บทที่ 17 เื่อัปยศของเซียวเย่ว์หยา
สีหน้าของซ่างกวนอวี้แข็งค้างไปชั่วขณะก่อนจะตวัดตามองอย่างเดือดดาล
“ไม่มีทาง! ฟังจากน้ำเสียงของเ้า ฟังยังไงก็เป็แค่เด็กจะเป็ปรมาจารย์สื่อิญญาได้อย่างไร! เ้าไม่มีแม้แต่ป้ายิญญา!รีบบอกมาซะว่าเ้าทำอุบายอะไรไว้! ทำยังไงข้าถึงจะทะลวงขั้นได้! ไม่อย่างนั้นวันนี้พวกเ้าทั้งสามคนต้องตาย! และเห็นได้ชัดว่าเ้าสนิทกับเซียวหลิงเฟิงข้ายิ่งมั่นใจเข้าไปใหญ่ ว่าต้องเป็พวกเ้าร่วมมือกันแน่!”
เย่หลงเมื่อเห็นซ่างกวนอวี้ก็รีบร้องขอความช่วยเหลือเสียงสั่น
“คุณชายซ่างกวน! ช่วยข้าด้วย! พวกมันมาก่อความวุ่นวายที่ย่านนี้ต้องฆ่าทิ้งทั้งหมด!”
ซ่างกวนอวี้ขมวดคิ้วกำลังจะยกเท้าเตะเย่หลง เซียวหลิงอวิ๋นก็เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน
“หึ! ที่แท้เ้าก็ยอมรับแล้วว่าข้าเป็ปรมาจารย์สื่อิญญาพอรู้ตัวว่าทะลวงไม่ได้ก็อยากให้ข้าเปลี่ยนชะตาให้ ซ่างกวนอวี้เ้าช่างคิดฝันไปไกลจริงๆ! ถ้าเป็คนอื่นละก็ ข้าอาจจะพอเห็นใจและยอมช่วยเหลือแต่เ้า...แม้จะคุกเข่าขอร้องต่อหน้าข้า ข้าก็ไม่มีวันช่วย!”
ซ่างกวนอวี้ในวัยเยาว์ทำให้มารดาของเ้าของร่างเดิมกลายเป็ที่รังเกียจทำให้เ้าของร่างเดิมและพี่ชายน้องชายต้องอยู่อย่างตกต่ำยิ่งกว่าชาวบ้านธรรมดาเสียอีกการช่วยเหลือคนเช่นนี้ มิเท่ากับหาเื่ให้ฟ้าผ่าตายหรอกหรือ!
ซ่างกวนอวี้ถูกพูดแทงใจดวงตาพลันแดงก่ำ ตวัดดาบพุ่งเข้าใส่เซียวหลิงอวิ๋น
“เ้ากล้าดีอย่างไรมากล่าววาจาเหลวไหลเช่นนี้! ฆ่าพวกมันให้หมด!”
เขาเดือดจัดจนไม่คิดหน้าคิดหลังอีกต่อไปแต่ไม่ทันไรก็ต้องตกตะลึง
แม้เซียวหลิงอวิ๋นจะไร้พลังฝึกฝนแต่ในมือของนางกลับเต็มไปด้วยยันต์ทรงพลัง
‘เปรี้ยง!’
เสียงฟ้าร้องดังสนั่นสายฟ้าฟาดลงกลางหมู่องครักษ์ทำให้ร่างพวกเขาล้มตึงควันโขมง
พื้นดินตรงกลางถูกแรงฟ้าฟาดกลายเป็หลุมดำลึก
เซียวหลิงอวิ๋นปายันต์อีกสองสามแผ่นอย่างสบายมือซ่างกวนอวี้เข้าใกล้ตัวนางไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว
ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงชุดเวทที่สวมขาดวิ่นไม่เหลือชิ้นดี สภาพเขาไม่ต่างจากขอทานเร่ร่อนท่าทางน่าอดสู
เซียวหลิงอวิ๋นยืนอยู่เบื้องบนก้มมองซ่างกวนอวี้ที่ทรุดลงคุกเข่าข้างหนึ่ง มือหนึ่งยันดาบไว้ด้วยท่าทางอ่อนแรง
“ซ่างกวนอวี้ ไสหัวไปซะเถอะ ข้าไม่ฆ่าเ้าไม่ใช่เพราะเกรงกลัวตระกูลซ่างกวน แต่เพราะกรรมของพวกเ้ายังมาไม่ถึง และเมื่อถึงวันนั้นก็จะถึงคราวล่มสลายของตระกูลซ่างกวนทั้งตระกูล!”
