ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยของหลงชิวเซิงเผยยิ้มขมขื่นก่อนจะโบกมือตอบ “เสี่ยวหนิว ไม่ต้องพูดถึงการไหว้อาจารย์แล้วก่อนหน้านี้ที่เธอพูดขึ้นมาฉันก็อยากทำเหมือนกัน แต่เธอทำให้ฉันตาสว่างตั้งหลายครั้งคนแก่อย่างฉันแก่แต่ตัวใจไม่ยอมแก่ และคิดว่าจะเข้ากับเ้าหนูสวี่ได้แน่นอนเราต่างมีอุดมการณ์เดียวกัน เป็อาจารย์หรือไม่ ไม่ต้องพูดถึงแล้วเราสองคนมาเป็เพื่อนต่างวัยกันเถอะ มีเวลาก็มาคุยกันเยอะๆ ละ!”
หนิวเซี่ยงตงดีใจจนเผลอตบหลังสวี่ตงไปหนึ่งที “สวี่ตง ยังไม่รีบขอบคุณผู้เฒ่าหลงอีก!”
สวี่ตงไม่เข้าใจความหมายของหลงชิวเซิงคนเจนโลกอย่างหนิวเซี่ยงตงกลับเข้าใจ หลงชิวเซิงคิดว่าสวี่ตงมีสายตาเฉียบคมเกินคนธรรมดาถึงขั้นทำเขาตกตะลึงได้จึงไม่้าเป็ ‘อาจารย์’ แต่ยินดีจะเป็เพื่อนต่างวัยกับสวี่ตง ที่บอกว่า ‘คุยกัน’ความจริงคือถ่ายทอดความรู้ของเขาให้สวี่ตงอันที่จริงถึงขั้นนี้ก็ดีกว่าเป็อาจารย์แล้ว
สวี่ตงรีบพยักหน้า จากนั้นก็กล่าวขอบคุณหลงชิวเซิงด้วยความเคารพ “ขอบคุณครับผู้เฒ่าหลง!”
หลงชิวเซิงโบกมือ จ้องหน้าสวี่ตง “เธอยังเด็กนักแต่มีอะไรที่คาดไม่ถึงมากมาย ทักษะและความรู้ในการดูของพวกนี้เธอไปเรียนมาจากไหนตามคำกล่าวว่าอาจารย์ที่ดีย่อมผลิตลูกศิษย์ที่ดี จากที่เธอแสดงฝีมือให้เห็นฉันคิดว่าเธอคงไม่ใช่คนไม่มีพื้นฐาน บอกมาเถอะ อาจารย์ของเธอคือใคร”
สวี่ตงใ เห็นหลงชิวเซิงจ้องเขาด้วยสายตาคม พลันใจกระตุกวูบแน่นอนว่าไม่อาจพูดเื่ ‘ออร่าสมบัติ’ ได้ แต่หลงชิวเซิงย่อมไม่ใช่คนที่จะหลอกได้ง่ายๆเขาละล้าละลังอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบไปว่า “ผู้เฒ่าหลงครับผมไม่มีอาจารย์ แค่ได้รับอิทธิพลจากพ่อมาั้แ่เด็ก ดูเยอะฟังเยอะหลังจากนั้นก็อ่านหนังสือเกี่ยวกับของโบราณอักษรภาพอะไรทำนองนั้นมาไม่น้อยแต่ผมก็รู้แค่งูๆ ปลาๆ บางครั้งพูดแค่สองประโยคก็เข้าใจบางครั้งก็ไม่เข้าใจอะไรเลย ผู้เฒ่าหลงอย่าถือสาเลยครับ!”
