บทที่ 10
เติบโตขึ้นเสียที!
เหอโถวเดินเข้าไปในป่าลึกคิดล่ากวางสักตัว ในระหว่างตามรอยก็สอนวิธีการแกะรอยเท้าของสัตว์ไปพลาง ขณะที่กำลังเดินลึกเข้าไปในป่าเหอโถวได้กลิ่นคาวเืเจืออยู่ในอากาศ สีหน้าพลันแปรเปลี่ยน ไม่ทันให้เขาได้ร้องบอกบุตรชายทั้งสองและโจวอี้ให้ระวังตัว เงาร่างของชายคนหนึ่งกลับโซซัดโซเซมาทางนี้
“พี่จ้ง!”
“น้องเหอ!”
เหอโถวรีบพุ่งเข้าไปประคองจ้งหลี่ ร่างกายชโลมด้วยโลหิตของเขากระตุ้นลางสังหรณ์ไม่ดีของเหอโถว
“พี่จ้ง โดนอะไรมา!”
จ้งหลี่เป็นายพรานที่อยู่ในหมู่บ้านข้างๆ กัน ฝีมือของเขาใช่ว่าอ่อนด้อย แต่เวลานี้ใบหน้ากลับดูหวาดกลัวมาก
“หลายสัปดาห์ก่อนญาติผู้น้องของข้าขึ้นเขาล่าสัตว์แต่กลับถูกหมาป่ากัดกิน วันนี้ข้าจึงเกณฑ์พรานในหมู่บ้านกับชายฉกรรจ์กว่ายี่สิบคนมาล่าหมาป่า ไหนเลย...ไหนเลยจะรู้ว่ามันเ้าเล่ห์ร้ายกาจราวกับไม่ใช่เดรัจฉาน!”
“โถ่พี่จ้ง เื่ใหญ่เช่นนี้เหตุใดถึงไม่บอกข้าสักคำ!”
“ได้ยินว่าเมียเ้าป่วยอยู่ข้าจึงไม่อยากรบกวน”
จ้งหลี่พูดพลางมองซ้ายมองขวาเห็นชายหนุ่มร่างกายกำยำและหนุ่มน้อยอีกสองคนอยู่ด้านหลังเหอโถว ก็กระทืบเท้าพูดขึ้น
“ไอหยา! นี่ใช่เวลาถามสารทุกข์สุกดิบที่ใด รีบไปก่อนที่มันจะตามกลิ่นมาถึง!”
เหอโถวพยักหน้ารับกวักมือเรียกเหอหลางมาช่วยประคองจ้งหลี่ลงจากเขา ในขณะที่กำลังแบกคนอย่างทุลักทุเลนั้นเสียงแซ่กซ่าพลันดังขึ้นดึงดูดสายตาคนทั้งห้าให้หันมอง
“หมาป่าสีเทา!”
เหอเหลียงหลุดร้องออกมา ใบหน้าซีดเผือด ใจนตัวสั่น รีบหันมองบิดาและพี่ชายที่กำลังตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าขยับสุ่มสี่สุ่มห้า
หมาป่าเป็สัตว์ที่อยู่รวมกันเป็ฝูง ไม่มีทางที่จะออกล่าตัวเดียว จะต้องมี...
กรอบแกรบ...
เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นทำให้ดวงตาของคนทั้งห้าหันมอง ไม่ผิดจากที่คิดไว้หมาป่าสีเทาอีกตัวเยื้องย่างออกจากหลังต้นไม้
เหอโถวตอนนี้เหงื่อตกยิ่งแล้ว มองบุตรชายสองคนของตนเองก็รู้สึกว่าจะปล่อยให้พวกเขาเป็อันตรายไม่ได้ เหลือบมองจ้งหลี่ที่ได้รับาเ็จนหน้าซีดขาวก็รู้ว่าไม่อาจขอความช่วยเหลือ ทั้งยังมีเด็กหนุ่มอีกคน...
