" ทุกคนมาเร็วมาช่วยกันนับเงินหน่อย " น้ำเสียงดังลั่นบ้านด้วยความสุขของซ่งหลี่ทำเอาทุกคนที่อยู่หลังบ้านนั่งชิมกินขนมเพิ่มความด้วยบรรยากาศดีๆต้องตกสะดุ้งตกใจกันอย่างงงๆ
" ทั้งอยู่ใกล้กันขนาดนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเสียงดังขนาดนั้นทำไม " ซ่งจินหลานพึมพำบ่นเบาๆเพราะเขาถึงกับทำน้ำชาชั้นดีที่ได้จากบ้านป้าหงส์มาหกไปกว่าครึ่งก่อนจะมองภรรยาและน้องชายที่ต่างก็ทำของหลุดมือกันอย่างพร้อมเพรียงดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เขาคนเดียวที่ต้องตกใจกับเสียงเวอร์วังของซ่งหลี่
ซ่งหลี่เดินพร้อมกับถือกล่องไม้ใบใหญ่ที่ดูท่าทางเหมือนจะหนักนิดๆเดินตรงเข้าสู่ลานหลังบ้านที่เขาสร้างศาลาเอาไว้พักผ่อนหย่อนใจเพราะที่นี่เหมาะแก่การสร้างสวนเล็กๆไว้พักผ่อนจริงๆเมื่อซ่งซิงเหลียนปลูกดอกไม้ประดับไว้มากซะจนพื้นที่แทบจะเดินไม่ได้อีกทั้งยังจัดวางสวนได้อย่างสวยงามและลงตัวเพื่อกั้นเขตของห้องฝึกที่อยู่ด้านข้างของบ้านเดิมและห้องพักของเจ้าศิษย์ของเธอ
" พูดเบาๆก็ได้ยินแล้วทำไมต้องส่งเสียงดังขนาดนั้นด้วย ห๊า " ซงจินหลางอดด่าน้องชายไม่ได้เขามองมือตัวเองและกางเกงที่เปียกชื้นนี่ ถ้าเป็นน้ำอย่างอื่นเช่นกาแฟแล้วก็เขาจะโยนขวดฟาดเจ้าเด็กแสบคนนี้ที่ไม่รู้จักโตสักทีทั้งที่อายุ 40 แล้ว
" ฉันก็อยากจะสร้างบรรยากาศคึกคัก ถ้าพี่รู้ว่าเราได้เงินมาเท่าไหร่พี่ก็จะตื่นเต้นยิ่งกว่าฉันซะอีกแหละ " เขายังไม่ยอมแพ้พี่ชายที่ดูท่าทางภูมิฐานนี้แค่ฉากหน้าเท่านั้นแหละ
" ก็ไปช่วยกันขายของอยู่มันจะได้สักเท่าไหร่กันเชียว แค่ขายของ 3 วันเอง " ซ่งหานบ่นเบาๆขณะหยิบขนมชิ้นเล็กๆจากมือภรรยาเข้าปากอย่างหงุดหงิดเขากำลังรู้สึกเจ็บนิดๆทั้งตัวแต่ก็ถูกพี่ชายลากออกมานั่งดื่มชาหลังบ้านแบบนี้ถึงจะอ้างว่าช่วยลดความตึงเครียดของสมองและร่างกายก็เถอะแต่ตอนนี้ร่างกายเขาต้องการพักผ่อนอย่างแรง
แต่การมานั่งจิบชาซึมซับบรรยากาศฤดูมาหลายปีหลังบ้านแบบนี้มันก็ดีขึ้นไม่น้อยบรรเทาความเจ็บปวดจากการเหมือนถูกมดนับพันกับกินร่างหน่อยๆเหมือนกันเขามองไปรอบๆสวนที่มีดอกไม้บานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมอบอวลและการตกแต่งที่เรียกได้ว่าไร้ที่ติโดยฝีมือของเจ้าหญิงตัวน้อยของบ้าน เขาก็อดอิจฉาเล็กๆไม่ได้มีลูกสาวมันดีอย่างนี้จริงๆนั่นแหละ
