บทที่1 : คำอธิษฐานใต้ดาวตก
ฝนเพิ่งหยุดตกได้ไม่นานอากาศยามเย็นของปลายฤดูฝนเย็นสบายกว่าทุกวันกลิ่นดินเปียกชื้นลอยปะปนกับกลิ่นหญ้าสดใหม่เสียงจักจั่นดังประสานกับเสียงกบจากท้องนาไกล ๆจนดูเหมือนธรรมชาติกำลังขับกล่อมผู้คนให้กลับบ้านแต่สำหรับมะลิ...หญิงวัยหกสิบปีที่กำลังเดินลากเท้ากลับจากโรงงานเล็ก ๆ ริมตัวอำเภอความงดงามของเย็นวันนี้แทบไม่มีความหมายเลยกระเป๋าผ้าสีซีดใบเก่าพาดอยู่บนไหล่ซ้ายส่วนมือขวาถือถุงกับข้าวราคาประหยัดที่ซื้อมาจากตลาดก่อนร้านจะปิด
"วันนี้ปลาทูขึ้นราคาอีกแล้วเหรอ..."เธอบ่นเบา ๆ พลางหัวเราะกับตัวเอง "ดีนะยังมีไข่ไก่"
มะลิเป็คนที่หัวเราะได้กับเื่เล็ก ๆ เสมอ
แม้ชีวิตจะไม่ค่อยใจดีกับเธอนัก สามีจากไปเมื่อหลายปีก่อนลูกชายทำงานอยู่ต่างจังหวัดจนแทบไม่ได้กลับบ้านบ้านไม้หลังเล็กที่เคยมีเสียงหัวเราะทุกเย็น บัดนี้เหลือเพียงความเงียบเธอไม่เคยโกรธลูกกลับกันเธอมักพูดกับเพื่อนบ้านว่า"แค่เขาดูแลตัวเองได้ แม่ก็สบายใจแล้ว" ทั้งที่บางคืน...เธอก็นั่งกินข้าวคนเดียวมองเก้าอี้อีกตัวที่ว่างเปล่าแล้วแอบถอนหายใจเบา ๆ
...
เมื่อเดินถึงหน้าบ้านมะลิหยิบกุญแจจากกระเป๋า
"อ้าว!"
เธอร้องออกมาเมื่อพบว่าแมวสีส้มตัวอ้วนที่ชอบมาขอข้าวกำลังนอนขดอยู่หน้าประตู
"เ้าทอง...มารออีกแล้วเหรอ"
แมวลืมตาขึ้นช้าๆ ก่อนร้อง "เมี้ยว" หนึ่งครั้ง
"รู้หรอกว่าหิว"
มะลิหัวเราะพลางเปิดถุงหยิบปลาทูชิ้นเล็กแบ่งให้
"ฉันยังไม่ได้กินเลยนะ"
เ้าทองใช้หัวถูข้อเท้าของเธอเบาๆ ราวกับกำลังขอบคุณ
"เออๆ กินเถอะ"
เธอย่อตัวลงลูบหัวแมว
"อย่างน้อยวันนี้เราก็มีเพื่อนกินข้าว"
คำพูดธรรมดาๆ นั้นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ จางลง
เพราะความจริง...เ้าทองคือสิ่งมีชีวิตที่พูดกับเธอบ่อยที่สุดในแต่ละวัน
บ้านไม้หลังเล็กเต็มไปด้วยของใช้เก่าๆพัดลมตัวเดิมที่ใช้มานานกว่าสิบปี
โต๊ะไม้ที่มีรอยขีดข่วนเต็มไปหมดวิทยุเครื่องเก่าที่ยังเปิดติดบ้าง ไม่ติดบ้าง
มะลิเปลี่ยนเสื้อผ้าล้างหน้า แล้วลงมือหุงข้าว ระหว่างรอ เธอหยิบสมุด
บัญชีรายรับรายจ่ายเล่มเล็กออกมาตัวเลขถูกจดไว้อย่างเป็ระเบียบ
ค่าไฟ...
