรู้ดีว่านี่เป็นการผ่าตัดครั้งใหญ่ของมีนา ก้อนเนื้อร้ายที่โตขึ้นๆในท้องของเธอ และเธอพึ่งจะเปิดปากบอกสิทธาเมื่อสองเดือนที่แล้ว สิทธาเปรียบเสมือนผู้ปกครองของเธอแทนพ่อกับแม่ที่เสียไป
“พี่จะมาหาเธอทุกวัน ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง อย่ากังวลไปเลย” สิทธากล่าว
“พี่ก็ด้วย พี่ก็จะสลับกันมาอย่างน้อยๆเธอตื่นมาต้องเจอพี่คนใดคนหนึ่งแน่นอนพี่สัญญา” วีระให้ความมั่นใจอีกคน
“ขอบคุณพี่ๆมากค่ะ หนูจะเข้มแข็งค่ะ” มีนากล่าว
รถของสิทธาขับมาจอดที่หน้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ทั้งสามก้าวลงจากรถเดินดข้าไปใน โรงพยาบาลทันที
ถึงเวลาส่งตัวมีนาเข้าห้องผ่าตัด สิทธากับวีระต่างพูดให้กำลังใจมีนา
“ไม่ต้องกลัวพี่กับไอ้วีจะอยู่ตรงนี้รอจนกว่าเราจะออกจากห้องผ่าตัด” สิทธากล่าว มีนาหน้าซีดเผือดด้วยความกลัว เธอกลัวไปต่างๆนาๆ แต่เธอก็เข้มแข็งพอดู เธอเหลือตัวคนเดียวแต่โชคดีที่ยังมีสิทธากับวีระคอยช่วยเหลือทุกอย่างแม้กระทั่งเวลาป่วย มองไม่เห็นใครเช่นนี้
เวลาผ่านไปนานพอสมควร หมอประจำตัวของมีนาออกมาจากห้องผ่าตัด
“คุณมีนาผ่าตัดเรียบร้อยและปลอดภัยดีครับ แต่คงต้องแอดมิดที่โรงพยาบาลสัก3-4 วัน” หมอกล่าว
“ครับผม ขอบคุณมากครับหมอ ไม่ทราบว่าตอนนี้เข้าเยี่ยมได้หรือเปล่าครับ” สิทธาถาม
“เข้าไปดูได้ครับ เธออยู่ในห้องพักฟื้นเรียบร้อยแล้ว แต่ระวังอย่ารบกวนเธอมากเกินไปนะครับ เพราะยายังไม่หมดฤทธิ์ เธอควรได้พักผ่อนเยอะๆครับ” หมอพูดจบแล้วเดินจากไป
สิทธากับวีระรีบไปที่ห้องพักฟื้นทันที มีนารู้สึกตัวแล้วแต่เธอยังมีอาการเพลียมากเนื่องจากบาดแผล
“ปลอดภัยแล้วนะมีนา” วีระทักขึ้นพร้อมรอยยิ้มทันทีที่เข้าไปถึงในห้อง
“ค่ะ..ขอบคุณพี่ๆมากค่ะ ถ้าไม่ได้พี่สองคนหนูก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี” มีนากล่าวอย่างซึ้งในน้ำใจของคนทั้งสอง
“อย่าคิดมากเลย ดูแลตัวเองดีๆจะได้หายเร็วๆ เข้าใจมั้ย” สิทธาพูด
“ระหว่างนี้พี่กับไอ้วีจะผลัดกันมาเยี่ยมดูแลเธอที่นี่ทุกวัน จนกว่าเธอจะออกจากโรงพยาบาล แล้วก็ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายนะ” สิทธาพูดต่อ
“ขอบคุณมากๆเลยค่ะ” มีนาพูดพร้อมกับพยายามยกมือไหว้ แต่วีระกับสิทธาห้ามไว้ทัน
