พี่เจมักจะแอบย่องเข้ามาในห้องของฉันตอนดึก ๆ คืนนี้ก็เช่นกัน ชุดของเขาถูกเปลี่ยนเป็ชุดนอนสีกรมท่าพร้อมเข้านอน ทันทีที่เขาเดินเข้ามาใกล้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่คุ้นเคยก็ทำให้ฉันยิ้มออกมาทันที
“ยังไม่นอนอีกเหรอ” เขาถามพลางพิงกรอบประตู
“ส้มอ่านหนังสืออยู่ค่ะ อ่านจบบทพี่เจก็เข้ามาพอดี” เขาพยักหน้า ก่อนจะเดินเข้ามาในห้องเหมือนทุกวัน แล้วทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะหนังสือของฉัน ท่าทางของเขาดูอิดโรยกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
“วันนี้เหนื่อยมากเหรอคะ” ฉันถามออกไปทั้งที่พอจะเดาได้อยู่แล้ว
“นิดหน่อย” เขาตอบเสียงแ่ เหมือนคนที่หมดแรงจะพูด
“่นี้งานหนักมากจริง ๆ ” เขาทำหน้าจริงจังขึ้นมาจนฉันอดไม่ได้ที่จะเห็นใจเขา
ฉันมองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะปิดหนังสือที่อ่านอยู่ แล้วเดินเข้าไปยืนตรงหน้าพี่เจ แววตาเขาดูอ่อนลงนิดหนึ่ง ก่อนที่เขาจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า
“ขอแบบเมื่อวานได้มั้ย” ฉันหน้าเริ่มร้อนขึ้นมาเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยื่นมือออกไปแล้วลูบผมเขาเบา ๆ
“ดูแลตัวเองด้วยนะคะ อย่าหักโหมจนเกินไป” พี่เจหลับตาลงเล็กน้อยก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“ถ้าอยู่แบบนี้ทุกวัน พี่คงไม่เหนื่อยเลย” เขาพูดก่อนที่จะเอื้อมมือมากอดฉันเอาไว้จนแน่น ลมหายใจอุ่นของพี่เจเป่ารดอยู่บริเวณลำคอของฉัน ฉันกอดเขาตอบก่อนจะพิงคางลงบนศีรษะของเขาอย่างแ่เบา
“ง่วงแล้ว…ไปนอนเป็เพื่อนพี่หน่อยได้ไหม” เขากระซิบบอก
“อีกไม่นานพี่ก็จะต้องไปต่างประเทศอีกแล้ว...”
“แค่อยากนอนกอดเฉย ๆ” พี่เจจ้องตาฉันด้วยแววตาออดอ้อน
ฉันลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็พยักหน้าเบา ๆ เขาเดินจูงมือฉันไปที่เตียงแล้วเอนตัวลงนอนช้า ๆ ฉันกำลังจะถอยออกมา
“ไหนบอกจะมานอนเป็เพื่อนพี่ไง” เขาพูดเสียงแ่ พลางดึงมือฉันเบา ๆ
พี่เจขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะดึงฉันเข้าไปในอ้อมกอด ศีรษะของฉันพิงอยู่ที่อกของเขา เสียงหัวใจของพี่เจเต้นช้า ๆ ร่างสูงขยับตัวเล็กน้อยปลายคางของเขาแตะลงบนศีรษะเล็กอย่างรักใคร่ ก่อนที่จะััลงบนแก้มบางอย่างแ่เบา ฉันซบตัวเข้าไปในอ้อมกอดของเขา
“หายเหนื่อยไหมคะ” เขากระชับอ้อมกอดเล็กน้อยก่อนจะพึมพำตอบ
“อืม” ฉันยิ้มกับคำตอบของพี่เจ
ไม่นานนักลมหายใจของคนตัวโตก็สม่ำเสมอ ฉันเงยหน้ามองเขาเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมาเงียบ ๆ ฉันมองดูพี่เจในอ้อมกอดอย่างเอ็นดู
นี่กลายเป็เื่ปกติของเราสองคน…
หลังจากวันนั้นพี่เจก็งานค่อนข้างรัดตัว สมกับเป็นักธุรกิจอันดับต้น ๆ ของประเทศ เขาต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเจรจาธุรกิจและเตรียมเปิดสาขาใหม่โดยใช้เวลาสามเดือน พอเขากลับมาฉันก็คงใกล้จะเรียนจบพอดี คืนก่อนที่เขาจะออกเดินทาง กว่าพี่เจจะยอมปล่อยให้ฉันได้นอนก็เกือบเช้า เขาเอาแต่หาเื่แกล้งแทะโลมฉันอยู่ตลอด แต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตที่ไม่ล่วงเกินเสมอ
แม้ว่าใน่ที่เขาเดินทางไปต่างประเทศ เราจะไม่ได้เจอกัน แต่พี่เจก็ทำให้ฉันรู้สึกว่าเขาไม่เคยหายไปไหนยังคงวนเวียนอยู่ในชีวิตของฉันตลอด แค่ได้ยินเสียงของเขา หัวใจของฉันก็อบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด
วันหนึ่งระหว่างที่ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่ในคณะ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น ชื่อของพี่เจปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
“ส้ม” เสียงของเขาดังมาจากปลายสาย
“ว่าไงคะ พี่เจ”
“คุณส้มรึเปล่าครับ” เสียงดังขึ้นจากด้านหลัง จึงพบว่ามีพนักงานส่งของยื่นกล่องเล็ก ๆ ให้ฉัน ข้างในเป็ขนมช็อกโกแลตที่ฉันเคยบอกว่าอยากกินตอนที่เราไปเดินห้างด้วยกันครั้งหนึ่ง พร้อมกับการ์ดใบเล็ก ๆ ของหวานแทนคนส่ง ใบหน้าฉันเห่อร้อนทันทีก่อนจะเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นยัยเปรี้ยวก็เอ่ยแซวฉันไปอีกหลายวันทั้งเช้ากลางวันเย็น...