จากนั้นก็ส่งสายตามองพี่ชายอย่างริษยาตาร้อนทำเอาซ่งหลี่ที่มองซ่งหานอยู่ก่อนแล้วถึงกับคนงงที่เขาไปทำอะไรให้เจ้าตัวร้ายนี้มีสายตาอาฆาตแค้นเขาเนี่ย
เหมือนจะยังไม่รู้ตัว
" ฉันแค่อิจฉานายพี่ชาย ที่มีเสื้อกันหนาวแสนอบอุ่นอยู่บ้าน " เมื่อได้ยินคำตอบจากน้องชายแล้วซ่งหลี่ก็ยิ้มแป้นอย่างเยาะเย้ยนิดๆ
" อิจฉาให้ตายนายก็คงไม่มีหรอก "
" พอๆๆเถียงกันตั้งแต่เด็กยันแก่พวกนายเมื่อไหร่จะโตสักที " ซ่งจินหลางรีบปรามพี่น้องเขาเหนื่อยที่จะห้ามปรามสองคนอีกแล้ว บทจะดีก็ดีสามัคคีกันซะจนเขาต้องยอมถอย บทจะร้ายจะตีกันแทบตายเขาก็ต้องห้ามปรามอีกเป็นพี่ชายคนโตนี่มันเหนื่อยจริงๆ
" เอาๆสรุปแล้วจะทำอะไรกันเนี่ย " ซ่งจินหลางรีบเปิดประเด็นเพื่อปิดประเด็นของการทะเลาะกันทั้งคู่ทันทีเขาต้องรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนที่จะบานปลายเพราะทั้งสองนี้ตั้งแต่เด็กจนโตไม่เคยยอมกันและถึงขั้นลงไม้ลงมือหลายครั้ง จนพี่ชายคนโตอย่างเขาต้องเดือดร้อนไปด้วยเพราะถูกพ่อกับแม่ฟาดอย่างจังพร้อมๆกันทั้ง 3 คนข้อหาสร้างความเดือดร้อนและไม่สามัคคีปรองดอง
" ฉันแค่อยากจะชวนพวกพี่กับเจ้า 3 นับเงินเท่านั้นเอง "
" ยังไม่ได้นับอีกหรือเสร็จงานตั้งแต่เมื่อวานแล้วทำไมนายไม่นับเองล่ะพวกฉันจะมาช่วยทำอะไรได้นอกจากช่วยขายของ "
" อ้าวก็นี่เป็นเงินพิเศษไงอุตส่าห์ให้ช่วยนับเงินก็จะได้แบ่งเปอร์เซ็นต์ค่ารถกลับบ้านของพี่นี่แหละ "
" พวกฉันไม่ได้เห็นแก่เงินขนาดนั้นนะเว้ยมันเป็นเงินจากสวนของนายนายก็เก็บเอาไว้สิ " เขาไม่เห็นด้วยเท่าไหร่กับการที่น้องชายทำเหมือนว่าพวกเขาเป็นคนนอกแบบนี้
" พี่ชายและน้องชายดีมันไม่ใช่อย่างที่คิดหรอกนี่เป็นเงินพิเศษที่ฉันจะเอาเข้าบัญชีส่วนแบ่งปันรายได้จากฟาร์มเราก็แบ่งเปอร์เซ็นต์เท่าๆกันนั่นแหละฉันจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ออกให้ อีกอย่างเสียวรั่วกับเสียวซานก็จะเปิดเทอมแล้วด้วยฉันรู้ว่าพวกพี่มีเงินไม่ได้เดือดร้อนอะไร แต่ฉันก็อยากจะให้หลานชายของฉัน "
