"เมรี่ ช่วยสนับสนุนฉัน" อาเธอร์กล่าวต่อเด็กสาวเสื้อคลุมสีแดงของทั้งสองเปล่งพลังอันน่าอัศจรรย์ออกมา
อาเธอร์แตะไปที่แหวนเวทย์ของเขาครั้งหนึ่ง ดาบและโล่ของเขาก็ปรากฏออกมาในทันที
เมรี่ก็เช่นกันเธอเรียกไม้เท้าเวทย์ออกมาเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้
เด็กสาวทำปากขมุบขมิบร่ายคาถาเวทย์ออกมาบทหนึ่งทันใดนั้นแสงสว่างก็เปล่งออกมาจากร่างของคนทั้งคู่ แสงสว่างนั้นเป็เป็วงเวทย์ขนาดเล็กสามวงพวกมันเคลื่อนไหวล้อมรอบร่างของทั้งคู่
นี่คือวงเวทย์สนับสนุนสามบทที่เมรี่ทำการร่ายออกมาความสามารถของมันคือการเพิ่มพลังการโจมตี การป้องกันและการเพิ่มความแม่นยำ
ด้านอาเธอร์นั้นเขาก็ทำการร่ายคาถาเวทย์ด้วยเช่นกันเสื้อคลุมเวทย์ของเขาเปล่งแสงออกมาวูบหนึ่ง พลันเหมือนมีสายลมหมุนวนห่อหุ้มตัวเขา
อาเธอร์กระโจนพุ่งเข้าใส่ฝูงก๊อบลิน
เช้ง!
ก๊อบลินถือดาบใหญ่มันใช้ดาบของมันเข้าสกัดกั้นการโจมตีของอาเธอร์ในทันทีอีกทั้งก๊อบลินที่ถือไม้เท้าอยู่ด้านหลังทำการร่ายเวทย์สนับสนุนให้แก่พรรคพวกของมันด้วยเช่นเดียวกัน พริบตาความเร็วและความแข็งแกร่งของก๊อบลินเ่าั้เพิ่มขึ้นเป็อย่างมาก
การเหวี่ยงดาบปะทะกับอาเธอร์ในแต่ละครั้งนั้นทำให้มือของอาเธอร์ถึงกับสั่น
จังหวะหนึ่งแสงสีแดงก็เปล่งออกมาจากผ้าคลุมเวทย์
อาเธอร์อาศัยช่องว่างหนึ่งพุ่งเข้าใส่ก๊อบลินอีกตัวหนึ่งที่ถือไม้เท้าเขาคิดว่ามันคงจะเป็นักเวทย์โจมตีระยะไกล
แสงสีแดงจากผ้าคลุมเวทย์ประสานเข้ากับดาบของเขาดาบที่เต็มไปด้วยแสงสีแดงนั้นหวดเข้าไปที่ร่างของก๊อบลินนักเวทย์นั้นอย่างเต็มแรง
ซูม!
แต่ทว่า
เคร้ง!
จู่ๆ ก็มีก๊อบลินอีกตัวหนึ่งที่ถือโล่โผล่ออกมาสกัดกั้นดาบของอาเธอร์อย่างรวดเร็วดาบที่เต็มไปด้วยแสงสีแดงกระทบเข้ากับโล่ของก๊อบลิน
ความรุนแรงนั้นทำให้ทั้งร่างของอาเธอร์และก๊อบลินโล่กระเด็นออกไปพร้อมกัน
เมื่ออาเธอร์เสียท่า ก๊อบลินดาบใหญ่เมื่อเห็นช่องว่างมันก็พุ่งเข้าไปโรมรันในทันที
ซูม!
