**ขอคั่นรายการด้วยการขายของแพพน้า**
ผลงานเื่อื่นของนักเขียน
แนวรักคอมเมดี้:
+รู้จักกับ 'หานอิงมี่' คุณหนูจอมแก่นที่ต้องถูกจับต่งงานกับคนที่เกลียดขี้หน้าอย่างท่านแม่ทัพ 'เซี่ยเฟยหง' ---> [สามพี่น้องตระกูลหาน] แต่งกับเ้าแล้วไง! ข้าก็ไม่ได้รักเ้าเสียหน่อย!
+รู้จักกับพี่ชายคนโตตระกูลหาน ผู้ที่มีศักดิ์เป็พนักงานที่ได้เงินเดือนเยอะที่สุดในวังหลวง 'หานิเทียน' และ 'จีลู่ฟาง' ฮูหยินตัวแสบ ---> [สามพี่น้องตระกูลหาน] สมรสพระราชทานบันดาลรัก
+รู้จักกับพี่ชายคนกลาง ผู้ที่สุดแสนจะเสเพลยิ่งกว่าน้องเขย 'หานิซาน' แต่กลับต้องมาเสียปณิธานที่ว่าจะไม่ยอมลงให้สตรีหน้าไหนให้แก่หัวหน้าโจรสาวอย่าง 'ซือซิง'
-----> [สามพี่น้องตระกูลหาน] หอบรักมาห่มใจแม่นางโจร
แนวรักดราม่า:
+้าเสพความหน่วงจาก 'เซียวหลินหลิง' สตรีที่เคยหลงรักในตัวของ 'ซือหยวนซา' คุณชายคนสุดท้องของสกุลและทนทำดีกับเขามาตลอดจนทนไม่ไหวเลยยื่นหนังสือหย่า ----> [สามบุพเพสกุลซือ] ทางใครทางมัน! เราหย่ากันแล้ว!
+ชอบแนวเต๊าะๆ เครียดๆ หวานเยอะสุดในซีรีส์สามบุพเพสกุลซือ ต้องคุณชายรอง 'ซือหยินซู' กับรัชทายาทมาร 'วั่งหลิวเหว่ย' เลยค่ะ
[สามบุพเพสกุลซือ] 18+แผนลับลวงใจ เสื้อแพรล่องหน (ของรัชทายาทมาร)
+้าอ่านแนวาสู้รบปรบมือ นางเอกเก่ง พบกับ 'จิวอวี้' และคุณชายใหญ่ 'ซือหยางซี' ได้ที่
---> [สามบุพเพสกุลซือ] บุปผาไร้งามกับกระบี่ไร้ใจ
+้าเสพความหน่วงระดับฮาร์ดคอร์ ขึ้นไปจุดสูงสุดแล้วปล่อยตัวตกลงมาดังตุบจากเกมส์กระดานแห่งความแค้น ของ 'ฉินซิ่นซื่อ' กับ 'ซู่ซู่'
----->หัวเราะทีหลังดังกว่า
้าเสพความหน่วงแบบจบง่ายไม่ต้องอ่านยาว
----->ห้วงมายา ปักษา ภารมย์
**ขอให้มีความสุขในการอ่านนิยายนะคะ
10
ชาโต้ หรานเกอรวมพล!
“ทั้งหมดตรง!”
“ขวาหัน!”
“ซ้ายหัน!”
“หน้าเดิน!”