“ลุงเหอ หากข้าล่ามันได้ มันจะเป็ของข้าใช่หรือไม่”
ในขณะที่เหอโถวกำลังใคร่ครวญอยู่ว่าจะเอาชีวิตรอดจากคมเขี้ยวหมาป่าไปได้อย่างไร น้ำเสียงราบเรียบไร้ความหวั่นเกรงก็ดังขึ้นจากเด็กหนุ่มรูปร่างโปร่งบาง
“จะ เ้าคิดทำอะไร!”
เหอโถวร้องถามด้วยความใ เ้าหนุ่มน้อยนี้เป็ดั่งวัวแรกเกิดไม่กลัวเสือ ไม่รู้ว่าเสือน่ากลัวเพียงใด ยังคิดอวดดีล่าหมาป่าอยู่อีกหรือ!
“ถ้าข้าล่าได้มันจะเป็ของข้าใช่หรือไม่”
โจวอี้ย้ำถาม ละสายตาจากหมาป่าสีเทาที่เพิ่งออกจากแนวต้นไม้ หันมองเหอโถวเพื่อยืนยัน ทว่าเหอโถวไม่ทันได้พูดสิ่งใด กลับร้องลั่นเมื่อหมาป่าตัวที่อยู่ใกล้โจวอี้ที่สุดกระโจนเข้าหาทันทีที่เขาละสายตาออกจากมัน
กรร!
เสียงคำรามดังก้อง โจวอี้ดึงสายตากลับมาอย่างรวดเร็ว พลิกกายหลบการกระโจนของมันได้อย่างเฉียดฉิว หันมองหมาป่าอีกตัวที่กำลังไล่ต้อนกลุ่มของเหอโถวและโจวอี้ให้แยกจากกัน
โจวอี้ยังคงยืนกุมเสียมขุดดินในมือเอาไว้ ใบหน้าของเขาไร้ความหวาดกลัว ไม่ยอมสยบต่อแววตาดุร้ายของหมาป่าตรงหน้า แม้ว่ามันจะส่งเสียงร้องขู่คำรามออกมาหลายหนแต่โจวอี้สีหน้าก็ไม่แปรเปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย
เหอโถวได้แต่มองโจวอี้น้อยที่เผชิญหน้ากับหมาป่าที่ตัวใหญ่กว่าเขาด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด คล้ายเห็นเขาตัวใหญ่ขึ้นมาราวกับขุนเขา เสียมเกรอะกรังขึ้นสนิมก็คล้ายเป็หอกสีทองของเทพ์ ไม่ว่าจะท่วงท่าเยือกเย็นหรือกลิ่นอายแสนสุขุมไม่ว่าดูอย่างไรก็ไม่ใช่หนุ่มน้อยอายุสิบกว่าปี
จู่ๆ ก็รู้สึกวางใจขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ
สีหน้าของโจวอี้กดข่มหมาป่าสีเทาโดยไม่รู้ตัว ด้วยรูปร่างของมนุษย์ที่ตัวเล็กจ้อยก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เดรัจฉานหนีจาก มันเดินวนรอบโจวอี้อยู่หลายรอบหาช่องโหว่ สุดท้ายจึงกระโจนเข้าหาอีกครา
หนนี้โจวอี้ไม่เพียงหลบได้ แต่ใช้เสียมในมือตีสวนเข้าที่หลังคอจนมันร้องเอ๋งเสียงดังลั่น การถูกตีนี้ยิ่งทำให้มันโกรธ คำรามลั่นเสียงดังจนนกกาบนคบไม้แตกกระเจิง
ในขณะที่โจวอี้ครุ่นคิดอยู่ว่าจะจัดการมันอย่างไรเสียงหนึ่งก็ดังลั่น
“ระวัง!”
หมาป่าสีเทาอีกตัวที่ต้อนกลุ่มเหอโถวให้แยกห่างพลันกระโจนใส่จากทางด้านหลัง ่เวลาฉุกละหุกนี้ทำให้โจวอี้ที่ขยับตัวหลบต้องเสียหลักล้มลง กลุ่มของเหอโถวร้องลั่นเมื่อเห็นโจวอี้ตกเป็ฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ คิดว่าเขาต้องตกตายอยู่ใต้คมเขี้ยวหมาป่าแน่แล้ว!