“พี่จ้างพยาบาลดูแลเราเป็นพิเศษไว้แล้ว มีอะไรก็กดกริ่งเรียกพยาบาลได้เลยนะ วันพรุ่งนี้พี่จะแวะมาเยี่ยมใหม่ ถ้าขาดเหลือหรือต้องการอะไรก็โทรหาไอ้วีได้เลยนะ” สิทธากล่าวอย่างเมตตา
“ใช่..ไม่ต้องเกรงใจโทรหาพี่ได้ตลอดเวลานะ” วีระกล่าวเสริม
“ค่ะ” มีนารับคำสั้นๆ
“งั้นวันนี้เราก็พักผ่อนซะพี่จะไปทำธุระต่อแล้ว เดี๋ยวพยาบาลพิเศษคงเข้ามาอยู่เป็นเพื่อน” สิทธาพูด มีนาพยักหน้ารับ แล้วค่อยๆหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย
สิทธากับวีระเดินออกมาถึงลานจอดรถ
“แกจะไปไหนต่อ” วีระถามขึ้น
“ว่าจะไปหาแม่สักหน่อย” สิทธาตอบ พลางแหงนหน้าดูฟ้าอย่างไม่มีความหมาย
“อืม..แม่แกคงดีใจมาก” วีระพูดยิ้มๆ
“ไปด้วยกันมั้ยล่ะ” สิทธาชวน
“ไม่ล่ะ ฉันขี้เกียดน่ะ ว่าจะกลับไปนอนสักหน่อย เย็นๆจะออกไปเปิดร้าน” วีระตอบ ปัดๆ
“โอเค..งั้นเจอกันที่ห้อง..ให้ฉันไปส่งแกก่อนมั้ยล่ะ” สิทธาถาม เพราะวีระไม่ได้เอารถมา
“ไม่ๆ ฉันนั่งแท็กซี่ไปได้ แกไปเถอะ” วีระตอบพร้อมกับโบกมือไล่
วีระโบกรถแท็กซี่ทันทีที่เดินแยกจากสิทธาไป
สิทธายืนมองดูรถแท็กซี่แล่นผ่านหน้าไป เขาหันหลังกลับมาขึ้นรถส่วนตัวของตัวเองสตาร์ทเครื่องยนต์ แต่ในใจครุ่นคิด เรื่องที่กำลังจะทำ
เขาไม่นึกอยากกลับไปที่บ้านตอนนี้เลย แต่เค้าก็อดเป็นห่วงแม่ไม่ได้ แม่คงทุกข์ใจมากแล้ว เขาไม่อยากเห็นแม่เป็นทุกข์ไปมากกว่านี้ การที่เขากลับไปเยี่ยม อาจทำให้แม่ยิ้มได้และมีความสุขขึ้นบ้าง
สิทธาขับรถมาถึงบริเวณหน้าบ้านหลังใหญ่โตหลังหนึ่งหรือจะเรียกว่าคฤหาสน์ก็ยังได้ ซึ่งเป็นบ้านของพ่อกับแม่ของเขา สิทธาจอดรถพร้อมกับลดกระจกลงนิดนึงบีบแตรเพื่อให้คนในบ้านรับรู้การมาของเขา
ลุงคนสวนชะเง้อคอมองไกลๆไปยังต้นเสียงของแตร จนแน่ใจว่าเป็นสิทธา แกจึงรีบวิ่งตาลีตาลานมาเปิดประตูให้ด้วยความดีใจ
สิทธาขับรถเข้ามาในบริเวณบ้านซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้ดอกไม้ประดับมากมาย เพราะเชษฐา ผู้เป็นพ่อชอบความเป็นธรรมชาติ คฤหาสน์ของเขาจึงเต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด และมีความร่มรื่นน่าอยู่
มีบ่อปลาคาร์ฟขนาดใหญ่ราคาแพงที่มีไว้ประดับบารมีอยู่หน้าบ้าน ……