Methee.1
“กางอาณาเขต..!”
ผัวะ!
“อาณาเขตพ่อง!”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
ในห้องเรียนชั้น【ม.5/4】เผยภาพยามเย็นอันอบอุ่น บ้างเล่นกันบ้างคุยกันเรื่อยเปื่อย บ้างนัดไปเที่ยว เหล่าเด็กนักเรียนต่างครื้นเครงหลังโหมสมองมาทั้งวัน
หลังห้องปรากฏนักเรียนชายคนหนึ่งผมหน้าม้าขอบตาคล้ำ ดูไม่โดดนเด่น หรือทำตัวให้ไม่โดดเด่น? เขาแผ่รังสีเฉื่อยชาออกมา ขณะเดียวกันก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
“เมธี! ไปเดินสยามกันไหม?”
หญิงสาวหันมาทัก ชื่อของเธอคือ【กานต์ • สินธวัช】หล่อนไว้หางม้า หน้าตาเป็มิตรอัธยาศัยดีตรงตามท้องเื่ เป็คนประเภทเฟรนด์ลี่สนิทกับคนทั้งห้องแน่นอนว่ากระทั่งกับเขา【เมธี• สิรินภา】ก็เช่นกัน
“อีกานต์~ ไม่ต้องไปชวนนายเมธีหรอกยังไงเขาก็ไม่ไปด้วยอยู่แล้วนี่?”
“แหมแต่ถ้าไปกันหลายคนจะสนุกกว่านี่?”
“ไม่เป็ไรหรอกชั้นเองก็ว่าจะกลับไปเล่นเกมซักหน่อยน่ะ”
เขาแทรก เพื่อนเธอ【เฟิร์น】ทำท่ายักไหล่แบบ「เห็นแมะ?」ออกมา ชายหนุ่มตอบสนองด้วยการสะพายเป้เดินจากไป
“อ๊ะ!งั้นไปวันหลังแล้วกันนะ!”
“อืม เข้าใจแล้ว”
เขาตอบ เมื่อออกจากห้อง ปลายทางตรงหน้าก็เป็บ้านของชายหนุ่มเขาอยู่คอนโดไม่ไกลจากโรงเรียนมาก ดังนั้นการเดินทางไปกลับจึงเป็สองเท้ามาโดยตลอด
แซ่ด! แซ่ด!
หน้าโรงเรียนมีเด็กน้อยใหญ่เดินกันให้พล่านเหมือนฝูงประชากรมด เขากวาดตามองอย่างไร้แก่นสาร【โรงเรียนเมตตาวิทยา】แห่งนี้เป็โรงเรียนรัฐฯดังติดท็อปไฟว์ของกรุงเทพฯ ฉะนั้นประชากรทั้งครูและนักเรียนจึงเยอะเป็พิเศษ
กรุงเทพฯ เมืองแห่งความวุ่นวายวันนี้ก็เป็เช่นทุกวัน——
ทำท่าเรียน พอเลิกเรียนกลับบ้านไปเล่นเกมนี่เป็กิจวัตรประจำวันของนายเมธี
แปะ!
“อ๊ะ.......”
พอเดินต่อไปก็พบว่าฝนลงเม็ดทั้งที่ยังแดดออก
ลมพายุเข้าเพราะเป็หน้าฝนเมธีตระหนักอย่างนั้นก็คิดจะหยิบร่มพับที่เหน็บกระเป๋าไว้ทว่ามือกลับคว้าอากาศธาตุ เขาค้นดูให้ทั่วทว่าก็ไม่พบ
———หายไปแล้ว หายไปแบบดื้อๆเลย
“อันนั้นเพิ่งซื้อเลยนะ.....”
เขาพึมพำ ยากคาดเดาว่าหงุดหงิดหรือเสียดายกันแน่
ยังออกมาไม่ไกล งั้นกลับไปหาที่โรงเรียนก็แล้วกัน———เมธีคิดอย่างนั้นแล้วเดินกลับไปบางทีคงลืมไว้ใต้เก๊ก
ครืด!