ค่าน้ำ...
ค่ากับข้าว...
ค่ารักษาโรคของตัวเอง...
เธอค่อยๆ ใช้นิ้วไล่ดูตัวเลข ก่อนถอนหายใจ
"เดือนนี้...คงต้องประหยัดอีก"
แต่แทนที่จะบ่นโชคชะตาเธอกลับยิ้ม
"ไม่เป็ไร...เดี๋ยวก็ผ่านไป"
ประโยคนี้เป็เหมือนกำลังใจที่เธอพูดกับตัวเองมาตลอดหลายสิบปี
...
หลังอาหารเย็นมะลิยกเก้าอี้พลาสติกตัวเก่าออกไปนั่งหน้าบ้าน
ลมเย็นพัดเอื่อยๆ ท้องฟ้าหลังฝนใสจนเห็นดวงดาวนับไม่ถ้วน
"คืนนี้ดาวสวยจัง"
เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าเหมือนเด็กๆ ทั้งที่ไม่ได้ทำแบบนี้มาหลายปีแล้ว
ทันใดนั้น...เส้นแสงสีเงินสายหนึ่งพาดผ่านฟากฟ้า ดาวตก มะลิเบิกตา
กว้าง"โอ้โฮ..."
แม้จะอายุหกสิบแล้วแต่เธอก็ยังรีบยกมือประนมเหมือนเด็กสาว
"เขาว่าถ้าอธิษฐานตอนเห็นดาวตก...คำขออาจเป็จริง"
เธอหัวเราะกับตัวเอง
"ป่านนี้ยังเชื่ออีกนะเรา"
แต่สุดท้าย...
เธอก็หลับตาและเอ่ยคำอธิษฐานจากก้นบึ้งของหัวใจ
"ถ้ามีโอกาส..."
"...ฉันไม่ขอร่ำรวย"
"...ไม่ขอมีชื่อเสียง"
"...ไม่ขออายุยืน"
เธอหยุดนิ่ง
ก่อนยิ้มบางๆ
"ฉันแค่อยาก...ได้เริ่มต้นใหม่"
"อยากใช้ชีวิตที่เหลือ...หัวเราะให้มากกว่านี้"
"อยากเดินทาง"
"อยากมีเพื่อน"
"อยากเห็นโลกกว้าง"
"และถ้าเป็ไปได้..."
"...ขอให้ฉันยังได้ช่วยเหลือใครสักคน"
ลมเย็นพัดผ่านอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้...
กลับมีประกายแสงเล็กๆ ลอยลงมาจากท้องฟ้า
มะลิลืมตาขึ้น
"หือ?"
จุดแสงนั้นไม่ได้หายไปเหมือนดาวตกทั่วไป
มันกำลังค่อยๆ ลอยต่ำลง
ช้าๆ
ช้าเสียจนเธอมองเห็นว่า...
มันคือเมล็ดพันธุ์สีทองเมล็ดหนึ่ง
"อะไรกัน..."
เมล็ดเล็กๆ นั้นลอยมาหยุดอยู่ตรงหน้าฝ่ามือของเธอ
ก่อนเปล่งแสงอ่อนโยนราวกับหิ่งห้อย
มะลิลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
"ของเล่นใครหรือเปล่า..."
เธอเอื้อมมือไปแตะเบาๆ
ทันทีที่ปลายนิ้วััเมล็ดสีทอง
แสงสว่างก็ะเิออกมารอบตัว
สว่างจนมองไม่เห็นอะไร
พื้นดินสั่นไหว
สายลมหมุนวน
เสียงกระซิบแ่เบาดังขึ้นจากทุกทิศทาง
"ในที่สุด..."
"ผู้ถูกเลือก..."
"ก็ได้ยินเสียงของดวงดาวแล้ว..."
มะลิพยายามลืมตา
"ใคร...ใครพูดน่ะ!"
