บทที่ 23
เรียกข้าว่าพี่ชายที่รักสิ!
ณ ตำหนักใหญ่
ไท่ซู่จื่อขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อครู่ นางรู้สึกถึงลางร้ายที่มุ่งร้ายต่อนาง นับั้แ่นางได้เป็ขอบเขตราชันศักดิ์สิทธิ์ นี่เป็ครั้งแรกที่นางรู้สึกถึงวิกฤตเช่นนี้
ฉู่ซิวหรี่ตาลง ปล่อยแสงประหลาดออกมา คลื่นที่ไม่มีใครััได้กระจายไปทั่วตำหนักใหญ่
[ติ๊ง ตราแม่ลูกแห่งหลัวอินเทียนคูจื่อ ตราลูกบุกรุกสำเร็จ...เป้าหมายไม่ทันสังเกต...]
[จำนวนครั้งที่ใช้ได้เหลือ] : 0
[เ้าของตราลูก] : ไท่ซู่จื่อ
[เ้าของตราลูก] : เฉียวเิเตี๋ย
หมายเหตุ : นายท่านสามารถเรียกคืนตราลูกได้ตลอดเวลา เมื่อเรียกคืนตราลูกแล้ว จำนวนครั้งที่ใช้จะเพิ่มขึ้น สูงสุดสามารถใช้กับสองคนพร้อมกัน....
[ว้าว...นายท่านนี่ไม่ทำให้ผิดหวังเลย เป็ตัวร้ายแห่งโชคชะตาจริง ๆ ถึงกับกล้าลงมือกับผู้แข็งแกร่งขอบเขตราชันศักดิ์สิทธิ์แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู่ ความคิดชั่วร้ายยิ่งนัก กระตุ้นรางวัลโจมตีพิเศษ : คัมภีร์เล่นแร่แปรธาตุ]
[คัมภีร์เล่นแร่แปรธาตุ]
ประเภท: วิชาลับ
ระดับ: คุณภาพเซียน
บทนำ: คัมภีร์เล่นแร่แปรธาตุโบราณแบ่งเป็สามเล่ม คือ ต้น กลาง ปลาย และเล่มต้น เล่มกลางเป็คัมภีร์พิษ รวบรวมตำรับยาพิษนับหมื่นชนิด หากฝึกฝนจนถึงขั้นสุดยอด ก็สามารถปรุงยาพิษที่สังหารขอบเขตกึ่งจักรพรรดิได้ หากรวมทั้งสามเล่มเข้าด้วยกัน ก็จะกลายเป็คัมภีร์ยา ซึ่งเป็คัมภีร์วิถียาอันไร้เทียมทาน แห่งเผ่ามนุษย์ในยุคโบราณ
ฉู่ซิวรู้สึกตื่นเต้นปนยินดีอย่างบอกไม่ถูก รางวัลนี้ช่างวิเศษยิ่งนัก! เขาอยากเรียนรู้การใช้ยาพิษมานานแล้ว
เอาเข้าจริง ! ตัวร้ายที่ไม่รู้จักวิชาพิษ จะนับว่าเป็ตัวร้ายที่ดีได้ยังไง ?