พอเปิดประตูก็พบว่าว่างเปล่า เพิ่งผ่านไปราวสิบนาทีแต่ทุกคนก็หายไปหมดแล้ว
“ไม่มีแฮะ.....”
เมธีก้มขึ้นลงหาร่ม พบแต่ความว่างเปล่า
———สงสัยต้องฝ่าฝนไปแล้วล่ะมั้ง?
ซ่า! ซ่า! ซ่า! ซ่า!
พอคิดอย่างนั้น ฝนกลับกระหน่ำลงกว่าเดิม ท้องฟ้าดำครึ้มมีเสียงหวีดหวิวดังแว่วผ่านช่องลมรู้งี้เดินฝ่าไปแต่แรกก็ดี——ชายหนุ่มคิด เขาออกจากห้องแล้วเดินลงบันไดทีละก้าวทีละก้าว
ฟู่ววว~
“อ้าว? ลืมของเหรอ?”
ตอนเหยียบบันไดขั้นสุดท้าย ก็พบกับ【น้าแมน】ยามประจำโรงเรียนเมตตาวิทยา ชายวัยกลางคนยืนสูบยาอยู่หลังตีนบันไดถึงจะดูดบุหรี่ในสถานศึกษา แต่แท้จริงถือเป็คนดีคนหนึ่ง เด็กนักเรียนหลายคนล้วนสนิทกับเขา
“ครับ เหมือนจะลืมร่มไว้แต่หาไม่เจอน่ะ”
“หล่นในห้องรึเปล่า? ตามทางเดินล่ะเห็นไหม?”
เมธีส่ายหน้า น้าแมนก็ยักไหล่ คาบบุหรี่ว่า——
“มาสิ เดี๋ยวน้าให้ยืม”
ไม่ทันได้ตอบ เขาก็เดินนำชายหนุ่ม
จะปฏิเสธก็เกรงใจ เมธีเลยตามต้อยๆไปยังห้องพักภารโรงอนึ่งห้องพักภารโรงกับยามของที่นี่ถือเป็ห้องเดียวกันบางครั้งก็กลายเป็ห้องเก็บของ ห้องฝากของ และห้องจิปาถะ อะไรก็ตามแต่ที่คนอยากให้เป็
บ้างก็ไว้ฝากของหาย บ้างก็ไว้ฝากบุหรี่ หรือของที่โรงเรียนไม่ให้พกมาแน่นอนว่าเป็อย่างหลังกันเสียส่วนใหญ่
ส่วนคนฝากก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกเสียจากนักเรียน
แอ๊ด!
“ไม่รู้อันไหนดี อันไหนพัง ลองคุ้ยๆดูนะ”
น้าแมนชี้ยังมุมห้องที่มีแต่ของสารพัดยากระบุว่าอะไรเป็อะไรแต่ที่เห็นคร่าวๆคือมีร่มอยู่ในนั้น ร่มที่สภาพบุบๆงอๆ เหมือนกับร่มกางเต้น
———อีหรอบนี้จะใช้ได้เรอะ?
เขาตั้งคำถามในใจ แล้วคุ้ยหาของชิ้นอื่น
สุดท้ายก็พบว่ามีแต่ร่มคันนี้ที่ใช้ได้——
“ฮ่าฮ่าฮ่า! อย่างกับไปเปิดร้านขายลูกชิ้น!”
“เฮ้อ.....ก็ที่ใช้ได้มันมีแค่นี้นี่ครับ”
เขาแหว แล้วเดินออกจากห้อง แกร๊ก! น้าแมนล็อกประตู
พอออกมา ก็พบว่าเวลาล่วงเลยไปไกล ฟ้ามืดสนิท มีเสียงหวีดเข้าหน้าพร้อมปลายฝนไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน
เพราะฝนตกเลยดูมืด——เมธีหน่ายแล้วคิดว่ารีบกลับเลยดีกว่า
เขากางร่ม แล้วหันมาขอบคุณ
“ไปก่อนนะครับ”
“เอ้อ! อย่ากลับดึกอีกล่ะ!พ่อแม่เขาเป็ห่วงนะ!”