ไม่ทันที่ก๊อบลินดาบใหญ่จะถึงตัวของอาเธอร์บอลแสงลูกหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่ร่างจนมันกระเด็นออกไปในทันที
ก๊อบลินพวกนี้ร้ายกาจเป็อย่างมากมันสู้กันอย่างเป็แบบแผนความฉลาดของพวกมันคล้ายกับมนุษย์
เมื่อตั้งตัวได้ครู่หนึ่งในนาทีที่อาเธอร์กำลังวิเคราะห์สถานการณ์ก็มีก๊อบลินตัวหนึ่งถือมีดและฟันเข้าที่ด้านหลังของเขามันเคลื่อนไหวรวดเร็วเป็อย่างมาก
ฉัวะ!
ก๊อบลินมีดหลบซ่อนและคอยโอกาสนี้ั้แ่เริ่มทำการต่อสู้
อาเธอร์ประมาทพวกมันเกินไป เขาได้รับาเ็
ไม่ช้า เมรี่เริ่มร่ายเวทย์และกวัดแกว่งไม้เท้าของเธออย่างรวดเร็วแม้บทเวทย์นี้จะใช้การร่ายหลายวินาที แต่เมื่อทำการร่ายเสร็จสิ้นละอองแสงสีทองก็เปล่งประกายออกมาจากร่างของอาเธอร์
าแด้านหลังของอาเธอร์ค่อยๆหดเข้าหากันจนแนบสนิท
มันคือเวทย์รักษาเวทย์บทนี้สามารถสมานแผลได้แต่ข้อจำกัดของมันคือมันสามารถรักษาได้เพียงาแภายนอกเท่านั้นอาการาเ็ภายในยังคงอยู่
การที่จะทำให้าแนั้นหายได้สนิทนั้นมีเพียงแต่บทเวทย์รักษาขั้นสูงเท่านั้นจึงจะสามารถทำได้
เพียงแต่ผู้ที่จะใช้เวทย์รักษาชั้นสูงได้นั้นพวกเขาจำเป็จะต้องเป็ระดับจอมเวทย์ขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งเป็ระดับชั้นที่มีจำนวนพลังเวทย์ที่มหาศาลเพราะการใช้เวทย์รักษาขั้นสูงนั้นจำเป็จะต้องใช้พลังเวทย์เป็จำนวนมากและยังใช้ระยะเวลาในการร่ายเวทย์ที่มากขึ้นไปอีกด้วย
เมื่ออาเธอร์ได้รับการรักษาจากเมรี่สีหน้าของเขาก็ดีขึ้นเล็กน้อย
อาเธอร์ขยับตัวไปมาอย่างระมัดระวัง เขาใช้เท้าขวาของเขาก้าวมาด้านหลังก้าวหนึ่งแล้วใช้ทักษะดาบทำการโจมตีศัตรูด้านหน้าอย่างรุนแรงแสงสีแดงสว่างโร่ถูกกวาดผ่านไปยังเบื้องหน้า
ซูม!
ก๊อบลินที่อยู่ในรัศมีของพลังดาบนั้นถูกทำให้กระเด็นกระจัดกระจายออกไป
ก๊อบลินมีดที่อยู่ใกล้สุดถูกพลังดาบของอาเธอร์เข้าไปเต็มๆ ร่างของมันลอยละลิ่วไปติดที่ผนังในทันทีกลางอกของมันก็เกิดาแขนาดใหญ่เืสีแดงสดของมันไหลอย่างบ้าคลั่งและไม่นานนักมันก็สิ้นใจ
ดูเหมือนการโจมตีนี้จะสร้างความเสียให้ต่อก๊อบลินกลุ่มนี้แต่เด็กน้อยทั้งสองนั้นดีใจได้ไม่นาน สถานการณ์นั้นกลับเลวร้ายมากกว่าเดิม
เมื่อเหล่าก๊อบลินที่เหลือปะทุความโกรธออกมา ก๊อบลินทั้ง15 ตัวก็รายล้อมคนทั้งสองในทันทีแววตาอันแดงกล่ำนั้นจ้องไปยังมนุษย์ทั้งสองด้วยความโกรธแค้น
เมอร์ลินสังเกตการณ์อยู่ในระยะไกล ด้วยความสามารถของดวงตาเลเมเกทันเขาสามารถมองเป็ในที่มืดได้ สายตาของเขานั้นอยู่เหนืุ์ทั่วไป
เมื่อเมอร์ลินเห็นสถานการณ์ที่ดูย่ำแย่ของเด็กทั้งสองนั้นด้วยหน้าที่ของคนรับใช้ที่ดีเห็นทีเขาจำเป็ต้องทำการช่วยเหลือเ้านายของเขาเล็กน้อย
เขาทำการหยิบก้อนหินที่อยู่บริเวณนั้นขึ้นมาแล้วแสร้งทำท่าทีเซ่อซ่าวิ่งเข้าไปช่วยเหลือเด็กน้อยทั้งสอง
ย่าส์!