ทุกคนต่างตื่นตะลึง
คำพูดนี้ของเซียวหลิงอวิ๋นหมายความว่าอย่างไรกันแน่!
ตระกูลซ่างกวนคือหนึ่งในตระกูลใหญ่อันดับสองของแคว้นฮั่วหลีจะล่มสลายได้อย่างไร เื่นี้เป็ไปไม่ได้เลย!
แต่หากมันเป็เื่จริงเล่า...
ในใจของซ่างกวนอวี้เต็มไปด้วยความกระวนกระวายสีหน้าแปรเปลี่ยนไปมา สุดท้ายก็ไม่กล้าพุ่งเข้าไปอีกได้แต่กัดฟันพูดด้วยความโกรธเคืองว่า “เซียวหลิงเฟิง พวกเ้ารอก่อนเถอะหากข้ารู้ว่านี่ทั้งหมดเป็ฝีมือของพวกเ้าข้าจะทำให้พวกเ้าต้องเสียใจอย่างที่สุด!”
พูดจบซ่างกวนอวี้ก็ไม่อาจทนต่อสายตาแปลกประหลาดของผู้คนได้อีกสะกิดปลายเท้าพุ่งขึ้นสู่ยอดกำแพงหลังจากกระโจนข้ามกำแพงและหลังคาสองสามครั้งก็หายตัวไป ทิ้งให้เหล่าชาวบ้านพากันคาดเดาและวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา
“คนผู้นั้นคือปรมาจารย์สื่อิญญาจริงๆ ใช่หรือไม่ เก่งขนาดนี้มีแต่ปรมาจารย์สื่อิญญาเท่านั้นถึงจะทำได้!”
“เหลือเชื่อจริงๆที่เขตตั้งแผงขายของของพวกเรามีปรมาจารย์สื่อิญญาตัวจริงมาปรากฏตัว!”
“โอ้โฮ เร็วเข้า!รีบไปหาให้ปรมาจารย์สื่อิญญาคำนวณให้หน่อยว่าเราจะทะลวงขั้นได้เมื่อไหร่!”
ฝูงชนพากันล้อมเข้ามาด้วยความตื่นเต้นโดยไม่สนใจกลุ่มคนที่นอนสลบเหมือดอยู่บนพื้นเลยแม้แต่น้อย
บรรดาคุณชายและคุณหนูที่มากับซ่างกวนอวี้เมื่อครู่รีบเดินเข้ามาพร้อมกับโค้งคำนับอย่างสุภาพ
“แท้จริงแล้วท่านาุโคือปรมาจารย์สื่อิญญานี่เองผู้น้อยเป็บุตรชายคนรองของจวนเสนาบดีจูไม่ทราบว่าปรมาจารย์สื่อิญญาพอจะไปเยี่ยมเยือนที่จวนเพื่อเป็เกียรติสักครั้งได้หรือไม่”
“ผู้น้อยเป็บุตรชายคนโตในอนุภรรยาของตระกูลไท่ฝู่หวังเป็อย่างยิ่งว่าจะได้เลี้ยงอาหารท่านปรมาจารย์สื่อิญญาสักมื้อ”
“ผู้น้อยคือ...”
ในแววตาของพวกเขาล้วนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ลองคิดดูแล้วปรมาจารย์สื่อิญญาที่เดินทางมาถึงแคว้นฮั่วหลีเมื่อวานนั้นแม้แต่ใบหน้าพวกเขายังไม่ได้เห็นแต่ตอนนี้ปรมาจารย์สื่อิญญากลับอยู่ตรงหน้าพวกเขาตัวเป็ๆ โอกาสอันหาได้ยากเช่นนี้ย่อมต้องเร่งฉวยไว้ประจบให้ถึงที่สุด!
