โคลนรูปร่างมนุษย์ทั้งเจ็ดยืนแข็งค้างเรียงกันอยู่ด้านหน้าสตรีทั้งห้านางด้วยความหวาดหวั่น พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ เมื่อเห็นดวงตาหงส์ของจอมนางอันดับหนึ่งของแคว้นกำลังจ้องมองมายังพวกเขาอย่างไม่พอใจ
ไล่มาตั้งแต่จวินหลิงจางเสวียน จวินหลิงจางหย่ง จวินหลิงจ้าวเหยียน จวินหลิงอู๋ซวน จวินหลิงจางเฉิง แต่เมื่อดวงตาคู่ดุสบตาเข้ากับจวินหลิงหยางชุน มนุษย์โคลนที่ตัวเล็กกว่าเพื่อน แม้แต่ญาติของตัวเองที่อายุน้อยกว่าอย่างหยางเยี่ยนถิง กำลังใช้ดวงตากลมๆ จ้องมายังนางด้วยแววตาหงอยเหงาทั้งที่ใบหน้าไม่มีพื้นที่ส่วนไหนที่ไม่มีโคลนเปื้อนอยู่เลยนอกจากดวงตาคู่นั้น
หลิวฟางเซียนที่กำลังตีหน้านิ่งเตรียมเอ่ยปากดุเหล่าบุรุษตัวโต ที่เล่นอะไรไม่ได้นึกถึงภาพลักษณ์และตำแหน่งของตัวเองเลยสักนิด ถึงกลับหลุดกระตุกยิ้มมุมปากออกอย่างกลั้นไม่อยู่ แต่ก็รีบเม้มปากห้ามเสียงหัวเราะของตัวเองเอาไว้ได้ทัน
ทว่าก็มีคนที่ไม่อาจห้ามอาการขบขันของตัวเองได้ อย่างหยางเสียนเฟยที่มองลูกชายที่เหลือเพียงตาขาว แล้วก็ต้องหัวเราะออกมาเสียงดัง
"ฮ่าๆ เสี่ยวชุนตัวน้อยของแม่ มานี่มา มาให้แม่เช็ดหน้าให้เจ้าก่อนดีกว่า ประเดี๋ยวโคลนจะเข้าไหลเข้าตา ฮ่าๆ ลูกรู้ไหมว่าตอนนี้แม่เห็นแค่ตาขาวๆ ของลูกเท่านั้น เจ้าตัวน้อยของแม่วันนี้ซุกซนจริงๆ"
หยางลี่อันรับผ้าชุบน้ำสะอาดที่ฮองเฮาทรงให้คนไปเตรียมไว้ตั้งแต่ที่มีนางกำนัลวิ่งเข้ามาแจ้งข่าวว่าทั้งฮ่องเต้และเหล่าองค์ชายกำลังเล่นโคลนอยู่ในสระบงกช พวกนางที่มีนัดจิบน้ำชากันเพื่อพูดคุยเรื่องความน่ารักของเสี่ยวชุนจึงได้รีบเดินทางมาที่สระบงกชทันที แล้วภาพที่เห็นตรงหน้าก็ชวนให้พวกนางรู้สึกอยากเป็นลมยิ่งนัก
นางไม่แปลกใจเลยที่ฮองเฮาจะเส้นความอดทนขาดจนเผลอดุฮ่องเต้ออกมาเสียงดังเช่นนั้น
ขาเล็กขององค์ชายน้อยก้าวเดินเข้าไปหามารดาอย่างยากลำบาก เมื่อโคลนดินที่แปะอยู่ทั่วตัวเริ่มแข็งแห้ง เขาเดินตัวลีบเข้าไปหาเสด็จแม่ของตัวเองที่ยืนอยู่ข้างเสด็จแม่ใหญ่ซึ่งตอนนี้มีใบหน้าเรียบตึงจนเขาอดเกรงกลัวว่าจะถูกดุไม่ได้