ตุบ ตุบ ตุบ
หินหลายก้อนถูกขว้างออกไปด้วยกำลังของเด็กน้อยหินเ่าั้ถูกขว้างออกไปยังก๊อบลินหลายตัวต่อๆ กัน
"เ้าบ้าเอ้ย! เ้าทำอะไรของเ้า!"
อาเธอร์ตวาดอย่างมีอารมณ์เมื่อเห็นการกระทำของเมอร์ลินสายตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความดูแคลน
หินเ่าั้ไม่มีทางที่จะทำอันตรายใดๆต่อก๊อบลินพวกนี้ได้ เพราะก๊อบลินเหล่านี้นั้นจะต้องเป็สัตว์อสูรที่มีระดับไม่ต่ำกว่าระดับ2
พวกมันมีสติปัญญาที่เหนือกว่าก๊อบลินธรรมดาต่อสู้กันเป็กลุ่มและมีกลยุทธในการโจมตีในทำให้ระดับผู้ใช้เวทย์อย่างเขารับมือได้ยาก
การใช้หินขว้างปาพวกมันนั้นทำได้เพียงสร้างความโกรธให้แก่พวกมันเ้าเด็กรับใช้ผู้นี้ช่างโง่เขลานัก
การกระทำโง่ๆ นั้นเป็การยั่วยุก๊อบลินเหล่านี้ให้โกรธยิ่งขึ้น ลำพังแค่เขาในตอนนี้ก็ถือว่ารับมือได้ตรึงมืออยู่แล้วก๊อบลินที่นี่นั้นร้ายกาจซึ่งต่างจากก๊อบลินที่อยู่โลกภายนอกมาก
เขาไม่สามารถยื่นมือไปช่วยเหลือคนรับใช้ที่ไร้สมองนี้ได้เ้านั่นหาเื่เองโดยแท้
ก๊อบลินเมื่อถูกยั่วยุโดยก้อนหิน พวกมันพุ่งไปที่เมอร์ลินในทันที
เด็กน้อยเสแสร้งแสดงท่าทีที่รนรานวิ่งออกไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นชิน
ก๊อบลินเกือบ 10 ตัวเปลี่ยนเป้าหมายไปล่าเมอร์ลิน แม้อาเธอร์จะพุ่งตัวเพื่อไปช่วยสกัดกั้นแต่เขาก็ไม่สามารถทำได้ เพราะตอนนี้เขายังมีก๊อบลินอีก 5 ตัวที่ประสานงานกันเป็ทีมห้อมล้อมเขาอยู่
เมรี่เองเธอก็พยายามที่จะช่วยเมอร์ลินเช่นกันเธอร่ายเวทย์บอลแสงยิงออกไป แต่กระนั้นก็ถูกปัดโดยก๊อบลินโล่จนเธอไม่สามารถทำอะไรได้