แต่ไม่มีคำตอบ
มีเพียงแสงสีทองที่โอบล้อมร่างของเธอเอาไว้
ก่อนที่ทุกสิ่งจะกลายเป็สีขาว...
และโลกทั้งใบก็ดับวูบลง
.............
ความมืด...
มืดเสียจนไม่รู้ว่าตัวเองลืมตาหรือหลับตาอยู่
มะลิพยายามขยับตัวแต่ร่างกายกลับเบาราวกับกำลังลอยอยู่กลางอากาศ
"ฉัน...ตายแล้วหรือเปล่า"
เสียงของตัวเองก้องสะท้อนไปทั่วความว่างเปล่า
ไม่มีคำตอบ
มีเพียงแสงสีทองนับพันดวงลอยผ่านไปมาเหมือนฝูงหิ่งห้อย
แต่เมื่อมองดี ๆ มันไม่ใช่หิ่งห้อย
แต่เป็เมล็ดพันธุ์เล็ก ๆ รูปร่างเหมือนหยดน้ำแต่ละเมล็ดมีสีต่างกัน ทั้งสี
ทอง สีเงิน สีฟ้า สีชมพู และสีเขียวมรกต
พวกมันหมุนวนรอบตัวเธออย่างอ่อนโยน
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
อบอุ่น...แต่เก่าแก่เสียจนแยกไม่ออกว่าเป็เสียงของหญิงหรือชาย
"ในที่สุด...เ้าก็มาถึง"
มะลิหันซ้ายหันขวา
"ใครคะ"
"ข้าเฝ้ารอเ้ามานาน"
"คุณเป็ใคร"
ไม่มีร่างให้เห็น
มีเพียงเสียง
"ผู้ที่ยังเชื่อในความหวัง...ย่อมได้ยินเสียงของดวงดาว"
มะลิขมวดคิ้ว
"คุณพูดอะไร ฉันไม่เข้าใจ"
เสียงนั้นหัวเราะเบา ๆ
ไม่ใช่เสียงหัวเราะที่น่ากลัว
แต่เป็เสียงที่ทำให้หัวใจสงบอย่างประหลาด
"อีกไม่นาน...เ้าจะเข้าใจเอง"
ทันใดนั้น เมล็ดพันธุ์สีทองเมล็ดหนึ่งก็ค่อย ๆลอยเข้ามาหยุดตรงหน้า
มันคือเมล็ดเดียวกับที่เธอแตะก่อนหน้านี้
คราวนี้มันเปล่งแสงอุ่นราวกับพระอาทิตย์ยามเช้า
"ดูแลมันให้ดี..."
เสียงนั้นเอ่ยเป็ครั้งสุดท้าย
"เพราะชะตาของโลก...อยู่ในมือเ้า"
"เดี๋ยวก่อน!"
มะลิรีบเอื้อมมือออกไป
แต่ทุกอย่างแตกกระจายเหมือนกระจก
...
เสียงนกร้องดังแว่วมาแต่ไกล
สายลมอ่อน ๆ พัดผ่านใบหน้า
กลิ่นดอกไม้หอมสดชื่นลอยเข้าจมูก
มะลิค่อย ๆ ลืมตา
สิ่งแรกที่เห็นคือท้องฟ้าสีฟ้าสด
ใสกว่าท้องฟ้าที่เธอเคยเห็นมาตลอดชีวิต
ก้อนเมฆสีขาวลอยช้า ๆ ราวกับก้อนสำลี
"ที่นี่..."
เธอลุกขึ้นนั่งอย่างช้า ๆ
รอบตัวเป็ทุ่งดอกไม้หลากสีสุดลูกหูลูกตา
สีแดง
สีม่วง
สีฟ้า
สีเหลือง
บางดอกเปล่งแสงระยิบระยับ
เหมือนมีดวงดาวซ่อนอยู่ในกลีบดอก
ผีเสื้อปีกโปร่งใสบินผ่านหน้า
เมื่อกระพือปีกก็เกิดละอองแสงวิบวับฟุ้งไปทั่ว
มะลิอ้าปากค้าง
"สวย..."
