หลังจากที่ยี่โถหายป่วยได้ไม่นานเธอมีเรี่ยวแรงกลับมาทำงานได้ตามปกติแล้วหญิงสาวยกถาดแก้วกาแฟหอมกรุ่นกับขนมทานคู่กัน เตรียมไปเสิร์ฟให้ลูกค้าดวงหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยรอยยิ้มระรื่น เหตุเพราะว่าเมื่อเช้านี้เธอพึ่งไปทักทายเฟลิกซ์มาอย่างไรล่ะ เพียงได้รู้ว่าชายหนุ่มอยู่ใกล้ๆก็รู้สึกใจฟูขึ้นมาแล้ว
เพล้ง! อีกเพียงไม่กี่ก้าวเธอก็จะถึงโต๊ะลูกค้าแล้วทว่ากลับมีเด็กน้อยจากที่ไหนไม่รู้วิ่งหยอกล้อกันคงไม่ได้ดูทางหรืออย่างไรจึงได้เข้ามาชนด้านหลังยี่โถจนเธอเซล้มไปข้างหน้าทุกอย่างกลายเป็นภาพสโลว์โมชั่นทั้งขนมและแก้วกาแฟในถาดกระเด็นกระดอนออกไปนอนแอ้งแม้งอยู่บนหนังสือของลูกค้าท่านหนึ่งยี่โถยืนกลั้นหายใจ ตาเบิกกว้างเมื่อได้เห็นว่าหนังสือเล่มหนานั้นชุ่มโชกไปด้วยกาแฟ โอ้ว! ไม่นะ! ยิ่งไปกว่านั้นพอได้แหงนเงยมองหน้าลูกค้าสาว ยี่โถแทบจะเป็นลมเสียให้ได้
“คุณเอวา! ขอโทษด้วยค่ะ”เธอค้อมตัวพร่ำขอโทษหญิงสาวตรงหน้าเป็นพัลวัน เพราะเธอคนนี้เป็นลูกค้าที่ชอบมานั่งโซนที่ยี่โถรับผิดชอบอยู่บ่อยๆจนได้รู้จักมักคุ้นกันอยู่ระดับหนึ่ง
“ไม่เป็นไรจ้ายี่โถ”เอวาหัวเราะคิกคักในลำคอ ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสบายๆไร้อาการขึ้งโกรธแต่อย่างใด
“เกิดอะไรขึ้น?”เฟลิกซ์คงได้ยินเสียงเอะอะจึงเดินมาดูหวังเตรียมเคลียร์สถานการณ์เหมือนปกติพร้อมกับผู้จัดการที่ตามหลังมา
“เอ่อ...คือ”อยู่ดีๆ ยี่โถก็นึกคำพูดไม่ออก สมองขาวโพลนไปหมด เธอได้แต่ยืนอ้ำอึ้งพลางก้มมองมือตัวเองสลับกับชำเลืองมองไปยังหนังสือเปียกโชกเล่มนั้น เธอต้องทำอย่างไรต่อไปดี?
“พอดีเกิดอุบัติเหตุขึ้นนิดหน่อยค่ะ”เป็นเอวาที่ช่วยตอบคำถามให้แทนด้วยน้ำเสียงหวานสดใสดวงหน้างามนวลส่งรอยยิ้มพรายให้ชายหนุ่มตรงหน้าแต่ดูเหมือนว่าเฟลิกซ์จะถูกสะกดเอาไว้ในทันทีดวงตาสีฟ้าของทั้งสองคนสบตาประสานกันเนิ่นนานแถมยังฉายแววแห่งความเข้มข้นบางอย่างปานจะกลืนกินกันให้ได้ รู้สึกราวกับว่ากำลังมีสายฟ้าล่องหนแล่นสปาร์คเข้าหากันอย่างต่อเนื่องกลายเป็นภาพขัดหูขัดตาแก่คนนอกอย่างยี่โถ
“อะแฮ่ม! เดี๋ยวรีบทำความสะอาดให้นะคะ”ยี่โถกระแอมเสียงดังจนดึงคนทั้งสองออกมาจากโลกสีชมพูใบนั้น เหอะ! อย่าเชียวนะ!