หลงชิวเซิงเห็นว่าสวี่ตงพูดอย่างจริงใจก็ถามอย่างแปลกใจ “พ่อเธอคือใคร”
ตอนที่ถามคำถามนี้ก็พยายามนึกถึงชื่อทั้งหมดที่อยู่ในส่วนลึกของสมองขบคิดว่ามียอดฝีมือคนไหนที่แซ่ ‘สวี่’ บ้าง แต่ทำอย่างไรก็คิดถึงคนแซ่สวี่ที่มีความสามารถเช่นนี้ไม่ออกเลย
ทันทีที่เอ่ยถึงพ่อ สวี่ตงก็ตาแดงก่ำเงียบไปครู่หนึ่งถึงได้ตอบเสียงเบา “ผู้เฒ่าหลงพ่อผมคือสวี่ชิงหวาครับ”
“สวี่ป๋อชวน?” หลงชิวเซิงนิ่งอึ้งขบคิดครู่หนึ่งถึงร้อง ‘อ๋อ’ ขึ้นมาเสียงหนึ่ง“ใช่…ใช่สวี่ชิงหวาเถ้าแก่โรงรับจำนำตระกูลสวี่ทางฝั่งตะวันตกที่ประสบอุบัติเหตุตายไปเมื่อสองปีก่อนหรือเปล่า”
สวี่ตงพยักหน้ารับตาแดงๆ เขาไม่ได้อยากพูดเื่พ่อแม่กับคนนอกมากนัก
แต่หนิวเซี่ยงตงกลับแทรกขึ้น “ผู้เฒ่าหลงครับเื่เคราะห์ร้ายทั้งหลายไม่มีใครกล้าพูดอย่างมั่นใจว่าจะหลีกเลี่ยงได้เื่ของพ่อสวี่ตง ผมเพิ่งเข้าใจอย่างถ่องแท้ใน่สองวันนี้เองโจวเทียนฉีคนนี้คงไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับผู้เฒ่าหลงใช่ไหมครับ”
“เกี่ยวอะไรกับโจวเทียนฉี” หลงชิวเซิงจ้องหนิวเซี่ยงตงวันก่อนเพิ่งจะถูกหนิวเซี่ยงตงเชิญไปพูดคุยกันที่ร้าน และแขกอีกคนของหนิวเซี่ยงตงก็คือโจวเทียนฉีมานึกดูตอนนี้ ที่แท้เ้าเด็กนี้ก็วางแผนไว้แล้ว!
หลังจากชะงักไปครู่หนึ่ง หลงชิวเซิงจึงเอ่ยถามด้วยสีหน้าเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม“เ้าหนิวเซี่ยงตัวดี หรือเธอขุดหลุมอะไรให้ฉันตกลงไป”
“ผมจะไปกล้าได้ยังไงครับ!” หนิวเซี่ยงตงยกมือยอมจำนนก่อนจะยิ้มแหย “ต่อให้ผู้เฒ่าหลงมอบความกล้าให้ผมสิบเท่าผมก็ไม่กล้าขุดหลุมดักท่านหรอกครับแต่ว่าเื่นี้มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าจริงๆ ที่เชิญผู้เฒ่าหลงไปที่ร้านผมเหตุผลหลักเลยคือ้าให้ใครสักคนรับรอง ถ้าจะมีใครสักคนรับรองให้ในเมืองถงเฉิงยังจะมีใครมีอำนาจได้มากกว่าผู้เฒ่าหลงอีกล่ะครับ”
“หึๆ ยังจะพูดว่าไม่ได้ขุดหลุมดักฉันอีกเหรอ” หลงชิวเซิงแค่นหัวเราะเสียงเย็น
หนิวเซี่ยงตงทำหน้าตาเลิ่กลั่ก หันมาเห็นสวี่ตงก็รีบสั่งเขา “สวี่ตง เธอไปรอข้างนอกก่อนไป!”
