ผมก็แค่เชฟที่ผ่านทางมา

    บทที่4 สุดยอดเชฟ

    “ นี่มันสุดยอดอาหารชัดๆ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนที่ทําข้าวผัดไข่จานนี้จะต้องเป็นถึงระดับสุดยอดเชฟ ! ’’ เชฟเจิ้งฝานมองดูจานที่ว่างเปล่าไม่เหลือแม้แต่คราบแล้วประเมินด้วยการคาดเดา จากการคาดเดาของเขาคนที่ทําอาหารแบบนี้ได้คงมีเพียยงสุดยอดเชฟเท่านั้น
    ทั้งนี้ดูๆไปแล้วข้าวผัดไข่จานนี้มันยังสุดยอดกว่าฝีมือที่สุดยอดเชฟจะทําได้เสียอีก อาจจะต้องเป็นถึงสุดยอดเชฟอัจฉริยะเลยก็ได้ถึงจะทําได้ ! 
    “ อืม เขาเป็นใครกันแน่ ฉันอยากจะลองชิมอีกซักจานเพื้อลิ้มลองมัน เพราะที่เพิ่งกินไปมันไม่พอแม้แต่จะคาดเดาอะไรได้เลยด้วยซํ้า ที่พอจะเดาได้ก็คงมีแค่ระดับฝีมือสุดยอดเชฟเท่านั้นแหละ ! ’’ หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวขมวดคิ้วด้วยความครุ่นคิด ภายในแววตาของเขาในยามนี้เผยให้เป็นถึงประกายของความหวัง เขาได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายจะเข้ามาเป็นเชฟให้กับร้านของเขา 
    ส่วนเรื่องรสชาติที่เขาได้รับนั้นมันเพียงแค่เวลาสั้นๆ แต่ต้องบอกเลยว่ามันเป็นรสชาติที่อร่อยจริง การผสมผสานระหว่างไข่และข้าวรวมถึงต้นหอมในเม็ดข้าวนั้นเรียกได้ว่าเพอร์เฟค รสชาติเข้ากันได้ดีและยังส่งเสริมกันจนแทบหาข้อบกพร่องอะไรไม่ได้เลย ไม่สิ มันไม่มีอยู่เลยต่างหากล่ะ !
    “ สุดยอดเชฟ ? ’’ ฮั่นเสี่ยวรู้สึกสับสน เธอไม่รู้ว่าสุดยอดเชฟที่หัวหน้าของเธอและเชฟเจิ้งฝานพูดถึงนั้นคืออะไร แต่เธอก็เดาได้ว่ามันต้องเป็นอะไรที่สุดยอดมากแน่ๆ
    ทว่าสิ่งที่เธอคาดการไม่ถึงก็คือการที่หนุ่มหล่อคนนั้นสามารถทําอาหารได้อร่อยยอดเยี่ยมขนาดนี้ ทั้งๆที่มีอายุน้อยกว่าเธอนี่นะ ! 
    เขาเป็นใครกันแน่ !
    “ ฮั่นเสี่ยวเธอไม่รู้ก็ไม่แปลกหรอก ’’ เชฟเจิ้งฝานส่ายหัวและเริ่มอธิบาย “ สุดยอดเชฟคือการจัดระดับฝีมือที่ถูกจัดตั้งขึ้นโดยสมาคมเดอะเชฟของจีน ’’
    “ ซึ่งมีระดับด้วยกันทั้งหมดถึงสามระดับ ได้แก่ สุดยอดเชฟ มาสเตอร์เชฟ แกรนด์มาสเตอร์เชฟ  โดยสามระดับนี้จะบ่งบอกถึงฝีมือของเชฟคนนั้น สุดยอดเชฟจะสามารถทําอาหารได้อร่อยกว่าเชฟระดับห้าดาว นอกจากนี้อาหารของสุดยอดเชฟนั้นไม่เพียงอร่อยกว่าแต่มันยังอร่อยกว่ามากอีกด้วย ! ’’ 
    “ โดยเฉพาะการทดสอบรับใบรับรองของสุดยอดเชฟนั้นเป็นอะไรที่ยากสุดๆ หากเตรียมตัวมาไม่ดีหรือประสบการณ์น้อยก็ไม่สามารถที่จะเป็นสุดยอดเชฟได้แน่ นอกจากนี้อาหารของพวกเขายังแพงมากอีกด้วย แต่มันก็อร่อยสมราคาเช่นกัน ! ’’ หลังจากพูดถึงตรงนี้ใบหน้าของเชฟเจิ้งฝานก็เผยให้เห็นถึงความชื่นชม ตัวเขามีระดับฝีมือการทําอาหารอยู่ในระดับสามดาวเท่านั้น ถ้าจะให้ไปเทียบกับสุดยอดเชฟคงเป็นได้แค่ฝัน !
