บทที่ 8
“ถ้า..” ทอดด์เริ่มขึ้นด้วยน้ำเสียงโกรธจัด และไม่ประสงค์จะซ่อนเร้นความรู้สึกไว้ “ถ้ามันเป็ความลำบากมากสำหรับพี่ที่จะทำความสนิทสนมคุ้นเคยกับเคอรี่พี่ก็ไม่ควรด่วนตีความแล้วก็ดูถูกเขาอย่างนี้”
“ั้แ่ฉันเกิดมาฉันก็ไม่เคยพูดจาอ้อมค้อมไม่ว่าในเื่อะไรอยู่แล้ว” ริมฝีปากของริออดันเปิดเป็รอยยิ้มอย่างโเี้ซึ่งเข้ากับสีดำขลับของดวงตา “ฉันว่าแกเสียพลังงานเปล่า ๆที่จะมาช่วยปกป้องเกียรติยศของคุณผู้หญิงคนนี้ไว้จากฉันถ้าแกคิดว่ามันน่าจะมีอะไรทำที่สำคัญกว่านี้ละก็ออกไปจัดการเื่โต๊ะอาหารข้างนอกนั่นดีกว่า”
ความเงียบเกิดขึ้นเป็ครู่ก่อนที่ทอดด์จะผุดลุกขึ้นจากโต๊ะทำสัญญาณให้เคอรี่เดินตามออกไปอย่างหงุดหงิดในอารมณ์ ดูเหมือนหนุ่มสาวทั้งสองจะลืมจิลล์ไปแล้วเมื่อเดินออกจากห้องเครื่องดื่มไปด้วยกัน เธอจับตาอยู่กับเถ้าตรงปลายบุหรี่อารมณ์ที่อยากจะเข่นฆ่าใครสักคนกระพือโหมดอยู่ในใจ
“ว่าไง คุณแรนดอลล์?”น้ำเสียงกึ่งท้าทายของริออดันดังขึ้นใกล้ตัว
ดวงตากลมโตคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นไร้แววแห่งความหมายใด ๆ ทั้งสิ้นเมื่อเธอหันไปมองเขา
“คะ”
“ท่าทางของคุณก็แสดงออกมาั้แ่แรกแล้วว่าสนับสนุนในเื่การหมั้นหมายของเขาอย่างออกหน้าออกตาอยู่นี่จะไม่คิดป้องกันเพื่อนรักไว้บ้างหรือไง?” มันเป็เสียงพูดที่อ่อนโยนนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนใจได้ลึกล้ำนัก
“ฉันไม่อยากจะออกความเห็นโต้แย้งกับคุณอย่างหยาบคายหรอกค่ะแต่ฉันก็เคยเห็นทอดด์กับเคอรี่มามาก” น้ำเสียงไร้เดียงสาของจิลล์ราวจะขออภัยอยู่ในที“และก็สังเกตเห็น 3 สิ่งในเื่นี้คือเื่ของความปรารถนาทางร่างกาย, เช่นที่ทุกคนก็รู้ ๆกันอยู่แล้ว แต่ว่าสองคนนี้ใจคอเขารักกันอย่างมั่นคงมากและฉันก็คิดว่าเขาเหมาะสมกันมาก สามารถที่จะสร้างความ้าพื้นฐานให้เป็จริงได้”
“ทอดด์เดินตามรอยเท้าของปู่เขาเป็คนที่มีความทะเยอทะยานทางด้านการเมืองแล้วคุณพอจะมองเห็นภาพเคอรี่ที่ต้องเป็ภรรยาของนักการเมืองออกไหมล่ะ? ไอ้นิสัยขี้อายคอยแต่จะใกลัวนั่นน่ะมันจะต้องก่อปัญหาให้เกิดขึ้นสักวันหนึ่ง” จิลล์เคาะเถ้าบุหรี่ลงในที่เขี่ยเบาๆ ไม่กล้าพอที่จะสบสายตาเขาด้วยเกรงไปว่าเธออาจจะดูแสดงให้เห็นความคล้อยตามความเห็นของเขาออกไปบ้างก็ได้ “ทอดด์น่าจะเลือกแต่งงานกับผู้หญิงสักคนที่เหมือนคุณซึ่งสามารถจะช่วยส่งเสริมหน้าที่การงานของเขาได้มากกว่า” ริออดันสรุป
“อย่างฉัน?” คิ้วสีน้ำตาลขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างว้าวุ่นใจจิลล์ยกมือขึ้นเหน็บปอยผมไว้กับใบหูอย่างขัดเขิน