สิ้นคำสั่งของข้า ทุกคนที่ยืนเข้าแถวอยู่ข้างหน้าก็ปฏิบัติตามด้วยความพร้อมเพรียง ประดุจข้าเป็ผู้บังคับบัญชาทหารก็มิปาน ไหนลองอีกสักคำสั่งซิ
“วันทยาหัตถ์”
“ยืนนิ่งแบบนั้นคืออะไรกัน ไม่เคยเรียนวิชาลูกเสือเรอะ” ข้าแกล้งถามเมื่อเห็นเหล่าชาโต้ หรานเกอจำนวนหนึ่งร้อยกว่าชีวิตที่ข้าให้มี่เยี่ยนเรียกตัวมารวมกันที่ห้องลับแล้วพากันทำหน้าเลิ่กลั่ก ถ้ากล้าพวกเขาคงบอกข้าแล้วล่ะว่าสมัยก่อนมันมีวิชาลูกเสือที่ไหนกัน หรือฝ่าาเป็อะไร ทำไมอยู่ๆ มาสั่งอะไรแปลกๆ
ก็มีแค่มี่เยี่ยนนั่นแหละที่ชินแล้ว
“...ทำแบบนี้น่ะ” ข้ากล่าวแล้วกับทำท่าทางประกอบ จากนั้นก็พูดต่อว่า
“แต่พวกเ้าไม่ต้องทำตามก็ได้ ข้าแค่อยากทดสอบเฉยๆ”
“พ่ะย่ะค่ะ” ทุกคนเอ่ยพร้อมกัน
ยังไงต่อล่ะ ยังไงต่อน่ะเหรอ ที่เรียกพวกเขามารวมตัวกันเพราะอยากทำความรู้จักไงเล่า
เริ่มจากทั้งห้าคนที่ใกล้ชิดข้ารองจากมี่เยี่ยนก่อนเลย รู้สึกว่าจะเป็รองชาโต้ หรานเกอสินะ
“อาฝานพ่ะย่ะค่ะ” เ้าของร่างอันผอมสูงแนะนำตัว
“ฉินซ่งพ่ะย่ะค่ะ” ถัดมาก็เป็คนที่เตี้ยลงมาหน่อยแต่ดูแข็งแกร่งกว่า
“ห่ายลวี่พ่ะย่ะค่ะ”
“หลี่ฉ่ายพ่ะย่ะค่ะ” และสุดท้ายคือคนที่ตัวเล็กที่สุดในบรรดาชาโต้ หรานเกอทั้งหมด จากสายตาที่ข้าประเมิน เห็นตอนแรกนึกว่าเด็กแปดขวบด้วยซ้ำไป...
“หงเหินพ่ะย่ะค่ะ”
ทำไมมันคุ้นๆ
นี่แสดงว่าเ้าต้องไม่ธรรมดานะเนี่ย ตัวเล็กขนาดนี้แต่ได้เป็ถึงรอง
“เอ้าคนต่อไปมาแนะนำตัว”
“ลี่เฮ่ยฝานพ่ะย่ะค่ะ”
“เสี่ยวชิงฉีพ่ะย่ะค่ะ”
“เลี่ยน่าพ่ะย่ะค่ะ”
“......พ่ะย่ะค่ะ”
“......พ่ะย่ะค่ะ”
อืม...นี่ก็ผ่านไปหกสิบกว่าคนแล้ว ถามว่าจำได้หมดไหม... ได้สิ วัชรวีร์ซะอย่าง...
เฮ้ย...จะบ้าเหรอออ จำไม่หมดจดดีกว่าจำนะครับ //พูดพร้อมกับชูสมุดในมือขึ้นแล้วยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
กระทั่งมาถึงคิวของคนคนหนึ่ง ที่ทำให้ข้าคิดว่าอะไรมันจะขนาดนั้นว่า...
“กระหม่อม...เติงเติงพ่ะย่ะค่ะ” บุรุษนามเติงเติงพูดด้วยน้ำเสียงซาบซึ้งใจ ด้วยมิคิดว่าฝ่าาจะอยากรู้จักตนใกล้ชิดขนาดนี้ เพราะเขานั้นเป็เพียงชาโต้ หรานเกอระดับล่างที่คอยรับคำสั่งจากผู้ที่ระดับสูงกว่า ก่อนหน้านั้นได้เจอได้ใกล้ชิดฮ่องเต้ มันก็ใช่อยู่หรอก แต่ฮ่องเต้หาได้มาพูดคุยกับเขาเช่นนี้ไม่ แถมยื่นพระหัตถ์ให้จับอีก
เติงเติงผู้นี้รู้สึกเป็เกียรติยิ่งนัก!
พร้อมทำงานถวายหัว!!
'ดีใจอะไรขนาดนั้น' ข้าคิดในใจเมื่อเห็นท่าทีของเติงเติง
------------------------------------------------
หลังจากเสร็จสิ้นการพบปะกับชาโต้ หรานเกอ ข้าก็มานั่งปราศรัยกับมี่เยี่ยน
“พวกนี้ไว้ใจได้หมดใช่ไหมเนี่ย?”