“อ๋อ...ขอบคุณนะยี่โถ”เอวาหันมาส่งยิ้มให้ยี่โถต่อ
“หนังสือคุณ!” เฟลิกซ์อุทานออกมาเบาๆ พลางชี้ไปยังหนังสือเปื้อนกาแฟของหญิงสาว
“ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวก็แห้ง” เอวาหยิบกระดาษทิชชู่ใกล้มือขึ้นมาซับกาแฟบนหนังสือเบาๆดวงหน้ายังคงประดับไปด้วยรอยยิ้ม ยี่โถสังเกตว่าดวงตากลมโตของเอวาได้ปรากฏแววเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างแต่ก็ยากที่จะคาดเดาได้
“ผมต้องขอโทษแทนพนักงานด้วยนะครับ”เฟลิกซ์พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่นนวลแต่ดวงตาสีฟ้ายังคงจับจ้องไปยังสาวสวยตรงหน้าด้วยแววตาเป็นประกาย
“อย่าเอาผิดกับยี่โถเลยนะคะมันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ ฉันไม่อยากเห็นเธอซึมแบบนี้เลย”เอวายื่นมือมาแตะแขนเธอเป็นการปลอบใจ ยี่โถได้แต่ยกยิ้มบางๆ ให้แต่ก็ต้องใจสั่นรัวขึ้นมาทันใดเมื่อได้เห็นรอยยิ้มผุดพรายจากใบหน้าอันหล่อเหลาของชายหนุ่มตรงหน้ายี่โถไม่ได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้ของเฟลิกซ์มานานแล้ว
“สุขีอันบริบูรณ์หนังสือปรัชญารุ่นคลาสสิคชื่อดัง ถูกตีพิมพ์ตั้งแต่ยุคแปดศูนย์รสนิยมไม่เลวเหมือนกันนะ” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเฟลิกซ์เอ่ยขึ้นมาหลังจากที่เขาเหลือบไปเห็นหน้าปกหนังสือชายหนุ่มมองไปยังเอวาด้วยสายตาลึกล้ำบางอย่าง
“ ‘สุขนั้นอยู่ไม่ไกล ไฉนไม่หันมองตน’ ฉันชอบประโยคนี้มาก!” เสียงกังวานใสของเอวาที่มาพร้อมกับแววตาเป็นประกายระยับเหมือนได้พบเข้ากับคนที่รสนิยมใกล้เคียงกันแล้วหนุ่มหล่อกับสาวสวยก็ได้ยืนสนทนากันอย่างออกอรรถรสยี่โถที่ยืนคั่นอยู่ระหว่างสองคนนั้นได้แต่หันมองสลับไปมาเธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกผลักให้ออกห่างจากโลกใบนั้นของพวกเขาจนไกลออกไปทุกที
“เดี๋ยวผมซื้อหนังสือเล่มใหม่คืนไม่ทราบว่าผมจะส่งของให้คุณได้ทางไหนครับ?” เขาน่าจะอยากแสดงความรับผิดชอบ คงไม่มีอะไรหรอกยี่โถพยายามคิดเข้าข้างตัวเอง
“ช่วงนี้ฉันมาที่นี่บ่อยอยู่แล้วหรือลองถามยี่โถดูก็ได้ค่ะ เธอบอกคุณได้นะว่า ฉันชอบมาวันไหนบ้าง”เอวาผายมือมายังยี่โถ พร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสดใสซุกซน
“อ๋อครับ” เฟลิกซ์ชำเลืองมองมายังยี่โถอยู่ครู่หนึ่งใบหน้าของเขากลับมาเรียบเฉยดูไม่สบอารมณ์ จากนั้นเขาจึงเอ่ยลาเอวาแล้วเดินจากไป
“เขาเป็นใครเหรอยี่โถ?”ทันทีที่เฟลิกซ์เดินออกไปไกลแล้ว เอวารีบหันมากระซิบถามเธอทันทีน้ำเสียงดูตื่นเต้นแบบปกปิดไม่มิด
“คุณเฟลิกซ์เขาเป็นเจ้าของร้านค่ะ นานๆ ทีจะออกมาจากห้องทำงาน” ทันทีที่ยี่โถเล่าจบเอวาก็พยักหน้าน้อยๆ แววตาของเธอดูวาววับแฝงเป็นนัยบางอย่าง แต่ก็ยากจะหยั่งถึง
*****
ช่วงเลิกงานขณะที่ยี่โถกำลังล้างมือ เตรียมเปลี่ยนเสื้อผ้าจะกลับบ้านเธอหยุดชะงักไปเล็กน้อยเมื่อคุณโอลิเวอร์เดินเข้ามาหาพร้อมกับส่งยิ้มน้อยๆ ให้
“ยี่โถ! คุณเฟลิกซ์เรียกพบตอนนี้น่ะ”ทันทีที่คุณโอลิเวอร์พูดจบ หญิงสาวเป็นต้องตกตะลึงตาค้างผ้าขนหนูที่ถือไว้ในมือพลันหล่นไปอยู่บนพื้น
“อะ...อะไรนะคะ?”ยี่โถเอียงหูไปฟังชายวัยกลางคนใกล้ๆ อีกที เผื่อว่าจะได้ยินบางอย่างผิดไปหรือเปล่า
“ได้ยินไม่ผิดหรอกคุณเฟลิกซ์รออยู่นะ” ผู้จัดการหัวเราะในลำคอเล็กน้อยกับปฏิกิริยาของเธอก่อนจะเดินจากไป