เธอพึมพำโดยไม่รู้ตัว
"นี่ฉันฝันอยู่หรือ"
เธอหยิกแขนตัวเอง
"โอ๊ย!"
เจ็บ...
"งั้นก็ไม่ใช่ฝัน"
เธอรีบลุกขึ้น
แต่ทันทีที่ยืนได้กลับรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
"เอ๊ะ..."
ทำไมตัวเบาจัง
เมื่อกี้ตอนลุก...
ไม่ปวดเข่าเลย
เธอลองย่อตัว
ลุก
นั่ง
หมุนตัว
ไม่มีอาการปวดหลังแม้แต่นิดเดียว
"เป็ไปได้ยังไง"
มะลิลองะโเบา ๆ
ร่างของเธอลอยสูงกว่าที่คิด
"ว้าย!"
เธอลงผิดจังหวะจนล้มก้นจ้ำเบ้า
"โอ๊ย..."
เธอรีบเอามือลูบก้น
ก่อนชะงัก
"เดี๋ยวนะ..."
มะลิก้มมองมือตัวเอง
มือเล็กลง
ผิวที่เคยเหี่ยวย่นกลับเรียบเนียน
นิ้วที่เคยมีรอยเส้นเืปูดกลับขาวผ่อง
หัวใจของเธอเต้นแรง
"ไม่จริง..."
เธอรีบคลำใบหน้าตัวเอง
ไม่มีริ้วรอย
แก้มเต่งตึง
เส้นผมที่เคยมีสีขาวกลับยาวสลวยเป็สีดำสนิท
"ไม่จริง..."
เธอเริ่มเดินเซไปข้างหน้า
จนพบลำธารสายเล็ก
น้ำใสจนเห็นก้อนกรวดทุกเม็ด
เธอคุกเข่าลงช้า ๆ
แล้วมองเงาสะท้อนในน้ำ
เด็กหญิงตัวเล็กอายุราวสิบสองปี
กำลังจ้องกลับมาด้วยดวงตากลมโต
"..."
มะลินิ่งไปหลายวินาที
ก่อนเอามือแตะแก้ม
เงาในน้ำก็แตะแก้มเช่นกัน
เธอดึงแก้มตัวเอง
เงาก็ดึงตาม
"กรี๊ดดดด!"
เสียงร้องดังลั่นทุ่งดอกไม้
ฝูงนกสีรุ้งบินแตกตื่นขึ้นสู่ท้องฟ้า
"ฉันเป็เด็ก!"
"ฉันกลายเป็เด็กได้ยังไง!"
มะลิหมุนตัวไปมาอย่างใ
"ผมดำ!"
"หน้าใส!"
"ไม่มีตีนกา!"
เธอเอามือลูบหัวตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ก่อนหัวเราะออกมา
"เดี๋ยวนะ..."
"ถ้าอย่างนั้น..."
เธอลองวิ่ง
หนึ่งก้าว
สองก้าว
สามก้าว
แล้วหัวเราะเสียงดัง
"ฉันวิ่งได้!"
เธอเร่งฝีเท้า
วิ่งผ่านทุ่งดอกไม้
วิ่งโดยไม่มีอาการเหนื่อย
ไม่มีอาการปวดเข่า
ไม่มีอาการหอบ
เสียงหัวเราะของเธอดังก้องไปทั่ว
เป็เสียงหัวเราะที่เธอไม่ได้หัวเราะอย่างมีความสุขแบบนี้มาหลายปีแล้ว
แต่แล้ว...
"โอ๊ย!"
เธอสะดุดรากไม้ ล้มหน้าคะมำลงบนพื้นหญ้า
มะลินอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนหัวเราะออกมาอีกครั้ง
"ถึงจะเป็เด็ก...ก็ยังซุ่มซ่ามเหมือนเดิมสินะ"
เธอไม่รู้เลยว่า...