“แน่นอน ขึ้นชื่อว่าองครักษ์เงา เอ้ย...ชาโต้ หรานเกอแล้ว” มี่เยี่ยนเอ่ยอย่างฉะฉาน
“ดูเ้ามั่นใจจัง”
“ั้แ่วินาทีที่เ้าตัดสินใจมาเป็ชาโต้ หรานเกอ เข้าร่วมการฝึกฝนที่สุดแสนจะหฤโหด วินาทีนั้นถือว่าเ้าได้มอบชีวิตของเ้าให้ฝ่าาแล้ว” เขากล่าว
“.........” ไม่ได้เป็คำตอบที่ทำให้ข้าเชื่อใจมากขึ้นเล้ย คนสมัยก่อนเขายึดถือแค่อุดมการณ์แบบนี้ก็ได้เรอะ ยุคข้ามันได้ซะที่ไหนกัน! จะทำอะไรทุกอย่างก็ต้องมีหลักฐาน
หลัก แอนด์ ฐาน สองโค เอ๊ย! คำนี้ท่องจำจนขึ้นใจ
“แล้วมีหลักประกันอะไรที่ทำให้พวกเขาไม่กล้าทรยศข้าล่ะ?”
“ส่วนมากเ้าคัดเลือกมาจากเด็กชายที่ทางบ้านมีฐานะยากจน อยู่ตามชนบท ตราบใดที่พวกเขายังภักดีต่อเ้า ครอบครัวของพวกเขาที่อยู่นั่นก็จะได้รับการจุนเจือเป็อย่างดี”
“อืมๆ” ข้าพยักหน้ารับ แล้วพูดต่อ
“ส่วนเ้าเป็ข้อยกเว้นสินะ”
“มิผิด ตัวข้าเป็บุตรชายของเสนาบดีกรมคลังคนก่อนที่ตอนนี้สิ้นไปแล้ว ท่านแม่ของข้าก็เช่นกัน”
มี่เยี่ยนเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่แสดงความเสียใจออกมาเลยแม้แต่น้อย
โถ่ถัง...กะลังมัง....หม้อไห... ความรู้สึกเ้าต้องมาตายด้านเพราะข้าแท้ๆ
“แล้วทำไมเ้าถึงเลือกมาเป็ชาโต้ หรานเกอล่ะ? สูญเสียโอกาสดีๆ หลายอย่างในชีวิตแล้วมาอารักขาฮ่องเต้เนี่ยนะ”
ถ้าเป็ลูกชายของเสนากรมคลัง แสดงว่าต้องรวย และถ้าเป็ข้านะ ข้าจะใช้ชีวิตแบบคุณชายทั่วไป ใช้เงิน หาอาชีพทำ สำราญไปวันๆ ไม่เอาชีวิตตัวเองมาผูกติดกับคนอื่นหรอก ข้าล่ะสงสัยจริงๆ ว่าทำไมมี่เยี่ยนยอมลดตัวมาทำอาชีพนี้ได้
“การได้มาอารักขาเ้าอย่างใกล้ชิดก็ถือเป็โอกาสดีในชีวิตของข้า” มี่เยี่ยนตอบแล้วยิ้มบางๆ
“แล้วไยเ้าถึงมาเป็ชาโต้ หรานเกอเล่า?” แต่พอเจอคำถามนี้ของข้า เขาก็นิ่งไป
“.........”
“.........” ข้าก็นิ่งมา //ผิดๆ
“ช่างเถอะ ข้าลืมไปแล้ว”
“.......” ได้เหรอมี่เยี่ยน ตัวติดกับข้า (ร่างของข้า) มาั้แ่ข้านั่งครองบัลลังก์ เ้าลืมได้ด้วย
“สักวันถ้านึกได้จะบอกละกัน” มี่เยี่ยนเอ่ยทิ้งท้าย
ไม่อยากบอกมากกว่าม๊างงง เมื่อก่อนมีเื่อะไรเ้ากล้าปิดข้าด้วยเหรอออ
แล้วมี่เยี่ยนก็เปลี่ยนเื่เสียงั้น
”สรุปว่าวางใจเถิดต้าเทียน เ้าสามารถใช้งานพวกเขาได้ทุกคนนั่นแหละ...”
