ไอริณ ๒๕๖๙ สืบล่ากลไกมรณะ

    (11) การไล่ล่าในเงา

            # ขลุ่ยมรณะ (Deadly Flute)


            **Episode 11: การไล่ล่าในเงา (Chase in the Shadows)**


            เช้าวันใหม่ที่กรุงเทพฯ อากาศร้อนอบอ้าวผิดปกติ ไอริณตื่นแต่เช้ามืด เธอสวมหูฟังกันเสียงตลอดเวลา แม้แต่ตอนอาบน้ำ แจ็คเก็ตหนังสีน้ำตาลเข้มคลุมตัว กางเกงยีนส์และบู้ทหนังพร้อมลุยเหมือนเคย ผมดำขลับมัดหางม้าสูงแน่น แต่ใบหน้าสวยคมตอนนี้ซีดเซียว ใต้ตาคล้ำหนักจนดูเหมือนคนป่วย ดวงตาคมกริบยังคงมุ่งมั่น แต่แฝงด้วยความหวาดระแวงที่เพิ่มขึ้นทุกวัน


            เธอนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ในห้องทำงาน วิเคราะห์อีเมลล่าสุดที่ส่งเสียงขลุ่ยมาให้เธอโดยตรง IP Address ถูกซ่อนด้วย proxy หลายชั้น แต่เธอเจอร่องรอยเล็กๆ ที่ชี้ไปยังตลาดมืดย่านคลองถม – สถานที่ซื้อขายของโบราณผิดกฎหมาย


            “พิธา เราจะไปคลองถมคืนนี้” เธอบอกคู่หูทางโทรศัพท์ “ฉันเจอเบาะแสว่ามีคนพยายามขายขลุ่ยไม้ไผ่ชิ้นเก่าเมื่อสองวันก่อน”


            พิธาเสียงกังวล “พี่ไอริณ คืนนี้คนเดียวอันตรายครับ ผมไปด้วย”


            “ไม่ เธอเฝ้าศิริพรที่โรงพยาบาล ฉันไม่ไว้ใจเธอเต็มร้อย” ไอริณตัดบท


            ค่ำนั้น ตลาดคลองถมยังคึกคักแม้จะดึก แสงไฟนีออนสาดส่องร้านแผงลอยเรียงราย กลิ่นอาหารทอดและของเก่าคละคลุ้ง


            ไอริณเดินลึกเข้าไปในตรอกแคบๆ บู้ทหนังกระทบพื้นหินดังกึกก้องในความเงียบของซอกเล็ก เธอสวมหมวกแก๊ปคลุมหน้าเล็กน้อย มือล้วงกระเป๋าแจ็คเก็ตหนังจับปืนพกแน่น


            เธอหยุดที่หน้าร้านขายของโบราณมืดๆ เ๽้าของร้าน ชายวัยกลางคน หน้าตาหลบๆ มองเธออย่างรู้ทัน


            “ได้ยินมาว่ามีขลุ่ยไม้ไผ่เก่ามาขาย” ไอริณถามเสียงต่ำ


            ชายคนนั้นยิ้มเจื่อน “ไม่มีแล้วครับ ขายไปเมื่อวาน ผู้ซื้อเป็๲ผู้หญิง อายุราวๆ สี่สิบ หน้าตาคม ผมยาว”


            ไอริณใจเต้นแรง “เธอพูดอะไรบ้าง”


            “บอกแค่ว่าขลุ่ยชิ้นนี้มีประวัติพิเศษ แล้วรีบจ่ายเงินสดเดินหนีไป” เขาตอบ แล้วกระซิบเบาๆ “แต่ก่อนเดิน เธอทิ้งนี่ไว้ให้ผม บอกว่าถ้ามีตำรวจมาถาม ให้เอาให้”


            เขายื่นซองจดหมายเล็กให้ ไอริณเปิดดู ข้างในมีเศษไม้ไผ่ชิ้นหนึ่ง และข้อความเขียนด้วยลายมือคุ้นๆ: “ตามฉันมาสิ ถ้าเธอกล้าพอ”