บนกิ่งไม้ใหญ่เหนือศีรษะ
ดวงตาสีฟ้าคู่หนึ่งกำลังแอบมองเธออยู่
เ้าของดวงตาคู่นั้นยกมือเล็ก ๆ ปิดปากกลั้นหัวเราะ
ก่อนกระซิบเบา ๆ
"นี่น่ะเหรอ..."
"...ผู้ถูกเลือกแห่งเมล็ดดาว"
.............
มะลิยังนั่งกุมหน้าผากอยู่บนพื้นหญ้า
"โอ๊ย...ถึงจะย้อนวัยก็ยังล้มเก่งเหมือนเดิม"
เธอบ่นพลางหัวเราะกับตัวเองก่อนปัดเศษหญ้าที่ติดเสื้อออก
ทันใดนั้น...
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ!"
เสียงหัวเราะแหลมเล็กดังมาจากเหนือศีรษะ
มะลิสะดุ้ง
"ใครน่ะ!"
เธอรีบหันซ้ายหันขวา แต่ไม่เห็นใคร
เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ! คนอะไรโตเป็ยายแล้ว...เอ๊ย!ตอนนี้เป็เด็กแล้ว ยังเดินสะดุดรากไม้"
"ใครพูด!"
มะลิเงยหน้าขึ้นมองต้นไม้ใหญ่
ทันใดนั้น...
ลูกโอ๊กลูกหนึ่งหล่นลงมา
โป๊ก!
"โอ๊ย!"
มันตกใส่หัวเธอพอดี
"ใครแกล้งฉัน!"
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ!"
เ้าของเสียงหัวเราะบินโฉบลงมาจากกิ่งไม้
สิ่งมีชีวิตตัวเล็กสูงไม่ถึงฝ่ามือมีปีกใสเหมือนแมลงปอ ผมสีเงินยุ่งเหยิง ดวงตาสีฟ้าสดใส และหูแหลม
มันใส่เสื้อคลุมสีเขียวที่ดูเหมือนเย็บจากใบไม้
"ภูต..."
มะลิอ้าปากค้าง
ภูตตัวน้อยกอดท้องหัวเราะ
"ใช่แล้ว! ข้าคือภูตสุดหล่อ สุดฉลาดสุดเก่ง และสุดเท่แห่งพงไพร"
มันยกคางอย่างภูมิใจ
"ชื่อของข้าคือ..."
มันหมุนตัวกลางอากาศหนึ่งรอบ
"...ลูนี่!"
มะลิกะพริบตาปริบ ๆ
"...ตัวแค่นี้เองเหรอ"
รอยยิ้มของลูนี่หายไปทันที
"อะไรนะ!"
"ฉันนึกว่าภูตจะตัวใหญ่กว่านี้"
"นี่คือขนาดมาตรฐาน!"
"อ๋อ..."
"อ๋ออะไร!"
มะลิหัวเราะ
"ก็...น่ารักดี"
ลูนี่หน้าแดงทันที
"ข้าไม่ได้น่ารัก!"
"งั้นเหรอ"
"ข้าเท่!"
"จ้ะ..."
"อย่าพูดเหมือนผู้ใหญ่ตามใจเด็กสิ!"
มะลิหลุดหัวเราะเสียงดัง
ั้แ่ลืมตาในโลกแห่งนี้นี่เป็ครั้งแรกที่เธอหัวเราะกับใครสักคน
ลูนี่กอดอก
"หัวเราะพอหรือยัง"
"พอแล้ว ๆ"
"งั้นเข้าเื่"
มันบินวนรอบตัวมะลิหนึ่งรอบ
"เ้าชื่อมะลิ"
"รู้ได้ยังไง"
"อายุหกสิบปี"
"เดี๋ยวนะ..."
"มาจากอีกโลก"
มะลิลุกขึ้นยืนทันที
"เธอรู้ได้ยังไง!"