“ดึก?”
เมธีฉงน แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ คงเพราะฝนตกน้าแมนก็เลยเข้าใจผิดว่าตอนนี้ค่ำแล้ว เขาผงกศีรษะเดินออกจากโรงเรียน
ตอนนี้โรงเรียนเงียบราวกับเป่าสาก——
ทั้งที่ไม่กี่นาทีก่อนยังแออัดเสียขนาดนั้น ไม่เพียงแค่ฝูงคนกระทั่งรถบนท้องถนนก็ไม่มีให้เห็น
“อะไรเนี่ย..?”
เงียบมาก
เงียบจนผิดปกติ
ทั้งที่เพิ่งไปไม่นานแท้ๆราวกับเป็คนละโลกเลยก็ว่าได้
หรือเราออกมาดึกแบบที่น้าแมนว่าจริงๆ?
เป็ไปไม่ได้——เพราะอย่างน้อยโรงเรียนของเขาก็ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านสาทรไม่มีทางที่จะร้างคนหรือรถได้ถึงขนาดนี้ ยังไงกันแน่เนี่ย?
ได้แต่ตั้งคำถาม ถึงอย่างนั้นก็ยังก้าวต่อไป
ถ้าพ้นซอยนี้เขาก็ถึงบ้านแล้ว ก็แค่เดินกลับตามปกติใช่แล้ว——เป็เื่ง่ายๆ อย่างนั้น
ฟู่ววว~
มีลมหายใจรดต้นคอ
เฮือก!
เขาหันขวับ
แล้วก็พบกับความว่างเปล่า
“.............”
ท่าไม่ดีแล้ว——
ต่อให้ทำใจดีสู้เสือแค่ไหนแต่เขาก็รู้ได้ว่ามันไม่ปกติ
อีกนิดเดียวก็ถึงที่พักแล้ว
แล้วจะรออะไรเล่า!? เพราะตระหนักอย่างนั้นก็เลยใส่ตีนหมาทันทีวิ่งสุดฝีเท้า แรงลมกรรโชกเข้าหน้า เช่นเดียวกับเม็ดฝน「บ้าชิบ! บ้าชิบ!」ชายหนุ่มสบถในใจสุดสายตาก็มองเห็นคอนโดของตนตระหง่านอยู่ตรงหน้า——ใกล้แล้ว!
กึด!
แล้วก็ชะงัก
หน้าทางเข้าคอนโดมีผู้หญิงยืนอยู่
ผมดำขลับมัดแกละคู่ แต่งตัวด้วยชุดผ้าไหมบางท่ามกลางสายฝนดูภายนอกก็เหมือนผู้หญิงปกติ.....ปกติก็บ้าแล้ว!?
เมื่อเพ่งมองดีๆก็พบว่าหน้าเธอไหม้ไปซีกหนึ่งตัวเปื้อนเื นิ้วขาดไปสามนิ้วเผยหยดเืไหลริน ที่สำคัญคือในมือถือของชวนขนลุก
———เป็หัวขี้ผึ้งคล้ายหัวคนกำลังแสยะยิ้ม
อะไรวะเนี่ย!? แล้วไหงทะลึ่งมายืนขวางทางเข้าวะ!
「พุทโธทายะ.....」
“———!?”
เธอพูด แล้วหันขวับมาทางเขา เมธีใจหล่นไปอยู่ตาตุ่มใจเย็น อาจจะคนก็ได้
ใจเย็น.....
「พุทโธทายะ」
“ใจเย็นก็เหี้ยแล้วโว้ยยยยย..!”