    “ นึกไม่ถึงจริงๆว่าคนที่มีระดับฝีมือถึงสุดยอดเชฟจะมาที่ร้านเล็กๆของเรา ’’ หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวพยักหน้าเบาๆในขณะที่พยายามนึกถึงรสชาติของข้าวผัดไข่ที่ได้กินไป ตามความรู้สึกของเขา เขารู้สึกว่าข้าวผัดไข่จานที่ได้กินไปมันอร่อยกว่าที่สุดยอดเชฟธรรมดาทําเสียอีก และวิธีการจะทําให้ได้แบบนั้นจะต้องเหนือชั้นกว่าอย่างมากแน่นอน
    “ แล้วมาสเตอร์เชฟกับแกรนด์มาสเตอร์เชฟล่ะคะ ’’ ฮั่นเสี่ยวรู้สึกตื่นเต้นจึงถามออกไปด้วยความอยากรู้ เธอนึกไม่ถึงจริงๆว่ายูหมิงหนุ่มหล่อที่เธอคิดว่าขี้โม้จะมีฝีมือในการทําข้าวผัดไข่ถึงระดับสุดยอดเชฟเช่นนี้
    “ เฮ้อ มาสเตอร์เชฟกับแกรนด์มาสเตอร์เชฟนั้นเป็นตัวตนที่เราไม่สามารถเอื้อมถึงได้เลยล่ะ พวกเขามีฝีมือเหนือชั้นกว่าสุดยอดเชฟมากนัก หากจัดตามระดับฝีมือคงต้องบอกว่าแต่ละระดับนั้นห่างไกลกันราวกับปฐพีและสวรรค์ โดยอาหารของมาสเตอร์เชฟนั้นจะค่อนข้างแพงมากนัก ยิ่งอาหารของแกรนด์มาสเตอร์เชฟนั้นไม่ต้องพูดถึงเลย การจะได้กินอาหารของแกรนมาสเตอร์เชฟนั้นมีโอกาสน้อยมาก แถมราคายังแพงกว่าระดับทั้งสองมากนัก คนธรรมดาทั่วไปอย่างเราๆนั้นไม่มีสิทธิ์ที่จะได้กินหรอก ! ’’ หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวถอนหายใจก่อนจะเริ่มอธิบายให้ฮั่นเสี่ยวฟังด้วยใบหน้าชื่นชมปนเศร้า เชฟเจิ้งฝานที่เป็นเพื่อนสนิทของหัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวได้แต่พยักหน้าเห็นด้วย เต็มที่ของพวกเขาก็แค่เคยกินอาหารของสุดยอดเชฟเท่านั้น
    “ แกรนด์มาสเตอร์เชฟพูดอีกนัยหนึ่งก็คือจุดสูงสุดของวงการเชฟอย่างเราๆ แถมยังเป็นความฝันของเชฟมากมายนับไม่ถ้วนเลยล่ะ หากใครไปถึงระดับนั้นได้จะได้รับการสรรเสริญจากเชฟทั่วทั้งโลก นับเป็นสิ่งที่เหล่าเชฟทั้งหลายใฝ่ฝัน แต่นั่นคงเป็นได้แค่ความฝันลมๆแล้งๆเท่านั้น ’’ เชฟเจิ้งฝานพูดขึ้้นหลังจากนึกถึงระดับแกรนด์มาสเตอร์เชฟ
    “ ทําไมล่ะคะ ? ’’ ฮั่นเสี่ยวกระพริบตาด้วยความสงสัย จากนํ้าเสียงของเชฟเจิ้งฝานนั้นดูท่าว่าระดับแกรนด์มาสเตอร์เชฟคงเป็นอะไรที่สุดขั้วจริงๆ