คิดได้ดังนั้น เขาก็ตื่นจากภวังค์ก้มศีรษะเล็กน้อย
“ท่านจอมเทพ ไม่ทราบว่าศิษย์จะไปชมของวิเศษใน์และโลกที่แดนศักดิ์สิทธิ์มีอยู่ได้หรือไม่…”
ไท่ซู่จื่อแตกต่างจากเฉียวเิเตี๋ย นางคือจอมเทพแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู่ ผู้ปกครองผู้ทรงอำนาจสูงสุด
นางไม่ใช่ผู้ที่จะคุกคามหรือจับต้องได้ง่าย ๆ หากกระทำอย่างชะล่าใจ นางจะต้องสู้กับข้าจนตายอย่างแน่นอน
ดังนั้น เขาจึงใช้ตราแม่ลูกแห่งหลัวอินเทียนคูจื่อต่อไท่ซู่จื่อ เพียงเพื่อเก็บไว้ใช้ในภายหลังเท่านั้น หากไม่ถึงเวลาสำคัญ เขาจะไม่นำมันออกมาใช้
“ได้สิ~” ไท่ซู่จื่อโบกมืออย่างนุ่มนวล หยกสีม่วงก้อนหนึ่งก็บินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉู่ซิว
ฉู่ซิวยื่นมือไปัั แสงสีม่วงหลายสายฟุ้งกระจาย ก่อตัวเป็ภาพลวงตาของสมบัติล้ำค่าใน์และโลกต่าง ๆ ขึ้นตรงหน้าเขา
‘ผลึกแก้วิญญาแดง’ ‘เนื้อปักษาแดง’ ‘โสมแปดทิศ’ ‘ต้นอ่อนเปลวไฟม่วง’ ‘บัวปีศาจราชันั’
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็ของวิเศษคุณภาพเซียน เมื่อฉู่ซิวมองเห็นก็แทบจะน้ำลายไหล
“ระบบ มีของวิเศษใดบ้างที่จะช่วยข้าก้าวข้ามขอบเขตในอนาคต?”
[โอ้โห ต้องได้โสมแปดทิศกับเนื้อปักษาแดงมาให้ได้ มันจะช่วยให้ท่านก้าวข้ามขอบเขตในอนาคตได้มาก]
“แต่ข้าเลือกได้แค่อย่างเดียวนะ!”
[ข้าแนะนำให้ท่านเลือกโสมแปดทิศ ส่วนเนื้อปักษาแดงค่อยหาทางเอาทีหลังก็ได้]
ฉู่ซิวหันไปมองไท่ซู่จื้อพลางกล่าวว่า “ท่านจอมเทพ ข้าน้อยอยากได้โสมแปดทิศขอรับ”
“ได้สิ~” ไท่ซู่จื่อใจกว้างมาก นางยิ้มเล็กน้อย “เ้ากลับไปกับอาจารย์ของเ้าก่อนเถอะ”
“ในไม่ช้าจะมีคนนำโสมแปดทิศไปให้เ้า”
“ขอบพระคุณขอรับ~” ฉู่ซิวก้มศีรษะคำนับเล็กน้อย
อาจารย์และลูกศิษย์ทั้งสองลาท่านจอมเทพ และเดินจากไปทีละคน
นางมองตามแผ่นหลังของพวกเขา ไท่ซู่จื่อลืมตาขึ้น มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย “โสมแปดทิศมีผลอย่างมากในการเสริมพลังปราณและหล่อเลี้ยงเืเนื้อ หวังว่าเ้าจะใช้มันให้เป็ประโยชน์นะ”
“แต่ไม่รู้ว่าความรู้สึกอันตรายก่อนหน้านี้มาจากที่ใด?”
“หรือว่ามีคนกำลังวางแผนต่อต้านข้า?”
“บางทีอาจเป็เพราะข้าบำเพ็ญแบบปิดนานเกินไป จนเกิดภาพหลอนทางประสาทัั ข้าควรออกไปเดินเล่นข้างนอกสักหน่อย!”