ก๊อบลินเหล่านี้แข็งแกร่งเกินไป สำหรับสัตว์อสูรระดับ2 หากเป็การต่อสู้ตัวต่อตัว พวกเธอนั้นยังพอมีโอกาสที่จะจัดการได้แต่หากเป็การต่อสู้แบบผสานเช่นนี้ มันไม่ง่ายเลยที่จะทำมัน
“อาเธอร์ ถ่วงเวลาให้ฉันด้วย ฉันจะร่ายเวทย์โจมตี” เมรี่เอ่ยพร้อมกับเริ่มร่ายเวทย์
“ได้” อาเธอร์รับคำพร้อมกับแสดงสีหน้าที่เคร่งเครียด
แน่นอนว่าบทเวทย์ที่เมรี่จะใช้นั้นต้องเป็บทเวทย์ที่มีพลังโจมตีรุนแรงความรุนแรงนั้นจำเป็ต้องแลกมาด้วยการร่ายถาคาที่ยาวนานกว่าปกติ
อาเธอร์ในฐานะนักรบจึงมีหน้าที่ถ่วงเวลาให้นักเวทย์ได้ร่ายเวทย์
ส่วนเื่เมอร์ลินนั้นจำเป็ต้องพักไว้ก่อนเพราะก๊อบลินสัตว์อสูรระดับ2 ทั้ง 5 ตัวเบื้องหน้านี้แม้แต่อาเธอร์เองก็ไม่มีความมั่นใจนักที่จะจัดการกับพวกมัน
กลับมาทางด้านเมอร์ลิน หลังจากที่เขาได้แสร้งทำเป็วิ่งหนีพวกก๊อบลินออกมาแล้ว
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
เสียงของธนูถูกยิงออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดเป็ฝีมือของก๊อบลินถือธนูที่วิ่งตามหลังเขามาตัวเขาในยามนี้เป็ระดับ 7 ของขั้นรวบรวมปราณผู้หนึ่งการหลบหลีกลูกธนูเหล่านี้จึงไม่ใช่เื่ที่ยากสำหรับเขา
จริงอยู่ที่ก๊อบลินเหล่านี้แข็งแกร่งมากกว่าก๊อบลินทั่วไปเมอร์ลินใช้ความสามารถของเลเมเกทันตรวจสอบก็พบว่าก๊อบลินพวกนี้เป็สัตว์อสูรที่จัดอยู่ในระดับ2 ซึ่งเทียบเท่ากับระดับขั้นผู้ใช้เวทย์ของมนุษย์
นั่นจึงไม่เป็ที่แปลกใจเลยว่าเด็กน้อยทั้งสองคนที่ถึงแม้จะผ่านการทดสอบผ้าคลุมเวทย์มาแล้วแต่ก็ไม่สามารถสู้กับก๊อบลินที่มีจำนวนมากได้
เมอร์ลินใช้วิชาตัวเบาเดินชมจันทร์เร่งฝีเท้าของเขาให้ห่างจากพวกก๊อบลินที่ตามมาระยะหนึ่งในจังหวะนั้นเองเขาก็หยุดและก้มลง เขาใช้ไม้กายสิทธิ์เขียนอักขระเวทย์ลงบนพื้น
พรึง!