แต่ว่าความสุขมักอยู่กับเราได้ไม่นาน…
หลังเลิกเรียนวันหนึ่ง ฉันกับเปรี้ยวนั่งรอรถเพื่อกลับบ้าน ยัยเปรี้ยวมีท่าทีกระวนกระวาย เหมือนมีอะไรอยากจะพูด แต่ก็ยังลังเลอยู่นาน จนสุดท้ายฉันต้องเป็ฝ่ายเอ่ยถามก่อน
“เป็อะไรเปรี้ยว มีอะไรรึเปล่า?” เปรี้ยวเงยหน้ามองฉัน สีหน้าดูอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด เปรี้ยวเม้มปากเหมือนกำลังชั่งใจ ก่อนจะพูดออกมาเบา ๆ
“แก…รู้เื่พี่เจหรือยัง”
“เื่อะไรเหรอ” หัวใจของฉันสะดุดไปหนึ่งจังหวะแต่ก็ยังถามออกไป เปรี้ยวถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะพูดออกมาในที่สุด
“ฉันเห็นข่าวกอสซิปจากหลายเพจในวงการอินฟลูเอนเซอร์ เขาลือกันเต็มไปหมดเลยว่า…”
“ว่า?” ฉันถามออกไป ใจเริ่มเต้นระส่ำ
“ว่า…พี่เจกำลังจะหมั้นกับพี่พิมพ์” เหมือนเวลาทั้งหมดรอบตัวหยุดนิ่งลงในทันที คำว่า หมั้น เหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางอกฉัน
“อะไรนะ…” ฉันหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างไม่อยากเชื่อ เปรี้ยวไม่ได้หัวเราะตาม เธอกลับยื่นโทรศัพท์มาให้ฉันเงียบ ๆ
“แกลองดูนี่ก่อน” ฉันรับโทรศัพท์มาอย่างไม่คิดอะไร แต่ทันทีที่เห็นภาพบนหน้าจอ มือของฉันก็ชะงักไป
ภาพถ่ายจากต่างประเทศ พี่เจยืนอยู่กับพี่พิมพ์ ใบหน้าของพี่พิมพ์เอียงขึ้นไปหาเขา ส่วนมือของพี่เจวางอยู่ที่เอวของเธอ ใกล้จนเหมือนกำลังจูบกัน ใต้ภาพมีแคปชั่นเขียนว่า
ภาพหลุด! นักธุรกิจหนุ่ม จ. กับอินฟลูเอนเซอร์สาว พ. หวานกันที่ต่างประเทศ อินฟลูเอนเซอร์สาวบอกพร้อมหมั้นเร็ว ๆ นี้
ลมหายใจของฉันสะดุด ฉันรีบเลื่อนดูภาพต่อไป มีอีกภาพหนึ่ง คราวนี้ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันกว่าเดิม และกำลังเดินเข้าไปในโรงแรม มือของฉันเย็นเฉียบโดยไม่รู้ตัว ่นี้พี่เจมักจะบอกฉันว่าเขาต้องทำงานจนถึงดึก ๆ ซึ่งฉันเองก็ยุ่งกับการอ่านหนังสือเช่นกัน เราจึงเพียงแค่ส่งข้อความหากันทางไลน์และคุยสั้น ๆ วันละเพียงไม่กี่นาที
“ส้ม…” เสียงของเปรี้ยวเรียกเบา ๆ ฉันส่ายหน้าเล็กน้อย
“มัน…อาจจะเป็มุมกล้องก็ได้” แต่แม้แต่ตัวฉันเองก็ยังรู้สึกว่า คำพูดนั้นฟังดูไม่ค่อยน่าเชื่อเท่าไร ฉันวางโทรศัพท์ลงบนตักอย่างช้า ๆ
ภาพในหน้าจอยังติดอยู่ในหัวไม่ยอมจางหาย ฉันพยายามบอกตัวเองว่าอาจเป็แค่ข่าวลือ อาจเป็แค่มุมกล้องที่ทำให้เข้าใจผิด แต่ยิ่งพยายามคิดแบบนั้น หัวใจของฉันกลับยิ่งหนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ พี่เจดูแลฉันดีเสมอ โทรหาแทบทุกวัน ถามว่ากินข้าวหรือยัง บางครั้งก็ซื้อของมาให้ อยู่ข้าง ๆ ฉันในวันที่ฉัน้าใครสักคน ทุกอย่างมันดีไปหมด
ดีจนฉันเผลอคิดไปเองว่า…เราคงใจตรงกัน
แล้วคำถามหนึ่งก็ยิ่งดังขึ้นในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
พี่เจกับฉัน…เราเป็อะไรกัน?