ร่างอันงดงามของท่านจอมเทพ ค่อย ๆ จางลงจนกระทั่งหายไปจากตำหนักใหญ่ไท่ซู่ โดยไม่รู้ว่านางไปที่ใดกันแน่
-------------
บนเรือบินลำหนึ่งที่มีรูปร่างคล้ายพญาเหยี่ยวแดง มีขนาดใหญ่โตคาดว่าน่าจะเป็เรือบินคุณภาพ์
ภายในห้องโดยสารหลัก
ฉู่ซิวและเฉียวเิเตี๋ย นั่งหันหน้าเข้าหากันอยู่ที่โต๊ะน้ำชาตัวเล็ก ลูกศิษย์หญิงฝ่ายในของยอดเขาอวิ๋นเซี่ยสองคน คอยรินน้ำชาให้ทั้งสอง ใบหน้าของพวกนางแดงก่ำ
บางครั้งพวกนางก็แอบชายตามองฉู่ซิวที่ยิ้มอ่อนโยนอยู่เป็ระยะ
“ศิษย์น้องทั้งสอง ไปรอข้างนอกก่อนเถิด ข้ามีเื่จะคุยกับท่านอาจารย์”
“ไม่ได้…” เฉียวเิเตี๋ยกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่น จนลูกศิษย์หญิงทั้งสองทำท่างุนงง
“เ้าขุนเขา…”
“ท่านอาจารย์ รู้สึกไม่สบายกายหรือ?” ฉู่ซิวหันหน้าไปทางด้านข้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเป็ห่วง
เฉียวเิเตี๋ยขบริมฝีปากแดงสด เพราะสวมหน้ากากจิ้งจอกสำริดจึงมองไม่เห็นสีหน้าของนางในตอนนี้ นางก็รู้ตัวว่าตนเองแสดงกิริยาไม่เหมาะสม และหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง นางก็ปัดมือบางอ่อนช้อยเบา ๆ “พวกเ้าออกไปเถิด”
“เ้าค่ะ…” ศิษย์ทั้งสองคนค้อมกายคำนับ ก้าวเดินออกจากห้องอย่างเชื่องช้า ก่อนที่ประตูห้องจะปิดลง
ฉู่ซิวเลื่อนมือขึ้นวางค่ายกลกั้นเสียงและค่ายกลป้องกัน
“ศิษย์ชั่ว เ้าคิดจะทำอะไรอีก? เ้าคิดว่าข้าเป็เพียงเครื่องมือของเ้างั้นหรือ?” เฉียวเิเตี๋ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า ดวงตาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
ฉู่ซิวเท้าแขนขวาบนหัวเข่า ยันแก้มพลางยิ้มก่อนจะเอ่ยว่า “ท่านอาจารย์ ในสายตาของท่าน! ข้าเป็คนหิวกระหายขนาดนั้นหรือ?” เมื่อได้ยินเช่นนนั้นร่างอรชรอวบอิ่มของเฉียวเิเตี๋ยก็สั่นเทาเล็กน้อย
“ศิษย์ชั่ว เ้าก็แค่…”
“เฮอะ…”
ประกายวิปริตวูบผ่านในดวงตาของฉู่ซิวก่อนจะหัวเราะ เขาถามนางว่า “ท่านอาจารย์ ท่านอยากจะกลับไปบำเพ็ญอีกหรือไม่?”
นางเหลือบมองรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา หัวใจของเฉียวเิเตี๋ยพลันสั่นไหวเล็กน้อย ฉู่ซิวลุกขึ้นยืน เดินไปนั่งข้าง ๆ นาง สูดกลิ่นหอมจางที่ลอยมาจากตัวนาง ยื่นมือออกไปหมายจะปลดหน้ากากบนใบหน้าของนางออก
เฉียวเิเตี๋ยเอียงหน้าหลบ เลื่อนตัวถอยหลังออกไป
นางถอดหน้ากากออกเอง ซ่อนไว้ข้างหลัง ใบหน้างามเต็มไปด้วยความระแวดระวัง เกรงว่าศิษย์ชั่วผู้นี้จะแย่งมันไป
“เป็สมบัติที่ดีไม่น้อย” ฉู่ซิวพยักหน้า “แม้แต่ผู้แข็งแกร่งขอบเขตราชันศักดิ์สิทธิ์ก็ยังหลอกได้”
เฉียวเิเตี๋ยหัวเราะเ็า “ศิษย์ชั่ว! วิธีซ่อนตัวของเ้าก็ไม่เลวเหมือนกันนี่!”