ลูนี่เอานิ้วแตะหน้าผากตัวเอง
"ก็ข้ารู้"
"ตอบเหมือนไม่ตอบเลย"
"ภูตมีความลับ"
"ฉันก็มีไม้เรียวนะ"
ลูนี่สะดุ้ง
"เดี๋ยว ๆ นี่เ้ายังติดนิสัยคุณยายจริง ๆด้วย"
มะลิหัวเราะอีกครั้ง
"แล้วที่นี่คือที่ไหน"
ลูนี่หมุนตัวช้า ๆ
ก่อนกางแขนออก
"ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักรอาร์เคเลีย"
"โลกที่ต้นไม้ร้องเพลงได้"
"ดอกไม้เรืองแสง"
"ปลาบินได้"
"เมฆพูดได้"
"แล้วก็..."
มันชี้ไปยังผีเสื้อที่บินผ่าน
"...ผีเสื้อพวกนั้นชอบแอบกินแยม"
มะลิขมวดคิ้ว
"ผีเสื้อกินแยม?"
"ใช่"
"ทำไม"
"ก็อร่อย"
"..."
มะลิถอนหายใจ
"โลกนี้แปลกจริง ๆ"
ลูนี่หัวเราะ
"ยังมีแปลกกว่านี้อีกเยอะ"
ทันใดนั้น
แสงสีทองอ่อน ๆก็เปล่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อของมะลิ
"เอ๊ะ?"
เธอล้วงมือเข้าไป
ก่อนจะพบเมล็ดสีทองเมล็ดเดิม
มันกำลังเต้นช้า ๆ
เหมือนหัวใจของสิ่งมีชีวิต
ลูนี่หยุดยิ้มทันที
สีหน้าของมันเปลี่ยนเป็จริงจัง
"ในที่สุด..."
มันพึมพำเบา ๆ
มะลิมองหน้า
"มีอะไร"
ลูนี่สูดลมหายใจ
ก่อนพูดช้า ๆ
"รู้ไหม..."
"...เมล็ดนี่ไม่ได้เลือกคนเก่งที่สุด"
"ไม่ได้เลือกคนที่ใช้เวทมนตร์ได้"
"ไม่ได้เลือกกษัตริย์"
"แต่มันเลือก..."
ลูนี่มองตรงเข้าไปในดวงตาของมะลิ
"...คนที่หัวใจไม่เคยยอมแพ้"
มะลินิ่งเงียบ
ลูนี่ค่อย ๆ คุกเข่าลงกลางอากาศ
แล้วโค้งศีรษะอย่างสง่างาม
"มะลิ"
"ผู้ถูกเลือกแห่งเมล็ดดาว"
"ั้แ่วินาทีนี้..."
"...ชีวิตของเ้าจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีก"
ทันใดนั้นเอง...
พื้นดินทั้งผืนสั่นะเือย่างรุนแรง
เสียงคำรามดังก้องมาจากส่วนลึกของพงไพร
โฮกกกกกก!
ฝูงนกสีรุ้งบินหนีขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกัน
ลูนี่หน้าซีดเผือด
"แย่แล้ว..."
มะลิหันไปมองต้นเสียง
"เกิดอะไรขึ้น"
ลูนี่กลืนน้ำลาย
ก่อนพูดด้วยเสียงสั่น
"พวกมัน..."
...............
โฮกกกกกกกก!!
เสียงคำรามดังกึกก้องจนพื้นดินะเื
ดอกไม้หลากสีที่เคยพลิ้วไหวอย่างอ่อนโยนกลับหุบกลีบลงพร้อมกันราว
กับกำลังหวาดกลัวบางสิ่ง
สายลมเย็นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็ลมกระโชกแรง
มะลิหันไปมองแนวป่าทึบที่อยู่ไม่ไกล
ต้นไม้สูงใหญ่กำลังโยกไหวเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังวิ่งฝ่าป่าเข้ามา
เสียงกิ่งไม้หักดังเป็ระยะ
เป๊าะ!
กร๊อบ!
ตูม!
"ลูนี่..."