    “ ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะพวกเขาต่างจากเชฟธรรมดาอย่างเราไง พวกเขามีพรสวรรค์ตั้งแต่เกิดในด้านนี้ถึงได้สามารถไปถึงระดับนั้นได้ หากไร้พรสวรรค์ไม่ว่าจะทํายังไงก็ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก เต็มที่คงเป็นได้แค่ระดับมาสเตอร์เชฟ เพราะคนเรานั้นไม่ได้เป็นอมตะ การจะฝึกถึงจุดสูงสุดโดยไร้พรสวรรค์ในเวลาสั้นๆสามารถบอกได้เลยว่ามันเป็นไปไม่ได้ ! อย่างฉันและเยี่ยหลิวเองก็เป็นคนประเภทไร้พรสวรรค์ที่ได้แต่พึ่งพรแสวง ! ’’ เชฟเจิ้งฝานอธิบายด้วยใบหน้าเศร้าสร้อยเล็กน้อย เขารู้สึกโทษตัวเองที่ได้เกิดมาไร้พรสวรรค์ในด้านนี้
    ‘ ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะสุดยอดปานนั้น ถ้าเขาเข้าห้องนํ้าเสร็จเมื่อไหร่ฉันจะต้องขอให้เขาทําข้าวผัดไข่ให้อีกจานให้ได้ ’ ฮั่นเสี่ยวตกตะลึงหนักยิ่งกว่าเดิม แต่เธอก็เริ่มรู้สึกว่าระดับสุดยอดเชฟนั้นถือได้ว่าเป็นระดับที่สุดยอดมาก เมื่อยูหมิงลงมาเมื่อไหร่ เธอจะต้องขอให้เขาทําให้เธออีกจานให้ได้ แม้ว่าจะต้องอ้อนวอนก็ตาม !
    “ อืม ’’ หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวพยักหน้าเห็นด้วยกับเพื่อนของเขา เขารู้สึกเหมือนกันและอยากโทษสวรรค์จริงๆที่ทําให้เขาเกิดมาไร้พรสวรรค์ด้านนี้ หากเลือกเกิดได้เขาคงเลือกที่จะเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ด้านนี้ 
    ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้น ทุกคนต่างหันไปมองและพบกับชายหนุ่มรูปหล่อที่โครตจะหล่อเหลา แม้แต่หัวหน้าเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานที่เห็นยังต้องรู้สึกอิจฉาไม่น้อย 
    ทําไมถึงได้หล่อขนาดนี้ ?
    นั่นคือสิ่งที่พวกเขาคิด 
    มันหล่อเกินไปที่คนธรรมดาจะมีได้ !
    “ เป็นไงบ้างพี่สาว อร่อยไหม ? ’’ ยูหมิงไม่สนใจสายตาของคนทั้งสามที่มองมายังเขา เขาแค่ประหลาดใจเล็กน้อยที่มีคนเพิ่มมาอีกสองคน แต่ดูจากการแต่งกายของพวกเขา พวกเขาคงจะเป็นเชฟของที่นี่ ดังนั้นเขาจึงยิ้มให้พวกเขาจางๆ และแนะนําตัว “ สวัสดีครับ ผมยูหมิง ! ’’
    “ เขาคือ ? ’’ หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานต่างรอคอยการยืนยันจากปากของฮั่นเสี่ยว พวกเขารู้สึกว่าชายหนุ่มตรงหน้านั้นอายุน้อยเกินไป และยากที่จะเชื่อว่าอีกฝ่ายมีฝีมือในการทําข้าวผัดไข่ถึงระดับสุดยอดเชฟ ไม่สิมันเหนือยิ่งกว่านั้นมาก จะบอกให้ถูกก็คงไม่พ้นสุดยอดเชฟอัจฉริยะ !
    “ เขานี่แหละค่ะคนที่ทําข้าวผัดไข่จานนั้น ’’ ฮั่นเสี่ยวแนะนํายูหมิงอีกทีและเดินเข้าหายูหมิงด้วยรอยยิ้มยั่วยวนพร้อมกับกระพริบตาปริบๆ “ น้องชายยูข้าวผัดไข่จานนั้นอร่อยมากเลยล่ะ ช่วยทําให้พี่สาวอีกซักจานได้ไหม ? ’’