จึงทำได้เพียงขอความช่วยเหลือจากเสี่ยวไป๋ที่ยังเนื้อตัวสะอาดสะอ้านเนื่องจากถอยหนีหลบออกจากสระบงกชไปอยู่ไกลๆ หลังจากที่เขาเก็บรากบัวสมุนไพรระดับหนึ่งครบทุกอันแล้ว โดยที่เจ้าตัวเล็กนอนส่งเสียงบอกตำแหน่งอยู่ในอ้อมแขนของอี้ฟางอย่างสะดวกสบาย
ก้อนขนสีขาวตัวน้อยกระโดดออกจากอ้อมแขนของนางกำนัลเพื่อทำภารกิจคลายอารมณ์โกรธของฮองเฮา ด้วยการเดินไปคลอเคลียข้อเท้าบาง ส่งเสียงหวานออดอ้อน จนในที่สุดฮองเฮาที่เคร่งขรึมจนไม่น่าเข้าใกล้ในเวลานี้ยอมแพ้ และย่อกายลงอุ้มมันขึ้นแนบอกมาลูบขนแสนนุ่มมือเพื่อบรรเทาอารมณ์หงุดหงิดในหัวใจ
หลิวฟางเซียนละความสนใจจากเหล่าบุรุษตัวสูงที่ยังคงยืนอยู่เงียบๆ หันมามองเสี่ยวชุนของนางที่ยามนี้กำลังถูกมะรุมมะตุ้มจากเหล่ามารดาช่วยเช็ดคราบโคลนบนหน้าเล็กออกให้ แต่ก็ยังมีความมอมแมมหลงเหลือไว้อยู่ดี นางก็ถอนหายใจออกมา แล้วให้นางกำนัลที่ถือผ้าชุบน้ำแจกจ่ายให้กับพระสวามีของนางและองค์ชายคนอื่น รวมถึงหยางเยี่ยนถิงเด็กชายที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของเจ้าตัวน้อยด้วย
"เสี่ยวชุน เดี๋ยวลูกไปอาบน้ำที่ตำหนักแม่ใหญ่ ส่วนคนอื่นๆ ช่วยกลับไปจัดการอาบน้ำทำความสะอาดตัวเองให้เรียบร้อย วันนี้พวกข้าทั้งหมดจะเข้าร่วมมื้อเย็นพร้อมกับทุกคน ฝ่าบาทเห็นชอบด้วยหรือไม่เพคะ"
จวินหลิงจางเสวียนที่กำลังเช็ดหน้าแอบสะดุ้งกับน้ำเสียงกดต่ำของฮองเฮาคู่บัลลังก์พร้อมทั้งสายตาเยียบเย็นที่จ้องมองมายังเขา หากกล้าเอ่ยปฏิเสธคำพูดของนาง
ฮ่องเต้ลอบกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะรีบพยักหน้าเห็นด้วยออกไปด้วยเสียงแหบแห้งเล็กน้อยอย่างคนมีความผิดติดตัว
"เอาสิ เดี๋ยวข้าจะให้คนจัดโต๊ะอาหารไว้รอที่ตำหนักของข้า"
หลังจากที่กลุ่มสตรีพากันเดินกลับตำหนักของฮองเฮา ฮ่องเต้และลูกชายที่ถูกสายตาของฮองเฮากดดันเมื่อครู่ถึงกลับถอนหายใจออกมาเสียงดังอย่างไม่เก็บอาหารทันที บิดาและลูกชายมองหน้ากันก่อนจะพากันขนลุกเกรียว พวกเขาตกลงกันแยกย้ายไปอาบน้ำ แล้วค่อยไปเจอกันที่ตำหนักของบิดาเมื่อถึงเวลามื้อเย็น
