เกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 บทที่ 127 ได้โปรดอยู่ห่างจากข้า

            ได้ยินการคาดเดาที่น่าขยะแขยงของเขาแล้วอวิ๋นอี้พลันอยากจะหัวเราะออกมา

            หากนางไม่เคยมองเขาอยู่ในสายตาตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาคิดว่าตนเองเป็นผู้ใดกัน?

            คำถามเช่นนั้นเป็นการดูถูกและทำร้ายความจริงใจของนางทั้งสิ้น

            ตอนนี้พวกเขาต่างมิได้สติกันนางดื่มมา ส่วนเขาก็โกรธจัด อวิ๋นอี้มิอยากเถียงกับเขา

            นางสูดหายใจเข้าลึกๆพยายามสงบสติอารมณ์ “ฝ่าบาทปล่อยก่อน ข้าเจ็บไปหมดแล้วเพคะ”

            ด้วยประโยคที่นุ่มนวลใต้แสงจันทร์ในคืนฤดูร้อน บางเบาราวกับขนนกลอยตกบนหัวใจของเขาอย่างกะทันหัน

            หรงซิวขยับริมฝีปากแน่นปล่อยมือออก และค่อยๆ เว้นระยะห่างระหว่างทั้งสอง

            อวิ๋นอี้ถอนตัวออกจากอ้อมแขนของเขาเหลือบมองเขาพลันเดินไปในจวนโดยไม่พูดอันใดสักคำ

            ทั้งสองเข้าไปในจวนโดยไม่มีผู้ใดที่มีสีหน้าสู้ดี

            พ่อบ้านถามอย่างระมัดระวังว่า“ฝ่าบาท ฮูหยิน อาหารพร้อมแล้วพ่ะย่ะค่ะ จะทานเลยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

            “ไม่ล่ะ” นางตอบว่า “ข้าทานมาแล้ว”

            “กับผู้ใด?” หรงซิวถามโพล่งออกมา

            อวิ๋นอี้ยิ้มและชำเลืองมองเขา“กับลู่จงเฉิงเพคะ”

            จริงๆก็รู้คำตอบอยู่แล้ว ทว่าเมื่อนางพูดออกมาเช่นนี้ หรงซิวก็ยังริษยา

            เขาอดทนไว้ไม่พูดอันใดทันทีที่เข้าไปในห้อง เขาก็จับอวิ๋นอี้เข้ามากอดแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาว่า“ต่อไปเจ้าอยู่ห่างจากลู่จงเฉิงหน่อยได้หรือไม่?”

            อวิ๋นอี้ไม่ค่อยมีสติฤทธิ์เหล้ายังสูง ทำให้นางมีปฏิกิริยาที่ช้ากว่าปกติ หลังจากนั้นครู่หนึ่งก็ถามว่า“เพราะเหตุใดเพคะ?”

            “ข้าไม่ชอบเลย” หรงซิวพูด

            เขาพลิกร่างผอมเพรียวของนางให้หันกลับมาทั้งสองเผชิญหน้ากัน ใกล้จนสามารถเห็นแววตาสีเข้มของเขาได้อย่างชัดเจน

            อวิ๋นอี้เลิกคิ้วขึ้นดูเหมือนว่าเขาอยู่กับหว่านฉือคงจะเหนื่อยและหนักใจ

            “ได้หรือไม่?” หรงซิวถามอีกครา

            นางพยักหน้าตอบอย่างร่าเริง“ได้สิเพคะ แต่ท่านต้องสัญญากับข้า”

            “เจ้าพูดมา” เมื่อเห็นนางท่าทีน่ารัก หรงซิวก็สงบลงเล็กน้อยมือของเขาบีบแก้มนางเบาๆ มีรอยยิ้มที่มุมปาก

            อวิ๋นอี้ยิ้มตาม“ต่อไปฝ่าบาทต้องห่างกับหว่านฉือ”

            หรงซิวมิคิดว่านางจะพูดถึงหว่านฉือจึงอธิบายอย่างลังเลว่า “ข้ากับนางเป็นเพียงเพื่อนสมัยเด็ก เจ้าอย่าได้คิดมาก”

            “ข้าคิดมากไปหรือ?” อวิ๋นอี้หัวเราะทว่าในใจกลับเศร้า

            นางเพียงอยากจะถามเพื่อทดสอบเขาทว่าเขากลับไม่ยอมตกลงอย่างโดยดี ความคับข้องใจในหัวใจของนางยิ่งปั่นป่วนมากขึ้นแม้แต่อารมณ์แย่ๆ ในใจที่พยายามระงับไว้ก็พุ่งออกมา

            นางมองไปเขาจงใจพูดยั่วยุเขา “ฝ่าบาท หากข้าบอกว่าหากมีนางจะไม่มีข้า มีข้าไม่มีนางฝ่าบาทต้องเลือกคนหนึ่งระหว่างเรา ฝ่าบาทจะเลือกผู้ใดเพคะ?”