เขาไม่เคยพูดเลยสักครั้ง ว่าเราเป็อะไรกัน และถ้าเขาไม่เคยพูด งั้นความสัมพันธ์ที่ฉันยึดถือมาตลอดนี้มันคืออะไรกันแน่ น้องสาว ลูกเพื่อนสนิทของแม่งั้นเหรอ?
ฉันรวบรวมแรงทั้งหมดตอบกลับเปรี้ยวไป “ก็…เหมาะสมกันดีนะ” เปรี้ยวมองหน้าฉันนิ่ง ๆ
“แกโอเคเหรอ?” ฉันฝืนยิ้มแล้วเลี่ยงที่จะตอบคำถามของเปรี้ยว
หลังจากแยกย้ายกันกลับบ้าน เปรี้ยวพยายามไลน์หาฉันราวกับกลัวว่าฉันจะเสียใจและทำใจไม่ได้ โดยการส่งคลิปตลกมาให้ดู
P. : ตลกมากแกลองดู
P. : แกดูคลิปนี้ดิ ท้องแข็งสุด ๆ
ฉันจึงจำใจตอบกลับไปเพราะไม่อยากให้เปรี้ยวเป็ห่วง
SOM : ตลกจริง 5555555
ฉันนอนดูคลิปตลกของเปรี้ยวอยู่บนเตียง ถามว่าคลิปที่มันตลกมั้ยฉันก็ตลก แต่กลับหัวเราะได้ไม่เต็มเสียงนัก ฉันพยายามอ่านหนังสือต่อแต่ก็อ่านไม่เข้าหัว สุดท้ายเลยเลื่อนดูโซเชียลไปเรื่อย ๆ
แจ้งเตือนหนึ่งก็เด้งขึ้นมา พี่พิมพ์กำลังไลฟ์สด ฉันลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกดเข้าไปดูภาพในไลฟ์เป็ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ดูเหมือนจะเป็ต่างประเทศ พี่พิมพ์นั่งอยู่ตรงโต๊ะ เธอสวยเหมือนทุกทีและเหมือนจะมากกว่าทุกทีด้วย เธอกำลังคุยเล่นกับแฟนคลับอย่างอารมณ์ดี
“วันนี้พิมพ์มาทานข้าวที่นอกบ้าน ร้านนี้ดังมากในโซเชียล บรรยากาศดีมากเลย” เสียงหัวเราะของเธอดังผ่านหน้าจอ
ฉันกำลังจะกดออก แต่เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังของเธอ
“พิมพ์ เอาน้ำเพิ่มไหม” มือของฉันชะงักทันที ก่อนที่กล้องจะขยับเล็กน้อย และในเสี้ยววินาทีนั้น ฉันก็เห็นพี่เจอยู่ข้าง ๆ พี่พิมพ์
ในไลฟ์แชตก็เริ่มไหลเร็วขึ้นทันที
“ใช่พี่เจไหม?”
“โอ๊ยยยยย น่ารักตามไปเฝ้ากันไม่ห่าง”
“หวานมากกก”
พี่พิมพ์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอียงคอนิด ๆ
“นิดหนึ่งแม่~” เธอพูดพร้อมส่งยิ้มให้กล้องอย่างมีจริต ก่อนจะหันกล้องออกไปอีกทางเหมือนไม่อยากให้ติดเขามากเกินไป ฉันกดปิดหน้าจอช้า ๆ หัวใจเหมือนถูกอะไรบางอย่างกดทับ
คุณหนูสุดแสนจะเพอร์เฟกต์กับคุณชายทายาทเศรษฐีจะมีอะไรที่ไม่เหมาะสมกันละ ส่วนฉันเรียนก็ยังไม่จบแถมยังต้องมาอาศัยอยู่ที่บ้านให้เขาช่วยดูแลอีก ที่บ้านก็มีหนี้สินมากมายถึงจะทยอยใช้จนเกือบหมดแล้วก็ตามเถอะ
หรือบางที…ข่าวพวกนั้น อาจจะไม่ใช่แค่ข่าวลือก็ได้