ทันใดนั้นเองอักขระเวทย์สีฟ้าปรากฏขึ้น อักขระเวทย์นั้นเปลี่ยนเป็วงเวทย์ที่มีพลังลึกลับคลื่นพลังเวทย์ถูกส่งออกมาเป็ละลอกคลื่น
คลื่นพลังเวทย์นี้แม้จะเบาบางแต่มันสามารถทะลุทะลวงได้แม้แต่ชั้นหิน
อักขระเวทย์ที่เมอร์ลินใช้ก็คืออักขระตรวจสอบพื้นที่ มันสามารถตรวจสอบพื้นที่ได้ในระยะ100 เมตรโดยใช้คลื่นพลังเวทย์เป็ตัวรับรู้
เมื่อใช้อักขระตรวจสอบพื้นที่สำเร็จ
หลังจากนั้นเมอร์ลินก็พบว่าเส้นทางที่เขาเข้ามานั้นเป็โพลงขนาดใหญ่
ภายในโพลงนี้ยังมีเส้นทางที่เป็ทางแยกอีกมากมายและในทางแยกเ่าั้ก็ยังนำพาไปยังห้องโถงใหญ่ซึ่งมีอยู่จำนวนมากคล้ายกับรังของมดซึ่งอีกไม่กี่สิบก้าวข้างหน้านี้ก็มีอยู่อีก 1โพรงเช่นกันเพียงแต่ทางเข้านั้นจำเป็ต้องใช้เส้นทางอื่น
เมอร์ลินนั้นี้เีเกินไปที่จะหลอกล่อเ้าสัตว์ประหลาดพวกนี้ให้เดินตามเขานั้นจงใจให้ฝูงก๊อบลินส่วนใหญ่ไล่ล่าเขาเพื่อเปิดทางให้เด็กน้อยทั้งสองแสดงฝีมือ
ก๊อบลินที่เหลือเป็ส่วนน้อยนั้นเมอร์ลินคิดว่าทั้งอาเธอร์และเมรี่สามารถรับมือกับพวกมันได้
ทางเข้าห้องโถงที่อยู่ใกล้นี้ถูกปิดกั้นด้วยผนังดิน โชคดีที่มันไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก
เมอร์ลินจึงใช้พลังปราณเซียนรวบรวมไว้ที่มือของเขาและผลักฝ่ามือออกไปที่ตำแหน่งนั้นทันที
ตูม!
ผนังดินแตกกระจายด้วยฝีมือของเขา
เบื้องหน้านั้นปรากฎห้องโถงที่มีขนาดใหญ่ เมอร์ลินรอจังหวะให้ฝูงก๊อบลินที่ตามมาอยู่ครู่หนึ่ง
เมื่อเห็นว่าฝูงก๊อบลินได้เข้าใกล้เขาแล้วจึงได้เลี้ยวเข้าไปในห้องโถงนั้นในทันที
ฝูงก๊อบลินเมื่อเห็นดังนั้นจึงกรูเข้าไล่ล่าเมอร์ลินไปตามที่เขาชักนำ
ภายในห้องโถงใหญ่นั้นเป็ห้องกว้างที่ปรากฏโพรงหลายๆโพรงที่เป็รูๆ ราวกับรังผึ้ง
ทันใดนั้นเองแววตาสีแดงกล่ำก็ปรากฎออกมาจากรูเ่าั้นับไม่ถ้วน
เมื่อกวาดสายตาด้วยดวงตาเลเมเกทัน เมอร์ลินก็พบว่าภายในห้องแห่งนี้นั้นมีก๊อบลินจำนวนนับร้อยๆตัว
รอยยิ้มดั่งปีศาจปรากฏออกมาบนใบหน้าของเด็กน้อย
“นานเท่าไหร่แล้วที่ข้าไม่ได้ต่อสู้”กลิ่นอายที่เต็มไปด้วยเจตนาฆ่าแผ่ออกมาจากร่างของเมอร์ลิน
มุมปากของเมอร์ลินถูกยกขึ้นด้วยความพึงพอใจ เขาใช้วิชาเดินชมจันทร์ทะยานไต่ไปที่ผนังด้านหนึ่งและเด็ดใบหญ้าที่ขึ้นเกาะอยู่ริมผนังนั้นออกมาใบหนึ่ง
ใบหญ้าใบนั้นถูกคีบไว้ที่ระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลางของเมอร์ลิน
พลังปราณเซียนห่อหุ้มร่างของเมอร์ลินจะรอบตัวของเขานั้นเต็มไปด้วยสายลมที่ประหลาดเขาร่อนลงมายังใจกลางของห้องโถง
เมอร์ลินยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็นและเอ่ย "มาดูซิว่า เพลงกระบี่ของข้ายังใช้การได้ดีอยู่หรือไม่"
มือที่คีบใบหญ้าเรียวยาวนั้นถูกยกขึ้นตั้งฉากกับใบหน้าของเขา
ทันทีที่เขาสะบัดมือผ่านไปยังเบื้องหน้าก็บังเกิดคลื่นพลังที่ร้ายกาจฟาดฟันออกไป
คลื่น!