มะลิเอ่ยเสียงเบา
"นั่นตัวอะไร"
ลูนี่หน้าซีดจนแทบไม่มีสีเื
"อย่าถาม..."
"แล้วทำไมทำหน้าแบบนั้น"
"เพราะ..."
ภูตตัวน้อยสูดลมหายใจลึก
"...ข้าไม่อยากตอบ"
มะลิถอนหายใจ
"เธอนี่นะ"
แม้สถานการณ์จะตึงเครียด แต่เธอก็อดยิ้มไม่ได้
"ตอนแก่ฉันเคยเจอหมาวิ่งไล่"
"เคยเจอวัวหลุด"
"เคยเจอลิงแย่งกล้วย"
"คราวนี้ก็คง..."
เสียงคำรามดังขึ้นอีกครั้ง
โฮกกกก!!
ลูนี่รีบส่ายหน้า
"ไม่เหมือน!"
"ต่างกันยังไง"
"คราวนี้..."
"...มันกินคน"
"..."
มะลิยืนนิ่ง
ก่อนหันมามองลูนี่
"เมื่อกี้ว่าอะไรนะ"
"มันกินคน"
"..."
"แล้วเ้าจะยืนเฉยทำไม!"
ลูนี่ร้องลั่น
"วิ่งสิ!"
ทั้งสองหันหลังแล้วออกวิ่งพร้อมกัน
มะลิวิ่งสุดแรง
"โอ้โฮ!"
"ร่างเด็กนี่วิ่งดีจริง!"
"ข้าบอกให้วิ่ง ไม่ใช่ชมตัวเอง!"
ลูนี่บินนำหน้าไปพลาง ะโไปพลาง
"เลี้ยวซ้าย!"
มะลิเลี้ยวทันที
"ข้ามก้อนหิน!"
เธอะโข้ามอย่างคล่องแคล่ว
"ลอดต้นไม้!"
เธอก้มตัวลอด
ก่อนจะหันมายิ้ม
"สนุกเหมือนเล่นวิ่งไล่จับเลย"
ลูนี่แทบร้องไห้
"นี่เ้าคิดว่าเล่นอยู่หรือ!"
เสียงคำรามดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
ทันใดนั้นเงาดำขนาดมหึมาก็กระโจนออกมาจากพุ่มไม้
ตูม!!
พื้นดินะเื
มะลิหันกลับไปมอง
สัตว์ร้ายตัวนั้นสูงเกือบสามเมตร
มีขนสีดำสนิท
ดวงตาสีแดงฉาน
เขี้ยวยาวแหลมคม
กรงเล็บแต่ละข้างยาวพอ ๆ กับมีดพร้า
มันส่งเสียงขู่ต่ำ ๆ
"กrrrr..."
มะลิกลืนน้ำลาย
"ตัวใหญ่กว่าวัวอีก"
ลูนี่กระซิบ
"มันคือหมาป่าเงา"
"ปกติไม่เคยออกจากป่า"
"แสดงว่า..."
"...มันกำลังตามเมล็ดดาว"
หมาป่าเงาค่อย ๆ ก้าวเข้ามา
ทีละก้าว
ทีละก้าว
ดวงตาสีแดงจับจ้องมะลิไม่กะพริบ
มะลิถอยหลังโดยอัตโนมัติ
แม้จะหวาดกลัว
แต่เธอกลับสังเกตเห็นบางอย่าง
ขาหลังด้านซ้ายของหมาป่ามีเืไหล
มีเศษลูกธนูหักปักอยู่
"ลูนี่"
"อะไร"
"มันาเ็"
"ตอนนี้ไม่ใช่เวลาสงสารนะ!"
มะลิไม่ตอบ
เธอมองหมาป่าตัวนั้นอีกครั้ง
ดวงตาแดงก่ำของมันเต็มไปด้วยความเ็ปมากกว่าความโกรธ
"ถ้ามันเจ็บ..."
"มันคงใ"
ลูนี่แทบกุมหัว
"มันจะกินเราแล้ว!"