“งั้นก็ดี ตอนนี้ข้าอยากได้คนไปสืบข่าวเกี่ยวกับเื่ของคนที่วางแผนหาทางฆ่าข้าน่ะ...เอ่อ...หมายถึงที่เขาจะทำในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า”
“เ้าสงสัยใครล่ะ?”
“ไม่รู้สิ...นอกจากสนมที่วางยาพิษแล้ว ก็ไม่เห็นใครอีกเลย”
“งั้นเริ่มสืบจากนาง”
“ข้าไม่รู้ว่านางเป็ใคร...มันฟังดูเข้าใจยาก คือจากความทรงจำของตัวข้าในชาติก่อนพวกนั้นจะมาฆ่าข้าในอนาคตโดยการส่งสตรีนางนึงมา ชื่อ...ยวี่ไฉ่เสีย แต่รู้สึกว่าจะเป็ชื่อปลอมน่ะ” หลังข้าพูดจบ มี่เยี่ยนก็เบิกตากว้างด้วยความใ
“แล้วทำไมข้าถึงปล่อยให้นางเข้ามาอยู่ใกล้เ้าได้ล่ะ?”
“เป็ข้าไม่ดีเองแหละ รู้สึกว่าข้าจะลุ่มหลงนางมากจนไล่เ้าออกไปเวลาอยู่กับนาง ไล่คนอื่นๆ ด้วย แถมตอนนั้นพวกเ้าก็ไม่มีปากมีเสียงแย้งข้า ข้าก็เลยไม่มีใครมาคอยเตือน ไม่สิถึงมีคนเตือนข้าก็หาฟังไม่ ขนาดเสด็จแม่ยังส่ายหน้า”
“อืม...”
“ส่วนถ้าถามว่านางมาจากไหน เหมือนจะมีคนกลุ่มนึงที่อยากฆ่าข้าวางแผนกันน่ะ ประสานทั้งนอกทั้งในวังหลวงจนนางเข้ามาได้ นางเองก็จับจุดถูก นางรู้ว่าต้องพูดอย่างไร ต้องเข้าหาอย่างไร ตัวข้าในตอนนั้นถึงยอมนาง แต่ข้ามั่นใจแล้วล่ะ คราวนี้ข้าจะไม่เผลอใจให้นางอีกเด็ดขาด ทว่าข้าไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มสืบหาตัวการอย่างไร นอกจากรอจนกว่านางจะโผล่มา...แต่นั่นก็อีกนาน ข้าไม่อยากปล่อยเวลาให้ผ่านเลยเปล่า”
“อืม...”
“ละถ้าให้บอกชื่อผู้ต้องสงสัย ข้าก็นับว่าขุนนางทุกคนเป็หมดเเหละ...” ข้านิ่งไปสักพักแล้วพึมพำ
“หรือเป็ไปได้ไหมว่า...บิดาของข้า?”
“ถึงเขาจะชิงชังมารดาเ้า แต่เอาจริงๆ เขาไม่ได้เกลียดเ้าหรอกต้าเทียน” มี่เยี่ยนกล่าว
“งั้นตัดออก”
มี่เยี่ยนพยักหน้ารับแล้วเอ่ยว่า
“เช่นนั้นข้าว่าเริ่มสืบจากพี่ชายสี่ของเ้าละกัน”
พี่ชายสี่หรือเป่าเทียน... โอรสของเป่าซือฮ่องเต้ที่เกิดจากเตี่ยเต๋อเฟย นางผู้เป็ที่รักยิ่ง และตอนนี้ก็อาศัยอยู่ในตำหนักป๋ายตงฮวาในเขตวังหลวง เพราะเก้าไทเฮามิยอมให้เขาไปอยู่ไกลหูไกลตา...
ก็จริงของนาง...โบราณว่าให้เก็บมิตรไว้ใกล้ตัว แต่จงเก็บศัตรูไว้ใกล้ตัวยิ่งกว่า...
ทว่า...เก็บลูกงูพิษไว้ใกล้ตัวก็ควรระวังไม่เปิดโอกาสให้มันได้แว้งกัด...
เพราะสมัยนั้นยังไม่มีเซรุ่ม! //ผิดๆ