            “อวิ๋นเออร์ เจ้าเป็นอันใดไป?” หรงซิวขมวดคิ้ว“เจ้าอย่าไร้เหตุผลเช่นนี้สิ เจ้ากับนางจะเอามาเปรียบกันมิได้ และเรื่องเมื่อวานเจ้าให้ข้าไปดูแลนางเองนี่”

            “ใช่! ข้าบอกให้ท่านไปดูแลนาง ท่านก็ไป ฝ่าบาทเชื่อฟังมากหากตอนนี้ข้าบอกให้ท่านมิต้องสนใจนาง ฝ่าบาทจะทำได้หรือไม่เพคะ?”

            “นางมิได้ทำอันใดผิด จู่ๆ ข้ามิสนใจนาง..”

            “เช่นนั้นลู่จงเฉิงทำอันใดผิดเพคะ ท่านบอกให้ข้าห่างจากเขา”อวิ๋นอี้ไม่เข้าใจตรรกะของหรงซิว จึงถามอย่างดุดัน

            หรงซิวหายใจเข้าจู่ๆ พูดขึ้นว่า “จริงๆ แล้วเจ้ามิอยากห่างจากลู่จงเฉิงใช่หรือไม่?”

            “เกี่ยวอันใดกับเขา? ฝ่าบาท ท่านต้องรู้ก่อนว่าเรื่องของท่านกับข้า ไม่เคยเกี่ยวกับเขาอย่าได้คิดว่าหลายเรื่องที่ข้ามิได้พูดจะแปลว่าข้ามิรู้ เรื่องรักใคร่ลับๆในวัยเยาว์ของฝ่าบาทกับหว่านฉือ คิดว่าข้าตาบอดมองไม่ออกหรือ? จนถึงตอนนี้ฝ่าบาทก็ยังไม่บอกความจริงกับข้ายังมิอยากตัดเยื่อใยสัมพันธ์กับนาง ฝ่าบาทเคยมีข้าอยู่ในสายตาจริงหรือเคยมองข้าว่าเป็นชายาของท่านบ้างหรือไม่?” อวิ๋นอี้พูดเร็วมากหน้าอกของนางขึ้นๆ ลงๆ อย่างแรงแต่คำพูดของนางชัดถ้อยชัดคำ “ไม่เลย ฝ่าบาทมิเคยเลยหากฝ่าบาทจะเคารพศักดิ์ศรีของข้าบ้าง คงไม่ทำเรื่องที่มันเกินเลยถึงเช่นนั้น”

            “ข้าไม่เคารพเจ้าเมื่อใดกัน?” หรงซิวโต้กลับ“ข้าทำเรื่องอันใดเกินเลย?”

            เขายังมิรู้เลยว่าเขาทำผิดตรงที่ใดกัน!

            อวิ๋นอี้ดูเย็นชามาก“ฝ่าบาทมิรู้ งั้นข้าจะบอกให้ฟังเพคะข้าให้ท่านไปดูแลหว่านฉือเพราะข้าเห็นความสำคัญของชีวิตนาง แม้ว่าข้าจะหึงหรือตระหนี่เพียงใดก็ตามทว่าข้าไม่อาจจะให้ท่านละเลยชีวิตคนได้ ในเวลาเดียวกันนั้นดวงตาของฝ่าบาทกลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความห่วงใยต่อนางแม้ว่าข้าจะบอกให้ท่านออกมา ท่านจะฟังข้าหรือไม่? และท่านไม่ควร...”

