"ข้าคือยวนเซี่ยน" ยวนเซี่ยนโยนป้ายประจำตัวของเขาคืนให้เซิ่งซีพร้อมกับป้ายของนาง ก่อนจะเก็บกระบี่เข้าฝัก
เซิ่งซีลองเรียกหยั่งเชิงดู "ศิษย์พี่ใหญ่?"
ยวนเซี่ยนพยักหน้าเล็กน้อยแล้วถอยไปยืนด้านข้าง ไม่มองนางอีก
ในนิยายต้นฉบับมีบทบรรยายเกี่ยวกับยวนเซี่ยนไม่มากนัก เขาเป็เพียงเครื่องมือที่ถูกวางไว้เพื่อปูทางให้เซิ่งหรูเยว่สร้างชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วหล้าเท่านั้น
เซิ่งซีไม่รู้จักเขาดีนัก แต่นางคิดว่ายวนเซี่ยนไม่น่าใช่คนประเภทที่จะบุกเข้าห้องนอนสตรีในยามวิกาลโดยไม่มีเหตุผล
ยิ่งไปกว่านั้น ยวนเซี่ยนอยู่ในขั้นแก่นพลังทองคำตอนปลาย การจะฆ่านางที่เป็เพียงขั้นรวบรวมปราณนั้นง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก เขาไม่มีความจำเป็ต้องเปิดโอกาสให้นางได้โต้กลับเลย
เมื่อคิดได้ดังนั้น เซิ่งซีก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วพึมพำเบา ๆ "ท่านทำข้าใแทบตายแน่ะ"
ยวนเซี่ยนเหลือบมองนาง ทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็พูดออกมาเพียงสองคำสั้น ๆ "ขอโทษ"
โอ้โห คำขอโทษจากบุตรชายของอดีตจอมมารเชียวนะ!
นี่คือสวัสดิการที่แม้แต่นางเอกผู้เป็ที่รักก็ยังไม่เคยได้รับ เซิ่งซีเริ่มรู้สึกทะนงตัวขึ้นมานิดหน่อย "คำขอโทษของท่านไม่มีความจริงใจเลยสักนิดเ้าค่ะ"
ยวนเซี่ยนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบถุงศิลาิญญาออกมาวางบนโต๊ะ "แบบนี้พอจะได้หรือไม่?"
คำขอโทษของเขามีความจริงใจมาก!
จำนวนศิลาิญญาที่แตกต่างกันจะให้ััภายนอกของถุงวิเศษที่ต่างกัน เซิ่งซีมองปราดเดียวก็รู้ว่าศิลาิญญาที่ยวนเซี่ยนให้นั้นมีจำนวนไม่น้อยเลย แต่นางก็ยังอยากจะรักษามาดเอาไว้ก่อน "ข้าไม่ใช่คนประเภทที่จะถูกซื้อได้ด้วยศิลาิญญาหรอกนะเ้าคะ"
ยวนเซี่ยนหยิบกล่องหยกออกมาอีกใบ ข้างในมีดอกเยว่กวงซึ่งหาได้ยากยิ่ง เนื่องจากมันเป็วัตถุดิบหลักในการหลอมโอสถขจัดพิษที่สามารถถอนพิษได้ร้อยแปดชนิดอยู่หนึ่งดอก
เขาช่างใจกว้างจริง ๆ !