เซียวหลิงอวิ๋นมองพวกที่เมื่อวานยังหัวเราะเยาะนางแล้วชี้หน้าทีละคนกล่าวว่า
“เ้า เ้า แล้วก็เ้า พวกเ้าสามคนเคยพูดไว้ว่าหากซ่างกวนอวี้ทะลวงขั้นล้มเหลวจะจ่ายหนึ่งพันเหรียญทอง จะตัดหัวจะถอดเสื้อเดินรอบเมืองมิใช่หรือ เื่ตัดหัวกับถอดเสื้อเดินรอบเมืองก็ช่างไปเถอะให้พวกเ้าจ่ายมาคนละหนึ่งพันเหรียญทองก็พอ ส่วนข้าจะไม่ไปไหน จะอยู่ที่นี่แหละอีกทั้งแต่ละวันจะรับดูดวงเพียงสามครั้ง ขึ้นอยู่กับวาสนาและอารมณ์เท่านั้นตอนนี้แยกย้ายกันไปเถอะ วันนี้ไม่มีอารมณ์ ไม่รับดูให้สักคน!”
แม้เซียวหลิงอวิ๋นจะพูดอย่างไม่ไว้หน้าใครแต่กลับไม่มีผู้ใดคิดว่านางโอหังเกินไปตรงกันข้ามกลับรู้สึกว่าสมแล้วที่เป็ปรมาจารย์สื่อิญญาถึงได้มีบุคลิกเช่นนี้
คุณชายจากจวนไท่ฝู่และจวนเสนาบดีต่างพากันยิ้มแหยพยายามจะยื่นตั๋วเงินในกระเป๋าทั้งหมดให้เซียวหลิงอวิ๋นทว่านางกลับรับไว้เพียงคนละหนึ่งพันเหรียญทอง ไม่รับเกินกว่านี้แม้แต่เหรียญเดียว จากนั้นก็ตะเพิดทุกคนออกไป
เซียวหลิงเย่ตาเป็ประกายตลอดเวลารู้สึกว่าพี่สาวของเขาช่างเก่งกาจไร้เทียมทาน เป็บุคคลที่เขานับถือที่สุดแล้ว
ส่วนเซียวหลิงเฟิงนั้นยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูกเขาตกตะลึงจนพูดไม่ออกจริงๆ น้องสาวของตนถึงกับเป็ปรมาจารย์สื่อิญญาจริงๆอย่างนั้นหรือ
จัดการกับซ่างกวนอวี้ที่เขาเกลียดที่สุดได้อย่างง่ายดายจนอีกฝ่ายไร้ทางตอบโต้
เซียวหลิงเฟิงมองเซียวหลิงอวิ๋นด้วยสายตาซับซ้อนทว่าเซียวหลิงอวิ๋นกลับให้พวกเขากลับไปก่อน เพราะนางจะไปซื้อสมุนไพร
เงินสามพันเหรียญทองนั้นซื้อสมุนไพรชั้นดีได้ไม่มากนักแต่ก็พอรักษาจุดแดงบนใบหน้าให้หายไปได้ ใบหน้าอัปลักษณ์นี้ของตนแม้แต่นางเองก็ยังทนดูไม่ไหว
ทันใดนั้นพลันนึกถึงวันที่จุมพิตกับหลีเย่หานในวันวานเซียวหลิงอวิ๋นคิดถึงใบหน้าที่เต็มไปด้วยจุดแดงของตนเองแล้วก็อดรู้สึกสงสารหลีเย่หานไม่ได้
เมื่อนางกลับถึงเรือนก็จัดการนำสมุนไพรที่ใช้เงินสามพันเหรียญทองซื้อมาแปรรูปเป็ยาขี้ผึ้งแล้วทาลงบนใบหน้า
ในเวลาเดียวกันข่าวว่ามีปรมาจารย์สื่อิญญาตัวจริงปรากฏตัวในเขตตั้งแผงขายของก็กระจายไปทั่วเมืองหลวงหลีฮั่วอย่างรวดเร็วประหนึ่งสายฟ้าฟาด
จวนองค์ชายห้า
เมื่อหลีเทียนจวิ้นทราบว่าซ่างกวนอวี้ทะลวงขั้นล้มเหลวจริงใจเขาก็สั่นะเือย่างรุนแรง แต่ใบหน้าฉายแววดีใจอย่างปิดไม่มิด
จริงแน่นอนต้องเป็เื่จริง คนผู้นั้นต้องเป็ปรมาจารย์สื่อิญญาแน่!เขามีโอกาสเอาชนะหลีเทียนเหยียนได้จริงๆ!