เขาสับตีนหมาโดยอัตโนมัติ
ผู้หญิงปกติที่ไหนเขามายืนท่องมนต์หน้าบ้านคนอื่นกัน!? ไหนจะสภาพล่อแหล่กับถือของชวนขนลุกนั่นอีก——เมธีไม่คิดอะไรอีกเขาวิ่งหน้าตั้งอย่างไร้แก่นสารทันที
ทว่าเสียงก็ตามไล่หลังเขาทันทีเช่นกัน
พุทโธ.....ทายะ——
เฮือก!
เขาหน้าซีด ร่างกายไม่สนองตอบ ไม่ใช่เพราะกลัว ถึงจะกลัวแต่ก็ไม่ได้กลัวจนถึงขั้นขยับไม่ได้เมธียืนนิ่งราวกับรูปปั้น
เขาขยับตัวไม่ได้เสียอย่างนั้นราวกับเป็อัมพาตไปเสียเฉยๆ
“เชิญ.....”
แต่กๆๆๆๆ!
“เหวอออออออ~!?”
แล้วเท้าเขาก็วิ่งถอยหลังเอง เป็การวิ่งถอยหลังราวห้าเมตรโดยไม่ล้มลงแม้แต่น้อยอะไรวะ!?ก่อนที่ความตระหนกจะจางหายตรงหน้าก็เผยหญิงสาวยืนยิ้มชะแง่นหน้ามาจากด้านหลัง
“อ๊ากกกกก..!”
「ชื่ออะไร?」
“.............?”
เมธีงง ทว่าตอนนั้นร่างกายก็เคลื่อนไหวอีกครั้ง
ปลายเท้าวิ่งถอยหลังสองก้าว ขยับขวาหกก้าวเดินขึ้นหนึ่งก้าว ถอยลงหนึ่งก้าว ขยับซ้ายสองก้าว เคลื่อนสี่ก้าว
ร่างกายขยับไปเอง
ไม่รู้เลยว่าเพราะอะไร แล้วเกิดขึ้นได้ยังไง
แต่เพราะเคลื่อนไหวแบบนั้น สองขาก็เลยเกร็งแน่น
“อั่ก!?”
เป็ตะคริว แต่สองเท้าก็ยังวิ่งต่อไม่หยุด
“อ้ากกกกก!เดี๋ยวๆ พอแล้วๆ!.....”
กึด!
แล้วก็กลับมาหยุดอยู่ที่เดิมตรงหน้าหญิงสาวขาเป็ตะคริวจนสั่นพั่บๆแต่ไม่ล้มลง เขาหายใจถี่ ใ หวาดกลัว และเ็ป เมธีก้มหน้าหายใจกระอักกระอ่วนแทบอ้วก
เพราะแบบนั้นเลยเห็น——
ที่พื้นกระเบื้องเขียนไว้ว่า【ที่พัก】
พอมองออกไปเห็นคำว่าทางเข้าและตัวพยัญชนะ เช่น【ก】【ข】【ฃ】【ค】เรียงเป็แถวผืนผ้า
ไม่เข้าใจเลยซักนิด.....
“【เมธี】.....นักปราชญ์เหรอชื่อความหมายดีนะ”
หญิงสาวนิรนามว่าแล้วยื่นหัวขี้ผึ้งมาให้

“ย-อย่า.....”
เขาขอร้อง——
.
.
.
ขอร้องที่ไหนล่ะ——
“อย่าช้า! จัดมาหนักๆเลย!”
“.....หะ”
ผีสาวถึงกับชักมือกลับ
เธอจ้องเขาฉงนแทน
“ถ้าให้เดา.....ตะกี้ผมคงวิ่งไปที่【เ• ม• ธ• ี】คุณก็เลยรู้ชื่อผมใช่ไหมล่ะ?”
“.............”
“ถ้าให้เดาอีก.....นี่คงเป็ผีถ้วยแก้ว”
“———!”