การชดเชยที่มากมายขนาดนี้ เซิ่งซีแทบอยากจะให้ยวนเซี่ยนแวะมาทำให้นางใอีกบ่อย ๆ เลยทีเดียว
นางมัวแต่จมอยู่ในจินตนาการจนลืมตอบรับ ยวนเซี่ยนจึงคิดว่าคำขอโทษของเขายังจริงใจไม่พอ จึงหยิบเหล็กดาวตกห้าธาตุออกมาอีกชิ้นหนึ่ง
เขาทำตัวเหมือนซานตาคลอสที่คอยหยิบของออกจากแหวนมิติไม่หยุด เพียงครู่เดียวสิ่งของเ่าั้ก็วางจนเต็มโต๊ะกลมตัวเล็ก
เซิ่งซีที่เพิ่งได้สติรีบห้ามทันที "พอแล้ว ๆ ข้ายกโทษให้ท่านแล้วเ้าค่ะ ข้าขอรับแค่นี้ก็พอ ส่วนที่เหลือท่านเอากลับไปเถอะ"
นางหยิบถุงศิลาิญญาขึ้นมาและบุ้ยปากให้ยวนเซี่ยนเก็บของที่เหลือกลับไป
ทว่ายวนเซี่ยนกลับไม่ขยับ "ให้เ้าหมดเลย"
"ข้าล้อเล่นน่ะเ้าค่ะ ไม่้าเยอะขนาดนี้จริง ๆ ว่าแต่ท่านมาทำอะไรที่นี่กลางดึกหรือเ้าคะ?" เซิ่งซีถาม
ยวนเซี่ยนเงียบไปอีกครั้ง เขามองนางด้วยสายตาที่ยากจะอธิบาย
สายตาของเซิ่งซีเหลือบไปเห็นน้ำเต้าประดับอัญมณีใบเล็กที่วางอยู่บนชั้นยาวริมผนัง ทันใดนั้นนางก็ชะงักไป "นั่นคือสุราเชียนจินหรือเ้าคะ?"
ยวนเซี่ยนพยักหน้า แล้วกวักมือเรียกน้ำเต้าอัญมณีสีน้ำเงินให้ลอยมาวางบนโต๊ะกลมที่เต็มไปด้วยสมบัติ "ให้เ้าด้วย"
สิ่งที่เรียกว่าสุราเชียนจินคือสุราิญญาชนิดหนึ่งในโลกผู้ฝึกตน มีกลิ่นหอมกรุ่น รสชาติหวานล้ำ และการดื่มสุรานี้จะช่วยส่งเสริมตบะให้เพิ่มพูนขึ้น ซึ่งหาได้ยากยิ่งนัก เพียงหยดเดียวก็มีค่าเท่ากับทองพันชั่ง จึงเป็ที่มาของชื่อสุราเชียนจิน
ในนิยายต้นฉบับ หลังจากที่เซิ่งหรูเยว่เข้าควบคุมยวนเซี่ยนได้แล้ว สุราเชียนจินน้ำเต้านี้ก็ตกเป็ของนางทั้งหมด นางใช้มันเพื่อผลัดกระดูกชำระเส้นเอ็นจนพร์ก้าวะโไปอีกระดับ
ตอนนี้...
เมื่อเห็นยวนเซี่ยนยกสุราเชียนจินให้นางอย่างเป็ธรรมชาติ เซิ่งซีก็สูดลมหายใจเข้าลึก "นี่คือเรือนของท่านหรือเ้าคะ?"
ยวนเซี่ยนมองนางโดยไม่เอ่ยคำใด
นี่คือการยอมรับโดยปริยาย!
มิน่าเล่า พอนางมาถึงยอดเขาอันเต้าก็มีเรือนตั้งอยู่แล้ว ที่แท้ก็มีคนอาศัยอยู่ก่อนแล้วนี่เอง!
เดิมทีเซิ่งซีคิดว่านี่เป็สวัสดิการของสำนัก และผู้าุโกุยใจดีมอบเรือนหลิงหลงให้นางเพิ่มอีกหลังเสียอีก
"ทำไมท่านไม่รีบบอกล่ะเ้าคะ?" เซิ่งซีหน้าร้อนฉ่า นางมายึดเรือนคนอื่น นอนบนเตียงคนอื่น แล้วยังจะมีหน้าไปเรียกเอาค่าทำขวัญจากเขาอีกหรือ?