องค์ชายสี่ที่สนิทและเอ็นดูหยางเยี่ยนถิงราวกับน้องชายอีกคน เนื่องจากอีกฝ่ายมีนิสัยและบุคลิกคล้ายกันกับเขาราวฝาแฝด ก็หิ้วหยางเยี่ยนถิงกลับไปอาบน้ำที่ตำหนักของตัวเองด้วย แล้วค่อยไปส่งให้พี่สามพาไปที่กรมช่างฝีมือเพื่อดูเรื่องวัสดุที่อีกฝ่ายกำลังคิดค้นด้วยกันต่อ
"ลูกอาบน้ำเองได้จริงๆ นะพ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่"
ร่างเล็กขององค์ชายน้อยยืนบิดตัวไปมาด้วยใบหน้าขึ้นสีระเรื่ออย่างขัดเขิน เอ่ยยืนยันเสียงเบา เมื่อเขาถูกเหล่าสตรีผู้งดงามแห่งวังหลังแสดงความต้องการช่วยเขาอาบน้ำขัดตัว
ในเวลานี้พระชายาทุกคนของเสด็จพ่อต่างเอื้อเอ็นดูและรักใคร่เขาไม่ต่างจากบุตรคนหนึ่ง แม้แต่สรรพนามที่ใช้เรียกขานกันก็ถูกเปลี่ยนไปเพื่อเพิ่มความสนิทสนม
เขาเรียกฮองเฮาว่าเสด็จแม่ใหญ่ เรียกจ้าวซูเฟยว่าเสด็จแม่รอง เรียกอันซูเฟยว่าเสด็จแม่สาม และเรียกอู๋เต๋อเฟยว่าเสด็จแม่สี่ ส่วนเสด็จแม่ตัวจริงอย่างหยางเสียนเฟยก็เรียกเพียงเสด็จแม่เท่านั้น
"โคลนติดแน่นถึงเพียงนี้ให้พวกแม่ช่วยเจ้าจะดีกว่า"
"จริงอย่างที่แม่ใหญ่ของเจ้ากล่าว ผมของลูกแห้งแข็งเช่นนี้กว่าจะล้างด้วยตัวเองจนสะอาด เสี่ยวชุนอาจป่วยไข้จากการแช่น้ำนานเสียก่อน ให้แม่รองช่วยเจ้าสระผมให้หอมๆ ดีกว่า"
"แม่สามจะช่วยเจ้าขัดเล็บมือ ดูสิ เนื้อโคลนเข้าไปติดตามซอกเล็บเต็มไปหมด"
"แม่สี่จะช่วยขัดผิวของเจ้าให้กลับมาขาวผ่องเช่นเดิม คราวหลังไม่เอาอย่างนี้แล้วนะเสี่ยวชุน พวกแม่ตกใจกันหมดที่ได้ยินว่าลูกกับพี่ๆ ลงไปเล่นกันอยู่ในสระบงกช แล้วดูสิ แทนที่ฝ่าบาทจะห้ามลูก กลับลงไปร่วมเล่นด้วยกันจนเละเทะเปรอะเปื้อนไปหมด ไม่อายข้ารับใช้กันบ้างเลย"
จวินหลิงหยางชุนเห็นเสด็จแม่สี่ของตัวเองเริ่มกลับมาอารมณ์เสียอีกครั้ง ก็รีบเข้าไปเกาะขาออดอ้อน พร้อมทั้งบอกถึงต้นสายปลายเหตุว่าเป็นตัวเขาเองที่อยากลงไปเก็บรากบัวมาให้ทุกคนได้ทานกัน แล้วก็อยากเล่นสนุกแบบนี้สักครั้งในชีวิตด้วย
"เสด็จแม่ทุกคนอย่าโกรธเสด็จพ่อกับพี่ๆ เลยนะพ่ะย่ะค่ะ เป็นลูกที่ผิดเองเป็นเด็กไม่ดีและเอาแต่ใจตัวเองจนไม่ฟังที่ทุกคนห้ามปราม แถมยังลากทุกคนเข้าเล่นสนุกด้วยกันอีก ลูกขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ"