            นางสูดหายใจเข้าลึกๆ“ท่านไม่ควรกลับจวนไปกับนาง ถึงแม้ว่าจะไปจวนนางฝ่าบาทควรบอกให้ข้ารู้สักคำใช่หรือไม่เพคะ? ทว่าฝ่าบาทไม่เลยท่านช่างเป็นอิสระ ไร้กังวล ราวกับว่าข้ามิเคยมีตัวตน มีเพียงท่านและหว่านฉือฝ่าบาทกลับจวนไปกับนาง บุรุษสตรีสองต่อสอง มิกลับเรือนเลยทั้งคืนข้าอยากถามว่าท่านไปค้างคืนในบ้านสตรีสาวโสดในฐานะใด? ได้ข้าจะสมมติว่าเมื่อคืนสถานการณ์ของหว่านฉือยังอันตราย ท่านกลับมิได้ ทำอันใดไม่ถูกแต่วันนี้เล่าเพคะ วันนี้ทั้งวันท่านไม่กลับจวน ยังคงอยู่ที่จวนของหว่านฉือฝ่าบาทมิรู้ว่าข้ากังวลใจเรื่องท่าน ยิ่งมิรู้ว่าในทุกนาทีที่ข้าเฝ้ารอ ใจของข้านั้นทรมานเช่นไรฝ่าบาทมีแต่นางอยู่ในสายตา ฝ่าบาทเคยคิดหรือไม่ว่าหากเรื่องแพร่ออกไปหน้าตาข้าในฐานะพระชายาตัวจริงจะเอาไปไว้ที่ใด? คนภายนอกที่มิรู้ความจะเอาข้าไปพูดเช่นไร?”

            “อวิ๋นเออร์ ที่เมื่อคืนข้ามิได้กลับมา เพราะว่าหว่านฉือ...”

            “มิต้องอธิบายให้ข้าฟัง” อวิ๋นอี้ยกมือขึ้นขัดเขา“คำพูดของท่านจริงเท็จเพียงใดข้ามิอยากจะไปชั่งใจข้ารู้ว่าธรรมชาติของบุรุษนั้นเจ้าชู้ ทั้งยังข้าอยู่ในต้าอวี่บุรุษธรรมดายังมีภรรยาเยอะสนมอีกมากมาย ฝ่าบาทเป็นถึงองค์ชาย ทั้งยังหล่อเหลาจะมีสนมก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ฝ่าบาท ข้าต้องการใช้ชีวิตเป็นคู่เพียงสองคนเท่านั้นข้าต้องการเพียงความรักและความห่วงใยที่มิเหมือนผู้ใดเท่านั้นหากสิ่งที่ท่านให้ข้า เอาไปให้ผู้อื่นอีกเช่นกัน เช่นนั้นข้ายอมไม่รับสิ่งใดเลย”

            นางหันหลังกลับเอวของนางเรียวบาง

            เหมือนว่าหรงซิวจะได้รู้จักนางใหม่อีกครา

            นางเป็นเหมือนเมื่อก่อนทว่ามีความแตกต่างชัดเจน

            เขามิอยากจะเชื่อเลยด้วยซ้ำว่าคำพูดที่เฉียบขาดและโหดร้ายเช่นนั้นมาจากปากของนาง

            ก่อนหน้านี้นางหลงใหลเขามากแท้ๆ!

            หรงซิวเปิดปากพูดช้าๆ“ไม่เอาสิ่งใดเลย หมายความว่าเช่นไร?”

            “หมายถึงการหย่า”

            “อวิ๋นอี้ เจ้ามีสติหรือไม่? เจ้าเป็นพระชายาของข้า!อยากจะหย่าก็หย่าได้เช่นไร! ข้าบอกเลยนะว่าไม่มีวัน!”หรงซิวระงับความโกรธและพูดอย่างเด็ดขาด

            นางกล้าดีเช่นไรมาบอกว่าหย่า!

            นางกล้าพูดเรื่องหย่าจริงๆ!

            เขาโกรธมากจนอยากจะเป็นบ้าอยากจะกดนางไว้แล้วจัดการนางทว่าสติของเขาบอกว่าหากเขาทำเช่นนั้นเรื่องมันจะกู่ไม่กลับเป็นแน่

            หรงซิวเอามือเท้าสะเอวหายใจเข้าลึกๆ มองดูนางแล้วพูดว่า “ค่ำแล้ว พักผ่อนเถิด”

            “เชิญฝ่าบาทออกไปนอนอีกห้องเพคะ” อวิ๋นอี้พูดอย่างมั่นใจ“ก่อนที่ฝ่าบาทจะคิดได้ว่าควรจะปฏิบัติตนเช่นไรในความสัมพันธ์ของเราได้โปรดอยู่ห่างจากข้า มิต้องมายั่วยุข้า”

    คล้ายกับเรื่องเกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668