แต่แทนที่จะวิ่งหนี
มะลิค่อย ๆ ก้าวออกไปข้างหน้า
"มะลิ!"
ลูนี่ร้องเสียงหลง
"กลับมา!"
หมาป่าเงาแยกเขี้ยว
เสียงคำรามต่ำดังสะท้อนทั่วพงไพร
แต่หญิงวัยหกสิบที่อยู่ในร่างเด็ก...
กลับยิ้มอ่อนโยน
เหมือนเวลาปลอบลูกตอนยังเล็ก
"ไม่เป็ไรนะ..."
เธอพูดช้า ๆ
"ฉันไม่ทำร้ายเธอ"
ลูนี่ตกตะลึง
"เ้าจะคุยกับหมาป่า?"
มะลิยังคงเดินช้า ๆ
"ตอนโลกเดิม..."
"สัตว์ที่าเ็มักกลัวคน"
"ถ้าเรายิ่งะโ..."
"...มันก็ยิ่งใ"
หมาป่าเงาคำรามอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้เบาลง
ทันใดนั้น...
เมล็ดดาวในมือของมะลิเปล่งแสงสีทองอ่อน ๆ
แสงนั้นค่อย ๆ แผ่ขยาย
อบอุ่น
อ่อนโยน
เหมือนแสงอาทิตย์ยามเช้า
หมาป่าเงอหยุดคำราม
ดวงตาสีแดงค่อย ๆ สั่นไหว
มันก้มมองขาที่าเ็ของตัวเอง
ก่อนเงยหน้ามองมะลิอีกครั้ง
แล้ว...
มันค่อย ๆ ถอยหลัง
หนึ่งก้าว
สองก้าว
ก่อนหันหลังวิ่งกลับเข้าสู่ป่า
ทุกอย่างกลับมาเงียบสงบ
ลูนี่อ้าปากค้าง
"...เป็ไปได้ยังไง"
มะลิมองเมล็ดดาวในมือ
แสงสีทองค่อย ๆ ดับลง
บนผิวของเมล็ดดาว...
เกิดลายเส้นสีทองเล็ก ๆ เพิ่มขึ้นหนึ่งเส้น
เหมือนต้นอ่อนที่เพิ่งเริ่มผลิ
ลูนี่ค่อย ๆ บินเข้ามา
สีหน้าของมันไม่ใช่ความใอีกต่อไป
แต่เป็ความเคารพ
"ตลอดหลายร้อยปี..."
"เมล็ดดาวไม่เคยตอบสนองต่อความเมตตาแบบนี้"
มะลิยิ้มบาง ๆ
"ฉันแค่ไม่อยากให้ใครเจ็บ"
ลูนี่เงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะยิ้มกว้าง
"ข้าว่าข้าเริ่มเข้าใจแล้ว..."
"ทำไมเมล็ดดาวถึงเลือกเ้า"
แต่ในเวลาเดียวกัน...
ลึกเข้าไปในดินแดนเงา
ภายในปราสาทสีดำที่ปกคลุมด้วยหมอก
ชายผู้สวมเสื้อคลุมสีดำสนิทค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
ดวงตาสีแดงเข้มส่องประกายกลางความมืด
เขามองลูกแก้วคริสตัลสีดำที่กำลังปรากฏภาพเมล็ดดาวเรืองแสง
มุมปากของเขาค่อย ๆ ยกขึ้นเป็รอยยิ้ม
"ในที่สุด..."
"ผู้ถือเมล็ดดาวคนใหม่ก็ปรากฏตัว"
เขาลุกขึ้นจากบัลลังก์อย่างช้า ๆ
เสียงของเขาเย็นเยียบจนทำให้เปลวไฟในห้องสั่นไหว
"ส่งอีกาดำออกไป..."
"ตามหานางให้พบ"
"ก่อนที่เมล็ดดาว..."
"...จะเบ่งบาน"
???? ต่อบทที่ 2