            ลายมือเดียวกับจดหมายขู่ที่วิกรมได้รับ


            ไอริณกำซองแน่น “เธอไปทางไหน”


            ชายชี้ไปยังตรอกมืดด้านหลัง “ทางนั้นครับ แต่ตรอกนั้นอันตรายนะครับ มีแต่โจร”


            ไอริณไม่รอช้า เดินตรงเข้าไปในตรอกมืดสนิท แสงไฟจากตลาดค่อยๆ หายไป เหลือเพียงแสงจันทร์สลัวและกลิ่นชื้นเน่า


            เธอได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ ข้างหน้า


            มีคนเดินนำหน้าเธออยู่


            ไอริณวิ่งตาม บู้ทหนังกระทบพื้นดังก้องในความเงียบ หันซ้ายหันขวาผ่านตรอกแคบๆ ที่เหมือนเขาวงกต


            เงาหญิงสาวผมยาวปรากฏชั่วขณะใต้แสงโคมไฟเก่า แล้วหายเข้าไปในซอยเล็กอีกครั้ง


            “หยุด!” ไอริณ๻ะโ๠๲ มือล้วงปืนออกมา


            แต่เงานั้นเร็วมาก หายเข้าไปในอาคารร้างเก่า


            ไอริณตามเข้าไป อาคารมืดสนิท กลิ่นฝุ่นและความชื้นแรงกล้า เธอเปิดไฟฉายส่องไปรอบๆ ชั้นล่างว่างเปล่า มีแต่เศษขยะและไม้เก่า


            แล้วเธอก็เจอมัน


            ขลุ่ยไม้ไผ่ชิ้นส่วนหนึ่ง วางอยู่กลางพื้น มีรอยกัดมนุษย์ที่ขอบเหมือนเศษที่พบในปากเหยื่อทุกคน


            ไอริณคุกเข่าลง คีบมันขึ้นมาด้วยถุงมือยาง


            ทันใดนั้น เสียงขลุ่ยดังขึ้นจาก๪้า๲๤๲อาคาร


            ทำนองสั้นๆ แต่ชัดเจนจนขนลุก


            ไอริณวิ่งขึ้นบันไดไม้เก่าที่ดังครืดคราด มือถือปืนแน่น


            ชั้นบนมืดมิด มีหน้าต่างแตกหลายบาน ลมพัดแรง


            เงานั้นยืนอยู่ตรงปลายห้อง ผมยาวปลิวสะบัด หันหลังให้เธอ


            “ศิริพร... ใช่เธอใช่ไหม” ไอริณ๻ะโ๠๲


            เงานั้นหยุดนิ่ง แล้วหันมาช้าๆ


            แต่ไม่ใช่ศิริพร


            เป็๲หญิงสาวหน้าตาคล้ายศิริพรตอนเด็ก แต่ตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความแค้น


            “เธอไม่รู้จักฉันหรอก นักสืบ” เสียงเธอแหบพร่า “แต่ฉันรู้จักเธอดี... และพี่ชายเธอด้วย”


            ไอริณชะงัก “เธอเป็๲ใคร”


            หญิงสาวยิ้มเยาะ “ฉันคือคนที่ขลุ่ยเลือก... และคืนนี้ เธอจะได้ยินเสียงมันเต็มๆ”


            เธอหันหลังวิ่งหนี หายออกไปทางหน้าต่างด้านหลัง


            ไอริณวิ่งไล่ตาม แต่ช้าไปเพียงเสี้ยววินาที


            เธอยืนหอบอยู่ตรงหน้าต่าง มองลงไปเห็นเงานั้นหายเข้าไปในตรอกมืด


            ในมือเธอกำขลุ่ยชิ้นส่วนนั้นแน่น


            เธอรู้แล้วว่า คนร้ายไม่ใช่ศิริพร


            แต่เป็๲คนที่ใกล้ชิดกับอดีตมากกว่าที่คิด


            และการไล่ล่าในเงาเพิ่งเริ่มต้นจริงๆ


            **End of Episode 11**


            *โปรดติดตามตอนต่อไป*