“คุณเป็ผู้หญิงที่มีเสน่ห์จัดว่าเป็คนสวยมากคนหนึ่ง พอที่จะเป็เ้าภาพฝ่ายหญิง คอยต้อนรับบุคคลสำคัญ ๆที่เขาจะต้องเชื้อเชิญมาได้สบายอยู่แล้ว”
“จริง ๆ น่ะหรือคะ?”จิลล์เอียงศีรษะไปข้างหนึ่งเหมือนจะชั่งน้ำหนักในคำพูดของริออดันอยู่“แปลกนะคะ ที่เรามีความเห็นแตกต่างกันทุกครั้งที่ฉันเห็นพวกข้าราชการหรือนักการเมืองที่มีภรรยาสวย ๆ ฉันกลับมีความคิดว่าคนอย่างนั้นไม่มีทางเข้าถึงจิตใจของคนสามัญได้หรอก ยิ่งกว่านั้น ฉันกลับคิดว่าคนอย่างทอดด์นั้น เขา้าภรรยาในแบบที่นั่งคอยเขาอยู่กับบ้านมากกว่าที่จะออกไปทำงานเคียงคู่กับเขา”
อีกครั้งหนึ่งที่ริออดันหรี่ตาลงและทำให้เธออ่านแววในดวงตาคู่นั้นไม่ออก
“ก็นับว่าเป็ความคิดเห็นที่น่าสนใจอยู่นะคือคุณมีความเชื่อว่าชีวิตแต่งงานของสองคนนี่น่าจะราบรื่น ว่างั้นเถอะ”
“ฉันว่ามันจะยิ่งเสียกว่าราบรื่นอีกน่ะสิคะ”จิลล์ย้ำอย่างมั่นใจพยายามที่จะไม่ถือว่าเื่ที่กำลังพูดกันอยู่นี้เป็สาระ และไม่บังคับให้เขาเชื่อด้วย
“คุณเห็นชอบด้วยหรือที่เขาจะแต่งงานกันทั้งที่กำลังเรียนอยู่แล้วก็ในกรณีของทอดด์น่ะ เคอรี่จะต้องรับหน้าที่เป็ผู้ส่งเสียต่อไปอีกตั้ง 2-3 ปีกว่าที่เขาจะได้ปริญญา คุณไม่คิดหรอกหรือว่าชีวิตแต่งงานแบบนั้นน่ะมันบีบคั้นมากเกินไป
“คิดสิคะ” จิลล์พยักหน้ารับ แววแห่งการพร้อมจะต่อสู้จุดประกายขึ้นในดวงตาเพียงแต่เธอปกปิดมันไว้ด้วยรอยยิ้มเพื่อมิให้เขาได้เห็นความเป็ปรปักษ์ที่เกิดขึ้นในใจ “แต่ว่าถ้าคุณจะกรุณาให้ความช่วยเหลือเขาบ้างในบางเื่เขาก็ไม่จำเป็จะต้องดิ้นรนกันมากนัก จริงไหมเล่าคะ?”
“นั่นเป็สิ่งที่คุณคิดว่าผมควรจะทำอย่างนั้นหรือ?”
ริออดันเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ไว้อีกครั้งเรือนผมที่เป็สีดำสนิทอยู่แล้วเข้มขึ้นด้วยเงามืดในบาร์เครื่องดื่มสีหน้าที่แฝงแววอำนาจซ่อนอยู่ในแสงสลัว
แววในดวงตาคู่ที่มิได้หวั่นไหวต่อสิ่งใดสร้างความรู้สึกบางอย่างให้เกิดขึ้นในใจของจิลล์มันเป็เสน่ห์อย่างป่าเถื่อนที่เขาเป็เ้าของอยู่นั่นเองแรงเต้นของหัวใจดูจะรุนแรงขึ้นเมื่อนึกถึงความเป็ชายชาตรีของเขา
จิลล์แสร้งทำเป็สนใจอยู่กับการกดก้นบุหรี่ดับลงในที่เขี่ยเธอจำเป็ต้องหลบเสียจากสายตาที่ทรงพลังอำนาจคู่นั้น
“ฉันเห็นจะไม่กล้าบอกหรอกค่ะว่าคุณควรจะทำอะไร”เธอแสร้งหัวเราะออกมาเบา ๆราวกับว่ามันเป็ความคิดที่น่าหัวเราะเยาะของผู้หญิงธรรมดา ๆคนหนึ่งซึ่งไม่มีอำนาจอะไรจะไปชี้แนะให้เขาควรหรือไม่ควรทำอะไรได้
“จริงน่ะหรือ?”