เหล่าแม่ ๆ ที่เห็นบุตรสุดที่รักช้อนตามองน้ำตาเอ่อคลอทั้งยังเอ่ยโทษตัวเองเช่นนี้ แล้วพวกนางจะกล้าบ่นเรื่องนี้อีกได้อย่างไรกัน
สำหรับพวกนางแล้ว การตามใจเสี่ยวชุนไม่ใช่เรื่องที่ผิดเลยสักนิด แถมเสี่ยวชุนยังปรารถนาดีสู้อุตส่าห์ลงไปเก็บรากบัวด้วยตัวเองเพื่อพวกนาง นี่เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมมากต่างหาก
ใครจะไม่ชื่นชอบบ้างที่มีลูกที่แสนน่ารักคิดถึงพวกนางตลอดเวลา และเวลาทำอะไรก็มักคิดถึงพวกนางอยู่เสมอ อย่างผลทับทิมที่ได้มาก็คอยมานั่งคั้นน้ำให้พวกนางเองกับมือถ้ามีเวลาว่าง หัวใจของพวกนางล้วนอิ่มเอมใจกันไปหมด
ช่างต่างจากบุตรชายแท้ๆ ของพวกนางนัก ยิ่งนึกถึงก็อารมณ์เสียจริงๆ พอโตแล้วก็ไม่มาออดอ้อนพวกนางอีกเลย
ทำไมถึงไม่น่ารักได้สักครึ่งของเสี่ยวชุนตัวน้อยเลยสักนิด!
หลิวฟางเซียนทนไม่ได้ที่เห็นเสี่ยวชุนของนางเอ่ยโทษตัวเองอย่างน่าสงสาร
"ใครบอกว่าเสี่ยวชุนของแม่เป็นเด็กไม่ดีกัน เสี่ยวชุนจำไว้นะลูก ว่าเจ้าเป็นเด็กดีที่สุดแล้ว แม่ขอบใจเจ้ามากที่คิดถึงพวกเราถึงเพียงนี้ เอาเป็นว่าครั้งนี้แม่จะไม่ดุว่าใคร เพราะว่าเสี่ยวชุนของแม่มีจิตใจที่ดีงาม การที่บิดาและพี่ๆ ตามใจเจ้าก็เป็นเรื่องสมควรแล้วเช่นกัน แต่อย่าลงไปเล่นโคลนเล่นดินแบบนี้อีกเลยนะลูก แม่กลัวเจ้าจะป่วยเอาได้"
หลิวฟางเซียนเอ่ยเสียงหวานพร้อมทั้งพยายามลูบผมที่เคยเงางามแต่ยามนี้กลับแห้งแข็งจนนางรู้สึกขัดใจเหลือเกิน
ใบหน้าเล็กที่ยังคงมีคราบเปื้อนติดอยู่พยักหน้ารับ แต่ก็แอบเป็นเด็กดื้อไขว้นิ้วไว้ในแขนเสื้อ เพราะถ้ารากบัวชุดนี้ยังไม่สามารถปลูกแล้วเพิ่มระดับเป็นสมุนไพรวิญญาณระดับห้าได้ เขาก็คงต้องดื้อลงไปในสระบงกชอีกรอบอยู่ดี
"เอาล่ะ เสี่ยวชุนถอดเสื้อผ้าออกเถอะลูก ให้แม่ช่วยอาบน้ำให้เจ้าเสียที ถ้าทิ้งเวลาไว้นานกว่านี้ตัวลูกจะมีแต่กลิ่นโคลนติดตัวจนล้างไม่ออกเอาได้"
หยางลี่อันย่อตัวลงแล้วรั้งร่างเล็กของบุตรชายในอุทร ที่ความน่ารักของเจ้าตัวไปสร้างเรื่องทำให้พระชายาคนอื่นแม้กระทั่งฮองเฮาเอ็นดู จนมาเอ่ยขอกับนางว่าอยากเป็นมารดาอีกคนของเจ้าตัวเล็ก นางในเวลานั้นถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ แต่ก็ยินดียิ่งนักที่ทุกคนรักและใจดีต่อเสี่ยวชุนตัวน้อยของนางเช่นนี้