แรงสะบัดนั้นบังเกิดปราณกระบี่พุ่งออกไปอย่างทรงพลังคลื่นพลังนั้นตัดผ่าออกเป็แนวตรงพาดผ่านฝูงก๊อบลินที่ขวางทาง
ความเกรี้ยวกราดของปราณกระบี่นี้ทำให้ร่างของเหล่าก๊อบลินถูกผ่าและแตกกระจายโดยทันทีเืสีสดไหลออกมาเป็ทางยาว
เมอร์ลินสะบัดมือเพียงครั้งเดียวอสูรระดับ 2 ก็ถูกกวาดผ่านไปเป็จำนวนมาก
พวกมันเหล่านี้ไม่ใช่คู่มือของเมอร์ลิน
เหล่าก๊อบลินเมื่อเห็นพวกพ้องของมันถูกฆ่า พวกมันก็แสดงท่าทีที่เกรี้ยวกราดขึ้นแววตาของพวกมันนั้นกลายเป็ดุร้าย เจตนาฆ่าอันเข้มข้นถูกส่งออกมาจากเหล่าก๊อบลิน
เสียงโห่ร้องดังระงมไปทั่ว ก๊อบลินจำนวนนับไม่ถ้วนกระโจนเข้าใส่เมอร์ลินอย่างบ้าคลั่ง
“ช่างไม่รู้จักความตาย” เด็กน้อยกล่าวออกมาอย่างเฉยชา
เมอร์ลินไม่มีท่าทีหวาดกลัวฝูงก๊อบลินเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย สัตว์อสูรเหล่านี้ล้วนไร้ค่าในสายตาของเขา
เด็กน้อยขยับเท้าเปลี่ยนทิศทางเล็กน้อย มือของเขาที่คีบใบหญ้าอยู่ก็พลิกกลับมาอีกด้านหนึ่ง
คลืน!
พลังปราณเซียนที่อยู่ภายในกายของเขาะเิออกมาในคราเดียวร่างของก๊อบลินที่ห้อมล้อมเขาอยู่นั้นพลันถูกแรงกดดันพลังปราณเซียนกระแทกออกไปอย่างรุนแรงพวกมันต่างลอยเคว้งอยู่กลางอากาศและตกลงมายังพื้นาเ็นับไม่ถ้วน
ก๊อบลินที่โจมตีระยะไกลต่างพากันร่ายเวทย์และยิงธนูโจมตีเมอร์ลินในทันทีแต่ด้วยระดับฝีมือที่ต่ำเกินไปเมอร์ลินเพียงแค่ขยับร่างกายเพียงเล็กน้อยก็สามารถหลบหลีกพลังเวทย์และธนูได้แล้ว
"การต่อสู้นี้น่าเบื่อเกินไป ข้าชักจะเบื่อที่จะเล่นกับพวกเ้าแล้วอย่างนั้นก็ให้มันจบๆ ไปเลยก็แล้วกัน"
เมอร์ลินตัดสินใจจบการต่อสู้นี้ หนึ่งในสี่กระบวนท่าของเพลงกระบี่ธุลีดินถูกเมอร์ลินในที่สุดมันก็ถูกใช้ออกมา
ทันใดนั้นเองอากาศบริเวณนั้นก็เต็มไปด้วยแรงกดดันพลังปราณเซียน ใบหญ้าที่เมอร์ลินใช้แทนกระบี่ถูกยกขึ้นมาพลันก่อเกิดรูปแบบปราณกระบี่ที่มีรูปร่างคล้ายใบหญ้าจำนวนนับไม่ถ้วนกลางอากาศ
"เพลงกระบี่ธุลีดิน เถ้าธุลีโหมกระหน่ำ”
ซูม!