" เออๆฉันยอมรับข้ออ้างนี้ของแกก็ได้ " เขาปฏิเสธไม่ได้เลยถึงแม้เขาจะมีเงินไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลยก็ตาม แต่การที่ซ่งหลี่พูดมาอย่างนี้เขาก็คงต้องได้แต่ยอมรับด้วยความเต็มใจเพราะคำว่าให้หลานชายแต่เขาก็ยังอยากเก็บ " ไว้ให้หลานสาวดีกว่า "
" ฉันอยากเก็บไว้ให้ซิงซิงมากกว่าถ้าเกิดว่าไปอยู่บ้านแล้วเขาดูแลไม่ดีอย่างน้อยก็มีเงินติดมือไว้ค่ารถกลับมาหาพวกเราไงใช่ไหมล่ะ "
เมื่อได้ยินซ่งหานคิดวิเคราะห์คำนวณออกมาเป็นขั้นเป็นตอน 3 พี่น้องก็มองหน้ากันและพยักหน้าอย่างสามัคคีปรองดองกันได้
" ไม่ได้ เรื่องนี้ฉันจัดการเอง "
" แต่ฉันก็ยังอยากจะให้หลานสาวอยู่ดีเด็กผู้หญิงน่ะมีเงินมากไว้ไม่ผิดหรอก " ป้าสะใภ้โต้กลับทำเอาทำเอาซ่งซิงเหลียนที่นั่งอยู่บนเปลโยกถึงกับกุมขมับก็ดีใจอยู่หรอกที่ทางบ้านรักขนาดนี้
เหมือนสมบัติในกระเป๋าเธอมันมีมากกว่าคนทั้งจังหวัดรวมกันหรือเปล่าเนี่ย ดูจากสมบัติที่ยังไม่ได้เอาออกมาแล้วซ่งซิงเหลียนก็รวยเละเพราะเคยเอาของเก่าหรือสมุนไพรไปขายในเมืองมาแล้วโดยที่ไม่ได้บอกใครเลยด้วยซ้ำหลินจืออายุ 120 ปีนั้นเธอนำไปขายได้หลักหล้านหยวน หรือบ้างครั้งก็ใช้เอียนหยาหลานเอาของเก่าไปขาย
" หนูมีเงินส่วนตัวหาเองได้ไม่ต้องห่วง "
" ไอ้เงินขายสมุนไพรไม่ได้มากขนาดนั้นนะ "
ก็ไม่ใช้สมุนไพรอย่างเดียวสักหน่อย...
ทว่าคนทั้งบ้านไม่ได้สนใจคำพูดของเธอเลยแต่จะให้บอกพ่อกับแม่หรือว่าฉันขึ้นเขาได้สมบัติโจรมาช่วยเอาไปขายให้หน่อยมีหวังพ่อกับแม่ของเธอคงช็อคตาย
เอาเป็นว่าคงก็ต้องบอกพวกเขาว่าเป็นเงินที่ได้มาโดยสุจริตโดยการขึ้นเขาเก็บสมุนไพรไปขายเหมือนที่เธอเคยเอาโสมอายุ 100 ปีให้พวกเขาดูและพวกเขาก็เคยไปสืบราคามาแล้วนั่นน่ะถ้าขายถ้าขายมันก็เป็นเงินจำนวนมหาศาลจริงๆและรู้ว่าแหล่งรายได้ของลูกสาวตัวน้อยบ้านตัวเองเป็นแหล่งรายได้ที่สุจริตไม่ใช่อย่างรายได้ที่มาจากถ้ำโจรหรือสุสานผีที่
" เอาล่ะเอาล่ะถึงหน้าจะพูดอย่างนั้นมันจะเยอะขนาดไหนกันล่ะ " ซ่งหานเปิดกล่องตัดบทพี่ชายจอมพูดมากในในกล่องนั้นเป็นธนบัตรและเหรียญเต็มกล่องเมื่อทั้งบ้านเห็นดังนั้นก็ได้แต่อี้งงันอยู่ในใจ
" ขายของในเทศกาลตรุษจีนแค่ 3 วันมันมีรายได้มหาศาลถึงขนาดนี้เลยหรือ " ซ่งหานถามเสียงเบาเขาไม่ได้ดูถูกอาชีพการค้าขายแต่อย่างใดกลับกันเขากับชื่นชมพี่ชายคนนี้อย่างมากที่มีหัวด้านธุรกิจ แต่ว่ามันเยอะจริงๆดูจากสายตาคร่าวๆก็คงเกือบแสนหยวนเลยทีเดียวใช่ไหม