ยี่โถพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อตั้งสติ ตอนนี้ใบหน้าเธอร้อนผ่าวไปหมดแล้วหญิงสาวรีบเดินไปยังอ่างล้างหน้าส่องกระจกพลางจัดทรงผมอันยุ่งเหยิงให้กลับมาเข้าที่ โอเค! หน้ามันนิดหน่อย ไม่เป็นไร พร้อม! เธอชูหมัดฮึบให้กำลังใจตัวเองก่อนจะบึ่งไปยังห้องทำงานของเขาโดยที่ไม่สนสายตาแปลกประหลาดของเพื่อนร่วมงานที่อยู่แถวนั้น
“เฟลิกซ์อยากคุยอะไรกับยี่โถคะ?”ทันทีที่เดินผ่านขื่อประตูเข้ามาเธอก็ยิงคำถามด้วยความตื่นเต้นชนิดที่ว่าเก็บอาการไม่อยู่
“นั่งก่อนสิ”ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากสมาร์ทโฟนเสียงทุ้มลึกเอ่ยแล้วผายมือไปยังเก้าอี้ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขาใบหน้าของเฟลิกซ์ดูเรียบเฉยไร้อารมณ์ตรงข้ามกับสีหน้าของเธอมากในเวลานี้
“ขอบคุณค่ะ”หญิงสาวฉีกยิ้มกว้างก่อนจะรีบนั่งตามที่เขาบอก เฟลิกซ์พูดกับเธอแล้ว!ยี่โถอยากจะกรี๊ดและกระโดดโลดเต้นไปทั่วห้องให้ได้ถ้าไม่ติดว่าเกรงใจเขาอยู่รู้สึกเลยว่าจังหวะหัวใจของตัวเองกำลังเต้นระส่ำจนแทบจะเป็นลมให้ได้มือไม้ก็สั่นเทาจนต้องกุมมือเข้าหากันบนตัก
“เธอรู้จักกับเอวาเหรอ?”สิ้นเสียงคำถามจากเขา รอยยิ้มกว้างของยี่โถค่อยๆ เจื่อนลงถนัดตาหัวใจที่กำลังพองโตพลันหดเล็กลงแทบจะทันทีความรู้สึกตื่นเต้นเกิดขึ้นกับเธอไม่ถึงสิบวิเท่านั้นมือทั้งสองกำหมัดแน่นเข้าหากัน หลังจากที่ดึงสติของตัวเองกลับมา เธอจึงเอ่ยออกไป
“รู้จักอยู่บ้างค่ะเฟลิกซ์มีอะไรไหมคะ?”
“ผมอยากรู้เรื่องคร่าวๆเกี่ยวกับเอวาน่ะ” ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นจับจ้องมายังเธอไม่วางตาชายหนุ่มเหยียดยิ้มบางๆ มุมปาก
“ก็เธอเป็นลูกค้าประจำโซนฉันค่ะช่วงนี้มาเกือบทุกวัน”ยี่โถถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย หญิงสาวเลือกที่จะเสมองไปทางอื่นแทนไม่อยากรับรู้อะไรต่อแล้ว พอเถอะ!
“งั้นเธอ...ช่วยฉันจีบเอวาได้ไหม?”คำพูดถัดมาของเขาเปรียบดังลูกธนูที่พุ่งเข้ามาปักกลางอกแล้วตัดผ่านขั้วหัวใจเธอทันทียี่โถหันขวับไปมองหน้าเขา ริมฝีปากบางเม้มแน่นเข้าหากันสองมือกำหมัดแน่นจนกล้ามเนื้อแขนเครียดเกร็งไปหมดการพยายามควบคุมจังหวะการหายใจให้ปกติ ถือเป็นเรื่องยากที่สุดสำหรับเธอตอนนี้หญิงสาวใช้เวลาอยู่นานกว่าจะเรียกเสียงตัวเองกลับมาได้
“คุณคิดว่าฉันจะช่วยไหมล่ะ?”เธอถามกลับเสียงเย็น
“ขึ้นอยู่กับน้ำใจ”เขาเองก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาพร้อมกับสีหน้าอันเรียบเฉย
“หึ! คุณก็รู้ดีว่าฉันคิดอย่างไรกับคุณ เรื่องนี้ฉันไม่มีน้ำใจให้คุณหรอกนะแต่ขอบอกตรงนี้เลยว่า ฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางความรักของพวกคุณ จำไว้ด้วย!” คำปฏิญาณเสียงดังฟังชัดจากเธอทำให้สีหน้าเรียบนิ่งของเขาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันทีมือของชายหนุ่มกำหมัดแน่น ดวงตาเริ่มแข็งกร้าวยิ่งกว่าเดิมพูดจบยี่โถลุกขึ้นกระแทกเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปจากห้องนั้น กระแทกปิดประตูดังปัง!
หญิงสาวรีบคว้าจักรยานปั่นออกไปเมื่อความบ้าดีเดือดเมื่อครู่นี้ดับมอดไปน้ำตาที่พยายามเก็บกลั้นไว้ก็ได้ไหลพรากออกมาพร้อมกับเสียงสะอึกสะอื้นเธอไม่สนหรอกว่า ระหว่างทางจะมีคนมองมาหรือไม่ความรู้สึกของเธอตอนนี้มันผสมปนเปกันมั่วไปหมด ทำไมกัน! ทำไมเขาใจร้ายถึงเพียงนี้!