ผีสาวเบิกตากว้าง เมธีแสยะยิ้มนี่เป็การสันนิษฐานของเขา
แต่การที่ร่างกายขยับเอง กอปรกับที่พื้นมีตัวอักษรเต็มไปหมดหากมองรวมๆแล้วก็เหมือนกับสิ่งนั้น
———《ผีถ้วยแก้ว》
กฎในการเล่น หนึ่งต้องเตรียมกระดานอักษร สองต้องเตรียมควันและแก้วและก่อนเริ่มเกมต้องพูด【พุทโธทายะ】สามครั้ง
ไม่รู้ว่ายังไง แต่ที่พื้นก็มีตัวอักษรอย่างที่ว่า
อย่างที่สองน่าจะเป็เพราะควันกับแก้ว
บางที.....ตัวเขาคงเปรียบเป็《ภาชนะ》เช่นกัน
การเล่นต้องอาศัยแก้วครอบควันแล้ววางลงกระดาน
【ควัน= ิญญา】
【ภาชนะ= กายเนื้อ】
ตัวเขาที่เมื่อครู่ดมควันบุหรี่จากน้าแมนมาหมาดๆก็คงเข้าเกณฑ์ที่ว่า
เหนือสิ่งอื่นใดที่ยืนยันได้ว่านี่คือเกมผีถ้วยแก้ว
———นั่นคือคำพูด【พุทโธทายะ】ของเ้าหล่อน
“......หัวไวนะ ไม่สิ...ต้องบอกว่ารู้ดีกระมั้ง?”
“อ่า.....แล้วก็รู้ด้วยว่าต้องออกยังไง——”
“———!?”
เมธีขยับปาก
“เดี๋ยว——!”
“พุทโธทายะพุทโธทายะพุทโธทายะ”
“เร็วโคตร!?”
ผีสาวแหวแบบนั้น
แล้วภาพตรงหน้าก็ตัดไป
เมธีกระพริบตา ทัศนวิสัยแปรเปลี่ยน ตรงหน้าไม่มีหญิงสาวนิรนามเป็ทางเข้าคอนโดของเขา——เป็ทางเข้าตามปกติ
มีหลอดไฟสว่าง มีผู้คนเดินผ่านมีเสียงจอแจอยู่รอบด้าน
เขากลับมาแล้ว——
กลับมาโลกเดิมของเขาแล้ว!
“สำเร็——”
โครมมมมมมม!
พูดได้แค่นั้นแล้วก็ถูกรถสิบล้อชนกระเด็นไปสิบเมตร
θθθ
【ผีถ้วยแก้ว】
อุปกรณ์การเล่น
1. กระดานอักษร
2. แก้วเป้ก
3. ควันธูป
วิธีเล่น
1. จุดธูปนำแก้วครอบควันแล้ววางลงกระดาน
2. ขณะมีควันอยู่ในแก้วให้ท่อง【พุทโธทายะ】สามครั้งเป็การเชิญิญญา
3. ระหว่างนั้นให้ถามิญญาถึงสิ่งที่อยากรู้
4. เมื่อถามจนพอใจให้ท่อง【พุทโธทายะ】สามครั้งเพื่อเชิญออก
ข้อห้าม
1. การเชิญิญญาควรระบุตัวตนชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด
2. ขณะเล่นห้ามปล่อยมือออกจาก《ภาชนะ》
3. ขณะเล่นหากควันในแก้วเริ่มจางหรือธูปที่จุดทิ้งไว้เริ่มมอด ให้รีบเชิญดวงิญญาออกทันที
4. เอ่ยแต่ประโยคคำถามเท่านั้นและคำถามต้องไม่ลบหลู่
5. ห้ามเอ่ยคำพูดเชิญชวนทุกประการ
6. ห้ามเอ่ยถึงบุคคลที่สามที่ไม่ได้ร่วมเล่น