จางเฉียงพึมพำอะไรบางอย่างกับตัวเอง แล้วก้าวเท้าตรงไปยังริมทะเลสาบ
ไม่นานนักเขาก็พุ่งตัวลงไปในน้ำและหายไปทันทีโดยไม่มีแม้แต่ระลอกคลื่นกระเพื่อม
ผมมองภาพนั้นด้วยความหวาดกลัวจนเผลอสูดลมหายใจเข้าลึกกลยุทธ์ที่ชายคนนั้นแนะนำมาได้ผลดีอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่อย่างนั้นผมคงถูกจางเฉียงผีจมน้ำตัวนั้นจับได้แน่
ตอนนี้ในศาลากลางสวนสาธารณะแห่งนี้ เหลือเพียงผมคนเดียว แต่ถึงจะเหลือแค่ผมผมก็ไม่กล้าผ่อนคลายหรือเผลอไผลแม้แต่นิดเดียว เพราะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจางเฉียงจะย้อนกลับมาหาผมอีกหรือเปล่าถ้าเขาจำผมได้จริง ต่อให้ผมทุ่มสุดตัวก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าผมจะรอดชีวิตไปได้
ฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ผมทำได้เพียงนั่งยองๆ อยู่ในศาลา จ้องมองไปรอบๆอย่างระแวดระวัง ไม่กล้าปิดดวงตาแม้แต่วินาทีเดียว
ผมอดทนผ่านคืนอันยาวนานในสภาพเช่นนั้นด้วยใจที่เต้นแรงจนแทบะเิ
จนกระทั่งแสงแรกของวันสาดส่อง ฝนที่ตกลงมาตลอดคืนก็หยุดลงผมจึงตัดสินใจลุกขึ้นเตรียมตัวออกจากศาลา การนั่งยองๆทั้งคืนทำให้ร่างกายของผมปวดร้าวไปทั้งตัว ผมยืดเส้นยืดสายเล็กน้อยเพื่อคลายความเมื่อยล้าก่อนจะก้าวเท้าออกจากศาลา
แต่ทันทีที่ก้าวออกไป เสียง “แกร๊บ” ก็ดังขึ้นจากมือผมชามกระเบื้องขาวที่ถือไว้แตกออกโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า เศษกระเบื้องร่วงกระจายเต็มพื้น
“ทำไมถึงแตกได้ล่ะ!”
ผมมองเศษชามที่กระจัดกระจายด้วยความงุนงง พึมพำออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา
เมื่อคืนหากไม่มีชามกระเบื้องนี้เป็อาวุธ ผมคงไม่รอดจากพวกสิ่งสกปรกในศาลาที่พยายามแย่งเสื้อผ้าผมแน่ๆแต่ตอนนี้ชามที่เป็ตัวช่วยสำคัญกลับแตกไปเสียแล้ว มันเหมือนผมเสียเกราะป้องกันไปอีกชิ้นหนึ่งถ้าคืนนี้จางเฉียงกลับมาอีกครั้ง ผมจะทำยังไง
ความคิดนั้นทำให้ความกังวลก่อตัวขึ้นในใจผมพยายามสงบสติอารมณ์ขณะก้าวเดินต่อไป และเริ่มคิดหาทางออก
หนีออกจากเมืองแต่เช้าดีไหมนะ หรือจะกลับไปที่บ้านเกิดเพื่อหลบซ่อนชั่วคราว
แต่การหนีก็แค่ช่วยยื้อเวลาออกไปเท่านั้น ใครจะรู้ว่าจางเฉียงจะตามผมไปหรือเปล่า คืนนี้ผมโชคดีที่รอดมาได้แต่ครั้งหน้าอาจไม่มีโชคช่วยอีกแล้ว...
