วันรุ่งขึ้น่พักงานจิงจิงก็มาหาปู่กับย่าที่บ้านใหญ่ พอเดินเข้ามาก็เห็นป้าสะใภ้ใหญ่ อาสะใภ้สามนั่งอยู่ด้วยแล้ว พูดถึงบ้านสาม อาสะใภ้สามคนนี้ชื่อ หลิวจยา เป็คนในหมู่บ้านเดียวกันและเป็ญาติห่างๆ ของบ้านหลิว อาสะใภ้สามคนนี้ก็ถือว่าเป็คนดีคนหนึ่ง แต่งงานกับอาสามหลิวยี่มานาน มีลูกสาวแค่ 2คน คนโตชื่อหลิวเชียงเชียงอายุ 19 ปี พึ่งมีคู่หมั้นที่หมั้นกันปีนี้ หน้าเห็นว่าปีหน้าจะออกเรือนแล้ว คนเล็ก ชื่อ หลิวจิ่นลี่ ปีนี้อายุ 15
อาสะใภ้สามไม่มีลูกชาย เพราะคลอดลูกสาวสองคนออกมา ก็ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก ทำให้แรกๆ อาสะใภ้สามอยู่ในบ้านหลิวนี้ค่อนข้างลำบาก เพราะตัวเองไม่มีลูกชายเลย จนโดนย่าเจียนตำหนิบ่อยๆ แต่ก็ไม่ถึงกับชิงชัง แต่อาสะใภ้สามคนนี้ก็เป็คนจิตใจดี กัดฟันอยู่บ้านหลิวโดยมีแค่ลูกสาวสองคนนี้เท่านั้น เธอรักลูกสาวทั้งสองคนมาก เพราะถึงจะมีแต่ลูกสาวอาสะใภ้คนนี้ก็ยังส่งลูกสาวสองคนเรียนจบถึงชั้นประถม จนอ่านออกเขียนได้ เพื่อลูกสาวจะได้หาสามีที่ดีได้
บ้านหลิวมีสมาชิกครอบครัวค่อนข้างไม่เยอะเท่าบ้านอื่นๆ ในหมู่บ้าน ที่ครอบครัวส่วนใหญ่ลูก 7-8 คน เป็เื่ธรรมดาไปแล้ว
ในเื่ลูกชายแม่ชิงบ้านรองจึงได้หน้าอยู่บ้างนิดหน่อยที่ตัวเองคลอดลูกชายสองคนมาให้บ้านหลิว ทำให้ไปไหนก็เชิดหน้าสูงยิ่งกว่ากระไร
พอคุยเื่ในชีวิตได้สักพัก ย่าเจียนก็เริ่มเข้าเื่ทันที “จิงจิง ได้ยินจากพ่อหลานบอกว่าหลานทำงานหาเงินได้เองแล้วงั้นเหรอ หลานทำอะไรที่ในเมืองนั่นละ แล้วเรียนจบหรือยัง?”
“หนูจะเรียนจบปีนี้แล้วค่ะคุณย่า ส่วนเื่งานที่ว่า หนูแค่วาดรูปสวยในระดับหนึ่งเลยลองวาดภาพ พอดีมีเ้าของร้านในเมืองเห็นภาพวาดของหนู ก็ขอซื้อทันที แล้วยังบอกอีกว่า ถ้าวาดภาพสวยๆ แบบนี้อีกเมื่อไหร่ สามารถเอามาขายให้ที่ร้านได้ค่ะ” จิงจิง เตรียมเื่หลอกลวงไว้ั้แ่เมื่อคืนแล้ว เพราะรู้ว่าต้องมีคนถามแน่ๆ แล้วยังไงละ ใครจะรู้ความจริง จริงๆ กันว่าเธอเอาของมาจากไหน และอีกสักหน่อยจิงจิงก็วางแผนที่จะวาดภาพขายจริงๆ ไม่ว่าจะเป็ภาพร่างงานแบบเสื้อผ้า หรือภาพวาดเหมือน ภาพวาดตกแต่ง แค่ตอนนี้พูดออกมาก่อนเท่านั้นเอง
ในอำเภอตามความทรงจำไม่ได้เข้มงวดเื่การขายงานศิลปะเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว เริ่มผ่อนคลายความตึงเครียดกันบ้างแล้วงานแบบนี้น่าจะมีคนที่ร่ำรวยสามารถซื้อได้บ้าง แต่เธอก็จะไม่วาดภาพขายอย่างเดียวอยู่แล้ว ในสมองของเธอมีภาพการวาดภาพชุดหลายแบบ ที่สามารถทำเองได้ด้วย