ยวนเซี่ยนมองนาง และเมื่อสบตาเซิ่งซีเขาก็รีบหลบสายตาทันที ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแข็งทื่อว่า "ถ้าเ้าชอบ ก็ยกให้เ้า"
"ข้าไม่ได้ชอบเ้าค่ะ" เซิ่งซีพูดจบก็รู้สึกว่าไม่เหมาะสมจึงเสริมว่า "ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ข้านึกว่าที่นี่ไม่มีคนอยู่ถึงได้เลือกยอดเขาอันเต้า ข้าจะไปหาผู้าุโกุยเพื่อขอย้ายยอดเขาเดี๋ยวนี้เลยเ้าค่ะ ขอโทษด้วยนะเ้าคะ ศิลาิญญานี่ข้าคืนให้ท่าน"
นางยัดถุงศิลาิญญาใส่มือยวนเซี่ยน เมื่อััได้ถึงฝ่ามือที่แข็งทื่อของชายหนุ่ม นางจึงรีบกุมมือเขาไว้แน่นเพื่อไม่ให้เขาคืนศิลาิญญากลับมา "ศิษย์พี่ใหญ่ ได้โปรดเก็บของพวกนี้ไปเถอะเ้าค่ะ ข้าจนมากนะเ้าคะ ไม่มีของชดเชยราคาแพงให้ท่าน มีก็แต่สิ่งนี้..."
เซิ่งซีหยิบกระดิ่งที่ถักจากหญ้าออกมา มันเป็ของที่นางถักเล่น ๆ ระหว่างทาง สำหรับฐานะของยวนเซี่ยน เขาคงไม่เห็นค่าของสิ่งนี้แน่ เซิ่งซีก็แค่พูดไปอย่างนั้นและกำลังจะโยนทิ้ง แต่คาดไม่ถึงว่ายวนเซี่ยนจะยื่นมือมารับกระดิ่งหญ้านั้นไป
"ได้" เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ดังขึ้น ยวนเซี่ยนถือกระดิ่งหญ้าไว้ในมือและมองดูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเก็บมันเข้าแหวนมิติ
เซิ่งซีถึงกับอึ้ง แบบนี้ก็ได้หรือ?
ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านหลอกง่ายเกินไปหรือเปล่าเ้าคะ?
ท่านคือบุตรชายของอดีตจอมมารผู้เป็ที่หวาดกลัวในนิยายต้นฉบับนะ!
ยวนเซี่ยนรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเมื่อถูกดวงตากลมโตที่ดูฉ่ำวาวของเซิ่งซีจ้องมอง เขาเม้มปากแล้วพูดว่า "ยกโทษให้เ้าแล้ว"
ใบหน้าของเซิ่งซีร้อนวูบขึ้นมาทันที ไม่รู้ทำไมนางถึงรู้สึกว่าศิษย์พี่ใหญ่ดูมีเสน่ห์มากจริง ๆ
"ข้าไปก่อนนะเ้าคะ" นางกึ่งวิ่งกึ่งเดินออกจากเรือนไปที่ค่ายกลเคลื่อนย้าย แต่กลับพบว่าค่ายกลไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง
ยวนเซี่ยนเดินตามออกมาแล้วบอกว่า "ค่ายกลนี้เป็การเคลื่อนย้ายทางเดียว สามารถเดินทางจากโถงหลักมาที่นี่ได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถใช้ค่ายกลกลับไปได้ เ้าจะไปที่ไหนรึ?"
นี่มันน่าอายชะมัด หรือจะให้เซิ่งซีเดินลงเขาเอง?
"ข้าอยากไปหาผู้าุโกุยเพื่อเลือกยอดเขาใหม่เ้าค่ะ" เซิ่งซีบอก
ยวนเซี่ยนชักกระบี่ยาวออกมา มันลอยอยู่ระหว่างทั้งสองคน เขาเหยียบขึ้นไปก่อนแล้วส่งสัญญาณให้เซิ่งซีตามขึ้นมา "ข้าจะพาไปเอง"
เซิ่งซีมีความทรงจำที่เลวร้ายกับการเหินกระบี่ แต่เมื่อคิดว่าถ้าไม่ให้ยวนเซี่ยนช่วย นางก็ต้องเดินลงเขาเองแล้วยังต้องปีนขึ้นยอดเขาที่เป็ที่ตั้งของโถงหลักเองอีก ความกลัวนั้นก็ลดลงไปบ้าง
นางค่อย ๆ ก้าวขึ้นไปบนกระบี่อย่างระมัดระวัง ในขณะที่กำลังพยายามทำใจอยู่นั้น ยวนเซี่ยนก็พุ่งทะยานออกไปราวกับดาวตก เซิ่งซีใจนรีบโผเข้ากอดเขาไว้แน่น และต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดเพื่อไม่ให้ตัวเองกรีดร้องออกมา
กระบี่ยาวที่พุ่งไปอย่างรวดเร็วหยุดกะทันหัน ยวนเซี่ยนมองมือที่โอบรอบเอวของเขาด้วยท่าทางแข็งทื่อ ก่อนจะหันมามองนาง
แก้มของเซิ่งซีแนบอยู่กับแผ่นหลังของเขา นางเงยหน้าขึ้นด้วยความสงสัย "ศิษย์พี่ใหญ่ เป็อะไรไปหรือเ้าคะ?"