ถ้าอยากจบเื่นี้อย่างถาวร มีทางเดียวคือต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ว่าจะต้องส่งจางเฉียงไปให้พ้นหรือถ้าจำเป็จริงๆ ก็คงต้องส่งเขาไปสู่สุคติ แต่แค่ผมคนเดียวไม่มีทางสู้กับผีจมน้ำตัวนั้นได้แน่ผมต้องหาคนช่วย และคนที่ช่วยได้ ต้องเป็คนที่มีความสามารถจริงๆ เท่านั้น
แต่ในกลุ่มคนที่ผมรู้จัก ไม่มีใครที่มีความสามารถแบบนี้เลย
แม้แต่ที่ ‘ถนนสายฮวงจุ้ย’ ที่ว่ากันว่าเต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญ ผมก็ไม่มั่นใจว่าจะมีใครที่ช่วยได้จริงความหวังเดียวที่ผมพอนึกออกตอนนี้คือ ‘ลุงขายหมึก’ ที่ผมเจอเมื่อวาน ลุงคนนั้นเหมือนจะรู้เื่เหนือธรรมชาติพวกนี้ดีอีกทั้งยังเคยพูดไว้ว่า ถ้าผมรอดกลับมาได้ ในวันนี้เขาจะรับเหรียญจากผม คำพูดนั้นอาจแฝงนัยบางอย่างอาจจะหมายถึงว่าเขายินดีช่วยผมก็เป็ได้...
แต่ร้านค้าบนถนนสายตะวันตกจะเริ่มตั้งแผงขาย่บ่ายเท่านั้นดังนั้นการไปตอนเช้าคงไม่มีประโยชน์อะไรผมจึงตัดสินใจหาที่พักเพื่อพักผ่อนชั่วคราว
ผมลากตัวเองออกจากสวนสาธารณะด้วยร่างกายที่อ่อนล้า หอพัก? ตอนนี้ผมไม่กล้ากลับไป ผมแวะกินอาหารเช้าง่ายๆแถวนี้ ก่อนจะหาโรงแรมราคาถูกสำหรับพักฟื้น หลังจากเช็กอิน ผมขอยืมที่ชาร์จโทรศัพท์จากพนักงานต้อนรับแล้วกลับขึ้นห้องพักแต่ทันทีที่ผมถอดเสื้อผ้าออกเพื่อเตรียมอาบน้ำ ผมก็ต้องชะงักไป
ภาพที่เห็นในกระจกทำเอาผมหายใจสะดุด ใบหน้าของผมดูขาวซีดจนน่าใซีดราวกับไร้เืหล่อเลี้ยง ยิ่งไปกว่านั้นร่างกายของผมยังปรากฏรอยช้ำสีคล้ำกระจายไปทั่วอย่างไร้สาเหตุ รอยช้ำสีคล้ำปรากฏเป็จุดๆบนร่างกายของผม ทั้งหน้าอก หลัง ขา และแขน
รอยช้ำเหล่านี้ตามปกติควรจะเกิดจากการเืออกใต้ิัทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มองเห็นได้ แต่สิ่งที่เห็นอยู่นี้ทำให้ใจผมเต้นระรัวเพราะเมื่อคืนผมแค่นั่งยองๆ ในศาลาตลอดทั้งคืนเท่านั้นทำไมรอยช้ำถึงได้ปรากฏทั่วร่างแบบนี้
ผมรีบสำรวจร่างกายตัวเองอย่างละเอียดด้วยความตื่นตระหนก
แต่ยิ่งดู ผมยิ่งรู้สึกว่ามันไม่ปกติรอยช้ำที่ปรากฏนั้นไม่ได้เป็เพียงสีม่วงคล้ำแบบปกติทั่วไป มันกลับดูคล้ายรอยศพที่มักจะพบบนร่างของผู้เสียชีวิตซึ่งมีสีแดงคล้ำปนดำอย่างแปลกประหลาด เพียงชั่วข้ามคืนร่างกายของผมกลับเกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าขนลุกจนยากจะรับไหว
ผมรู้สึกได้ว่าร่างกายกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพราะปัญหาสุขภาพตามปกติแน่ มันต้องเกี่ยวข้องกับพวกสิ่งสกปรกที่ผมเจอเมื่อคืนที่ผ่านมาหากไม่รีบจัดการเื่นี้ ผมรู้สึกว่าต่อให้ไม่ได้ถูกพวกนั้นทำร้ายผมอาจต้องตายอย่างกะทันหันเพราะเหตุอะไรบางอย่างที่ไม่คาดฝัน
หลังจากอาบน้ำเพื่อชำระล้างความเหนื่อยล้า ผมนอนลงบนเตียงความคิดสับสนหมุนวนอยู่ในหัว
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมาล้วนเกี่ยวข้องกับเหรียญในมือผมผมหยิบเหรียญนั้นขึ้นมาดู สังเกตเห็นว่ามันมีสีดำคล้ำยิ่งกว่าเมื่อวานและไม่ว่าจะถูอย่างไรก็ลบรอยคล้ำนี้ออกไปไม่ได้ ผมนึกถึงคำพูดของลุงขายหมึกเมื่อคืนเขาเรียกเหรียญนี้ว่า ‘เหรียญนำิญญา’
ผมลองค้นข้อมูลเกี่ยวกับ ‘เหรียญนำิญญา’ ในอินเทอร์เน็ตดู กลับไม่พบคำอธิบายอะไรเกี่ยวกับมันเลย แต่แค่ฟังชื่อก็รู้แล้วว่ามันคงไม่ใช่ของดีแน่ๆถ้ารอจนกว่าเหรียญนี้เปลี่ยนเป็สีดำสนิททั้งหมด บางทีผมอาจต้องเสียชีวิต...