คลืน คลืน คลืน
ปราณกระบี่นับพันๆ เล่ม เริ่มเคลื่อนไหวด้วยความเร็วพวกมันหมุนวนรอบตัวของเมอร์ลินดั่งรัศมีของเซียน์ ปราณกระบี่หมุนวนและขยายออกจนกลายเป็คลื่นพายุหมุนลูกั์
ร่างของก๊อบลินที่อยู่ภายในขอบเขตการทำลายของกระบวนท่านี้ล้วนถูกปราณกระบี่ตัดผ่านออกเป็ชิ้นๆ
เสียงกรีดร้องของก๊อบลินดังระงมราวกับเสียงของภูติผี
เสียงนี้ดังมาก กระทั่งอาเธอร์และเมรี่ยังสามารถรับรู้ได้
ก๊อบลินถูกปราณกระบี่กวาดผ่านจนร่างถูกซัดกระเด็นตัดเฉือนจนไม่เหลือชิ้นดีเืของพวกมันพุ่งกระจายไปทั่วทั้งห้องโถงใหญ่
ด้วยพลังลมปราณเซียนห่อหุ้มร่างของเมอร์ลินเอาไว้จึงทำให้เขาไม่เปื้อนเืของก๊อบลินแม้แต่หยดเดียว
นี่คือความสามารถของผู้ฝึกตนระดับ 7 ของการรวบรวมปราณ พลังของมันนั้นร้ายกาจเหนือกว่าที่มนุษย์ธรรมดาทั่วไปจะจินตนาการได้
ใบหน้าที่เฉยชาและไร้อารมณ์ของเด็กน้อยนั้นแสดงถึงความโเี้ออกมา
ในภพภูมิก่อนตัวเขานั้นสามารถพูดได้ว่าไม่ใช่วีรบุรุษคนดีที่มีคุณธรรมดีเด่นอะไรเขานั้นกระทั่งเคยลิ้มลองวิถีแห่งผู้ฝึกตนนอกรีตมาแล้วและโชคดีที่เขานั้นไม่ถูกจับได้ มิเช่นนั้นเขานั้นคงไม่มีโอกาสทะลวงไปถึงขั้นร่วงโรยอย่างแน่นอน
กฎแห่งป่า ผู้มีพลังเหนือกว่าคือความยุติธรรม เขานั้นจดจำสิ่งเหล่านี้ได้ดี หากสิ่งใดที่เขาได้คิดไว้แล้วว่ามันไร้ซึ่งประโยชน์เขานั้นสามารถกำจัดมันทิ้งได้อย่างไม่มีความลังเล
เด็กกำพร้าที่ใช้ชีวิตอย่างรันทดสามารถเป็ผู้ฝึกตนขั้นร่วงโรยผู้หนึ่งได้สิ่งเดียวที่เขาสามารถพึ่งพาได้นั่นก็คือตัวเอง
พริบตาเดียวภายในห้องโถงก็เต็มไปด้วยกองเื และภายในกองเืเ่าั้ก็ยังหลงเหลือสิ่งที่เรียกว่า"จิตเวทย์" ทิ้งไว้
จิตเวทย์คือวัตถุที่สามารถนำมาบรรจุในยุทธภัณฑ์หรือกลั่นให้เป็พลังเวทที่ใช้ในการบ่มเพาะได้
จิตเวทย์หลายร้อยอันจมอยู่ในกองเือย่างเกลื่อนกลาด
ไม่รอช้าเมอร์ลินใช้พลังปราณเซียนของเขาบังคับมันเข้าสู่แหวนเวทย์ที่อยู่บนนิ้วทันที
เมื่อเสร็จสิ้นการเก็บกวาดก๊อบลิน เมอร์ลินก็ตามไปสมทบกับเด็กน้อยทั้งสองด้วยวิชาตัวเบาอันล้ำเลิศ ไม่นานนักเขาก็มาถึงจุดที่เด็กทั้งสองคนต่อสู้อยู่