“ครับ!” สวี่ตงรู้ว่าหนิวเซี่ยงตงต้องมีเื่ส่วนตัวจะพูดกับหลงชิวเซิงจึงรีบออกไปอย่างรวดเร็ว
รอจนสวี่ตงพ้นประตูห้องโถง หนิวเซี่ยงตงจึงขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า“ผู้เฒ่าหลงครับ เื่เป็แบบนี้โจวเทียนฉีน่ะเป็สามีของป้าแท้ๆ ของสวี่ตง…”
ถึงเวลานี้หนิวเซี่ยงตงจึงเล่าเื่ที่ครอบครัวโจวเทียนฉีทำกับสวี่ตงอย่างละเอียดพูดถึงความเลวร้ายของโจวเทียนฉีแล้วแววตาเขายังดูดุร้ายขึ้นอย่างห้ามไม่ได้
“เ้าสุนัขนี่!” หลงชิวเซิงตบต้นขาพร้ะคอกเสียงเย็นคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่งก่อนกระซิบถามหนิวเซี่ยงตง “ฉันจำได้ว่าสร้อยประคำที่สวี่ตงขายให้ราคาสามแสนแปดหมื่นหยวนเงินนั่นโอนเข้าบัญชีโจวเทียนฉี แล้วเงินไปไหนล่ะ”
“ยังต้องพูดอีกเหรอครับ” หนิวเซี่ยงตงแค่นหัวเราะ“สวี่ตงให้เกียรติตัวเองมาก ผมก็ไม่กล้าถามตรงๆทะเลาะกันคราวนี้เขาหนีออกจากบ้าน แตกหักกับครอบครัวโจวเทียนฉีตอนมาหาผมที่ร้านมีเงินติดตัวอยู่หนึ่งพันหยวน นั่นคือเงินที่เอานาฬิกามาจำนำที่ร้านผมสามแสนแปดหมื่นหยวนนั่นก็ไม่ต้องพูดถึง ถูกโจวเทียนฉีเอาไปแล้ว!”
“น่าโมโหนัก!” หลงชิวเซิงตบต้นขาอีกฉาดเริ่มรังเกียจโจวเทียนฉีเข้าจริงๆ แล้ว ก่อนจะหยุดชะงักแล้วหันมาจ้องหนิวเซี่ยงตงจ้องจนทำหนิวเซี่ยงตงขนลุก
หนิวเซี่ยงตงยิ้มแหย “ผู้เฒ่าหลงจ้องผมทำไมครับผมไม่ใช่โจวเทียนฉีนะ!”
หลงชิวเซิงแค่นเสียง “อุบายตื้นๆ แค่นั้นคิดว่าจะตบตาฉันได้เหรอแต่ช่างเถอะ ดูๆ แล้วเธอก็ทำเพื่อเ้าหนูสวี่ตง ฉันจะไม่ถือสา อยากทำก็ทำไปไม่อย่างนั้นฉันไม่ให้อภัยแน่ แต่ว่า...”
ประโยคของหลงชิวเซิงทำหนิวเซี่ยงตงกังวลขึ้นมาจึงจดจ้องเขารอถ้อยคำถัดไป
หลงชิวเซิงเอียงหัวครุ่นคิด ก่อนจะกล่าวต่อ “แปลก ถึงตระกูลของสวี่ชิงหวาจะนับว่าทำธุรกิจสายนี้มาหลายรุ่นแต่บรรพบุรุษตระกูลสวี่จนถึงวันนี้ก็ไม่ได้มีอัจฉริยภาพโดดเด่นสักคนต่อให้สวี่ตงสืบทอดกิจการต่อจากพ่อ และคนรุ่นหลังมักจะเก่งกว่าคนรุ่นก่อน แต่ทักษะการประเมินสิ่งของกับความรู้ของเขาในตอนนี้ออกจะเหลือเชื่อไปไหม”
“แต่เื่พร์ก็ยากจะอธิบายจริงๆ!” หลงชิวเซิงส่ายหน้าพลางถอนหายใจ ก่อนจะพูดขึ้นอีกว่า “เสี่ยวหนิว ไปกันเถอะ เฮ้อ…ไม่คิดว่าสวี่ตงจะน่าสงสารถึงขนาดนี้…”
หน้าประตูวิลล่าสวี่ตงกำลังพิงต้นไฮเดรนเยียเหม่อมองดอกไม้ต้นไม้สีสันสดใสในสวนหลงชิวเซิงกับหนิวเซี่ยงตงออกมาแล้วเขาก็ยังไม่รู้ตัว
หลงชิวเซิงเห็นสวี่ตงในเวลานี้ถึงรู้สึกได้ว่าเด็กคนนี้ผ่านโลกและมีความเป็ผู้ใหญ่มากกว่าเด็กวัยเดียวกันจนไม่อาจเทียบกันได้จึงยื่นมือไปตบไหล่เบาๆ ด้วยความเมตตา “เสี่ยวสวี่ ขึ้นรถกัน!”พูดพลางยื่นกุญแจรถให้หนิวเซี่ยงตง “เธอขับ!”