ในขณะที่คิดเื่นี้ ผมเริ่มรู้สึกง่วงจนต้านไม่ไหว ไม่นานนักผมก็เผลอหลับไป
กระทั่งเสียงนาฬิกาปลุกดังปลุกผมให้ตื่นขึ้นมาเวลาตอนนั้นคือบ่ายสามโมงครึ่ง พ่อค้าแม่ค้าบนถนนสายตะวันตกจะเริ่มตั้งแผงขายตอนสี่โมงเย็นผมต้องรีบออกไปทันทีเพื่อไปถึงให้ทันเวลา
ก่อนออกจากห้อง ผมหันไปมองรอยช้ำบนร่างกายอีกครั้ง พื้นที่ของรอยช้ำขยายใหญ่ขึ้นกว่าเมื่อเช้าและเมื่อถอดเสื้อออกดูเต็มๆ ภาพที่เห็นก็น่าใอย่างมาก รอบๆลำคอของผมปรากฏรอยช้ำเล็กๆ มากมาย มันไม่ได้รู้สึกเจ็บหรือคันแต่บอกได้เลยว่ามันไม่ใช่เื่ปกติ
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้ง พยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ตื่นตระหนกจนเกินไปผมกำ ‘เหรียญนำิญญา’ ที่เริ่มเปลี่ยนเป็สีดำสนิทไว้แน่น ก่อนจะออกจากโรงแรมไปอย่างเร่งรีบ
เมื่อผมมาถึงประตูใหญ่ฝั่งตะวันตกของมหาวิทยาลัยพ่อค้าแม่ค้าก็เริ่มทยอยมาตั้งแผงขายของกันแล้ว แต่ถึงผมเดินวนหาสองรอบก็ไม่พบลุงขายหมึกที่เจอเมื่อคืน ในใจเริ่มกังวล
หรือวันนี้ลุงจะไม่มาขาย ถ้าเป็แบบนั้นผมคงแย่แน่...
ทันใดนั้นเอง เสียงต่ำทุ้มเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังของผม
“เฮ้ หนุ่มน้อย ยังไม่ตายอีกเหรอ”
เสียงนั้นทำให้หัวใจผมเต้นแรงจนสะดุ้ง รีบหันกลับไปดูทันที เมื่อหันไปผมก็เห็นลุงขายหมึกที่กำลังกินหมึกย่างอยู่พร้อมมองผมด้วยสายตาที่เหมือนจะล้อเลียนเล็กน้อย
“ลุง!” ผมร้องออกมาด้วยความดีใจ
ลุงขายหมึกมองผมั้แ่หัวจรดเท้า ก่อนจะโยนไม้หมึกที่กินหมดแล้วลงในถังขยะใกล้ๆ
“พ่อหนุ่ม ดูเหมือนว่านายจะดวงแข็งใช่เล่นยังรอดมาได้อีกนะเนี่ย” ลุงพูดพลางพยักหน้า ก่อนจะโบกมือเรียกผม
“แผงของลุงอยู่ตรงนี้ ตามลุงมา!”