ทันทีที่มาถึงก็ปรากฏว่าอาเธอร์และเมรี่นั้นได้จัดการพวกก๊อบลินไปแล้ว3 ตัว ยังเหลืออีก 2 ตัวที่กำลังสู้อย่างขบเขี้ยว
เมรี่นั้นคือนักเวทย์สนับสนุน เธอนั้นสามารถใช้เวทย์โจมตีได้เพียงเล็กน้อยสำหรับเวทย์โจมตีที่รุนแรงเธอนั้นจำเป็ต้องใช้จ่ายเวลาที่มาก
อาเธอร์นั้นต้องคอยต่อสู้ไปด้วยและดูแลเธอไปด้วยเพราะเมรี่ได้ใช้พลังเวทย์ไปจนหมดกับการร่ายเวทย์โจมตีบทใหญ่บทนั้นตอนนี้พลังเวทย์ที่เหลือของเธอสามารถใช้ได้แค่ป้องกันตัวเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น
อาเธอร์ต่อสู้กับก๊อบลินถือดาบทั้งสองตัว เขาสามารถจัดการรุกรับได้อย่างสูสี เมื่อเวทย์สนับสนุนหมดลงการต่อสู้ของเขาก็อยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างลำบาก
เมอร์ลินแสดงละคร แสร้งวิ่งอย่างกระหืดกระหอบไปยังเด็กน้อยทั้งสองภายในมือของเขาถือดาบของก๊อบลินที่หยิบติดมาด้วย
เมื่อสบโอกาสเมอร์ลินจังหวะหนึ่งแทงเข้าใส่ก๊อบลินที่อยู่ใกล้
ก๊อบลินตัวนั้นเมื่อถูกดาบของเมอร์ลินแทงเข้าไปที่กลางลำตัวมันก็สิ้นใจในทันที
ก๊อบลินอีกตัวนั้นมีการตอบสนองดีมากมันหันมาและทำท่ากำลังจะฟันไปที่เมอร์ลินในทันใด
อาเธอร์ขยับตัวอย่างรวดเร็วเขาใช้ดาบของเขาต้านดาบนั้นเอาไว้ เมื่อเหลือคู่ต่อสู้เพียงตัวเดียวด้วยความแข็งแกร่งของเขาจึงสามารถจัดการก๊อบลินตัวที่เหลือได้อย่างไม่ยาก
ในที่สุดการต่อสู้นี้ก็จบลง สภาพของทั้งคู่นั้นดูเหนื่อยล้าเป็อย่างมากโดยเฉพาะอาเธอร์ เขานั้นได้รับาเ็ตามร่างกายไม่น้อย
"เ้าหนีจากก๊อบลินพวกนั้นมาได้ยังไง?" อาเธอร์เอ่ยถามเมอร์ลินในสภาพเหนื่อยหอบ
"ข้าเพียงวิ่งหนีมันจนไปเจอเข้ากับทางวงกต ด้วยโชคของข้าทำให้ข้าสามารถสลัดพวกมันทิ้งได้ ข้าจึงได้ย้อนกลับมาหาพวกท่าน" เมอร์ลินสร้างเื่โกหกคำโตเขาแสดงละครด้วยหน้ากากอันใสซื่อ
อาเธอร์เมื่อได้ฟังคำบอกเล่าของเมอร์ลิน แววตาของเขาก็เผยความคิดที่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
แต่ทันใดนั้นเองก็ปรากฏเสียงคลืนๆ ดังขึ้นมา เสียงนั้นคล้ายกับฝีเท้าที่มีเป็กองทัพ
ไม่ทันที่พวกเขาจะได้หายสงสัย ดวงตาสีแดงกล่ำนับร้อยๆคู่ ก็ปรากฏในทิศทางที่เมอร์ลินจากมา
"แย่แล้ว! รีบหนีเร็วเข้า"เมรี่ะโออกมาอย่างหวาดกลัว