" ถูกต้องแล้วฉันนับมาคร่าวๆแล้วล่ะนี่ตั้ง 125,080 หยวนเลยนะเป็นรายได้มหาศาลเทียบได้กับหนึ่งฤดูของสวนเราเลย "
ขนาดนั้นเลยเชียว
" เอาล่ะเมื่อฉันแบ่งเปอร์เซ็นต์แล้วพี่ก็จะได้เยอะเลยฉันจะแบ่งแล้วนะเอาไปคนละ15% " ซ่งหลีที่มือเร็วดีรับเงินให้พี่ชายและน้องชายพวกเขามองด้วยความอึ้งงัน
ขายของแค่ 3 วันได้เงินขนาดนี้แล้วถ้าจัดงานให้นานกว่านี้สัก 7 วันพวกเขาจะไม่กลายเป็นเศรษฐีอันดับต้นๆของจังหวัดให้มันรู้ไป
" ฉันรู้ว่าพวกนายกำลังคิดอะไรอยู่นะพี่ชาย " ซ่งหานดับฝันของสองพี่ชายอย่างท่วงทีช่วยดูขนาดสวนและสินค้าด้วยว่ามันมีขนาดไหนที่จะเอามาขายน่ะ
" เมื่อไหร่นายจะเลิกนิสัยอย่างนี้ ห๊า เจ้าสาม " ซ่งจินหลางอดโวยวายไม่ได้ขอเขาอยู่ในความฝันสักนิดก็ไม่ได้หรือไง
" ฮ่าๆๆนี่พี่คิดจริงๆด้วยสินะ "
สมแล้วกับเป็นพี่ชายน้องชายบ้านซ่งที่รู้เท่าทันกันทุกอย่างซ่งซิงเหลียนมองครอบครัวที่สนุกสนานครื้นเครงหยอกล้อกันอย่างมีความสุขเธอก็อยากจะหยุดเวลาภาพนี้เอาไว้จริงๆแต่ถ้าว่าเรื่องที่พ่อกับแม่พูดวันก่อนก็สร้างความหนักอกหนักใจให้เธอไม่น้อยถึงแม้ทั้งหมดที่เธอแสดงออกว่าจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรแต่การที่ต้องจากบ้านที่อยู่มา 10 ปีเธอจะไม่เจ็บปวดหัวใจได้หรือ
" เอาล่ะนายแบ่งเงินมาแล้วเงินก้อนนี้ฉันคิดว่าเหมือนที่เราคุยกันก่อนตรุษจีนก็ควรจะลงมือทำได้แล้วละมั้ง "
มองไปบ้านอิฐหลังคากระเบื้องนี้มีไม้อยู่กว่าครึ่งและมันเป็นไม้ที่พ่อกับแม่ของเขาซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของท่านทั้งสองเป็นบ้านอีกหลังคากระเบื้องขนาดกลางที่ในยุคนั้นเรียกได้ว่าเป็นเศรษฐีของหมู่บ้านและอยู่อย่างมีหน้ามีตาที่สุด 3 ห้องนอนห้องครัวและห้องน้ำห้องโถงถ้ารีโนเวทให้สวยขึ้นพวกเขาก็สามารถอยู่ได้อย่างสบายสบายเลยทุกครั้งที่จะมาเยี่ยมน้องชายก็จะได้ไม่ต้องเกรงใจมากขนาดนั้นเพราะยังไงสร้างบ้านหลังนั้นก็ยังเป็นบ้านของตัวเองอยู่ดี
เห็นสายตาของพี่ชายคนโตทั้งครอบครัว
ก็เข้าใจได้ในทันทีดูเหมือนว่าพวกเขาหลังจากนี้ก็จะมีงานที่ต้องจัดการอีกมากจริงๆ