เขาจะไม่มีวันปล่อยให้พระมารดาต้องตายเปล่าเขาจะต้องชิงบัลลังก์และสังหารฮองเฮาแก้แค้นให้พระมารดาให้ได้!
จวนองค์ชายสาม
เมื่อหลีเทียนเหยียนได้ฟังคำรายงานจากบ่าวรับใช้ก็ใไม่น้อยเขาหันไปมองชายชราผู้หนึ่งที่ตนให้ความเคารพเป็อย่างยิ่งโดยไม่รู้ตัว
ชายชราผู้นั้นมีอายุราวหกสิบปีหน้าตาอ่อนเยาว์ ผมเครายาวขาว บรรยากาศรอบตัวล่องลอยราวเซียนสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ เขาคือปรมาจารย์สื่อิญญาเย่ว์ฉีหวงผู้ได้รับเชิญให้มาอธิษฐานพรให้แคว้นฮั่วหลีในครานี้
ด้านหลังของเขายังมีชายหนุ่มวัยราวสามสิบปีผู้มีใบหน้างดงามสมส่วนยืนอยู่ด้วยท่าทางสงบเคร่งขรึมเป็ศิษย์ผู้ติดตามรับใช้ปรมาจารย์สื่อิญญาเย่ว์ฉีหวงอย่างใกล้ชิด
เมื่อเย่ว์ฉีหวงััได้ถึงสายตาของหลีเทียนเหยียนก็แค่นเสียงเย้ยหยันกล่าวอย่างเหยียดหยามว่า
“ก็แค่พวกฝีมือต่ำต้อยที่เรียนรู้มาแค่เปลือกนอกไม่กี่กระบวนท่าแล้วเอามาหลอกลวงคนอื่น เทียนเจ๋อ เ้าไปจัดการเสียอย่าให้คนพวกนี้มาทำลายชื่อเสียงปรมาจารย์สื่อิญญาเช่นพวกเรา”
เย่ว์เทียนเจ๋อที่ยืนอยู่ด้านหลังตอบรับด้วยความเคารพว่า
“ขอรับ อาจารย์ศิษย์จะไม่ยอมให้พวกมันทำลายชื่อเสียงของปรมาจารย์สื่อิญญาเด็ดขาด!”
หลีเทียนเหยียนเห็นท่าทางสุขุมลุ่มลึกก็ยิ่งรู้สึกว่าปรมาจารย์สื่อิญญาช่างยิ่งใหญ่และน่านับถือจึงรีบพูดประจบเอาใจว่า
“นั่นสิ ที่เมืองหลวงฮั่วหลีมีเพียงปรมาจารย์เย่ว์เท่านั้นที่เป็ปรมาจารย์สื่อิญญาตัวจริงพวกไร้ฝีมือที่ไม่ได้เป็แม้แต่ผู้สื่อิญญาฝึกหัดกลับกล้าอ้างตัวเป็ปรมาจารย์สื่อิญญา สมควรถูกลงโทษอย่างหนัก!”
เมื่อกล่าวเห็นด้วยแล้วก็รีบบอกว่าไม่ต้องใส่ใจพวกหลอกลวงเ่าั้อีกแล้วเสนอว่าจะพาทั้งสองไปเยี่ยมชมหุบเขาฝึกตนที่ดีที่สุดซึ่งเต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่า
ส่วนเื่ที่เซียวเย่ว์หยาส่งคนมาตามเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเขายังยุ่งอยู่กับการผูกมิตรกับปรมาจารย์สื่อิญญาจะมีเวลาไปสนใจเื่ไร้สาระของนางได้อย่างไร