ย่าเจียนฟังก็คิดไม่ถึงว่าหลานสาวจะหาเงินด้วยวิธีนี้ โดยเฉพาะคำพูดคำจาที่หลานสาวเธอคนนี้พูดออกมาตอนนี้แตกต่างจากเมื่อก่อนมากอีกด้วย ถือว่าจิงจิงหลานคนนี้ ใช้ได้ขึ้นมาแล้วจริงๆ ย่าเจียนพอใจมาก
“ภาพวาดก็ขายได้เหรอ ไม่กลัวโดนจับหรือยังไง แล้วกระดาษแผ่นบางๆ มันมีประโยชน์อะไรกันละ” ป้าสะใภ้ใหญ่ถามขึ้นมาทันที อย่างไม่อยากจะเชื่อ
“เป็ภาพวาดร่างรูปแบบต่างๆ สามารถนำมาปักลงเป็แบบลายเสื้อได้ค่ะ หนูยังวาดภาพได้อีกหลายๆ แบบอีกด้วย ตอนนี้หนูก็วาดแบบเสื้อผ้าได้หลากหลายเลยสามารถขายให้โรงงานตัดเย็บได้ ตอนนี้ในเมืองเขาผู้คนเริ่มค้าขายสิ่งของเองแล้วค่ะไม่ได้เข้มงวดเหมือนเมื่อก่อนแล้วค่ะ”
อาสะใภ้สามที่ฟังอยู่เงียบๆ ก็พูดขึ้นว่า “ฉันเคยได้เห็นคนในเมืองตอนไปโรงพยาบาลในอำเภอ มีคนใส่เสื้อผ้าปักลาย รูปต่างๆ แล้วยังมีผู้คนใส่กระโปรง ทำผม ดูสง่ามากๆ เลยละ”
“แล้วขายได้เงินเยอะไหมจ๊ะ?” ป้าสะใภ้ใหญ่พึ่งถามจบ ย่าเจียนก็หันหน้ามาตำหนิทันที “จะถามอะไรเยอะแยะ ถามแล้วได้อะไรขึ้นมา เธออยากจะวาดภาพไปขายเองหรือไง”
“ไม่เป็ไรค่ะคุณย่า ก็ได้ราคาพอสมควรค่ะ ถ้าหนูฝึกอีกหน่อย หนูคิดว่าหนูต้องวาดและได้ราคาเยอะกว่านี้ยิ่งขึ้นไปแน่ๆ ค่ะ” จิงจิงจึงพูดโม้ไปก่อน
“ตอนหนูเดินเข้ามาที่หมู่บ้าน ก็เห็นผู้คนเริ่มผ่อนคลาย เลี้ยงไก่เลี้ยงเป็ดกันอยู่หลายตัวแล้วนี่ค่ะ ทำไมบ้านเราไม่เลี้ยงไว้บ้างละค่ะ” ตอนเดินเข้ามาที่หมูบ้าน เห็นผู้คนเริ่มมีความหวังกว่าแต่ก่อนมากจริงๆ แต่ก็ยังค่อนข้างหวาดกลัวกันเพราะผู้คนชนบทข่าวค่อนข้างถึงช้าอยู่บ้าง ไม่เหมือนในเมืองที่เริ่มทำกันอย่างโจ่งแจ้งแล้ว
“หลานเห็นอะไรมาจากในตัวอำเภอบ้าง เราสามารถทำได้จริงๆ เหรอ ป้าเคยไปในอำเภอก่อนหน้า ผู้คนเริ่มคึกคัดจริงๆ” อาสะใภ้สามพูดขึ้นทันที
“ใช่ค่ะอาสะใภ้สาม ั้แ่มีนโยบายระบบตลาดขึ้นั้แ่ต้นปีมาตอนนี้ในเมือง ผู้คนเริ่มซื้อขาย ตั้งร้าน แลกเปลี่ยนสินค้าเป็เงินได้โดยผู้คนไม่ค่อยสนใจกันแล้ว ไม่ผิดกฎหมายด้วยค่ะ ทางรัฐออกมาประกาศด้วยตนเองค่ะ”
จิงจิงก็ได้แค่พูดและแนะนำให้ผู้คนในครอบครัวฟังเท่านั้น เพราะเห็นสภาพครอบครัวอื่นดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ครอบครัวตัวเองยังอดอยากอยู่ขนาดนี้ไม่ไหวหรอก เดียวต้องไปอธิบายสถานการณ์ให้พ่อกับแม่อีก ว่าใช้ชีวิตให้ดีเถอะ อย่าทำตัวอดอยากอีกเลย ตอนนี้ขอแค่หาเงินก็ซื้อของเอาแล้วได้ไม่ใช่เหรอ ตอนนี้ตลาดการค้าก็เปิดมาพอสมควรแล้วด้วย
สะใภ้สามพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ตอนนี้ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทำให้คนชนบทอย่างพวกเขาคิดไม่ถึงจริง “ถ้าหลานได้ยินข่าวอะไรมา อย่าลืมมาบอกพวกเราด้วยนะจ๊ะ”