“หลังจากข้าได้ทำเช่นนั้นกับเ้า…” พูดถึงตรงนี้ ใบหน้างามของนางก็อดแดงระเรื่อไม่ได้
“บนตัวเ้าย่อมติดกลิ่นเฉพาะตัวของกายานวล์ แต่เ้ากลับปิดบังมันไว้ได้ดี แม้แต่ท่านจอมเทพก็ไม่ทันสังเกต”
วันนี้ฉู่ซิวได้ทำให้ยอดเขาอวิ๋นเซี่ยเป็ที่จับตามอง เมื่อรู้ว่าท่านจอมเทพจะเข้าพบฉู่ซิว เฉียวเิเตี๋ยก็ใจนตัวสั่นไม่น้อย
โชคดีที่ศิษย์ชั่วผู้นี้รู้จักปิดบัง ไม่เช่นนั้นเื่ของนางกับศิษย์ชั่วนี่คงถูกเปิดเผยแล้ว
พอคิดถึงผลที่ตามมา เฉียวเิเตี๋ยก็รู้สึกขนลุกซู่
“เ้าบอกว่าจะให้ข้ากลับมาบำเพ็ญ…” ริมฝีปากแดงของผู้เป็อาจารย์เม้มแน่น
“อืม~” ฉู่ซิวพยักหน้า
“แต่ข้าไม่เชื่อว่าศิษย์ชั่วแบบเ้าจะใจดีถึงเพียงนี้ !”
“โอ๊ยท่านอาจารย์! ท่านนี่...เข้าใจศิษย์ดีจริง ๆ”
ฉู่ซิวยิ้มพลางหยิบแผนภาพออกมาจากถุงเก็บของ วางไว้ตรงหน้าผู้เป็อาจารย์ แล้วใช้นิ้วจิ้มเบา ๆ
“ได้ยินว่าอาจารย์ท่านยังเป็ช่างฝีมืออีกด้วย ท่านลองทำสิ่งเหล่านี้ดูสิ”
เฉียวเิเตี๋ยหยิบมันขึ้นมาดู ใบหน้างามฉายแววสงสัย บนแผนภาพนี้มีเฟืองหลายสิบอัน และยังมีสิ่งที่ผิวเรียบ คล้ายไข่นกด้วย
“นี่คืออะไร?”
“ของเล่น ท่านทำออกมาก็จะรู้เอง”
“สิ่งที่เหมือนหางนี่ คืออะไรอีก?”
“ท่านแค่ทำไปก็พอ ถึงเวลาจะมีรางวัลให้!”
“เ้าศิษย์ชั่ว เ้าทำอะไร…” นางรู้สึกถึงกรงเล็บบนต้นขา เฉียวเหมิ่งเตี๋ยใจนขนฟูเหมือนลูกแมวตัวน้อย
“ยังเรียกข้าว่าศิษย์ชั่วอีกหรือ? เรียกข้าว่าพี่ชายที่รักสิ…”
“ไม่! เ้าฝันไปเถอะ ข้าไม่มีวันเรียกเ้าแบบนั้น แม้ตายก็ไม่เรียก!”
“ยังจะขืนอีกหรือ ?”
สิบนาทีต่อมา...
“ไม่เรียก! ไม่เรียก! ศิษย์ชั่ว! เ้าฝันไปเถอะ ข้าคือผู้ยิ่งใหญ่นะ จะยอมให้เ้าบังคับข่มเหงได้อย่างไร”
“อื้อ...พี่ชาย!”
เรือบิน คุณภาพ์ โคลงเคลงตลอดทาง ท่ามกลางการต้อนรับอย่างคับคั่ง เมื่อกลับมาถึงยอดเขาอวิ๋นเซี่ยในยามดึกสงัด
บนท้องฟ้ายามราตรี พระจันทร์สองดวงส่องแสงสว่างไสว ประดับประดาด้วยดวงดาวระยิบระยับ มองแล้วทำให้ใจสบายยิ่งนัก