คำถามกึ่งเยาะนั้นเปล่งออกมาเบา ๆจนจิลล์ไม่แน่ใจว่าเธอได้ยินจริง ๆ หรือว่าคิดไปเองแต่เมื่อเขาพูดต่อน้ำเสียงออกจะชัดเจนแจ่มใสอยู่
“แต่คุณคงไม่เห็นด้วยหรอกนะถ้าผมจะพูดว่าความคิดเห็นของคุณนั่นแหละที่ทำให้ผมคิดว่าควรจะได้รู้จักเคอรี่ให้ดีขึ้นกว่านี้ก่อนที่จะตัดสินใจอะไรลงไป”
“อ๋อ แน่ละค่ะฉันต้องไม่เห็นด้วยแน่มันไม่มีอะไรอีกแล้วที่เลวไปกว่าทำให้พี่น้องสองคนต้องมาแตกแยกกันและฉันก็รู้ดีค่ะว่าเคอรี่จะต้องเสียใจมากถ้าตัวเองจะต้องเป็ต้นเหตุที่ทำให้คุณกับทอดด์เป็ปากเสียงกัน”ซึ่งนั่นเป็ความจริงอย่างที่สุด เคอรี่เป็คนที่อ่อนไหวเกินไป “และฉันก็ไม่้าจะเห็นสองคนนี้เขาทำอะไรผิดพลาดลงไปด้วยความโง่เขลาเช่นหนีตามกันไป โดยเฉพาะเมื่อเขายังพอมีโอกาสที่จะได้รับความช่วยเหลือจากคุณได้”
ด้วยดวงตากลมโตท่าทางโง่เขลาเบาปัญญาที่จิลล์กำลังแสดงออกเป็สิ่งเดียวที่เธอพอจะเชื่อใจตัวเองได้การที่เธอจะไปทะเลาะทุ่มเถียงกับเขายิ่งจะทำให้คนที่เย่อหยิ่งทระนงอย่างริออดันดื้อรั้นมากขึ้นทางที่ดีควรจะปล่อยให้เขาเชื่อว่าที่เธอได้พูดออกมาทั้งหมดนั้นเป็เพียงการเสนอความคิดง่ายๆ และไม่พยายามที่จะบีบบังคับให้เขาเปลี่ยนใจด้วย
แววตาที่เปล่งแววประเมินและครุ่นคิดกวาดไปทั่วใบหน้าของจิลล์และแล้ว ริออดันก็เอื้อมไปหยิบแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาถือไว้ยกขึ้นดื่มรวดเดียวเกลี้ยงก่อนที่จะวางกลับลงบนโต๊ะ
“เราลองออกไปหาทอดด์กับเพื่อนของคุณก่อนดีไหม?”เขาปรายตามาถาม “ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเขาจะตัดสินใจทานกันตามลำพังโดยไม่มีเราเสียก่อน”
จิลล์พยักหน้าช้า ๆ อย่างคล้อยตามและรออยู่จนเมื่อเขาลุกขึ้นยืนเพื่อเดินออกจากบาร์เครื่องดื่มแล้วริออดันหันมาชำเลืองมองหน้าเธออีกครั้ง เมื่อจิลล์ลุกขึ้นยืนเคียงข้างแววในดวงตาเป็ประกายราวจะเยาะหยันอยู่ แม้จะไม่มีมือมาช่วยจับพาเดินออกไปห้องข้างนอกแต่จิลล์ก็รู้ว่าเขาได้เข้ามาเดินเคียงข้างตลอดเวลาที่เดินออกจากห้องเครื่องดื่มนั้น