มือที่โอบรอบเอวเขานั้น เพราะความกลัวจึงยิ่งกระชับแน่นขึ้นไปอีกสามส่วน
"ไม่มีอะไร" ยวนเซี่ยนหลบตาและควบคุมกระบี่ต่อไป "เ้าอยากได้ยอดเขาไหนก็บอกข้า ข้าจะพาเ้าลงไป"
นี่คือไม่ต้องไปทำเื่ผ่านผู้าุโกุย แต่ย้ายได้เลยใช่หรือไม่?
เซิ่งซีสุ่มชี้ไปยังยอดเขาที่อยู่ใกล้ที่สุด เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอาศัยอยู่ นางก็เลือกที่นั่นเป็ที่พัก
ยวนเซี่ยนร่อนลงบนพื้นที่ราบเรียบยอดเขา เซิ่งซีโยนเรือนหลิงหลงออกมาบนที่ว่าง เมื่อเติมพลังิญญาเข้าไป เรือนหลังเล็กก็ขยายใหญ่ขึ้นต่อหน้าต่อตา เพียงพริบตาเดียวมันก็ดูเหมือนกับเรือนของยวนเซี่ยนไม่มีผิด
เรือนหลิงหลงเริ่มต้นนั้นเรียบง่ายมาก นอกจากเครื่องเรือนและที่นอนบางส่วนที่จำเป็สำหรับการใช้ชีวิตในขั้นรวบรวมปราณแล้ว ก็ไม่มีสิ่งของอื่นใดอีก
แต่เซิ่งซีพอใจมาก นางมีศิลาิญญาหนึ่งร้อยก้อนที่จิ้งเฉินหยวนจวินให้มา ของใช้ที่ขาดเหลือย่อมหาซื้อได้ พรุ่งนี้ค่อยชวนเซียวหลีลั่วไปซื้อของด้วยกัน
ยวนเซี่ยนทิ้งผลึกหินผลึกที่ให้แสงสว่างไว้ให้หนึ่งก้อนเพื่อเป็ของขวัญแรกพบ ภายในห้องไม่มีเทียนให้แสงสว่าง เซิ่งซี้ามันอยู่พอดีจึงรับไว้
นางเดินไปส่งยวนเซี่ยนที่หน้าประตู เมื่อกลับเข้ามาในห้องและเตรียมตัวจะพักผ่อน นางก็พบว่าบนโต๊ะกลมตัวเล็กนั้นเต็มไปด้วยสิ่งของล้ำค่ามากมาย ซึ่งเป็ของที่ยวนเซี่ยนหยิบออกมาให้ในตอนแรก เห็นได้ชัดว่าเขาตั้งใจทิ้งไว้ให้นาง
หัวใจของเซิ่งซีเต้นรัวแรง
นางมีชีวิตมานานหลายปี ไม่เคยมีหนุ่มหล่อคนไหนมาเอาใจนางแบบนี้เลย แม้นางจะรู้ดีว่ายวนเซี่ยนไม่ได้คิดอะไรเกินเลย แต่นั่นก็ไม่ได้ขัดขวางความสุขของเซิ่งซี
ศิษย์พี่ใหญ่นี่ดูเท่สุด ๆ ไปเลย!
เซิ่งซีตัดสินใจแล้ว ในเมื่อตกลงใจจะเป็ปลาเค็ม นางก็จะเป็ปลาเค็มที่สมบูรณ์แบบ นางจะนอนเป็ปลาเค็มให้ตายอยู่ที่สำนักเวิ่นซินนี่แหละ!