“แน่นอนค่ะอ่าสะใภ้สาม หนูก็อยากให้ครอบครัวของเรากินดีอยู่ดีกันทั้งนั้น มีอะไรก็ค่อยช่วยเหลือกัน มันจะดีมากไม่ใช่หรอคะ เมื่อก่อนเป็หนูเองที่ทำผิด คิดผิดที่ผลักไสไล่ส่งครอบครัวตัวเองแบบนี้ ต่อไปนี้หนูจะไม่ทำอย่างนั้นอีกแน่นอนค่ะ”
คุณปู่คุณย่าและสะใภ้ทั้งสอง รวมทั้งคนทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ได้ยินจิงจิงพูดแบบนั้นก็พินิจดูจิงจิงอีกหลายรอบ จากนั้นก็พยักหน้าอย่างดีใจและพึงพอใจ
จิงจิงอยู่บ้านที่ชนบทอีก2วันก็เตรียมตัวกลับเข้าอำเภอ เพื่อไปเรียนต่อ และดูลู่ทางรอบๆ อำเภอด้วยตัวเองอีกสักรอบ
แม่ชิงที่เตรียมของตาแดงส่งจิงจิงที่หน้าหมู่บ้าน แต่พอนึกเื่หนึ่งขึ้นมาได้ก็กระซิบบอกจิงจิงทันที “ฉันลืมบอกแกไปซะสนิทเลย ที่แกบอกให้ฉันจับตาดูยัยลั่วอิงหน่ะ” แม่ชิงรีบบอกจิงจิง
“ลั่วอิง?” จิงจิงสะดุ้งเล็กน้อย นี่มันชื่อนางเอกนี่หน่าเยี่ยลั่วอิง!! เ้าของร่างเดิมเคยบอกให้แม่ตัวเองหาเื่นางเอก แล้วจับตาดูด้วยสินะ?
“ก็ใช่นะสิ ยัยคนนี้ตอนนี้ชื่อเสียงในหมู่บ้านไม่ดีเลยละ สมน้ำหน้าจริงๆ ใครบอกให้ยัยเด็กนี่ทำตัวอ่อยผู้ชายไปทั่วกันละ” ก็แม่เป็คนป่าวประกาศไปทั่วเองไม่ใช่หรือไง!! พอจิงจิงได้ยินก็รีบพูดทันที “แม่!! แม่อย่าไปยุ่งอะไรกับลั่วอิงอีกเลยนะ ฉันไม่อยากจะสนใจอีกแล้ว ตอนนี้ฉันกลับลั่วอิง สงบศึกกันแล้ว”
“อะไรนะ? ไหนแกบอกว่าแกไม่ชอบยัยเด็กนั้น แล้วยังชอบพอเด็กหนุ่มคนนั้นที่ยัยลั่วอิงชอบไปยุ่งด้วยนี่”
“มะ ไม่แล้ว ฉันไม่ชอบแล้ว แล้วก็แม่ด้วย อย่าไปหาเื่บ้านยายอีกเลย อยู่กันอย่างสงบเถอะ ฉันเบื่อแล้ว”
“นี่.. แกพูดจริงหรอ แกไม่สนใจแล้ว?” แม่ชิงถามอย่างสงสัยลูกสาวเธอมองก็รู้ว่าชอบเสิ่นอวี้เฉินคนนั้นั้แ่แรกเห็นทั้งยังเห็นว่าเป็คนเมืองหลวงอีกต่างหาก
“ก็ใช่นะสิ แม่ต้องเชื่อฉันนะ อย่าก่อเื่ให้ฉันละ ฉันไม่อยากมีปัญหา” จิงจิงรีบพูดดักแม่ชิงทันที ขอร้องละแม่ อย่าก่อเื่อีกเลย!!
หลังจากได้เจอสมาชิกในครอบครัวครอบหลิวครบทุกคนแล้ว ครอบครัวหลิวค่อนข้างไม่วุ่นวายนัก เพราะตัววุ่นวายจริงๆ ก็มีอยู่แค่2คน ก็คือ แม่ชิง กับจิงจิง ตัวประกอบตัวร้ายคนนี้เองยังไงละ!!
สร้างเื่ให้ครอบครัวตัวเองยังไม่พอ ยังไปสร้างเื่ให้ครอบครัวบ้านแม่อีก หรือซึ่งก็คือครอบครัวของนางเอกในนิยายยังไงละ!! แต่จิงจิงคนนี้ ขอบายก่อนละ เพราะนางเอกนิยายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นางเอง มีพลังล้างทำลายสูงแน่นอน ถึงในเื่จะเป็คนจิตใจดีอ่อนหวานยอมโดนรังแกง่ายๆ ก็เถอะ จิงจิงยังไม่อยากเจอนางเอกในนิยายตอนนี้ ทางที่ดีอย่าเข้าใกล้ รังสี ออร่านางเอง เลยจะดีกว่า!!