แต่ทันใดเสียงร้องเอ๋งพลันดังขึ้นอีกครา เสียงร้องครั้งนี้แฝงไว้ด้วยความเ็ปยิ่งยวด ร้องครางออกมาไม่หยุด กลุ่มคนของเหอโถวจึงได้เห็นชัดถนัดตาว่าโจวอี้ไม่ได้เป็ฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเลย
โจวอี้สบโอกาสในยามที่หมาป่าอ้าปากกว้างคิดกัดกระชากตนจึงใช้่เวลานี้สวนแทงเสียมเข้าไปในปากของมัน เวลานั้นโจวอี้ไม่รู้ว่าเอาเรี่ยวแรงมาจากที่ใด รู้สึกเหมือนทั่วร่างมีพลังอันยิ่งใหญ่ขุมหนึ่งแล่นพล่านอยู่ในกาย รู้ตัวอีกคราเสียมขุดดินในมือก็แทงทะลุหัวสมองของหมาป่าแล้ว
โลหิตสาดกระจาย ยิ่งมันดิ้นรนร้องลั่นจากการโจมตีที่สร้างความเ็ปแสนสาหัส พยายามดึงหัวออกจากเสียมขุดดิน พริบตานั้นโจวอี้เผยรอยยิ้มบางๆ ออกมา แววตาฉายความเมตตา ดึงเสียมออกจากปากของมันแล้วกลิ้งไถลตัวหลบออกจากร่างของหมาป่า เห็นว่ามันพยายามเดินหนีเขาก็ไม่รอช้าปรี่เข้าหา เงื้อแขนขึ้นสูง แทงเสียมลงไปยังกลางหัวของมันสุดแรง
ไร้เสียงร้องครางของหมาป่า มีเพียงร่างไร้ลมหายใจของมันนอนแน่นิ่ง กลิ่นคาวเืและสมองสีขาวๆ ทะลักกระจายอยู่ด้านข้าง
โจวอี้ตอนนี้ร่างกายครึ่งหนึ่งเปรอะด้วยเื ใบหน้าซีกหนึ่งถูกสีแดงของโลหิตชโลมจนน่ากลัว แววตามองหาหมาป่าอีกตัวแต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อเห็นมันวิ่งหนีเข้าไปในป่า
เหอเหลียงเห็นซากของหมาป่าและเห็นโจวอี้ที่เต็มไปด้วยเื ทั้งใทั้งคลื่นเหียน สุดท้ายก็อาเจียนออกมา เสียงอาเจียนนี้เรียกสติของทุกคนให้ออกจากภวังค์ มองยังโจวอี้อย่างคาดไม่ถึงและเหลือเชื่อกับสิ่งที่ได้เห็นตรงหน้า
เขาฆ่าหมาป่า!
ฆ่าหมาป่าด้วยตัวคนเดียวโดยไม่าเ็!
ทั้งยังใช้เสียมขุดดินฆ่ามันด้วย!
“ลุงเหอ หมาป่าตัวนี้เป็ของข้า...ถูกหรือไม่?”
โจวอี้ผินหน้ามองเหอโถว ใบหน้าซีกหนึ่งย้อมด้วยโลหิตสีคล้ำน่าหวาดกลัว กอปรกับท่วงท่ายามถือเสียมนี้ไม่ต่างจากแม่ทัพใหญ่ เหอโถวเห็นแล้วพลันรู้สึกหวั่นเกรง ตอบตะกุกตะกัก
“อะ อืม...เ้าฆ่ามันได้ มันย่อมเป็ของเ้า”
อย่าว่าแต่มอบหมาป่าตัวนี้ให้เลย แม้แต่เงินทองก็มอบให้ได้ การที่โจวอี้สังหารหมาป่าตัวนี้ก็เท่ากับช่วยชีวิตทุกคนที่อยู่ตรงนี้ นับเป็ผู้มีพระคุณ!
“จะ เ้าเด็กนั่น...”
จ้งหลี่หลุดพูดออกมาเมื่อเห็นโจวอี้ยอบกายลงแล้วแบกหมาป่าที่ขนาดตัวใหญ่กว่าเขาเล็กน้อยขึ้นไหล่ สีหน้าโจวอี้เวลานี้นับว่าอารมณ์ดี เขายิ้มบางๆ หันบอกทุกคนด้วยน้ำเสียงยินดี
“พวกเรารีบลงเขากันเถอะ”
เหอเหลียงหลังจากอาเจียนจนหมดพุงถึงค่อยมองโจวอี้ด้วยแววตาเลื่อมใส รีบวิ่งเข้าไปหาชมเชยด้วยความตื่นเต้น
“โจวอี้เก่งกาจจริงๆ!”