"ตะ แต่ว่าลูกเป็นบุรุษนะพ่ะย่ะค่ะ แถมยังไม่ใช่เด็กเล็กๆ แล้ว ลูกสัญญาว่าจะอาบน้ำสระผมให้สะอาดที่สุดพ่ะย่ะค่ะ เสด็จแม่ทุกคนวางใจได้"
นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่เขาพูดขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นเวลานี้เขาก็อยู่ในชุดคลุมที่ใช้ปกปิดร่างกายของตัวเอง นั่งตัวแดงอย่างขวยเขินอยู่ในอ่างน้ำอุ่นโดยมีเสด็จแม่ใหญ่กับเสด็จแม่รองช่วยกันสระผมของเขา ส่วนแขนและขาก็มีเสด็จสามกับเสด็จแม่สี่ช่วยกันเอาผ้ามาขัดตัวให้อย่างเบามือที่สุด
ในการขัดเนื้อขัดตัวครั้งนี้ เขาต้องลุกขึ้นเพื่อเปลี่ยนน้ำจากถังอยู่หลายครั้งกว่าเนื้อตัวจะกลับมาสะอาดหมดกลิ่นดินโคลน ทำเอาองค์ชายน้อยเข็ดขยาดกับการลงไปในเล่นโคลนในสระบงกชเลยทีเดียว
ตอนเล่นก็สนุกอยู่หรอก แต่ตอนอาบน้ำไม่สนุกเลยสักนิด หากไม่มีคนช่วยอาบน้ำ โดยเฉพาะการสระเส้นผมยาวๆ ของเขาให้ เขาเชื่อว่าเขาต้องหมดแรงก่อนแน่ๆ
องค์ชายห้าที่กลับมาตัวหอมฟุ้ง เผยผิวอมชมพูน่ามองจากการแช่ในน้ำอุ่นเป็นเวลานาน ถูกพันตัวด้วยผ้าผืนหนาเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย พร้อมทั้งผ้าที่ช่วยซับน้ำบนผมถูกส่งต่อให้กับเสด็จแม่ของเขา ที่รอรับช่วงต่อในการเช็ดผมเปียกชื้นให้กลับมายาวสลวยเช่นเดิม
ส่วนฮองเฮาและเสด็จแม่คนอื่นกำลังผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดใหม่หลังจากเปียกชื้นจากการช่วยเขาอาบน้ำเมื่อครู่
"วันนี้เสี่ยวชุนของแม่ต้องสนุกมากๆ เลยใช่ไหม แม่ไม่เคยเห็นเจ้าหัวเราะเสียงดังขนาดนี้มาก่อนเลย"
หยางเสียนเฟยใช้นิ้วเรียวราวลำเทียนของนางช่วยสางผมของลูกชายสลับกับใช้ผ้าผืนนุ่มซับน้ำให้ เอ่ยด้วยรอยยิ้มหวานบนใบหน้าสวย
ร่างเล็กขยับหมุนตัวหันมามองเสด็จแม่ของตัวเองพร้อมผงกหัวแรงๆ รอยยิ้มกว้างทั้งตาทั้งปากเปิดเผยอารมณ์ทั้งหมดของเขาออกมาให้มารดาได้เห็น
"ลูกไม่เคยเล่นสนุกเหมือนวันนี้มาก่อนเลยพ่ะย่ะค่ะ ยิ่งมีเสด็จพ่อกับพี่ๆ ยอมตามใจลูกมาเล่นด้วยกันแบบนี้ ความทรงจำในวันนี้ลูกจะจดจำไว้ไม่มีวันลืมเด็ดขาดเลยพ่ะย่ะค่ะ"