หนิวเซี่ยงตงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเดินไปทางรถอาวดี้ A4 ซึ่งเป็หนึ่งในสามคันที่จอดนิ่งอยู่บนถนนภายในสวนดอกไม้ ก่อนจะเปิดประตูให้แล้วเชิญหลงชิวเซิงกับสวี่ตงขึ้นรถอย่างอารมณ์ดี
สวี่ตงกระดากอายเล็กน้อย หลงชิวเซิงจึงคว้าตัวเขาขึ้นรถโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงพร้อมกับบอกว่า “หนิวเซี่ยงตงเป็สารถีให้ฉันสักครั้งก็ไม่เสียใจแล้ว!”
หนิวเซี่ยงตงขับไปยิ้มไป “ผมจะเสียใจทำไมได้เป็คนขับรถให้ผู้เฒ่าหลงเป็เกียรติที่สุดของผมแล้ว เสียดายที่ผู้เฒ่าหลงคงไม่เอาผม!”
หลงชิวเซิงหัวเราะเบาๆ ไม่สนใจจะต่อปากต่อคำกับเขาอีก เขาถอดเสื้อตัวนอกออกเพื่อถอดเสื้อหยกไหมทองตัวนั้นก่อนจะพูดกับสวี่ตงอีกครั้ง “เธอเอากล่องตรงข้างประตูมาให้ฉันหน่อย”
สวี่ตงที่นั่งอยู่บนรถเพิ่งจะพบว่าที่ข้างประตูอีกด้านหนึ่งมีกล่องไม้โบราณวางอยู่เขาเองก็มองไม่ออกหรอกว่ากล่องไม้นี้ทำมาจากไม้ชนิดใด แต่กล่องไม้แผ่ออร่าสีเขียวจางๆชัดเจนว่ากล่องไม้นี่ก็ไม่ใช่ของธรรมดา!
หลงชิวเซิงเห็นว่าสวี่ตงถือกล่องไม้อย่างนิ่งงันก็พูดยิ้มๆ “รู้อยู่แล้วว่าหลบสายตาเธอไม่พ้น นี่คือกล่องไม้หวงฮวาหลีอายุหลายร้อยปีแค่ตัวกล่องก็มูลค่าหลายแสนแล้ว แต่เทียบกับเสื้อหยกไหมทองที่จะใส่เข้าไปแล้วเทียบกันไม่ติดเลย!”
เื่ไม้หวงฮวาหลี สวี่ตงก็พอรู้ เป็ไม้พะยูงชนิดหนึ่งไม้พะยูงเป็คำเรียกทั่วไปสำหรับไม้เนื้อแข็งราคาสูงเฟอร์นิเจอร์ไม้ฮวาหลีหรือไม้จันทน์ในปัจจุบัน ทั่วๆ ไปก็ราคาหลายล้านแล้วคนธรรมดาทั่วไปแค่จะมองก็ยังแทบไม่มีโอกาส ส่วนพวกไม้หวงฮวาหลี ไม้จันทน์แดงไม้มะเกลือทั้งหลายที่มีราคาที่สุดในจำพวกไม้พะยูงนั้น แม้แต่คนร่ำรวยทั่วๆไปก็ไม่มีทางได้ หรือเรียกได้ว่ามีเงินก็ซื้อไม่ได้
ส่วนเฟอร์นิเจอร์ไม้พะยูงระดับไฮเอนด์ราคาหลายสิบล้านในท้องตลาดตอนนี้ความจริงแล้วล้วนเป็ไม้พะยูงคุณภาพต่ำเฟอร์นิเจอร์ไม้หวงฮวาหลีหรือไม้มะเกลือจริงๆ นั้นไม่มีแล้ว ไม้ชนิดนี้โตช้าปกติต้องใช้เวลาถึงหลายร้อยปี
หลงชิวเซิงนำเสื้อหยกไหมทองพับเก็บลงกล่องไม้อย่างประณีตสวี่ตงมองอย่างประหลาดใจ เสื้อหยกไหมทองตัวนั้นดูไม่ใช่ตัวเล็กๆแต่เมื่อพับแล้วกลับเหมือนก้อนเต้าหู้น้อยๆ จนวางลงกล่องได้อย่างง่ายดายไม่ได้รู้สึกว่า ‘ยัด’ ลงไปเลย!”