การสนทนาในโต๊ะอาหารค่ำวันนั้นดำเนินไปด้วยความตึงเครียดอันที่จริงถ้าริออดันจะคลี่คลายสถานการณ์ดังกล่าวโดยพูดอะไรออกมาบ้างมันก็น่าจะทำได้แต่ทว่าเขาก็ไม่ยอมทำจิลล์อยากจะคิดว่าเหตุผลที่เธอได้ให้ไว้อาจจะทำให้ริออดันได้คิดขึ้นมาบ้างแต่ทว่าเมื่อทบทวนดูแล้วก็มิได้เห็นว่าเขาจะเปลี่ยนความคิดในเื่การหมั้นระหว่างเคอรี่กับทอดด์แต่อย่างใด
ไม่มีการต่อปากต่อคำอะไรกันนักแต่จิลล์ก็อดคิดไม่ได้อีกว่าที่เป็เช่นนั้นน่าจะเป็เพราะริออดันรู้ว่าตัวเองได้ยื่นคำขาดกับน้องชายออกไปแล้วแต่ถ้าริออดันมีเจตนาที่จะทำให้เคอรี่เจ็บช้ำน้ำใจแล้วละก็เขาประสบความสำเร็จอย่างเห็นได้ชัดจิลล์ไม่เคยเห็นสีหน้าของเพื่อนรักหมองเศร้าเครียดขรึมเช่นนี้มาก่อนทอดด์มองคู่หมั้นอย่างห่วงใย พยายามที่จะยิ้มให้กำลังใจและปลอบโยนอยู่ตลอดเวลา
ขณะที่ริออดันจัดการชำระเงินค่าอาหารอยู่นั้นจิลล์ได้ตัดสินใจแล้วว่าทอดด์กับเคอรี่ควรที่จะได้อยู่ด้วยกันตามลำพังยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีสำหรับตัวเธอเองนั้นสามารถที่จะนั่งแท็กซี่กลับไปที่พักคนเดียวได้
“ทอดด์?” เธอเรียกเขาด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ เพื่อมิให้เป็ที่สนใจของริออดัน “ทำไมคุณกับเคอรี่ไม่กลับกันไปก่อนล่ะ ไม่ต้องห่วงฉันหรอกเดี๋ยวหาทางกลับเองได้”
“คุณแน่ใจหรือว่าไม่ขัดข้อง?”แต่แววโล่งใจปรากฏอยู่ในดวงตาของทอดด์อย่างเห็นได้ชัด
“ก็ฉันเป็คนแนะนำคุณเองใช่หรือเปล่าล่ะ?”จิลล์ยิ้มอย่างให้กำลังใจ เคอรี่ตั้งท่าจะคัดค้านแต่ริออดันกำลังเดินกลับมาหาท่าทางเดินทอดน่องของเขานั้นบอกความไม่แยแสในอะไรทั้งสิ้น
ยิ่งเขาเห็นทอดด์โอบร่างเคอรี่ไว้ราวจะพิทักษ์คุ้มครองแ่าเพียงไรรอยยิ้มเยาะตรงมุมปากก็ดูจะกดลึกลงเพียงนั้นแม้เมื่อเคอรี่กล่าวคำอำลายิ้มนั้นก็ยังคงอยู่
“ฉันจะรอพบแกอยู่ที่นี่พรุ่งนี้7 โมงเช้านะ ทอดด์เสร็จเื่แล้วฉันจะได้กลับไร่เสียที” มันมิใช่การบอกเล่ากันอย่างธรรมดาแต่เป็คำสั่ง จิลล์เม้มริมฝีปากแน่นอย่างหมั่นไส้ในท่าทางยโสของเขาแต่เธอก็สามารถคลายความเครียดนั้นลงได้ด้วยรอยยิ้มเมื่อดวงตาคู่สีเทาตวัดมามอง “คุณแรนดอลล์” เขาผงกศีรษะหยิ่ง ๆ แทนการกล่าวอำลา
“ราตรีสวัสดิ์ค่ะคุณริออดัน” เธอไม่คิดจะขอบใจเขาแน่สำหรับบรรยากาศในค่ำวันนี้ที่เขาเป็คนสร้างขึ้น