"แม่ดีใจที่เห็นเจ้ามีความสุขได้แบบนี้ เพราะอย่างนั้นเสี่ยวชุนต้องดูแลร่างกายของตัวเองดีๆ นะลูก พวกแม่อาจจะกังวลเกี่ยวกับลูกเยอะไปบ้าง แต่ก็เพราะความเป็นห่วงทั้งนั้น เสี่ยวชุนเข้าใจใช่หรือไม่"
หยางลี่อันประคองใบหน้าเล็กที่ถอดแบบท่านแม่ของนางออกมาได้เหมือนกว่าลูกแท้ๆ เช่นนางเสียอีก
นางลูบพวงแก้มใสมีเลือดฟาดของลูกชายที่ยามนี้ไม่ได้ดูซูบตอบอีกต่อไปแล้ว ยามที่นางมองอีกฝ่ายเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเขินอายเมื่อครู่ ก็ไม่ได้มีเพียงเนื้อหุ้มกระดูกจนน่ากังวลอีกต่อไป
เสี่ยวชุนของนางร่างกายแข็งแรงขึ้นมาก นางเองก็เช่นกันที่ช่วงนี้ร่างกายดูเบาขึ้นกว่าเดิมจนสามารถเดินเล่นและออกมารวมตัวกับพี่สาวคนอื่นๆ ได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะป่วยไข้ออดๆ แอดๆ อีก
"ลูกเข้าใจทุกอย่างพ่ะย่ะค่ะ และลูกก็ดีใจมากๆ ที่ได้รับความรักของเสด็จแม่ทุกคนอย่างมากล้นเช่นนี้ ลูกสัญญาว่าจะดูแลตัวเองให้ดี จะไม่ทำอะไรให้ทุกคนเป็นห่วงและจะไม่ฝืนเกินกำลังตัวเองด้วยพ่ะย่ะค่ะ"
จวินหลิงหยางชุนซุกตัวในอ้อมแขนของมารดาอย่างรู้สึกอบอุ่นใจ เขารับรู้ถึงจุมพิตที่ประทับลงบนกลุ่มผมของตัวเอง
เปลือกตาบางหลับพริ้มซึมซับความรักที่ถูกมอบให้อย่างเต็มที่ ก่อนจะลืมตาขึ้นเมื่อถูกจุมพิตลงบนสองแก้มของตัวเองและเขาก็พบว่าเป็นเสด็จแม่ใหญ่กับแม่รอง องค์ชายตัวน้อยแก้มแดงอย่างขัดเขินที่ถูกคนงามสัมผัส แต่เขาก็ยอมเอียงแก้มนุ่มให้เสด็จแม่สามกับเสด็จแม่สี่ที่รออยู่เข้ามาหอมแก้มตัวเองบ้าง
หลังจากถูกมอบความรักให้อย่างมากมาย เขาก็ถูกทุกคนกล่อมให้งีบพักผ่อนสักครึ่งชั่วยามแล้วค่อยเดินทางไปทานมื้อเย็นที่ตำหนักของเสด็จพ่อ
talk : ต้าวชุนชุนตัวน้อยยย มีแต่คนรักคนหลงเต็มไปหมดเลยลูก
ตอนหน้าครอบครัวสุขสันต์รวมตัวค่า มีคนร้องโอ๊ยแน่นอน แอบใบ้ตัวย่อว่าฮ่องเต้ 55555
ถึงเหล่า แม่ๆ ป้าๆ ลุงๆ อาๆ และพี่สาวพี่ชายของเสี่ยวชุน พรุ่งนี้น่าจะมาอัปเดตตอนต่อไปเกินเที่ยงคืนคับ เนื่องจากติดธุระด่วนๆ ค่ะ