หลงชิวเซิงปิดกล่องแล้วเคาะฝากล่องเบาๆ เหมือนกำลังครุ่นคิดและเหมือนกำลังพึมพำ “ไม่ได้เจอตระกูลเฉียวมาสิบกว่าปีแล้ว…แม่หนูของตระกูลโหมวต้องเป็เด็กดีแน่ๆ เลย!”
สวี่ตงย่อมไม่เข้าใจอยู่แล้วว่าหลงชิวเซิงพึมพำเื่อะไรเขาเพียงมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างรถอย่างเงียบเชียบ
อันที่จริงจิตใจของสวี่ตงยังไม่ถือว่าสงบเสียทีเดียว แต่ที่ทำให้เขาตื่นเต้นไม่ใช่คำพูดของหลงชิวเซิงหรอกเขากำลังคิดถึงความสามารถแปลกประหลาดที่ได้มาโดยบังเอิญต่างหาก!
หลังจากพิสูจน์มาหลายครั้งสวี่ตงก็ยิ่งมั่นใจว่าความสามารถนี้เป็ของจริง และความสามารถนี้ก็ยังทรงพลังมากมากชนิดที่เรียกได้ว่าไม่ ‘ด้อย’ ไปกว่าความแข็งแกร่งของหลงชิวเซิงเลย!
แต่ทั้งฐานะและอิทธิพลของหลงชิวเซิงนั้นสวี่ตงก็ประจักษ์แจ้งเช่นกันคนที่มีสถานะเช่นนั้นสามารถเปลี่ยนลุงกับป้าของเขาเป็ขยะได้อย่างง่ายดายแน่นอน!
ตอนที่เขาอยู่กับครอบครัวป้า ตอนนั้นความฝันของเขาคือจะต้องเติบโตขึ้นอย่างเข้มแข็งและร่ำรวยกว่าป้าให้ได้แต่ความฝันนี้ไม่สำคัญสำหรับสวี่ตงในตอนนี้อีกแล้วหลังจากสวี่ตงได้ความสามารถประหลาดนี้มาและผ่านการ ‘ทดสอบ’มาหลายครั้งแล้ว ระดับจิตใจของเขาจึงเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว!
อีกอย่างหนึ่งคือหลังจากเลิกสนใจครอบครัวป้าก็ทำให้สวี่ตงผ่อนคลายลงอย่างอธิบายไม่ถูก
เมื่อก่อนเขาอยากเห็นป้าร้องขอความเมตตาต่อหน้าทว่าตอนนี้เป้าหมายของเขาดูเหมือนจะไปไกลเกินกว่าที่เคยคิด!
ดูหลงชิวเซิงสิ ลุงเขยของเขายังต้องใช้สมองขบคิดสุดพลังเพื่อจะซื้อรถยนต์ราคาสองแสนหยวนแต่หลงชิวเซิงไม่มีความคิดจะโอ้อวดเลยสักนิด ที่ประตูวิลล่ามีรถจอดอยู่ตั้งสามคันคันหนึ่งคือโรลส์-รอยซ์ คันหนึ่งคือเมอร์เซเดส-เบนซ์ อาวดี้ A4 คันที่ขับมาเป็คันที่ธรรมดาที่สุด
จากนิสัยของลุงเขยแล้ว ถ้าเป็เขาคงจะเลือกขับรถหรูอย่างโรลส์-รอยซ์มูลค่ากว่าหกล้านไปงานเลี้ยงแน่นอนแต่หลงชิวเซิงกลับเลือกอาวดี้ A4 ที่มูลค่าสามสี่แสนไปอย่างไม่ใส่ใจอะไรจากจุดนี้ก็ทำให้เห็นความแตกต่างราวฟ้ากับดินระหว่างลุงเขยกับหลงชิวเซิงแล้ว!