“เพียงแค่บังเอิญเท่านั้น” โจวอี้บอกปัด เร่งฝีเท้าลงจากเขาคิดนำหมาป่าตัวนี้ไปอวดจวี๋ฮุ่ย รอรับคำชมจากนาง
“ไฉนถึงได้แรงเยอะนัก...”
เหอหลางพึมพำ พวกเขาเดินตามหลังโจวอี้ย่อมมองเห็นขนาดตัวของหมาป่าที่แทบจะกลบเขาจนมิด ทั้งๆ ที่เห็นว่าหนุ่มน้อยผู้นี้ไม่ได้มีร่างกายแข็งแรงกำยำหรือมีมัดกล้ามเนื้ออะไร แต่คาดไม่ถึงว่าจะแบกหมาป่าทั้งตัวขึ้นหลังได้สบายๆ!
“ข้าช่วยจวี๋ฮุ่ยทำไร่ รดน้ำผักทุกวัน ย่อมแข็งแรงเป็ธรรมดา จวี๋ฮุ่ยไม่ชอบพวกไก่อ่อนไร้เรี่ยวแรง” โจวอี้ยิ้มน้อยๆ ตอบเหอหลางด้วยสีหน้าเบิกบาน
คำตอบของโจวอี้นี้ทำให้คนที่ได้ยินอดครุ่นคิดไม่ได้ว่าจะต้องทำงานมากเพียงใดถึงได้แรงเยอะยิ่งกว่านายพราน!
ข่าวการล่าหมาป่าได้ของโจวอี้นี้ทำให้ทุกคนตามมุงดูด้วยความคึกคัก แววตารอบด้านเผยสีหน้าออกมามากมายพากันมองหมาป่าตัวโตบนไหล่ของโจวอี้ หญิงสาวน้อยใหญ่มองตามด้วยความลุ่มหลง ในขณะที่ใกล้จะถึงบ้าน โจวอี้เห็นจวี๋ฮุ่ยวิ่งออกมาหน้ารั้วเขาก็ทิ้งหมาป่าที่อยู่บนไหล่ลงบนพื้นจนเสียงตึงดังขึ้นหนหนึ่ง มองอีกคราก็ไม่เห็นตัวคนแล้ว
“จวี๋ฮุ่ย!”
“โจวอี้!” จวี๋ฮุ่ยเห็นเืเต็มตัวเขาก็กรีดร้องเสียงหลง รีบวิ่งเข้าหาดูว่าเขาไม่ได้าเ็
“นี่ไม่ใช่เืของข้า ข้าไม่เจ็บ ข้าไม่ได้รับาเ็เลยแม้แต่น้อย จวี๋ฮุ่ยไม่ต้องห่วง”
โจวอี้พูดขึ้นหลังจากเห็นความร้อนใจ ยิ่งเห็นนางพลิกตัวเขาไปมาประหนึ่งจะดูว่าเขาได้รับาเ็หรือไม่ก็รีบอธิบาย หลังจากเห็นสีหน้าโล่งใจของนาง โจวอี้ถึงลอบเช็ดมือที่เปรอะเืกับชายเสื้อจนสะอาด คว้าเอาแขนเสื้อของจวี๋ฮุ่ยแล้วพูดเสียงเบา
“แต่ข้ากลัวมาก หมาป่าน่ากลัวมาก”
-------
อยากจะเบ้ปากแหมไปถึงดาวอังคารแล้วค่าา
-------
ลิขิตฟ้ามิอาจขวาง!
อีบุ๊กออกแล้วจ้าา
ฟีลกู๊ดนุ่มฟู ไม่ดราม่าเน้นอ่านสบายน้า
ตอนนี้มีโปรโมชันอยู่ด้วยน้า ราคา 199 บาท 636 หน้า (≈ 98,446 คำ)